Feeds:
Posts
Comments

Archive for the ‘อีหม่าน .. ความศรัทธา’ Category

ชัยคฺอัซซิม อัลฮากีม::
ในช่วงเวลาหนึ่ง นบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม ไม่มีบุตรเลยแม้แต่สักคนเดียว จนกระทั่งท่านและภรรยาของท่านได้เข้าสู่วัยที่เกินกว่าจะมีบุตรได้ หากทว่าท่านก็ไม่เคยพร่ำบ่นแต่อย่างใด เพราะท่านทราบดีว่าอัลลอฮฺทรงเลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้กับท่านเท่านั้น ดังนั้นเมื่อท่านได้ทราบข่าวดีว่าท่านจะมีบุตร และหลานชาย คุณคงสามารถจินตนาการได้ว่า ท่านจะมีความสุข ความตื้นตันใจเพียงใด

ทันทีที่ท่านได้รับการอำนวยพรให้มีบุตร ซึ่งนั่นคือ “นบีอิสมาอีล อะลัยฮิสลาม” ท่านก็ได้รับพระบัญชาจากอัลลอฮฺให้นำบุตรชายและมารดาของเขาไปยังเมืองมักกะฮฺ แม้ว่านบีอิบรอฮีมจะทราบดีว่า “อิิสมาอีล” คือบุตรคนแรกของท่าน และท่านก็ทราบว่ามักกะฮฺนั้นเป็นดินแดนที่แห้งแล้งกันดาร และไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นั่น หากทว่าท่านก็ปฏิบัติตามพระบัญชาโดยปราศจากคำถามใดๆ

เมื่อท่านเดินทางไปถึงที่นั่น ท่านก็ิทิ้งภรรยาและบุตรชายของท่านไว้ที่นั่นและเดินจากไป ขณะเดียวกันนางฮะญัรฺจึงถามท่านซ้ำๆ ว่า “ท่านจากพวกเราไปโดยทิ้งพวกเราไว้ในดินแดนกันดารแห่งนี้เพื่อใคร” หากแต่ท่านไม่ได้ตอบคำถามนาง ขณะที่เดินจากไป

(ชัยคฺอัซซิมกล่าวว่า) หัวใจของผมคงแตกสลาย หากว่าผมอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับท่าน หากแต่ท่านไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น

นางจึงถามท่านเป็นครั้งสุดท้ายว่า “อัลลอฮฺใช่หรือไม่ ที่สั่งใช้ให้ท่านกระทำในสิ่งนี้” ท่านจึงตอบนางว่า “ใช่” นางจึงกล่าวต่อว่า “ในกรณีเช่นนี้ อัลลอฮฺย่อมมิทรงทอดทิ้งเรา (แม่ลูก)”

แน่นอนว่าพวกเราคงทราบเรื่องราวที่เหลือทั้งหมด รวมไปถึงการค้นพบบ่อน้ำซัมซัม และการที่อัลลอฮฺได้ทรงทำให้มักกะฮฺกลายเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเช่นไร

“การตะวักกุลของนบีอิบรอฮีม และภรรยาของท่าน” นั้นประเสริฐและงดงามยิ่ง

ดังนั้นหากว่าคุณมอบหมาย หวังพึ่งพิง และไว้วางใจในอัลลอฮฺ พระองค์จะทรงทำให้สิ่งที่ดูเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้สำหรับคุณ และความกังวลใจทั้งหลายของคุณจะกลายเป็นเพียงความทรงจำเท่านั้น (อินชาอัลลอฮฺ)

Ref: Assim Luqman Al Hakeem

แปลเรียบเรียง บินติ อัล อิสลาม

Read Full Post »

มันไม่จริงหรอกที่ว่า หากเรามีความศรัทธาที่แท้จริง เราจะไม่เศร้าไม่เป็นทุกข์เลย บรรดานบีและคนดีมีคุณธรรมทั้งหลายต่างประสบกับความโศกเศร้า ความทุกข์ใจมากมาย อัลกุรอานก็เต็มไปด้วยการบอกเล่าถึงเรื่องราวแห่งความทุกข์ ความโศกเศร้า

ความโศกเศร้า ความทุกข์ คือ ‘ความจริงของชีวิต’ อัลกุรอานไม่ได้ถูกประทานลงมาเพื่อลบล้างความทุกข์ไปจนหมดสิ้น หากทว่าอัลกุรอานถูกประทานมาเพื่อนำทางเราไปยังจุดหมายปลายทาง

ความทุกข์ คือหนึ่งในบรรดาบททดสอบของชีวิต เช่นเดียวกับความสุข และความโกรธ ก็คือบททดสอบด้วยเช่นกัน

{นูอฺมาน อาลี คาน}

“It is not true that if we had true faith we would not be sad. Prophets (as), and righteous people experienced a great deal of sadness. The Quran is full of stories in which the central theme is sadness. Sadness is a reality of life. The Quran is not there to eliminate sadness, but to navigate it. Sadness is one of the tests of life, just as happiness, and anger are tests.”
— Nouman Ali Khan

Read Full Post »

ความแตกต่างระหว่าง สิ่งที่เรารู้ กับ สิ่งที่เราเชื่อ
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ชัยคฺอัซซิม อัลฮะกีม

มันมีความแตกต่างระหว่าง สิ่งที่เรารู้ กับ สิ่งที่เราเชื่อ
ความตาย สามารถประสบกับเราได้ทุกเมื่อและเราก็รู้ว่าคนที่อยู่รอบตัวเราหลายคนต่างเสียชีวิตลงอย่างที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อน เพื่อนของเราเสียชีวิตขณะนอนหลับ ญาติพี่น้องเส้นโลหิตในสมองแตกขณะที่เขามีอายุเพียง 40+ เพื่อนร่วมงานทานอหารกลางวันจากนั้นระดับน้ำตาลของเขาลดต่ำลง และเสียชีวิตลงเพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น

ผมกำลังบอกกับกลุ่มคนที่อยู่ในวัยเกษียณ ที่ขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺให้พระองค์ประทานจุดจบที่ดีให้เรา ขณะที่ทำอิบาดะฮฺและกล่าวอามีนเสียงดังในมัสญิด เพราะที่น่าเศร้าคือ เรากลับทำบาปทุกวันทุกคืนและเราก็เพิกเฉยต่อหน้าที่ ความรับผิดชอบของเรา (ในเรื่องของศาสนา) เราต่างรู้ว่าเราอาจเสียชีวิตได้ทุกๆ นาที แต่เราไม่คิดที่จะทำอะไรเลย เพื่อรับมือกับมันเลย นี่คือความแตกต่างระหว่าง ‘การรับรู้’ และ ‘การเชื่อ’

เวลาที่เราจุดไฟ เราต่างรู้ว่าม้นสามารถเผาเราให้ไหม้ได้หากเราไปสัมผัสมัน ดังนั้นการออกห่างจากไฟนั้นคือ ‘การเชื่อ ศรัทธา’ เช่นเดียวกันกับสวรรค์และนรก เรารู้ถึงการมีอยู่ของมัน หากทว่าเราเชื่อหรือเปล่า?

แปล: บินติ อัลอิสลาม

20130609-051558.jpg

Read Full Post »

20130408-154223.jpg

เวลาอีหม่านอ่อน.. ชีวิต จิตใจเป็นทุกข์ สับสนวุ่นวาย ไร้สาระเกิน.. ‘การเข้าหาอัลกุรอานพร้อมทั้งขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺด้วยความเชื่อมั่น’ จะทำให้อีหม่านของเรากลับมาได้เร็วขึ้น อาจจะไม่ได้อยู่ในระดับที่สูงปรี้ด แต่ก็ดีกว่าเดิมมากมาย

“การเข้าหากุรอาน” มีหลายทางนะคะ สำหรับคนที่อ่านอาหรับไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยคล่อง ให้ใช้วิธีอ่านคำแปล หรือเปิดอัลกุรอานฟัง (แม้จะไม่เข้าใจ) เลือกนักกอรียฺที่ชื่นชอบตามอารมณ์ จะทำให้รู้สึกสบายใจขึ้น .. ส่วนตัวยอมรับว่าเสียงของนักกอรียฺมีผลทางอารมณ์นิดนึง .. อาจเพราะแปลไม่ออกก็ได้มั้งคะ ส่วนตัวเวลาปกติจะชอบฟังท่านหุษัยฟียฺ ท่านกอมดียฺ แต่เวลาอารมณ์มั่นคงหน่อยจะชอบฟังท่านบาซัฏ เวลาอารมณ์ร้อนๆ ฟังท่านอะฟาซีย์ และท่านหุซัยฟียฺจะเย็นลง ..

แรกๆ ตอนเริ่มต้น ใจอาจจะไม่ค่อยนิ่ง (ชัยฏอนอาจล่อลวง) ต้องอดทนๆ ต่อสู้กับมัน กับใจตัวเอง ทำไปสักพัก อินชาอัลลอฮฺจะดีขึ้น สงบขึ้น สบายใจขึ้น และติดใจ.. ก็ลองดูนะคะ อยากแบ่งปัน จึงมาบอกค่ะ

“ไม่มีถ้อยคำใดที่จะงดงามยิ่งกว่าถ้อยคำของอัลลอฮฺ”

อัลลอฮฺตรัสว่า “โอ้มนุษย์เอ๋ย! แท้จริงข้อตักเตือน (อัลกุรอาน) จากพระเจ้าของพวกท่าน ได้มายังพวกท่านแล้ว และ (มัน) เป็นการบำบัดสิ่งที่มีอยู่ในทรวงอก และเป็นการชี้แนะทาง และเป็นความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา” (ซูเราะฮฺยูนุส 57)

สามารถดาวน์โหลดไฟล์อัลกุรอานได้จากเวป http://www.assabile.com/

ฟังออนไลน์ได้จากเวป

http://equranplayer.com/

อ่านได้ที่ http://www.quran.com แต่แนะให้อ่านจากคัมภีร์แปลจะดีกว่าค่ะ เพราะคำแปลในเวปหรือในแอพริเคชั่นทางมือถือยังมีคำผิดและข้อความขาดหายอยู่บ้าง และไม่มีเชิงอรรถอธิบายเพิ่มเติม เหมือนในคัมภีร์แปล สามารถโหลดไฟล์ได้ที่ http://d1.islamhouse.com/data/th/ih_books/single/th_Holy_Quran_and_the_translation_of_the_Meaning_of_the_Thai_language.pdf

بنت الاسلام

Read Full Post »

20130320-071557 AM.jpg

พี่น้องของฉัน จงยำเกรงต่ออัลลอฮฺเถิด จงมีสัจจะในคำพูด

จงทำเจตนาของท่านจริงใจและบริสุทธิ์

จงปฏิบัติการงานที่ดีทั้งหลาย การงานที่มิได้มาจากการหลอกลวง และการกลับกลอก

แท้จริงแล้ว อัลลอฮฺทรงมองเห็นท่าน แม้ว่าท่านจะมองไม่เห็นพระองค์

พระองค์ทรงอยู่กับท่าน (ด้วยความรอบรู้ของพระองค์) ไม่ว่าท่านจะอยู่ ณ ที่แห่งใดก็ตาม

ไม่มีสิ่งใดในท่านที่จะถูกปิดบังไว้จากพระองค์ได้

จงอย่าล่อลวงพระเจ้าของท่าน มิฉะนั้นพระองค์จะทรงกระทำสิ่งเดียวกันกับท่าน

ด้วยเพราะว่าหากบุคคลหนึ่งล่อลวงอัลลอฮฺแล้วนั้น พระองค์จะทรงล่อลวงเขาเช่นกัน

อีกทั้ง .. “ความศรัทธา (อีหม่าน) ในตัวเขา” ย่อมละทิ้งเขาไป

แต่ทว่า เขาไม่อาจทราบความจริงที่ว่า “มัน” ได้ทอดทิ้งเขาไปแล้ว

สุฟยาน อัษเษารียฺ (เราะหิมะฮุลลอฮฺ)
แปล بنت الاسلام

Read Full Post »

เริ่มต้น “อิสลามของคุณ” ใหม่ วันนี้ ..
1. ความผิดพลาดในอดีต?: จงขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ
2. รู้สึกท้อแท้ผิดหวัง?: จงอย่าลืมว่าเป้าหมายแห่งชีวิตนี้คือการสักการะต่ออัลลอฮฺ
3. เกิดความเกียจคร้าน ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง?: จงต่อสู้กับการล่อลวงของชัยตอน
4. ขาดความสนใจต่ออิสลาม?: จงวอนขอซึ่งทางนำจากอัลลอฮฺ
5. ทางออก?: จงดำเนินชีวิตตามอัลกุรอานและสุนนะฮฺด้วยความบริสุทธ์ใจและทำให้ดีที่สุด
6. มันสายเกินไปหรือไม่ที่จะเริ่มต้น? ตราบใดที่คุณยังคงมีลมหายใจ มันย่อมไม่สายเกินไป
7. ทำอย่างไรต่อไป?: ยืนหยัดและต่อสู้เพื่ออัลลอฮฺ
8. รางวัลการตอบแทนที่จะได้รับ?: สวรรค์ญันนะฮฺ

(แหล่งที่มา: Reminders Benefit the Believers page)
แปล بنت الاسلام

20130320-064358 AM.jpg

Read Full Post »

5 หนทางในการออกห่างจากสิ่งที่หะรอม
••••••••••••••••••••••
• “คน” เลือกคบหาคนดี เราควรแน่ใจว่าพวกเขาเป็นคนที่ปฏิบัติตามหลักการศาสนา และเป็นคนดีมีคุณธรรมพร้อมด้วยความตั้งใจที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดียิ่งขึ้นในเรื่องของศาสนา เป็นคนที่ปรารถนาจะได้รับทางนำที่ถูกต้อง และปรารถนาที่จะชี้ทางนำที่ถูกต้องแก่ผู้อื่น

• “สถานที่” ทำให้สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวคุณเต็มไปด้วยความดีงามและเป็นบรรยากาศแห่งอิสลาม หลีกเลี่ยงสถานที่ที่เป็นแหล่งของความชั่ว สถานที่ที่มีการพูดคุยเกี่ยวกับความชั่ว สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับความชั่ว สถานที่ที่สามารถมองเห็นสิ่งที่หะรอมและสามารถเป็นเหตุที่นำไปสู่สิ่งที่หะรอม

• “การปกป้องคุ้มครอง” หากคุณคิดว่ามันมีความเป็นไปได้ว่าสถานที่ใดก็ตามที่คุณอยู่อาจเป็นเหตุที่นำไปสู่สิ่งที่หะรอม คุณก็ต้องปกป้องตัวคุณให้พ้นจากมัน จากคนที่อาจนำอันตรายมาสฺ่คุณ ขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้ทรงปกป้องคุณจากความชั่วร้ายของมนุษย์และญิน

• “หลีกเลี่ยงการผลัดวันประกันพรุ่ง” ทำให้ตารางเวลาของคุณเต็มไปด้วยการทำสิ่งที่ดีงามเป็นประโยชน์ ไม่ใช่ใช้มันไปกับการทำสิ่งที่ไร้สาระ ไม่เกิดประโยชน์ อย่าฆ่าเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

• “การละหมาดและการใคร่ครวญ” เมื่อคุณละหมาด จงมีสติและทำให้จิตใจของคุณมุ่งเน้นไปที่การทำอิบาดะฮฺเพียงอย่างเดียว ใช้เวลากับมันและรับรู้ถึงความเป็นจริงของคุณ และคุณควรใคร่ครวญถึงสิ่งต่างๆ ที่คุณได้ทำในชีวิต ใคร่ครวญถึงซีเราะฮ (ชีวประวัติของท่านนบี) ใคร่ครวญถึงหลุมฝังศพ นรก สวรรค์ วันแห่งการตัดสิน และการอำนวยพรมากมายที่คุณได้รับ

แปลเรียบเรียงจาก แหล่งที่มา เพจ Young Muslims

How can one do his best to avoid haraam? The Five P’s:

Read Full Post »

20120920-030749 AM.jpg
แหล่งที่มาบทความ The Signs of Allaah’s Love for His Slave

http://www.idealmuslimah.com/turn-to-allah/loving-allah/683-the-signs-of-allaahs-love-for-his-slave

ความรักของอัลลอฮฺ คือความรักที่แท้จริงและยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่มีผู้ใดที่จะได้รับ “ความรักนี้” เว้นแต่บ่าวผู้มีศีลธรรมเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

ความรักของอัลลอฮฺ คือ “สิ่งหนึ่ง” ที่บรรดาผู้มีศีลธรรมต่างแข่งขันและเพียรพยายามอย่างหนักให้ได้มา “ความรักของพระองค์” คือ “เครื่องบำรุงหัวใจและจิตวิญญาณ” คือ “ความสุข” แห่งดวงตา — คือ “ชีวิต” ที่หากผู้ใดไม่ได้รับมันต้องตายลง — คือ “แสงสว่าง”ที่หากผู้ใดสูญเสียมันไปต้องตกอยู่ในความมืดมิด – คือ “การเยียวยา” ที่หากผู้ใดไม่ได้รับมันต้องเจ็บป่วย – คือ “ความสุข” ที่หากผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิจากการได้รับความรักนี้ต้องอยู่กับความเศร้าโศกและความเจ็บปวด

“ความรักของพระองค์” คือจิตวิญญาณแห่งความศรัทธาและความดีงามทั้งหลายที่ทำให้บุคคลคนหนึ่งพยายามใกล้ชิดกับอัลลอฮฺให้มากยิ่งขึ้นด้วยหนทางต่างๆ .. คือ “ความรัก” ที่หากผู้ใดปราศจากมัน ร่างกายของเขาก็เปรียบดั่งร่างที่ไร้วิญญาณ”

โอ้ อัลลอฮฺ โปรดทำให้เราเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงรัก ด้วยเถิด

ความรักของอัลลอฮฺมีสัญญาณและปัจจัย เสมือนกับกุญแจที่ใช้ไขประตูอันจะนำเราไปสู่ความรักของพระองค์ ปัจจัยเหล่านั้นมีดังนี้

1. การปฏิบัติตามคำสอนของท่านเราะสูลศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม อัลลอฮฺตรัสไว้ในพระคัมภีร์ของพระองค์ว่า

“จงกล่าวเถิด (โอ้ มุหัมมัด ต่อบรรดามวลมนุษย์): หากท่านรักอัลลอฮฺอย่างแท้จริง จงปฏิบัติตามฉัน (การยอมรับการศรัทธาต่อพระเจ้าองค์เดียวแห่งอิสลาม การปฏิบัติตามสิ่งที่อยู่ในอัลกรุอานและสุนนะฮฺ) และอัลลอฮฺจะทรงรักท่านและจะทรงอภัยโทษแก่ท่านต่อความผิดบาปทั้งหลายของท่าน และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอภัยโทษ และทรงเมตตายิ่ง” (อาลิ อิมรอน 3.31)

2. การมีความนอบน้อมถ่อมตนต่อบรรดาผู้ศรัทธาและเข้มงวดต่อบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา (ต่ออัลลอฮฺและสาส์นของพระองค์) การเข้าร่วมญิฮาดเพื่อความพึงพอพระทัยของอัลลอฮฺ และไม่เกรงกลัวต่อผู้ใดหรือสิ่งใด เว้นแต่อัลลอฮฺ พระองค์ทรงแจ้งไว้เกี่ยวกับคุณสมบัติดังกล่าวไว้ในอายะฮฺหนึ่งว่า

“โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย ผู้ใดก็ตามในหมู่พวกเจ้าที่ผินหลังให้กับศาสนา (อิสลาม) อัลลอฮฺจะทรงนำมาซึ่งชนกลุ่มหนึ่งที่พระองค์จะทรงรักพวกเขา และพวกเขาจะรักพระองค์ (พวกเขา) นอบน้อมถ่อมตนต่อบรรดาผู้ศรัทธา เข้มงวดต่อบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮฺ และไม่เกรงกลัวต่อการตำหนิของบรรดาผู้ตำหนิ” (อัล มาอิดะฮฺ 5.54)

ในอายะฮฺนี้ อัลลอฮฺทรงกล่าวถึงคุณลักษณะของบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงรัก คุณสมบัติแรกคือ ความนอบน้อม และการไม่หยิ่งยโสต่อบรรดาพี่น้องมุสลิม และเข้มงวดต่อบรรดาผู้ปฏิเสธ และไม่ทำให้ตัวเองเสียเกียรติหรือหมิ่นเกียรติของตัวเองต่อหน้าบรรดาผู้ปฏิเสธ พวกเขาเหล่านั้น (บรรดาผู้ที่อัลลอฮฺทรงรัก) ต่อสู้กับบรรดาชัยฏอน บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา บรรดาผู้กลับกลอก และบรรดาผู้กระทำความชั่ว เพื่อความพึงพอพระทัยของอัลลอฮฺ และพวกเขาได้ต่อสู้กับอารมณ์ใคร่ใฝ่ต่ำของตัวเอง (ญิฮาด อัลนัฟซู) พวกเขาไม่กลัวการตำหนิของผู้ที่มาตำหนิ เพราะตราบใดที่พวกเขาดำเนินชีวิตตามคำสั่งใช้ของศาสนา พวกเขาย่อมไม่ใส่ใจต่อผู้ที่เย้ยหยันหรือตำหนิติเตียนเขา

3. การปฏิบัติอิบาดะฮฺที่เป็นนะฟิล (การกระทำอิบาดะฮฺโดยสมัครใจ เพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ใช่สุนนะฮฺ) อัลลอฮฺตรัสไว้ในหะดีษกุดซียฺว่า “บ่าวของข้าหมั่นเพียรพยายามที่จะเข้าใกล้ชิดข้า ด้วยการกระทำอิบาดะฮฺโดยสมัครใจ (สิ่งที่เป็นที่รักยิ่งมากกว่า ณ ที่อัลลอฮฺ) จนกระทั่งข้ารักเขา” การกระทำอิบาดะฮฺโดยสมัครใจนี้นั้นรวมไปถึงการละหมาดนะฟิล การบริจาค การทำอุมเราะฮฺ การทำฮัจญฺ และการถือศีลอดด้วย

4. การมีความรักต่อกัน การเยี่ยมเยียนกัน การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (ด้านการเงิน) และการให้คำแนะนำตักเตือนที่จริงใจต่อกัน เพื่ออัลลอฮฺ

คุณลักษณะดังกล่าวได้ถูกกล่าวไว้ในฮะดีษบทหนึ่งที่ท่านเราะสูล (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม) รายงานว่าพระเจ้าของท่านตรัสว่า “ความรักของข้าจะถูกมอบให้กับคนสองคนที่รักกันเพื่อข้า ความรักของข้าจะถูกมอบให้กับคนสองคนที่เยี่ยมเยียนกันเพื่อข้า ความรักของข้าจะถูกมอบให้กับคนสองคนที่ช่วยเหลือกัน (ด้านการเงิน) เพื่อข้า ความรักของข้าจะถูกมอบให้กับคนสองคนที่รักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเพื่อข้า” (รายงานโดย อะหมัด 4/236 และ 5/236; altanaasuh โดยอิบนุ หิบบาน, 3/338; ทั้งสองหะดีษนี้ได้ถูกจัดว่าเป็นหะดีษเศาะเหียะฮฺโดยชัยคฺ อัล อัลบานียฺ ในเศาะเหียะฮฺ อัต-ตัรฆีบ วะ อัต-ตัรฮีบ, 3019, 3020, 3021)

ความหมายของถ้อยคำที่ว่า “คนสองคนที่เยี่ยมเยียนกับเพื่อข้า” คือการที่พวกเขาเยี่ยมเยียนกันเพื่ออัลลอฮฺ การแสวงหาความพึงพอพระทัยจากอัลลอฮฺจากการมีความรักต่อกันเพื่อพระองค์และการทำอิบาดะฮฺร่วมกันเพื่อพระองค์

(จากอัลมุนตะกอ ชัรหุลมุวัฏเฏาะ หะดีษ 1779)

5. การได้รับบททดสอบ “เหตุการณ์เลวร้ายและภัยพิบัติ” คือบททดสอบสำหรับบุคคลคนหนึ่ง อันเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าอัลลอฮฺทรงรักเขา เพราะบททดสอบนี้เปรียบเสมือนกับยารักษาโรค ถึงแม้ว่ามันจะมีรสชาติขมก็ตาม ดังเช่นที่ท่านเลือกที่จะนำยาไปให้คนที่ท่านรักทาน (เมื่อเขาป่วย) ทั้งที่ท่านทราบว่ามันมีความขม และแน่นอนว่า อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่กว่านั้น ดังที่มีการกล่าวไว้ในหะดีษเศาะเหียะฮฺบทหนึ่งว่า “รางวัลที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ เมื่ออัลลอฮฺทรงรักมวลมนุษย์ อัลลอฮฺจะทรงทดสอบพวกเขา และผู้ใดก็ตามยอมรับมัน ย่อมได้รับความพึงพอพระทัยจากอัลลอฮฺ และผู้ใดก็ตามที่พร่ำบ่นต่อบททดสอบนั้นย่อมได้รับความโกรธกริ้วจากพระองค์”

(รายงานโดย อัตติรฺมิซียฺ 2396 อิบนุ มาญะฮฺ 4031 จัดระดับว่าเป็นหะดีษเศาะเหียะฮฺโดยชัยคฺ อัลอัลบานียฺ)

ภัยพิบัติที่ประสบต่อบรรดาผู้ศรัทธานั้นย่อมดีกว่าการลงโทษที่ถูกเตรียมไว้สำหรับเขาในวันอาคิเราะฮฺ มันจะเป็นสิ่งที่เลวร้ายได้อย่างไรเมื่อสถานะของเขาได้ถูกยกให้สูงขึ้นและการกระทำบาปของเขาได้ถูกลบออกไป? ท่านเราะสูล (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม) กล่าวว่า “เมื่ออัลลอฮฺประสงค์ความดีงามต่อบ่าวของพระองค์ พระองค์จะทรงเร่งรีบการลงโทษแก่เขาในดุนยานี้ และเมื่ออัลลอฮฺทรงประสงค์ความเลวร้ายต่อบ่าวของพระองค์ พระองค์จะทรงยับยั้งบาปของเขาเอาไว้จนกระทั่งเขามาพร้อมกับความผิดบาปทั้งหลายของเขาในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ”

(รายงานโดย อัตติรฺมิซียฺ 2396 จัดว่าเป็นหะดีษเศาะเหียะฮฺ โดยชัยคฺ อัลอัลบานียฺ)

นักวิชาการได้ให้การอธิบายว่า ผู้ที่ “ภัยพิบัติ” และ “การทดสอบ” ของเขาถูกยับยั้งไว้นั้น คือบรรดาผู้กลับกลอก เพราะอัลลอฮฺทรงยับยั้ง (การลงโทษ) ของพระองค์ในโลกดุนยานี้ เพื่อที่พระองค์จะทรงนำเขาพร้อมด้วยบาปทั้งหลายของเขาไปแสดงให้เห็นในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ

โอ้ อัลลอฮฺ โปรดทำให้เราเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงรักด้วยเถิด อามีน

หากอัลลอฮฺทรงรักท่านแล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องถามถึงสิ่งดีงามและการสรรเสริญที่ท่านจะได้รับ เพราะมันเพียงพอสำหรับท่านแล้วที่ได้ทราบว่าท่านเป็นที่รักของอัลลอฮฺ ความยิ่งใหญ่แห่งความรักจากอัลลอฮฺที่มีต่อบ่าวของพระองค์มีดังนี้

1. ผู้คนทั้งหลายจะรักเขาและเขาจะเป็นที่ยอมรับบนผืนแผ่นดินนี้ ดังที่มีการกล่าวไว้ในหะดีษที่รายงานโดยอัลบุคอรียฺ (3209) ว่า “เมื่ออัลลอฮฺทรงรักบ่าวของพระองค์ พระองค์จะทรงกล่าวต่อญิบรีลว่า “ข้ารักบ่าวคนนั้น และบ่าวคนนี้” และญิบรีลก็จะรักเขาและป่าวร้องต่อประชาชาติแห่งสวนสวรรค์ว่า “อัลลอฮฺทรงรักคนนั้น และคนนี้ พวกท่านจงรักเขาเถิด” และประชาชาติแห่งสวนสวรรค์ก็จะรักเขาและเขาก็จะเป็นที่ยอมรับบนผืนแผ่นดินเช่นกัน”

2. สิ่งที่อัลลอฮฺทรงกล่าวไว้ในหะดีษกุดซียฺถึงการอำนวยพรอันประเสริฐต่อบรรดาผู้ที่อัลลอฮฺทรงรัก มีการรายงานว่าท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺกล่าวว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า อัลลอฮฺตรัสว่า “ ผู้ใดก็ตามที่แสดงความเป็นศัตรูต่อผู้ที่ข้ารัก ข้าจะประกาศสงครามกับเขา ไม่มีสิ่งใดที่บ่าวของข้าได้ปฏิบัติเพื่อให้ใกล้ชิดกับข้า ที่ข้าจะรักยิ่งกว่าสิ่งที่ข้าได้กำหนดเป็นศาสนบังคับ(ฟัรฎู)เหนือเขา และบ่าวของข้าจะยังคงปฏิบัติเพื่อให้ใกล้ชิดกับข้าด้วยกับสิ่งที่เป็นการงานที่เป็นการกระทำโดยสมัครใจ (สุนนะฮฺ นะฟิล) จนกระทั่งข้ารักเขา และเมื่อข้ารักเขา ข้าจะเป็นหูของเขาที่เขาใช้ฟัง เป็นดวงตาของเขาที่เขาใช้มอง เป็นมือของเขาที่เขาใช้หยิบจับ และเป็นเท้าของเขาที่เขาใช้เดิน และหากเขาวิงวอนขอต่อข้า แน่นอนข้าจะให้แก่เขา และหากเขาขอความคุ้มครองจากข้า ข้าย่อมให้ความคุ้มครองแก่เขา ข้าจะไม่ล่าช้าในสิ่งใดมากเท่ากับการที่ข้าล่าช้าในการฉุดวิญญาณบ่าวผู้ซื่อสัตย์ของข้า และหากเขาเกลียดความตาย ข้าย่อมเกลียดการสร้างความเจ็บปวดแก่เขา” (หะดีษบันทึกโดยอัล-บุคอรีย์ 6502) (หะดีษบทนี้คัดลอกส่วนหนึ่งมาจาก http://www.aslamradio.com/Alhadis/hadis38.html)

หะดีษข้างต้นนี้กล่าวถึงการอำนวยพรมากมายที่มาจากความรักของอัลลอฮฺต่อบ่าวของพระองค์
1. “ข้าคือหูของเขาที่เขาใช้ฟัง” คือ เขาจะไม่ฟังสิ่งใด เว้นแต่สิ่งที่อัลลอฮฺทรงรัก
2. “ดวงตาของเขาที่เขาใช้มอง” คือ เขาจะไม่มองสิ่งใด เว้นแต่สิ่งที่อัลลอฮฺทรงรัก
3. “มือของเขาที่เขาใช้หยิบจับ” คือ เขาจะไม่ใช้มือของเขากระทำสิ่งใด เว้นแต่สิ่งที่อัลลอฮฺทรงรัก
4. “เท้าของเขาที่เขาใช้เดิน” คือ เขาจะไม่ไปที่ใด เว้นแต่ทีที่อัลลอฮฺทรงรัก
5. “หากเขาวิงวอนขอต่อข้า แน่นอนข้าจะให้แก่เขา” คือ อัลลอฮฺจะทรงได้ยินการขอดุอาอฺของเขา และการวิงวอนขอของเขาจะได้รับการตอบรับ
6. “หากเขาขอความคุ้มครองจากข้า ข้าย่อมให้ความคุ้มครองแก่เขา” คือ เขาจะได้รับการปกป้องคุ้มครองด้วยอัลลอฮฺจากทุกๆ สิ่ง

เราขอต่ออัลลอฮฺให้พระองค์ทรงช่วยเหลือเราให้เราได้เป็นที่พึงพอพระทัย ณ ที่พระองค์

——————————————–
**ผู้แปล**
สำหรับผู้ที่ไม่ได้ประสบกับภัยพิภัยหรือบททดสอบที่เลวร้ายใดๆ ก็อย่าได้ประมาทต่อการดำเนินชีวิตของท่าน และก็อย่าได้คิดว่า การที่อัลลอฮฺมิได้ประทานบททดสอบใดๆ ที่หนักหน่วงแก่ท่านนั้นจะหมายความว่าพระองค์มิทรงรักพวกท่าน เพราะบางที “ความสุขสบาย ความสะดวกง่ายดาย ความมั่งมีในชีวิตของท่าน” อาจจะเป็นบททดสอบหนึ่งที่อัลลอฮฺทรงประทานให้แก่ท่านก็เป็นได้ .. ว่าท่านได้ใช้ “ความสุขสบาย ความมั่งมี ของท่าน” อย่างไร ใช้ไปในหนทางใด ดังที่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เคยกล่าวไว้ว่า

“สองเท้าของลูกหลานอะดัมจะไม่เคลื่อนย้ายไปที่ใดในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ ณ หน้าพระพักตร์ของพระเจ้าของเขา จนกว่าเขาจะถูกถามเกี่ยวกับ 5 ห้าประการนี้ เกี่ยวกับชีวิตของเขา ว่าเขาใช้มันไปอย่างไร? เกี่ยวกับช่วงวัยหนุ่มสาวของเขา ว่าเขาใช้ช่วงเวลานั้นเช่นไร? เกี่ยวกับทรัพย์สินของเขา ว่าเขาได้มาอย่างไร? และเขาใช้จ่ายไปในหนทางใด? และเขานำความรู้ที่เขาเรียนรู้มาไปใช้เช่นไร?” (อัตติรฺมิซียฺ)

ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ยังกล่าวด้วยว่า “มีการอำนวยพรอยู่สองประการที่ผู้คนส่วนใหญ่มักสูญเสียไป หนึ่ง สุขภาพที่ดี และ สอง เวลาว่าง” (บุคอรียฺ)

และท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “จงฉวยเอาผลประโยชน์จากห้าสิ่งนี้ก่อนที่อีกห้าสิ่งจะตามมา
1. ความหนุ่มสาวก่อนความชรา
2. สุขภาพที่ดีก่อนความเจ็บป่วย
3. เวลาว่างก่อนที่ท่านจะถูกครอบงำด้วยความยุ่ง
4. ทรัพย์สินก่อนความยากจน
5. การมีชีวิตก่อนความตาย (ฮะกิม)

แท้จริง อัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่ง

แปลเรียบเรียง بنت الاٍسلام

Read Full Post »

 
“ไม่มีความทุกข์ยากใดเกิดขึ้น เว้นแต่ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮฺ และผู้ใดก็ตามที่ศรัทธาในอัลลอฮฺ พระองค์จะทรงเปิดหัวใจของเขา (ไปสู่ความศรัทธาที่แท้จริงอย่างมั่นคง คือ สิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้นกับเขา แท้จริงแล้วมันได้ถูกบันทึก (กำหนด) ไว้แล้วแก่เขาด้วยอัลลอฮฺจากกอฏัรฺ (การกำหนดล่วงหน้าของพระผู้เป็นเจ้า)” (อัลกุรอาน 64.11)
อิบนุ กาษีรฺ กล่าวไว้ในคำอธิบายอัลกุรอานของท่านว่า “อายะหฺดังกล่าวมีความหมายว่า เมื่อบุคคลหนึ่งประสบกับความทุกข์ยาก และรู้ว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นด้วยพระ บัญชาและการกำหนดของอัลลอฮฺ แล้วเขาอดทน พร้อมแสวงหา (หวังที่จะได้รับ) รางวัลการตอบแทน ด้วยการยอมจำนนต่อการกำหนดของพระองค์ อัลลอฮฺจะทรงเปิดหัวใจของเขา และทรงทดแทนแก่เขาในสิ่งที่เขาได้สูญเสียไป”
อิบนุ อับบาสกล่าวว่า “อัลลอฮฺทรงเปิดหัวใจของเขาไปสู่ความศรัทธาอันแรงกล้าว และเขารู้ดีว่าสิ่งที่ประสบกับเขาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และสิ่งที่ไม่ประสบกับเขา ย่อมไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้
อัลกอมะฮฺกล่าวว่า “มันเป็นการกล่าวถึงบุคคลคนหนึ่งที่ประสบกับความทุกข์ยาก และเขาทราบว่ามันมาจากอัลลอฮ”
แหล่งที่มา หนังสือ ‘The pillars of Islam & Iman’
แปลและเรียบเรียง بنت الاٍسلام

Read Full Post »

พวกเรามุสลิม..บางคน อาจจะเคยพูดว่า

“ฉัน/ผมหยุดฟังเพลงไม่ได้หรอก
“ฉัน/ผมหยุดดูหนังดูละครไม่ได้หรอก”
“ฉัน/ผมรู้ว่าการมีแฟนมันหะรอม แต่ฉัน/ผมไม่สามารถเลิกกับแฟนได้”
“ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนระหว่างผู้ชาย/ผู้หญิงที่มีจะยุติลงได้ ต่อเมื่อฉัน/ผมหาสามี/ภรรยาได้เท่านั้นแหละ”
“ฉันจะสวมฮิญาบตอนที่ฉันแก่กว่านี้”

เพราะอะไรมันถึงเป็นการยากสำหรับพวกเราในการที่จะละทิ้งสิ่งที่หะรอมแห่งดุนยานี้?

เราลองมาดูคำตอบของ “เด็กหนุ่มชาวดัตซ์ที่เข้ารับอิสลามเมื่อ 5 ปีที่แล้ว” เมื่อเขาถูกถามเกี่ยวกับชีวิตก่อนหน้านี้ในฐานะของคนที่ไม่ใช่มุสลิม ว่าเขาตอบคำถามนั้นว่าอย่างไร..

ชัยค์มุหัมมัด อะรีฟียฺถามเขาว่า “”คุณสามารถลืมชีวิตก่อนหน้านี้ของคุณง่ายๆ อย่างนั้นได้อย่างไร” “คุณเคยถูกห้อมล้อมด้วยผู้หญิงมากมายในทุกๆ ที่ แล้วคุณลืมชีวิตที่เต็มไปด้วยเซ็กส์ เสียงเพลง ไวน์ และความบันเทิงที่หะรอมต่างๆ ได้อย่างไร”

เขาตอบว่า “อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้ทรงขจัดมันออกไปจากหัวใจของผม ขณะที่ผมกล่าว “ชะฮาดะฮฺ แห่งเตาฮีต” และกลายมาเป็นมุสลิมครับ”

ช่วงเวลาที่เขาได้กลายมาเป็นมุสลิม เขารู้ดีว่า “สิ่งอันเป็นที่รัก 2 สิ่งนั้นไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ในหัวใจของผู้ศรัทธา ซึ่งนั่นคือ “ความรักต่ออัลลอฮฺ” และ “ความรักต่อสิ่งที่หะรอม”

อินชาอัลลอฮฺ พวกเรามุสลิมย่อมตระหนักถึงข้อเท็จจริงนี้ด้วยเช่นกัน

แหล่งที่มา: The Real Beauty of a Muslimah
แปลเรียบเรียง بنت الاٍسلام

Image

Read Full Post »

Older Posts »

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 45 other followers

%d bloggers like this: