Feeds:
Posts
Comments

Archive for November, 2012

‘การเป็นแม่ที่ดี’ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิธีการคลอดลูกของคุณ การให้นมลูกด้วยนมแม่หรือนมจากขวด

ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้ผ้าอ้อมแบบไหน หรือของใช้แบบใดเช่นที่หลายๆ คนต่างหลงใหล

เพราะลูกของคุณคงไม่มาจดจำหรอกว่า..แม่คลอดเขาออกมาอย่างไรหรือนมแบบใดที่แม่ใช้ป้อน หรือผ้าอ้อมชนิดไหนที่คุณใช้กับก้นน้อยๆ ของเขา

หากแต่พวกเขาจะจดจำการหอม การจูบ การโอบกอด และการเล่นจ๊ะเอ๋ของคุณ ความอบอุ่นของคุณ กลิ่นของคุณ ความปลอดภัยที่พวกเขารู้สึก เวลาที่พวกเขาอยู่ใกล้ชิดคุณต่างหาก

และที่สำคัญที่สุดคือ ‘พวกเขาจะรักคุณ ก็เพราะว่าคุณรักพวกเขา’ ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งสำคัญ
•••••••••••••
แหล่งที่มาต้นฉบับภาษาอังกฤษ เพจ Islam for kids
بنت الاسلام แปล

20121130-115509 AM.jpg

Advertisements

Read Full Post »

20121117-044954 PM.jpg

“ผมกำลังบอกต่อ ‘บรรดาชาวไซออนนิสต์จอมเผด็จการ’ อยู่ว่า ‘หากท่านยังคงยืนกรานต่อการรุกราน ล่วงละเมิด ของท่านอยู่’ ท่านจะต้องเผชิญกับผลลัพธ์จากความผิดพลาดของท่าน และบรรดาผู้ที่คิดว่ากำลังทำการปกป้องท่านอยู่

ผมกำลังบอกให้อิสราเอลหยุด.. หรือมิเช่นนั้นท่านจะต้องเผชิญกับ ‘ความโกรธของชาวอียิปต์’ จิตวิญญานของพวกเราจะต่อสู้เพื่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ทุกคนควรทราบว่าความมุ่งมั่นและศักยภาพของอียิปต์สามารถโค่นล้มรากเหง้าของความชั่วร้ายได้เช่นเดียวกับที่มันเคยโค่นล้มความเผด็จการ การกดขี่ข่มเหงมาแล้ว

จงอ่านประวัติศาสตร์เสียและท่านจะรู้ว่าท่านไม่มีทางที่จะประสบกับชัยชนะได้

มันจะไม่มีซึ่ง ‘ความสันติ’ หรือ ‘ความก้าวหน้า’ กับความเผด็จการ เพราะ ‘เลือดของบรรดาเหยื่่อผู้เคราะห์ร้าย’ จะกลายเป็นคำสาปแช่งบนตัวของพวกท่านและจะผลักดันให้ประชาชาติทั้งหมดทำการต่อต้านท่าน

บรรดาไซออนนิสต์จะไม่มีอำนาจเหนือผู้คนแห่งกาซ่า และเราจะไม่ปล่อยให้กาซ่าต้องอยู่เพียงลำพัง”

ประธานาธิบดีมุรฺซียฺ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

ถอดความและเรียบเรียงจากเพจ Sheikh Waleed Abdulhakeem

Read Full Post »

มีผู้ชายคนหนึ่งในมัสญิดบอกกับผมว่า หากไม่ใช่ด้วยเพราะภรรยาของเขา เขาคงหายนะไปแล้ว ภรรยาของเขาเพียรพยายามอย่างไม่ย้อท้อเป็นระยะเวลา 18 ปี เพื่อทำให้เขาละหมาด เธอเคยเอาน้ำมาให้เขาเพื่อให้เขาอาบน้ำละหมาด แต่เขาก็สาดมันทิ้ง แต่ด้วยความไม่ย้อท้อและความเพียรพยายามของเธอ ปัจจุบันนี้เขาละหมาดห้าเวลาต่อวันที่มัสญิด เขาพลางร้องไห้ไปขณะที่บอกกับผมว่าเขารักภรรยาของเขามากเพียงใด .. ดังนั้นพี่น้องที่รัก จงอย่าละเลยต่อสตรีที่ดีเช่นนี้เลย

ขออัลลอฮฺทรงประทานสถานะที่สูงที่สุดแก่เธอในญันนะฮฺ และทรงประทานความเมตตาต่อสามีของเธอ เพื่อที่เขาจะได้พบกับเธอที่นั้น อามีน

แหล่งที่มา Muslim Speakers 
แปล بنت الاسلام

Image

Read Full Post »

20121104-010024 PM.jpg

อิหม่ามอิบนุล เญาซียฺ (เราะหิมะฮุลลอฮฺ) เขียนไว้ในหนังสือของท่านเกี่ยวกับ “ความดีงามของอิหม่ามอะหมัด (เราะหิมะฮุลลอฮฺ)” โดยท่านได้บอกเล่าเรื่องราวที่งดงามเรื่องหนึ่งอันทำให้ตระหนักถึง “ความสำคัญของการอัซการฺ”

“อิหม่ามอะหมัด” คือบุรุษท่านหนึ่งที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในโลกมุสลิม ทั้งก่อนและหลังช่วงชีวิตของท่าน อีหม่ามอัดเศาะฮาบียอฺเคยกล่าวว่า งานญะนาซะฮฺของอีหม่ามอะหมัดนั้นมีความยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงยุคนั้น เพียงแค่วันเดียวเท่านั้น มีคนถึง 1.3 ล้านคนที่เข้าร่วมละหมาดญะนาซะฮฺให้กับท่าน ซุบฮานั้ลลอฮฺ อีหม่ามอะหมัดมักจะปกปิดใบหน้าของท่านขณะเดินทางออกไปแสวงหาความรู้ เพื่อที่ผู้คนจะไม่สามารถจดจำท่านได้ และนี่คือความถ่อมตนของท่าน

วันหนึ่ง ขณะที่ท่านเดินทางไปที่อัชชาม และระหว่างทางนั้น ท่านได้หยุดที่มัสญิดแห่งหนึ่งเพื่อพักค้างคืนที่นั่น ยามผู้ดูแลความปลอดภัยของมัสญิดได้บอกกับท่านว่า “ท่านจำต้องออกไปจากที่นี่ เพราะมัสญิดกำลังจะปิดแล้ว” อีหม่ามอะหมัดจึงตอบว่า “ผมไม่มีที่จะไปครับ” ยามคนเดิมได้ตอบท่านว่า “จงออกจากที่นี่ไปเสีย” ในความเป็นจริงแล้ว ณ สถานการณ์เช่นนั้น อีหม่ามอะหมัดสามารถที่จะบอกกับยามคนนั้นไปได้ว่า “เออ ผมคืออีหม่ามอะหมัด” หากแต่ท่านไม่ได้กระทำเช่นนั้น ทว่า ท่านได้แบกเอาสัมภาระของท่านและไปนอนที่ขั้นบันไดของมัสญิด เมื่อยามคนเดิมเดินออกมาและพบท่านนอนอยู่ที่นั่น จึงได้ไล่ท่านออกไปจากขั้นบันได และให้ไปที่อื่นเสีย ขณะนั้นอีหม่ามอะหมัดเองก็ไม่ทราบว่า ท่านควรจะทำเช่นไร

ยามคนดังกล่าวได้ใช้ขาของเขาไล่ท่าน และลากท่านไปกลางถนนและปล่อยท่านไว้ที่นั่น ขณะนั้น อีหม่ามอะหมัดจึงต้องจำใจยอม

ขณะเดียวกัน ชายอบขนมปังที่เป็นเจ้าของร้านขายขนมปังที่อยู่ข้างถนน ได้เห็นอีหม่ามอะหมัด จึงเข้ามาหาท่านและบอกกับท่านว่า “ท่านสามารถพักที่ร้านของผมคืนนี้ได้นะครับ” “ท่านจะนอนตรงนี้ก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมขอไปทำงานก่อน” จากนั้นเขาจึงได้หลีกทางให้กับอีหม่ามอะหมัด

ระหว่างนั้นอีหม่ามอะหมัด (เราะหิมะฮุลลอฮฺ) ได้สังเกตเห็นพฤติกรรมของชายคนดังกล่าว ระหว่างที่เขาผสมแป้ง และวางมันไว้ในเตาอบ และทุกๆ ขั้นตอนของการทำขนมปัง ไม่ว่าจะเป็นการนวด การปั้น การอบ ชายคนดังกล่าวจะกล่าวว่า
“ซุบฮานั้ลลอฮฺ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ อัลลอฮุ อักบัรฺ”
“ซุบฮานั้ลลอฮฺ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ อัลลอฮุ อักบัรฺ”
“ซุบฮานั้ลลอฮฺ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ อัลลอฮุ อักบัรฺ”

ตลอดทั้งคืน เขาทำการตัสบีฮฺต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา

จนอีหม่ามอะหมัดเกิดความประหลาดใจ และครุ่นคิดเกี่ยวกับการกระทำของเขา .. คนส่วนใหญ่มักจะเกิดความเบื่อหน่ายอย่างรวดเร็วกับการตัสบีฮฺ หากแต่ชายคนนี้กลับทำการซิเกรฺในที่ทำงานของเขาอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่มันก็ไม่ใช่การละหมาดตะฮัดยุด หรือการเอี้ยติกาฟแต่อย่างใด

ด้วยเหตุนี้ อีหม่ามอะหมัดจึงถามเขาว่า “ท่านอยู่ในสภาพเช่นนี้มานานเท่าไหร่แล้วหรือครับ” เขาตอบว่า “สภาพเช่นไรหรือครับ”
อีหม่ามอะหมัดจึงกล่าวว่า “การตัสบีฮฺต่ออัลลอฮฺ”
“ตลอดทั้งชีวิตของผมครับ” ชายทำขนมปังตอบ

อีหม่ามอะหมัดถามคำถามที่สองกับเขาว่า “แล้วท่านได้รับอะไรจากอัลลอฮฺ อันเป็นผลที่ได้มาจากการตัสบีฮฺที่ท่านทำมาโดยตลอด”

“ไม่มีดุอาอฺใดที่ผมขอแล้ว จะไม่ได้รับการตอบรับจากอัลลอฮฺ เว้นแต่เพียงสิ่งหนึ่งเท่านั้น” เขาตอบ

อีหม่ามอะหมัดกล่าว “ซุบฮานั้ลลอฮฺ! ท่านไม่เคยขอดุอาอฺใดต่ออัลลอฮฺ แล้วจะไม่ได้รับการตอบรับจากพระองค์อย่างนั้นหรือ”

เขาจึงกล่าวตอบย้ำว่า “ไม่มีดุอาอฺใดที่ผมขอแล้ว จะไม่ได้รับการตอบรับจากอัลลอฮฺ เว้นแต่เพียงสิ่งหนึ่งเท่านั้น”

อีหม่ามอะหมัด (เราะหิมะฮุลลอฮฺ) จึงถามเขาต่อว่า “และสิ่งนั้นคืออะไรหรือครับ”
เขาตอบว่า “การได้พบกับอีหม่ามอะหมัด”

อีหม่ามอะหมัดถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น และท่านก็เข้าไปสวมกอดชายคนดังกล่าว และบอกกับเขาว่า

“ซุบฮานั้ลลลอฮฺ โอ้ นี่คือ..อัลลอฮฺ พระองค์ได้ทรงนำอะหมัดมายังท่าน โดยที่พระองค์ได้ลากตัวเขามายังร้านขนมปังของท่าน” “หากมิใช่เพราะท่านแล้ว ผมคงจะนอนอย่างสงบสุขอยู่ในมัสญิดแล้ว”

ซุบฮานั้ลลอฮฺ

“และจงรำลึกถึงพระเจ้าของเจ้าภายในใจของเจ้าด้วยความนอบน้อม และความยำเกรงโดยมิต้องเปล่งเสียง ในยามเช้า และยามเย็น และจงอย่าเป็นหนึ่งในบรรดาผู้เผลอเรอ” (อัลกุรอาน 7.205)

แหล่งที่มา http://salaf-stories.blogspot.com/2011/12/i-never-made-dua-to-allah-for-anything.html
แปลเรียบเรียง بنت الاسلام

Read Full Post »

Image

คุณครูขอให้นักเรียนเขียนสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็น “7 สิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดในโลก” แม้ว่าจะมีความขัดแย้งกันบ้างในหมู่นักเรียน แต่คำตอบที่นักเรียนส่วนใหญ่ตอบไว้มีดังนี้
1. มหาปิรามิด ประเทศอียิปต์
2. ทัช มาฮาล ประเทศอินเดีย
3. แกรนด์ แคนยอน ประเทศสหรัฐอเมริกา
4. คลองปานามา
5. ตึกเอ็มไพร์สเตท ประเทศสหรัฐอเมริกา
6. มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ประเทศอิตาลี
7. กำแพงเมืองจีน

ขณะที่รวบรวมผลโวต คุณครูก็พบว่ามีนักเรียนคนหนึ่งที่ยังไม่ได้ให้กระดาษคำตอบแก่เธอ ดังนั้นเธอจึงถามเด็กหญิงว่ามีปัญหากับหัวข้อที่เธอให้เขียนหรือไม่ เด็กหญิงจึงตอบคุณครูว่า “ค่ะ มีนิดหน่อย คือหนูไม่สามารถตัดสินใจได้ เพราะมันมีสิ่งมหัศจรรย์หลายอย่างมากเลยค่ะ”

คุณครูจึงบอกกับเด็กหญิงว่า “เอาอย่างนี้แล้วกันนะคะ นักเรียน ลองบอกสิคะว่า หนูคิดถึงอะไรบ้าง เผื่อว่าบางทีพวกเราจะสามารถช่วยหนูได้” เด็กหญิงลังเลใจ จากนั้นเธอจึงอ่านสิ่งที่เธอเขียนไว้ในกระดาษว่า “หนูคิดว่า 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก คือ

1. การมองเห็น
2. การได้ยิน
3. การสัมผัส
4. การรู้รส
5. การรู้สึก
6. การหัวเราะ
7. และการที่ได้รัก ค่ะ”

สิ่งเหล่านี้.. ที่เรามองข้ามไป.. สิ่งที่อัลลอฮฺทรงประทานให้แก่เรา.. นั้นคือสิ่งที่มหัศจรรย์อย่างแท้จริง
—————————————————–
แปลและเรียบเรียงจากเพจ Islam for kids

Read Full Post »

บางคนที่พูดว่า “ฉันละหมาดไม่ได้หรอก ฉันเลวเกินไป ฉันทำบาปมากมาย ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนกลับกลอกและฉันมั่นใจว่าอัลลอฮฺจะมิทรงตอบรับการละหมาดของฉันอย่างแน่นอน ฉันต้องหยุดทำความชั่วก่อน ฉันถึงจะสามารถละหมาดได้พร้อมด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์สะอาด”

มันก็เหมือนกับการพูดว่า “ฉันอาบน้ำไม่ได้หรอก เพราะฉันสกปรกเกินไป ฉันต้องทำตัวให้สะอาดก่อน ฉันถึงจะอาบน้ำได้”

“การละหมาด” คือสิ่งที่ช่วยชำระล้างความสกปรกให้ออกไป คุณทำการละหมาดด้วยหลายเหตุผล และหนึ่งในเหตุผลนั้นคือการชำระล้างบาปมากมายของคุณออกไป และถึงแม้ว่าคุณจะยังคงทำความผิดบาปอยู่ คุณก็ต้องทำการละหมาดของคุณต่อไป เช่นเดียวกับการที่คุณอาบน้ำชำระล้างร่างกายของคุณทุกวัน ด้วยเพราะว่าคุณสกปรกทุกวันนั่นเอง

แหล่งที่มา เพจ Muslim Speakers

Image

Read Full Post »

ชัยคฺอุมัร สุลัยมานพูดถึงภรรยาของท่านว่า..
“ภรรยาของผมเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ใช่ผู้รู้
เธอไม่ได้เข้าร่วมวงฮะละเกาะฮฺมากมาย
หรือไม่แม้แต่จัดวงฮะละเกาะฮฺในชีวิตของเธอ
เธอไม่ได้พูดมากในกลุ่มผู้คน

แต่เธอเป็นลูกที่เย็นตาเย็นใจของพ่อแม่เธอ
เป็นคนมีจิตใจงดงามสำหรับสามีเธอ
และเป็นผู้หญิงที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีและ
อุทิศทั้งกายและใจด้วยความศรัทธา

เวลาที่คุณเห็นผม (ชัยคฺ) ทำการสอนในหลายๆ เมืองทุกๆ สัปดาห์ เธอ (ภรรยาของผม) อยู่ภายในบ้านดูแลครอบครัว และไม่เคยเลยสักครั้งที่จะบ่นเกี่ยวกับงานดะอฺวะฮฺของผม หรือแม้แต่การที่ผมไม่ค่อยจะอยู่บ้านนัก

คนบางคนมักจะพูดแล้วก็พูด
และคนบางคนมักจะเดินแล้วก็เดิน
และผมมองเห็นเธอเป็นแบบหลัง

ขออัลลอฮฺทรงปกป้องเธอและยกสถานะของเธอและประทานบ้านในสวนสวรรค์ที่อยู่ถัดจากท่านหญิงเคาะฎียะฮฺให้แก่เธอด้วยเถิด

และขออัลลอฮฺโปรดทรงประทานรางวัลการตอบแทนให้แก่บรรดาพี่น้องมุสลิมะฮฺผู้ศรัทธาที่ทำหน้าที่ที่ดูไร้ค่าที่สุดสำหรับคนบนโลกใบนี้ด้วยการจัดการดูแลสิ่งต่างๆ ภายในบ้านด้วยเถิด อามีน

เรียบเรียงข้อความจากเพจ Young Muslims
بنت الاسلام

20121102-093945 PM.jpg

Read Full Post »

Older Posts »

%d bloggers like this: