Feeds:
Posts
Comments

Archive for April, 2012

มีคนเขียนจดหมายถึงอิหม่ามสุฟยานว่า “โปรดให้คำตักเตือนสั้นๆ แก่ฉัน ด้วยเถิด”

ท่านตอบกลับว่า “ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงมีพระคุณยิ่ง ผู้ทรงเมตตายิ่ง ขออัลลอฮฺทรงปกป้องฉันและท่านจากความชั่วร้าย

พี่ชายของฉันเอ๋ย พีงทราบเถิดว่าความเศร้าโศกและความกังวลใจในโลกนี้ไม่มีวันสิ้นสุด และความสุขบนโลกนี้นั้นไม่มีความยั่งยืน

ดังนั้นจงอย่าเกียจคร้าน (ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อศาสนาของท่าน) มิเช่นนั้นแล้ว ท่านจะประสบกับความพินาศ .. ขอความสันติจงมีแด่ท่าน”

แปล بنت الاٍسلام

Read Full Post »

จงปรับปรุงการดำเนินชีวิตส่วนตัวของท่าน
และอัลลอฮฺจะทรงปรับปรุงการดำเนินชีวิตทางสังคมของท่าน
จงกระทำการงานระหว่างท่านกับอัลลอฮฺให้ดีเถิด
และอัลลอฮฺจะทรงทำให้การงานระหว่างท่านกับผู้คนนั้นดีเช่นกัน
จงทำงานเพื่อโลกหน้า และอัลลอฮฺจะทรงเป็นผู้ที่เพียงพอสำหรับท่านในโลกนี้
จงลงทุนซื้อโลกหน้า และใช้ชีวิตบนโลกนี้ดั่งเช่นหนทางการชำระเงินเพื่อซื้อโลกหน้า
และผลลัพธ์ที่ได้  ท่านจะได้รับผลกำไรทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
หากแต่ท่าน จงอย่าซื้อโลกนี้ด้วยราคาของโลกหน้า
เพราะหากท่านกระทำเช่นนั้น ท่านจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

อีม่าม สุฟยาน อัษเษารียฺ (เราะหิมะฮุลลอฮฺ)

แปล بنت الاٍسلام

Read Full Post »

“การยอมรับข้อบกพร่องของตัวเองคือ
หนึ่งในขั้นตอนแรกของการขัดเกลาตัวเอง
ผู้ใดก็ตามที่ทราบว่าตัวเขามีข้อบกพร่อง
นั่นถือเป็นการเริ่มต้นสู่หนทางแห่งการขัดเกลาตนเอง
มันเป็นหนึ่งในสัญญาณความห่วงใยจากอัลลอฮฺ
เมื่อบุคคลหนึ่งพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงตัวของเขา และปรับปรุงให้ดีขึ้น”

มุหัมมัด ศอลิฮฺ อัล มูนัจญิด (ชัยคฺประจำเวป Islam QA)

แปล بنت الاٍسلام

Read Full Post »

ท่านอิบนุล เญาซียฺ กล่าวว่า“มีบางสิ่งประสบกับฉันอันเป็นเหตุให้ฉันตกอยู่ในสภาวะเศร้าโศกและเกิดทุกข์เป็นอย่างยิ่ง จากนั้นฉันจึงเริ่มครุ่นคิดหาหนทางที่จะทำให้ฉันพ้นจากสภาวะเช่นนี้ไปได้ หากแต่ฉันไม่พบหนทางใด จนกระทั่งฉันรำลึกถึงอายะฮฺนี้

และผู้ใดก็ตามที่ยำเกรงต่ออัลลอฮฺและปฏิบัติหน้าที่ของเขาเพื่อพระองค์
พระองค์จะประทานทางออกแก่เขา (จากความยากลำบากทั้งหลาย)
อัลกุรอาน 65: 2

ฉันจึงตระหนักว่า “ความตักวา” (ความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ) คือทางออกสำหรับความทุกข์โศกทุกประเภท และตราบเท่าที่ฉันปฏิบัติตัวอยู่ในหนทางแห่งความตักวา ท้ายที่สุด ฉันก็ได้พบกับทางออก”

แปล بنت الاٍسلام

Read Full Post »

ท่านอลี อิบนุ อบี ฏอลิบ ต้องการให้คำตักเตือนต่อลูกชายของท่าน อัล หะซัน — ท่านจึงกล่าวว่า “ลูกชายของฉันเอ๋ย จงระวังต่อสามสิ่ง จงน้อมรับสามสิ่ง จงนอบน้อมต่อสามสิ่ง จงแข่งขันกับสามสิ่ง จงออกห่างจากสามสิ่ง จงปฏิเสธสามสิ่ง จงกลัวต่อสามสิ่ง และจงหวังต่อสามสิ่ง”

“โอ้ บิดาของฉัน โปรดชี้แจงด้วยเถิด” ท่านอัล หะซัน กล่าว

จงระวังความทะนงตน ความโกรธ และความปรารถนาอันต่ำช้า จงน้อมรับต่อคัมภีร์ของอัลลอฮฺ สุนนะฮฺของศาสนทูตของพระองค์ และการดำเนินชีวิตของบรรดาบ่าวผู้มีศีลธรรม จงรีบออกห่างจากการกระทำชั่ว จงรีบเร่งสู่การสำนึกผิด และจงวิ่งตรงไปสู่การแสวงหาความรู้

ลูกชายของพ่อเอ๋ย จงออกห่างจากการกล่าวเท็จ การทรยศ และการฝ่าฝืน จงปฏิเสธความชั่วและผู้คนแห่งความชั่ว การกลับกลอกและผู้คนแห่งการกลับกลอก ความโง่เขลาและผู้คนแห่งความโง่เขลา จงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ จงกลัวสหายของบรรดาผู้ที่ปราศจากความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ และจงกลัวถ้อยคำชั่วร้ายจากลิ้นของเจ้า จงมีความหวังว่าอัลลอฮฺจะทรงอภัยโทษต่อบาปทั้งหลายของเจ้า จงหวังว่าพระองค์จะทรงตอบรับการงานทั้งหลายของเจ้า และจงหวังว่าพระองค์จะทรงตอบรับการวอนขอของเราะสูลของเจ้า

แหล่งที่มา http://www.kalamullah.com/repentance.html
แปล بنت الاٍسلام

Read Full Post »

Manner: Asking in secret and supplicating in neither a loud nor low voice
แหล่งที่มา
Ebook “Manner of Du’a”  Page 7-8
http://www.tawheednyc.com/ibaadah/dua/mannersofdua.pdf

Image

อัลลอฮฺทรงตรัสว่า การกล่าวถึงพระเมตตาของอัลลอฮฺที่มีต่อบ่าวของพระองค์ ซะกะรียาฮฺ  เมื่อเขาวิงวอนต่อพระเจ้าของเขา  เขาวอนขอจากพระองค์อย่างลับๆ” (หรือ เมื่อเขาวิงวอนต่อพระเจ้าของเขา ด้วยการวิงวอนอย่างค่อย ๆ –alquran-thai.com) (มัรยัม 3)

“จงอย่ากล่าวการละหมาด (การวิงวอนต่อพระองค์) ของท่านด้วยเสียงที่ดัง หรือกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เบา แต่จงแสวงหาความเป็นกลางระหว่างนั้น” (คือน้ำเสียงที่ไม่ดังไปหรือเบาไป)  (อัล อิสรออฺ 110)

จงวอนขอจากพระเจ้าของเจ้าด้วยความนอบน้อมและในที่ลับ (ไม่ให้เป็นที่รับรู้ในที่สาธารณะ) ด้วยเพราะอัลลอฮฺมิทรงรับบรรดาผู้ที่ละเมิดขอบเขต”  (อัล อะอฺรอฟ 55)

ท่านอบู มูซา อัล อัชชารียฺ กล่าวว่า ครั้งหนึ่งผู้คนวิงวอนขอ (ดุอาอฺ) ด้วยเสียงที่ดัง ด้วยเหตุนี้ท่านเราะสูล (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม) จึงกล่าวว่า  “จงทำให้ง่ายดายแก่ตัวของพวกท่านเองเถิด ท่านไม่ได้กำลังร้องเรียกใครสักคนที่หูหนวก หรือสูญหายไปแต่อย่างใด (หากแต่) ท่านกำลังร้องเรียกพระองค์ผู้ทรงเห็นทุกสิ่งและได้ยินทุกสิ่ง พระองค์ทรงอยู่ใกล้ท่านยิ่งกว่าคอของท่านเสียอีก  โอ้ อับดุลลอฮฺ บิน ก็อยซฺ  ฉันควรบอกแก่ท่านถึงถ้อยคำอันเป็นสิ่งล้ำค่าแห่งสวนสวรรค์หรือไม่? นั่นคือ ไม่มีพลังอำนาจใด หรืออานุภาพใด เว้นแต่การอนุมัติของอัลลอฮ” (มุสลิม และบุคอรียฺ)

อับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัร รายงานว่า ท่านเราะสูล (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม) กล่าวว่า หัวใจก็เปรียบเสมือนกับเรือ บ้างก็เคลื่อนตัวด้วยความระมัดระวัง และมีความใหญ่มากกว่าเรือลำอื่น เมื่อท่านวอนขอจากอัลลอฮฺ ท่านควรมั่นใจว่า (การวอนขอของท่าน) จะได้รับการตอบรับ และตระหนักว่าอัลลอฮฺจะมิทรงตอบรับการวอนขอที่มาจากหัวใจที่ปราศจากความใส่ใจและเผลอเรอ” (อะหมัด)

Read Full Post »

แหล่งที่มา Ruling on making du’aa’ in English
http://www.islamqa.com/en/ref/11588
แปล
بنت الاٍسلام

Imageคำถาม

ฉันสามารถกล่าวดุอาอฺในภาษาอังกฤษได้หรือไม่ (รวมถึงภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอาหรับ: ผู้แปล)

คำตอบ

การขอดุอาอฺที่ไม่ได้อยู่ในการละหมาดด้วยภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นนั้นได้รับการอนุมัติ แต่ไม่เป็นการอนุมัติที่จะกล่าวภาษาอื่น “ในการละหมาด” นอกเหนือจาก “ภาษาอาหรับ” (ตามความเห็นของบรรดาอุลามะฮฺส่วนใหญ่)

แต่หากว่ามุสลิมสามารถที่จะกล่าวเป็นภาษาอาหรับได้ในทุกกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำอิบาดะฮฺ (การดุอาอฺ ก็เป็นหนึ่งในการทำอิบาดะฮฺ) มันก็เป็นการดีกว่า และสมควรปฏิบัติมากกว่า

ชัยคฺ อับดุล อัลการีม อัลคุดัยรฺ

Read Full Post »

แหล่งที่มา :: Ruling on making du’aa’ in languages other than Arabic in the prayer
http://www.islamqa.com/en/ref/20953/
แปล
بنت الاٍسلام

Image

คำถาม

เราสามารถขอดุอาอฺด้วยภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอาหรับในการละหมาดหลังจากตะชะฮุด ได้หรือไม่ รวมไปถึงการขอดุอาอฺสุนนะฮฺ?

เราสามารถขอดุอาอฺอื่นๆ ที่อยู่ในอัลกุรอาน ที่ไม่ใช่สุนนะฮฺได้หรือไม่?

คำตอบ

มวลการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ

ประการแรก

หากผู้ทำอิบาดะฮฺ (สักการะ) สามารถกล่าวดุอาอฺในภาษาอาหรับได้เป็นอย่างดี มันก็ไม่เป็นการอนุมัติสำหรับเขาที่จะขอดุอาอฺด้วยภาษาอื่นจากนั้น

แต่หากว่าผู้ทำอิบาดะฮฺไม่สามารถที่จะขอดุอาอฺในภาษาอาหรับได้ มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะไม่ขอดุอาอฺด้วยภาษาแม่ของเขา ตราบใดที่เขาได้ศีกษาภาษาอาหรับในระหว่างนั้น

ส่วนเรื่องของการขอดุอาอฺด้วยภาษาอื่นจากภาษาอาหรับที่ไม่ได้อยู่ในการละหมาดนั้น ก็ไม่ถือเป็นความผิดใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากว่ามันจะทำให้ผู้ทำอิบาดะฮฺมีสมาธิโดยมุ่งจุดสนใจทั้งหมดไปที่ดุอาอฺของเขา

ชัยคุล อิสลาม อิบนุ ตัยมิยยะฮฺ  (เราะหิมะฮุลลอฮฺ) กล่าวว่า: เป็นการอนุมัติที่จะกล่าวขอดุอาอฺในภาษาอาหรับและภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอาหรับ อัลลอฮฺทรงรู้ถึงเจตนาของผู้วอนขอและทรงรู้ถึงสิ่งที่เขาปรารถนา ไม่สำคัญว่าเขาจะพูดภาษาอะไรก็ตาม เพราะพระองค์ทรงได้ยินเสียงทุกเสียงด้วยภาษาที่แตกต่างกัน และทรงได้ยินการวอนขอตามความปรารถนาทุกๆ ประเภทของบ่าวของพระองค์

(มัจญ์มูอฺ อัลฟัตวา 22/488-489)

ประการที่สอง

ไม่ถือเป็นความผิดใดในการที่จะอ่านดุอาอฺจากอัลกุรอาน ถึงแม้ว่าจะไม่มีการรายงานในสุนนะฮฺว่าท่านเราะสูล (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม) เคยอ่านถ้อยคำเหล่านั้นในดุอาอฺของท่าน เพราะถ้อยคำที่มาจากอัลกุรอานเป็นถ้อยคำที่ดีงามทั้งหมดและมีข้อแนะนำตักเตือนในนั้นด้วย อีกทั้งดุอาอฺส่วนใหญ่ของบรรดานบีและเราะสูล ที่เรารู้จักกันนั้นต่างมาจากอัลกุรอาน จึงไม่เป็นที่น่าสงสัยว่า “ดุอาอฺของพวกท่าน” เป็นดุอาอฺที่มีความงดงามและมีความหมายที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง

ชัยคุล อัล อิสลาม อิบนุ ตัยมิยยะฮฺ  (เราะหิมะฮุลลอฮฺ) กล่าวว่า: เราควรจะขอดุอาอฺด้วยดุอาอฺที่มีการกำหนดไว้ในอัลกุรอานและสุนนะฮฺ เพราะถ้อยคำเหล่านั้นมีความประเสริฐและดีงาม และเป็นหนทางที่เที่ยงตรง บรรดานักวิชาการอิสลามและอิหม่ามจะกล่าวถ้อยคำดุอาอฺที่ถูกกำหนดในอิสลาม และออกห่างจากดุอาอฺที่คิดค้นขึ้นมาเอง ดังนั้นเราควรที่จะปฏิบัติตามพวกท่านเช่นเดียวกัน

(มัจญ์มูอฺ อัลฟัตวา , 1/346, 348)

แท้จริงอัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่ง
Islam QA

Read Full Post »

ท่านสุฟยาน อัษเษารียฺเคยใช้เวลายามค่ำคืนและช่วงกลางวันไปกับการร้องไห้

มีผู้คนเคยถามท่านว่า “เหตุใดท่านจึงร้องไห้ มันเป็นเพราะท่านเกรงกลัวต่ออัลลอฮฺกระนั้นหรือ”
ท่านตอบว่า “ไม่ใช่เช่นนั้นหรอก”

พวกเขาจึงถามว่า “มันเป็นเพราะความกลัวต่อไฟนรกกระนั้นหรือ?”
ท่านตอบว่า “ไม่ใช่ มันไม่ใช่เพราะความกลัวต่อไฟนรกที่ทำให้ฉันหลั่งน้ำตา หากแต่สิ่งที่ทำให้ฉันต้องหลั่งน้ำตา นั่นเป็นเพราะว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้ ฉันได้ทำการสักการะต่ออัลลอฮฺ อีกทั้งยังทำการสอนผู้คนด้านวิชาการ (เรื่องศาสนา) หากแต่ฉันเองไม่แน่ใจว่าเจตนาทั้งหมดของฉันนั้นมีความบริสุทธิ์ใจเพื่ออัล ลอฮฺหรือไม่”

แปล بنت الاٍسلام

ฉันไม่แน่ใจ..

 

Read Full Post »

“ความรู้อย่างเดียว ไม่เพียงพอ”

Knowledge alone does not suffice
แหล่งที่มา
http://www.facebook.com/profile.php?id=1456943253#!/notes/lives-of-the-salaf/knowledge-alone-does-not-suffice-inspirational/141634792532972
ถอดความ
بنت الاٍسلام

ท่านมูฮัมมัด บิน อบี อลี อัล-อัซบะฮานียฺ กล่าวว่า ..

จงปฏิบัติตาม “ความรู้ที่ท่านได้มา” และท่านย่อมได้ผลประโยชน์จากมัน
โอ้ มนุษย์เอ๋ย ความรู้จะไม่ก่อประโยชน์อันใด หาก “มัน” ไม่ถูกนำมาปฏิบัติอย่างสมบูรณ์

“ความรู้” คือ ความงดงาม และ “ความตักวา” (ความยำเกรง) ต่ออัลลอฮฺ คือ เครื่องประดับประดา
บรรดาผู้ที่มี “ความตักวา” คือผู้ที่ครอบครองซึ่ง “ความรู้”

ข้อพิสูจน์ของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเป็นเจ้าของความรู้ทั้งหลาย นั้นยิ่งใหญ่
ไม่ว่าจะเป็น “การวางแผน” หรือ “แบบแผน” ต่างเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์

จงแสวงหาความรู้ และปฏิบัติการงานตามที่ท่านมีความสามารถเถิด
และจงอย่าให้ “การงานที่ไร้ประโยชน์” หรือ “การโต้แย้ง” มาขัดขวางท่าน

จงนำ “ความรู้” มาเป็น “เป้าหมาย” เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้คน
และพึงระวัง จงพึงระวัง “ความเหนื่อยล้า” และ “ความเบื่อหน่าย” จะไล่ตามท่าน

จงให้การตักเตือนพี่น้องของท่านด้วยความอ่อนโยน เมื่อเขาหลงผิด
ด้วยเพราะ “ความรู้” เป็นที่รักยิ่งต่อบรรดาผู้เอาชนะความผิดพลาดทั้งหลาย

และหากท่านอยู่ท่ามกลางผู้คนที่ปราศจากซึ่งศีลธรรมทางศาสนา
ดังนั้น จงสั่งใช้ให้เขากระทำความดี เมื่อเขากระทำสิ่งที่โง่เขลา (บาป)

และหากเขาดื้อดึง ก็จงให้การเตือนสติเขาโดยปราศจากความขุ่นเคือง
และจงมีความอดทน จงอดทนอย่างมาก และจงอย่าให้ “การกระทำของเขา” ทำให้ท่านเป็นทุกข์

ด้วยเพราะว่า แพะทุกตัวต่างถูกผูกติดอยู่กับเท้าทั้งสองของมัน
จงอดทนเถิด ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นผู้รักความอธรรม หรือผู้รักความยุติธรรมก็ตาม

อัลคอฏีบ อัลบัฆดาดีย์ อิกติฎออฺ อัลอิลมฺ อัลอะมาล

Read Full Post »

« Newer Posts - Older Posts »

%d bloggers like this: