Feeds:
Posts
Comments

Archive for the ‘อีหม่าน .. ความศรัทธา’ Category

เมื่ออีม่ามอะหมัด บิน ฮันบาล ถูกถามเกี่ยวกับ “ตะวักกุล” ท่านตอบว่า “มันคือการละทิ้งการพึ่งพิงต่อสิ่งถูกสร้างของอัลลอฮฺ” 

ท่านถูกถามอีกว่า “และอะไรคือสิ่งจำเป็นที่จะนำไปสู่การกระทำเช่นนั้นได้” 
ท่านตอบว่า “มันมีความนัยในถ้อยคำของนบีอิบรอฮีม (อะลัยฮิสลาม) ขณะที่ท่านถูกนำไปที่เครื่องยิง (อาวุธสมัยโบราณ) และถูกโยนเข้าไปในกองไฟ ญิบริล (อะลัยฮิสลาม) ได้เข้าไปหาท่านและถามท่านว่า “ท่านมีความต้องการใดๆ หรือไม่” ท่านตอบว่า “ไม่ใช่จากท่าน” (ท่านไม่ได้ต้องการสิ่งใดจากญิบริล) 

ญิบริล (อะลัยฮิสลาม) จึงกล่าวว่า “จงวอนขอจากผู้ที่ท่านปรารถนาเถิด” 
ท่านตอบว่า “สิ่งใดก็ตามในสองสิ่ง อันเป็นที่รักยิ่งกว่า ณ ที่พระองค์ ย่อมเป็นที่รักยิ่งสำหรับฉัน” {1}

{1} “อัล บิดายะฮฺ วัล นิฮายะฮฺ”

Read Full Post »

สรุปและเรียบเรียงจากบางส่วนของบรรยายของมุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ
หัวข้อ ซูเราะฮฺอัลอังกะบูต

“มนุษย์คิดหรือว่า พวกเขาจะถูกทอดทิ้ง เพียงแต่พวกเขากล่าวว่าเราศรัทธา และพวกเขาจะไม่ถูกทดสอบ กระนั้นหรือ?” (อัลอังกะบูต อายะฮฺ 1)

คุณคิดว่าเพียงแค่คุณกล่าวว่าคุณเป็นมุอฺมิน และเชื่อในอัลลอฮฺ แล้วคุณจะไม่ถูกทดสอบเช่นนั้นหรือ คุณคิดว่าชีวิตของคุณจะไม่ประสบกับบททดสอบ ไม่ว่าจะความทุกข์ยาก ภัยพิบัติ และอื่นๆ เช่นนั้นหรือ

การที่คุณศรัทธาในอัลลอฮฺ แท้จริงแล้ว มันคือการเปิดทางให้คุณเข้าไปสู่ “บททดสอบของพระองค์” เช่นเดียวกับการที่คนคนหนึ่งเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง นั่นหมายความว่าเขามีคุณสมบัติพอที่จะต้องได้รับการทดสอบ (ความรู้) ดังนั้นเมื่อคนคนหนึ่งยอมรับในศรัทธา และเชื่อในอัลลอฮฺ มันก็ถือเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะให้อัลลอฮฺทรงทดสอบเขา นี่คือความหมายของอายะฮฺนี้ 

บางคนอาจจะพูดว่า เราเป็นมุอมินีน (ผู้ศรัทธา) ทำไมอัลลอฮฺจึงทรงทำให้เรามีชีวิตที่ยากลำบาก ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ใช่ชีวิตที่ยากลำบาก หรือชีวิตที่เป็นทุกข์แต่อย่างใด แต่นี่คือ “บททดสอบจากอัลลอฮฺ” เพราะตอนนี้คุณคือผู้น้อมรับว่าเป็นผู้ศรัทธา และหากว่าคุณไม่ใช่ผู้ศรัทธา มันก็ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะต้องทดสอบ (ความศรัทธา) คุณ 

คนที่เข้าไปเรียนในโรงเรียน ย่อมต้องได้รับการทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบประจำสัปดาห์ ประจำเดือน ประจำเทอม ประจำปี ตามระดับความรู้ของเขาก็ตามแต่ ดังนั้นบททดสอบย่อมเกิดขึ้นกับเรา (“ผู้ศรัทธา”) ดังนั้นเมื่อคุณน้อมรับกับ “การศรัทธา” คุณย่อมต้องได้รับบททดสอบประจำสัปดาห์ ประจำเดือน ประจำเทอม ประจำปี เช่นกัน และเมื่อคุณผ่านระดับหนึ่งไป คุณก็ต้องเจอกับบททดสอบอีกระดับที่สูงขึ้น ยากขึ้น และนั่นเป็นเพราะว่า คุณต้องผ่านบททดสอบเหล่านั้นไปให้ได้ เพื่อรอรับรางวัลการตอบแทนจากพระองค์สำหรับความอดทน มุมานะของคุณ และก็เป็นไปได้ว่าอัลลอฮฺอาจทรงทำการลงโทษผู้ที่ไม่ผ่านบททดสอบของพระองค์ 

และ “รางวัลการตอบแทน” นั้นอยู่ ณ ที่อัลลอฮฺ .. พระองค์จะประทานรางวัลการตอบแทนให้แก่ “ผู้ที่อดทน” เมื่ออัลลอฮฺทรงรักใครสักคนหนึ่ง พระองค์จะทรงทดสอบเขา พระองค์จะทรงทดสอบเขามากขึ้น เพื่อที่ว่าเขาจะได้วิงวอนร้องขอความช่วยเหลือจากพระองค์ 

ดังนั้น หากว่าชีวิตของเราปราศจากซึ่ง “บททดสอบ” เราก็อาจจะหลงลืมพระองค์ไปแล้วก็เป็นได้
สรุปเรียบเรียงโดย Bint Al Islam

Read Full Post »

เราทุกคนต่างมีความปรารถนา มีประเด็นต่างๆ ในชีวิต มีปัญหาสุขภาพที่เรากำลังเผชิญอยู่ ไม่มีใครที่มีชีวิตที่โรยไปด้วยกลีบกุหล่าบ แต่อัลลอฮฺทรงรู้ดีว่า เรากำลังพบเจอกับอะไรอยู่ บางทีอาจเป็นได้ว่าเราคิดว่าเรากำลังประสบกับปัญหาที่หนักหนากว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เรา แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาอาจจะประสบกับปัญหาที่หนักหนามากยิ่งกว่าเราเสียอีก เพียงแต่ว่าเขาสามารถจัดการกับมันได้ดี นั่นเป็นเพราะว่าเขามีอีหม่าน (ความศรัทธา) และความเชื่อมั่น ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างมากในการที่เราจะพัฒนา “ความศรัทธา” และ “ความเชื่อมั่น” ของเราให้สูงขึ้น 

(บรรยาย มุฟตี เมงกฺ หัวข้อเรื่อง Gratitude of limbs)
แปลเรียบเรียง Bint Al Islam

Read Full Post »

ร่างกายที่ขอบคุณต่ออัลลอฮฺ (อยากให้อ่านมากๆ เพราะพวกเราก็มองข้ามและละเลยสิ่งเหล่านี้จริงๆ) 
—————————
(สรุปจากบางส่วนในบรรยายของมุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ หัวข้อ Gratitude of Limbs)

เวลาคุณได้รับมากจากอัลลอฮฺ คุณยิ่งต้องเข้าหาอัลลอฮฺ และขอบคุณพระองค์ในหนทางที่พระองค์ทรงต้องการได้รับจากคุณ เพราะการขอบคุณพระองค์นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การใช้ปาก (ในการกล่าวขอบคุุณ) เท่านั้น แต่ที่มากกว่านั้นคือ การใช้ถ้อยคำ และการกระทำ 

ถ้อยคำ และการกระทำที่ว่านั้นเป็นอย่างไร .. มันคือถ้อยคำและการกระทำที่จะสร้างความพึงพอพระทัยต่อพระองค์ คนที่กล่าว “อัลฮัมดุลิลลาฮฺ” เป็นพันๆ ครั้ง แต่เขาไม่เคยลุกขึ้นมาละหมาดฟัจญรฺ แท้จริงแล้ว เขาไม่ได้เป็นผู้ที่ขอบคุณต่ออัลลอฮฺ 

คนที่กล่าว “มาชาอัลลอฮฺ ฉันขอบคุณพระองค์ในสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้แก่ฉัน ฉันซาบซึ้งสิ่งที่พระองค์ประทานแก่ฉัน” แต่เขาหรือเธอไม่ได้แต่งกายตามที่อัลลอฮฺทรงสั่งใช้ เช่นนั้น เขาหรือเธอไม่ได้เป็นผู้ที่ขอบคุณต่ออัลลอฮฺ 

การขอบคุณนั้น คือการแสดงออกให้เห็นถึงการรู้สึกซาบซึ้ง และขอบคุณอย่างแท้จริง ด้วยวิธีการที่พระองค์ประสงค์ที่จะได้เห็นจากเรา ไม่ว่าจะเป็นแขนของคุณ เท้าของคุณ ตาของคุณ จมูกของคุณ ร่างกายของคุณ ควรแสดงออกถึงการขอบคุณต่อพระองค์

การเฝ้าระวังไม่ให้ตัวเรามองดูในสิ่งที่หะรอม นั่นคือการขอบคุณพระองค์สำหรับดวงตาที่พระองค์ประทานให้คุณ ในชั่วนาทีที่คุณมองดูสิ่งที่หะรอม และไม่ลดสายตาลงต่ำจากมองในสิ่งที่จะสร้างความโกรธกริ้วต่อพระองค์ ในกรณีนี้ คุณไม่ได้แสดงออกถึงการขอบคุณต่อพระองค์สำหรับดวงตาที่คุณมีเลย 

เช่นเดียวกันกับ “หูของเรา” หากเรามัวยุ่งอยู่กับการฟังเพลงฟังคำหยาบคาย ปล่อยให้ตัวเองฟังในสิ่งที่ไม่ดีงาม เช่นนี้ เราไม่ได้แสดงออกถึงการขอบคุณต่ออัลลอฮฺสำหรับหูที่เรามีด้วยเช่นกัน ลองถามคนที่ไม่ได้ยินดูสิ .. ลองถามคนที่ต้องการเครื่องมือในการได้ยินดูสิ .. ว่าเขารู้สึกเช่นไร ดังนั้นเราควรแสดงออกถึงการขอบคุณด้วยการเชื่อฟังพระองค์ ซึ่งในการแสดงออกถึงการขอบคุณสำหรับหูของเรา สามารถทำได้ด้วยการฟังอัลกุรอาน การฟังบรรยายศาสนาดีดี ฟังหะดีษ ฟังสิ่งที่จะทำให้เราใกล้ชิดพระองค์มากยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพื่อฟังในสิ่งที่จะนำไปสู่สิ่งที่เป็นบาป เพราะในวันแห่งการตัดสิน มันจะเป็นพยานต่อการกระทำของเรา

เช่นเดียวกับ “ปากของเรา” .. ปากของเราเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา จนเราแทบจะไม่สังเกตด้วยซ้ำ แต่ผู้ศรัทธาย่อมระมัดระวังการใช้ปากของ่พวกเขา 

และการใช้ลิ้นของเรา เราควรใช้เพื่อกล่าวถ้อยคำที่จะสร้างความพึงพอพระทัยต่ออัลลอฮฺ สรรเสริญพระองค์ กล่าวออกมาด้วยหัวใจที่รู้สึกถึงสิ่งที่กล่าวจริงๆ 

ดังนั้นเราควรใช้ทุกๆ อย่างที่เรามี ไปเพื่อสร้างความพึงพอพระทัยต่อพระองค์

แปลเรียบเรียง  Bint Al Islam

Read Full Post »

มีคนมากมายที่เจ็บไข้ได้ป่วย มีคนที่ประสบปัญหาด้านการเงิน คนที่มีปัญหาชีวิตการแต่งงาน คนที่มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับลูกๆ พ่อแม่ และคนอื่นๆ ในชีวิตของเขา คนที่พบเจอกับอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ ในการดำเนินชีวิต

แต่ก็มีบางคนที่มองดูสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ และเข้าใจว่า “นี่คือ การลงโทษจากอัลลอฮฺ พระองค์ทรงลงโทษคุณด้วยเพราะอะไรบางอย่าง” แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนเหล่านี้ (ที่เข้าใจเช่นนั้น) กำลัง “สับสนอยู่” 

มันจะเป็นไปได้อย่างไร กับการที่คนคนหนึ่งเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา แล้วคุณจะพูดว่า “นี่คือการลงโทษจากอัลลอฮฺ” เพราะแน่นอนว่า พวกเราแต่ละคนต้องพบเจอกับความเจ็บป่วย ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นอาการไข้เล็กๆ น้อยๆ หรืออะไรก็ตาม แต่มันไม่ได้หมายความว่า อัลลอฮฺกำลังทรงลงโทษพวกเราทุกคนอยู่ 

หากทว่า นี่คือ “โอกาส” ที่คุณจะได้เข้าไปใกล้ชิดกับอัลลอฮฺให้มากขึ้น โดยผ่านความเจ็บป่วยของคุณ พระองค์ทรงให้โอกาสคุณในการที่จะเข้าไปใกล้ชิดกับพระองค์ และนี่คือ “ของขวัญจากอัลลอฮฺที่พระองค์ประทานให้คุณ” คุณรำลึกถึงพระผู้ทรงสร้างคุณ เพราะพระองค์ทรงทำให้คุณได้เผชิญกับความยากลำบากบางอย่าง ดังนั้นขอคุณอย่าได้สับสน เพราะมีหลายคนที่กลายเป็นคนที่อมทุกข์ และสูญสิ้นความศรัทธาในอัลลอฮฺ (เพราะความสับสนนี้) 

อีกทั้งยังมีมุสลิมบางคนที่พูดว่า “เราพบเจอกับความเจ็บป่วย เพราะว่าเราเป็นมุสลิม” แต่จริงๆ แล้ว มีคนมากมายที่ไม่ใช่มุสลิมที่ต้องประสบกับความเจ็บป่วยด้วยเช่นกัน ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกันเลยว่า คุณเป็นมุสลิม คุณจึงต้องเจอกับบททดสอบนี้ สิ่งสำคัญนั้นอยู่ที่ว่า คุณมองดูสถานการณ์เหล่านี้ในรูปแบบใด
“คนที่มีอีหม่านอาจจะประสบกับความเจ็บป่วยเดียวกันกับคนที่ไม่มีอีหม่าน เพียงแต่ว่า คนที่มีอีหม่านย่อมเผชิญกับมันด้วยความพึงพอใจ และเข้าใกล้อัลลอฮฺให้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่คนที่ไม่มีอีหม่านจะออกห่างจากพระองค์มากขึ้น”

ดังนั้น เวลาที่เรามีปัญหาใดๆ ก็ตาม เราจำต้องตระหนักว่า นี่คือหนทางในการแก้ปัญหาที่จะทำให้เราใกล้ชิดพระองค์มากยิ่งขึ้น และเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยการเข้าใกล้ชัยฏอน

(สรุปบางส่วนจากบรรยายมุฟตี เมงกฺ หัวข้อ the confused muslims today)
แปลเรียบเรียง bint al islam

Read Full Post »

ชัยคฺอัซซิม อัลฮากีม::
ในช่วงเวลาหนึ่ง นบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม ไม่มีบุตรเลยแม้แต่สักคนเดียว จนกระทั่งท่านและภรรยาของท่านได้เข้าสู่วัยที่เกินกว่าจะมีบุตรได้ หากทว่าท่านก็ไม่เคยพร่ำบ่นแต่อย่างใด เพราะท่านทราบดีว่าอัลลอฮฺทรงเลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้กับท่านเท่านั้น ดังนั้นเมื่อท่านได้ทราบข่าวดีว่าท่านจะมีบุตร และหลานชาย คุณคงสามารถจินตนาการได้ว่า ท่านจะมีความสุข ความตื้นตันใจเพียงใด

ทันทีที่ท่านได้รับการอำนวยพรให้มีบุตร ซึ่งนั่นคือ “นบีอิสมาอีล อะลัยฮิสลาม” ท่านก็ได้รับพระบัญชาจากอัลลอฮฺให้นำบุตรชายและมารดาของเขาไปยังเมืองมักกะฮฺ แม้ว่านบีอิบรอฮีมจะทราบดีว่า “อิิสมาอีล” คือบุตรคนแรกของท่าน และท่านก็ทราบว่ามักกะฮฺนั้นเป็นดินแดนที่แห้งแล้งกันดาร และไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นั่น หากทว่าท่านก็ปฏิบัติตามพระบัญชาโดยปราศจากคำถามใดๆ

เมื่อท่านเดินทางไปถึงที่นั่น ท่านก็ิทิ้งภรรยาและบุตรชายของท่านไว้ที่นั่นและเดินจากไป ขณะเดียวกันนางฮะญัรฺจึงถามท่านซ้ำๆ ว่า “ท่านจากพวกเราไปโดยทิ้งพวกเราไว้ในดินแดนกันดารแห่งนี้เพื่อใคร” หากแต่ท่านไม่ได้ตอบคำถามนาง ขณะที่เดินจากไป

(ชัยคฺอัซซิมกล่าวว่า) หัวใจของผมคงแตกสลาย หากว่าผมอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับท่าน หากแต่ท่านไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น

นางจึงถามท่านเป็นครั้งสุดท้ายว่า “อัลลอฮฺใช่หรือไม่ ที่สั่งใช้ให้ท่านกระทำในสิ่งนี้” ท่านจึงตอบนางว่า “ใช่” นางจึงกล่าวต่อว่า “ในกรณีเช่นนี้ อัลลอฮฺย่อมมิทรงทอดทิ้งเรา (แม่ลูก)”

แน่นอนว่าพวกเราคงทราบเรื่องราวที่เหลือทั้งหมด รวมไปถึงการค้นพบบ่อน้ำซัมซัม และการที่อัลลอฮฺได้ทรงทำให้มักกะฮฺกลายเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเช่นไร

“การตะวักกุลของนบีอิบรอฮีม และภรรยาของท่าน” นั้นประเสริฐและงดงามยิ่ง

ดังนั้นหากว่าคุณมอบหมาย หวังพึ่งพิง และไว้วางใจในอัลลอฮฺ พระองค์จะทรงทำให้สิ่งที่ดูเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้สำหรับคุณ และความกังวลใจทั้งหลายของคุณจะกลายเป็นเพียงความทรงจำเท่านั้น (อินชาอัลลอฮฺ)

Ref: Assim Luqman Al Hakeem

แปลเรียบเรียง บินติ อัล อิสลาม

Read Full Post »

มันไม่จริงหรอกที่ว่า หากเรามีความศรัทธาที่แท้จริง เราจะไม่เศร้าไม่เป็นทุกข์เลย บรรดานบีและคนดีมีคุณธรรมทั้งหลายต่างประสบกับความโศกเศร้า ความทุกข์ใจมากมาย อัลกุรอานก็เต็มไปด้วยการบอกเล่าถึงเรื่องราวแห่งความทุกข์ ความโศกเศร้า

ความโศกเศร้า ความทุกข์ คือ ‘ความจริงของชีวิต’ อัลกุรอานไม่ได้ถูกประทานลงมาเพื่อลบล้างความทุกข์ไปจนหมดสิ้น หากทว่าอัลกุรอานถูกประทานมาเพื่อนำทางเราไปยังจุดหมายปลายทาง

ความทุกข์ คือหนึ่งในบรรดาบททดสอบของชีวิต เช่นเดียวกับความสุข และความโกรธ ก็คือบททดสอบด้วยเช่นกัน

{นูอฺมาน อาลี คาน}

“It is not true that if we had true faith we would not be sad. Prophets (as), and righteous people experienced a great deal of sadness. The Quran is full of stories in which the central theme is sadness. Sadness is a reality of life. The Quran is not there to eliminate sadness, but to navigate it. Sadness is one of the tests of life, just as happiness, and anger are tests.”
— Nouman Ali Khan

Read Full Post »

Older Posts »

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 46 other followers

%d bloggers like this: