Feeds:
Posts
Comments

Archive for August, 2012

‘ความรักที่มีระหว่างมนุษย์ด้วยกัน’ มีหลากหลายรูปแบบ.. แต่มีความรักอยู่รูปแบบหนึ่งที่สวยงามกว่าความรักรูปแบบไหนๆ นั่นคือ ‘ความรักที่พ่อและแม่มีต่อลูก’ .. เพราะมันเป็น ‘ความรักที่บริสุทธิ์ตามธรรมชาติ’ ที่พระเจ้าประทานให้เกิดขึ้นในหัวใจของคนเป็นพ่อและแม่ รัก..ตัั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า รักมากยิ่งขึ้น..เมื่อพบเห็นและสัมผัส รัก..ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้จัก รัก..แม้ไม่รู้ว่าเขาจะรักเราหรือไม่ รัก..แม้ว่าเขาอาจจะไม่ใช่คนที่น่ารักที่สุด หรือดีที่สุด และยังคงรัก..แม้เขาจะทำอะไรไม่ดีหรือทำอะไรผิดพลาดไปก็ตาม..

ความรักในรูปแบบอื่น.. เราต่างรักด้วยเหตุผล.. รักตามหน้าที่บ้าง รักเพราะเขารักเราบ้าง รักเพราะสงสาร รักเพราะเขาดีกับเรา รักเพราะอยากให้เขารักตอบ รักด้วยผลประโยชน์ต่างตอบแทน อื่นๆ อีกมากมาย.. แต่ ‘ความรักที่มีต่อลูก’ มันบริสุทธิ์ยิ่งกว่านั้น.. มันเป็นความรักที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีเหตุผลจริงๆ

และหากว่าความรักที่พ่อแม่มีต่อลูกยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ลองคิดดูสิว่า ความรักที่พระผู้ทรงสร้างมีต่อมนุษย์อย่างเราๆ ที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมา จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน ซุบฮานั้ลลอฮฺ

ปล. ถ้าอยากรู้ว่า..รักที่บริสุทธิ์นี้เป็นยังงัย.. ก็ลองเป็น ‘คุณแม่’ ดูสิคะ แล้วจะเข้าใจ.. แต่หาคู่ครองแต่งงานให้ได้ก่อนนะ ^^

بنت الأسلم

20120823-055358 PM.jpg

Advertisements

Read Full Post »

คนเป็นภรรยาหลายคนต่างเรียกร้อง ‘ความเป็นผู้นำ’ จากสามี …แต่เราก็ควรถามตัวเองก่่อนว่าเราเป็นผู้ตามที่ดีหรือเปล่า เราดื้อ ขัดขืนต่อความต้องการของสามีที่ถูกต้องตามหลักการของศาสนาหรือเปล่า เราได้เปิดโอกาส ให้เวลาหรือยอมรับการแสดงออกถึงความเป็นผู้นำของเขาหรือไม่ ..หรือเรามักทำตัวเป็นผู้นำเสียเอง ด้วยการดื้อดึง พูดจาดูถูก หยาบคาย ไม่ให้เกียรติสามีไม่ว่าด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งหรือเปล่า.. หรือทุกๆ ครั้งที่สามีแสดงออกถึงความเป็นผู้นำ เราเองที่ไม่ยอมรับมันและประนามว่า ‘เขาเผด็จการ บ้าอำนาจ’ ใช่หรือไม่

หากเราต้องการ ‘ความเป็นผู้นำ’ จากสามี เราก็ควรพิจารณาดูว่า ‘ตัวเราเองนั้นเป็นผู้ตามที่ดีหรือยัง เราเชื่อฟังเขาหรือไม่’

เช่นเดียวกัน .. สำหรับผู้เป็นสามี.. หากคุณต้องการให้ภรรยาเชื่อฟังคุณ คุณก็ควรถามตัวเองว่าคุณเป็นผู้นำที่ดีหรือยัง…

بنت الأسلم

20120823-054822 PM.jpg

Read Full Post »

20120823-054235 PM.jpg

“มีหลายคน ที่เมื่อพวกเขามีความรู้มากขึ้นก็กลายเป็นคนที่ชอบทำการตัดสินอย่างขาดสติมากขึ้น โดยที่พวกเขามีความรู้สึกว่าพวกเขาเป็นฝ่ายถูกและอะไรก็ตามที่ขัดกับ ‘ความรู้ที่มีอยู่จำกัดของพวกเขา’ นั้นผิด ซึ่งนั่นไม่ใช่วิสัยที่ผู้ศึกษาหาความรู้ควรเป็น”

{นูอฺมาน อาลี คาน}
แปล بنت الأسلم

Read Full Post »

20120820-110327 PM.jpg

หะดีษ:: ความหึงหวงของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม
=====================
ท่านอัลมุฆิเราะฮฺ บิน ชุบะอฺ (เราะฏิยัลลอฮุ อันฮุ) รายงานว่า ท่านซาดฺ บิน อุบัยดะฮฺ เราะฏิยัลลอฮุ อันฮุ กล่าวว่า “ท่านเราะสูล หากแม้ว่าฉันเห็นชายคนหนึ่งอยู่กับภรรยาของฉัน ฉันจะกระโจนเข้าหาเขาด้วยดาบ แต่ไม่ใช่ส่วนที่ทื่อของมัน (ดาบ)”

เมื่อท่านเราะสูล ได้ยินเช่นนั้น ท่านกล่าวว่า “พวกท่านประหลาดใจต่อความหึงหวงต่อเกียรติของซาดฺหรือไม่?

ด้วยอัลลอฮฺ ฉันนั้นหึงหวงต่อเกียรติของฉันมากกว่าเขาเสียอีก และอัลลอฮฺนั้นทรงมีความหึงหวงต่อเกียรติของพระองค์มากยิ่งกว่าฉัน

ด้วยเพราะความหึงหวงของอัลลอฮฺ พระองค์จึงได้ทรงสั่งห้าม (การกระทำ) สิ่งที่น่ารังเกียจ ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง และไม่มีผู้ใดที่หึงหวงต่อเกียรติของเขามากยิ่งไปกว่าอัลลอฮฺ

และไม่มีผู้ใดที่รักการยอมรับการขออภัย (ข้อแก้ตัว) มากไปยิ่งกว่าอัลลอฮฺ เนื่องด้วยเพราะสิ่งที่พระองค์ได้ส่งบรรดาศาสนทูต ผู้แจ้งข่าวดี และผู้ตักเตือนมา (แก่ประชาชาติ)

และไม่มีผู้ใดที่รักการสรรเสริญมากยิ่งไปกว่าอัลลอฮฺ เนื่องด้วยเพราะสิ่งที่พระองค์ทรงให้สัญญาว่าจะประทานสวนสวรรค์ (แก่ผู้ทำการสรรเสริญ)”

(มุสลิม เล่มที่ 9 เลขที่ 3572)
แปล بنت الإسلام

Read Full Post »

20120820-101842 PM.jpg

‘ผู้ที่ดีที่สุดในบรรดามุสลิมคือผู้ที่ปฏิบัติต่อภรรยาของเขาอย่างดีที่สุด’ นี่คือสิ่งที่เราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวไว้

มีพี่น้องมุสลิมะฮฺหลายท่านพูดถึงสามีของพวกเธอว่า พวกเขามักหยอกล้อ หัวเราะสนุกสนานกับเพื่อนๆ ของพวกเขา หากแต่เมื่อพวกเขากลับมาถึงบ้าน พวกเขากลับกลายเป็นคนขี้โมโหเจ้าอารมณ์ โดยที่คุณแทบจะไม่เห็นพวกเขายิ้มแย้มหรือให้ความช่วยเหลือในการทำงานบ้านเลย

ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมนั้น เคยเย็บปะเสื้อผ้าของท่าน รีดนมแพะ และซ่อมรองเท้าด้วยตัวของท่านเอง ท่านเป็นที่รักของบรรดาภรรยาของท่านด้วยเพราะความเมตตาและความอ่อนโยนของท่าน

ดังนั้น หากคุณ (มุสลิมีน) รักท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และอยากอยู่ร่วมกับท่าน ก็จงเป็นเช่นที่ท่านเป็นเถอะ!

ถ่ายทอดโดย ชัยคฺอัซซิม อัลฮากีม
แปลเรียบเรียง بنت الاسلام

Read Full Post »

20120820-083334 PM.jpg

อย่าใส่ใจคำวิพากษ์วิจารณ์ (ที่ชั่วร้าย)
***************
ชัยคฺอัซซิม อัลฮะกีม

ผู้ชายคนหนึ่งบอกผม (ชัยคฺอัซซิม) ว่า:: ผมรู้สึกรำคาญกลุ่มคนที่เอาแต่วิพากษ์วิจารณ์ทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่างที่ผมทำ นี่มันผิดที่ตัวผมหรือพวกเขาเกิดมาเป็นแบบนั้นเองครับ?

ผม (ชัยคฺอัซซิม) ตอบว่า::มันก็จะมีคนแบบนี้ที่คอยสร้างความรำคาญใจให้คุณอยู่ตลอดนะแม้แต่บรรดาเราะสูลและนบีเองต่างต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นเดียวกันนี้ มันมีคนที่มีชีวิตเพื่อวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นอยู่ พวกเขาเปรียบเสมือนกับแมลงวันที่ตกลงไปในของสกปรกและเน่าเหม็น พวกเขาตาบอดด้วยเพราะจิตใจที่ชั่วร้ายของตัวเองที่เกิดมาจากความเกลียดชัง พวกเขามองเห็นเพียงแต่ความผิดพลาด ข้อบกพร่องทั้งหลาย และขณะเดียวกันก็มองข้ามข้อดีและสิ่งที่ดีงามมากมาย

‘การตอบโต้คนเหล่านี้คือเชื้อไฟที่ช่วยประทังชีวิตพวกเขา’ หากคุณเพิกเฉยไม่ใส่ใจพวกเขา พวกเขาย่อมเกิดความรู้สึกอึดอัด ทุกข์ทรมานจากนั้นก็อันตรธานหายไป และกลายเป็นคนไร้วิญญาณที่เฝ้ามองหาเหยื่อรายต่อไป ดังนั้นจงเดินหน้าทำหน้าที่ดะอฺวะฮฺของคุณต่อไปเถอะ

‘สุนัขก็ทำได้เพียงแค่เห่า ขณะที่คนเดินทางยังคงมุ่งหน้าเดินทางต่อไป’

แปลเรียบเรียง بنت الاسلام

ปล ‘การแนะนำตักเตือนด้วยมารยาทที่ดีงาม’ นั้นย่อมต่างจาก ‘การวิพากษ์วิจารณ์ที่ชั่วร้าย’

Read Full Post »

20120820-082331 PM.jpg

การกล่าวทักทายในวันอีด
‘ตะก็อบบะลัลลอฮุ มินนา วะ มินกุม’ (ขออัลลอฮฺทรงตอบรับการงานจากท่านและจากพวกเรา)
************************
คำถาม::มันเป็นที่อนุมัติสำหรับมุสลิมในการที่จะกล่าวทักทายกันในวันอีดด้วย ‘คำทักทายเฉพาะ’ ที่มีการรายงานจากบรรดาเศาะฮาบะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุมมา) และจากบรรดาสลัฟหรือไม่?

คำตอบ::ชัยคุล อิสลาม อิบนุ ตัยมิยยะฮฺกล่าวว่า: ในกรณีที่ผู้คนกล่าวทักทายกันหลังจากการละหมาดอีดด้วยประโยค ‘ตะก็อบบะลัลลอฮุ มินนา วะ มินกุม’ (ขออัลลอฮฺทรงตอบรับการงานจากท่านและจากพวกเรา)

มีการรายงานว่าเศาะฮาบะฮฺบางท่านได้ทำการทักทายต่อกันเช่นนั้นในวันอีดและบรรดานักวิชาการก็อนุมัติให้สามารถนำมาปฏิบัติได้ อย่างไรก็ตาม อิหม่ามอะหมัดกล่าวว่า ‘ฉันไม่ได้เริ่มกล่าวคำทักทายด้วยประโยคดังกล่าวต่อใครก่อน แต่หากว่ามีใครกล่าวมันกับฉัน ฉันก็จะตอบรับเขา ด้วยเพราะว่า ‘การตอบรับคำทักทาย’ คือสิ่งที่จำเป็นต้องกระทำ (วาญิบ) แต่ ‘การ (เป็นผู้) เริ่มกล่าวทักทายก่อน’ นั้นไม่ใช่สุนนะฮฺที่จำต้องกระทำ และมันก็ไม่ได้เป็นสิ่งต้องห้ามในการที่จะกระทำเช่นกัน ดังนั้นผู้ใดก็ตามที่ปฏิบัติมันก็ถือว่าเขามีแบบอย่างจากบรรดาสลัฟ และผู้ใดก็ตามที่ไม่ได้ปฏิบัติมันก็ถือว่าเขามีแบบอย่างจากบรรพบุรุษ (สลัฟ) เช่นกัน [มัจญมู อัลฟัตวา (24/253)]

อัลฮาฟิษ อิบนุ ฮัจญรฺ อัลอัซกอละนียฺ (เราะหิมะฮุลลอฮฺ) กล่าวว่า ‘เราได้กล่าวไว้ใน ‘มะฮามิลิยฺยาตฺ’ ด้วยสายรายงานที่หะซัน จากการบอกเล่าของท่านญะบีรฺ อิบนุ นุฟัยรฺ ที่กล่าวว่า ‘เมื่อบรรดาเศาะฮาบะอฺของเราะสูล (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม). พบปะกันในวันอีด พวกเขาจะทักทายกันด้วยการกล่าวว่า ‘ตะก็อบบะลัลลอฮุ มินนา วะ มินกุม’ (ขออัลลอฮฺทรงตอบรับการงานจากท่านและจากพวกเรา)
[อัล มะฮามิลิยฺยาตฺ; หะซัน อิสนาด; ฟัตหุลบารียฺ 2:446]

ท่านอิบนุกุดามะฮฺกล่าวไว้ในอัลมุฆนียฺ (2/259) ว่าท่านมุหัมมัด อิบนุ ซิยาดกล่าวว่า ‘ฉันอยู่กับอบู อุมามะฮฺ อัลบาฮิลียฺและเศาะฮาบะฮฺท่านอื่นๆ ของเราะสูล ขณะที่พวกเขากลับจากอีด และพวกเขาได้กล่าวทักทายต่อกันว่า ‘ตะก็อบบะลัลลอฮุ มินนา วะ มินกุม’ (ขออัลลอฮฺทรงตอบรับการงานจากท่านและจากพวกเรา)

แหล่งที่มา http://www.ahlalhdeeth.com/vbe/archive/index.php/t-3618.html
แปลเรียบเรียง بنت الاسلام

Read Full Post »

%d bloggers like this: