Feeds:
Posts
Comments

Archive for January, 2013

20130131-043354 PM.jpg

จุดจบที่สวยงาม
•••••••••••••
ญะซากั้ลลอฮุ ค็อยร็อน อบู มุสฏอฟา สำหรับการถ่ายทอดจากคลิปภาษาอาหรับเป็นภาษาอังกฤษในการแปลครั้งนี้ /แปล เรียบเรียง بنت الاسلام

เรื่องราวต่อไปนี้ถูกถ่ายทอดโดยด็อกเตอร์ชัยคฺคอลิด อัลญูบัยรฺ นักวิชาการศาสนาประเทศซาอุดิอาระเบีย และนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย

ท่านบอกเล่าว่า “วันหนึ่ง เวลา 13.45 นาฬิกา ผมจำวันนั้นได้เป็นอย่างดี ขณะนั้นผมกำลังทำการผ่าตัดให้กับผู้ป่วยคนหนึ่งอยู่ ซึ่งระหว่างนั้นเองผมได้รับโทรศัพท์จากแผนกฉุกเฉิน โทรมาบอกกับผมว่า “คุณหมอคอลิดครับ เรามีคนไข้คนหนึ่งถูกยิงที่คอ และเขากำลังจะเสียชีวิต

ผมตอบเขาไปว่า “แต่ผมกำลังทำการผ่าตัดอยู่”

ปลายสายบอกกับผมว่า “แต่เคสนี้ด่วนมากครับ เราต้องการคุณหมอ ความดันโลหิตของคนไข้ต่ำมาก และเราต้องการหมอที่เชี่ยวชาญครับ”

ผมจึงบอกว่าเขาว่า “โอเค ผมจะไปเดี๋ยวนี้ ให้เลือดเขาไว้ก่อนแล้วกันนะ”

ดังนั้นผมจึงบอกหมออีกท่านที่อยู่ในห้องผ่าตัดให้ดำเนินการผ่าตัดต่อไป แล้วผมก็รีบไปที่แผนกฉุกเฉิน

เมื่อผมไปถึงที่นั่น ผมเห็นใบหน้าของคนไข้ส่องสว่างสดใส ซึ่งขณะนั้นเขาอยู่ในอาการโคม่า คอด้านขวาของเขาบวมมาก ผมจึงเริ่มตรวจสอบดูว่าบาดแผลของเขาเป็นอย่างไร ดูว่ากระสุนอยู่ที่ไหน อยู่ลึกเพียงใด และพิจารณาว่าผมควรเอากระสุนออกที่นั่นเลย หรือควรจะพาเขาไปที่ห้องผ่าตัด

ขณะที่ผมกำลังดูบาดแผลของคนไข้อยู่ เขาก็ลืมตาขึ้นมา และจ้องมองดูผมด้วยความประหลาดใจ จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นบ่ายเบี่ยง พร้อมบอกกับผมว่า “คุณหมอครับ อย่าเสียเวลาเลยครับ ผมขอสาบานด้วยอัลลอฮฺ ผมกำลังจะตายอย่างแน่นอน และผมก็สบายดีครับ”

“ผมขอสาบานด้วยอัลลอฮฺ ตอนนี้ผมมองเห็นสถานที่ของผมในญันนะฮฺ ผมอยากพบพ่อและแม่ของผมครับ ผมอยากจะร่ำลาท่านทั้งสองก่อน”

(เมื่อได้ยินดังนั้น) ผม (ชัยคฺคอลิด) รู้สึกขนลุก (กับคำพูดของเขา) เส้นผมของผมตั้งชันขึ้น ผมพูดแทบไม่ออก และผมก็ก้าวถอยหลังออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วผมก็ออกไปพบพ่อและแม่ของเขา

ผมบอกพวกเขาว่า “ลูกชายของคุณต้องการพบคุณทั้งสองครับ”

พวกเขาถามผมว่า “เขาเป็นอย่างไรบ้าง คุณหมอ เขามีชีวิตอยู่ใช่ไหม อาการของเขาดีแล้วใช่ไหม”

ผมตอบว่า “ผมขอสาบานด้วยอัลลอฮฺ เขาอยู่ในสภาพที่ดีด้วยการอำนวยพรของอัลลอฮฺ เขาอยู่ในสภาพที่ดีกว่าที่เขาเคยอยู่มาก่อน”

จากนั้นพ่อของเขาก็พูดกับผมว่า “ได้โปรดบอกข่าวดีกับเราด้วยเถอะ คุณหมอ”

“ผมกำลังบอกคุณอยู่ว่า เขาสบายดี เขาสบายดีด้วยการอำนวยพรของอัลลอฮฺครับ” ผมตอบ

จริงหรือครับ คุณหมอบอกความจริงกับผมอยู่ใช่ไหม” พ่อของเขาย้ำ

“ใช่ครับ เขาอยู่ในสภาพที่ดียิ่งกว่าที่เขาเคยเป็นมาก่อน”

พ่อของเขาถามผมต่อว่า “เขากำลังจะตายใช่มั้ยครับ คุณหมอ”

ผมตอบย้ำว่า “เขาอยู่ในสภาพที่ดียิ่งกว่าที่เคยเป็นครับ”

พวกเขาจึงรีบวิ่งไปหาลูกชายของเขา ขณะนั้นผมนั่งอยู่ห่างจากพวกเขาเล็กน้อย ผมเฝ้ามอง และฟังพวกเขาอยู่ เมื่อพวกเขาไปถึงตัวของลูกชาย ลูกชายก็จับมือของแม่เขา และจูบที่ฝ่ามือของเธอ และพูดกับเธอว่า “อุมมี ได้โปรดอภัยให้ผมด้วยนะครับ” และจากนั้นเขาก็จับมือพ่อของเขา และจูบที่ฝ่ามือเขา และพูดกับพ่อของเขาว่า “อบี ได้โปรดอภัยให้ผมด้วยนะครับ”

ผมรู้สึกได้ว่าผมได้ยินเสียงจูบของเขาภายในหัวใจของผม

จากนั้นเขาก็จับมือของพ่อและแม่ของเขาและดึงไปวางไว้ที่หน้าอกของเขา จากนั้นก็พูดกับทั้งสองคนว่า “อุมมี และอบีครับ ให้อภัยต่อผมด้วย และโปรดอย่าลืมผมในดุอาอฺของพ่อและแม่ด้วย อัชฮะดุ อัลลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ วะ อัชฮะดุ มุหัมมะดัรฺ เราะสูลุลลอฮฺ” จากนั้นเขาก็แน่นิ่งไป

หลังจากนั้น ผมจึงถามพ่อของเขา (ด้วยความประทับใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น) ว่า “ลูกชายของคุณเป็นคนอย่างไรหรือครับ”

ผู้เป็นพ่อตอบว่า “ลูกชายของผม ตั้งแต่เขาเติบโตมา เขามักจะอยู่ที่มัสญิดอยู่เสมอ ลูกชายของผม ตั้งแต่เขาเติบโตมา เขาคือคนที่คอยปลุกเราให้ตื่นขึ้นมาละหมาดฟัจรฺอยู่ตลอด และเขามักจะละหมาดกิยามุลลัย ลูกชายของผม ตั้งแต่เขาเติบโตขึ้นมา เขามักจะเข้าร่วมวงฮาละเกาะฮฺเพื่อท่องจำอัลกุรอาน ลูกชายของผมเรียนอยู่โรงเรียนชั้นปีสอง (เป็นระบบโรงเรียนที่ประเทศซาอุดีอารเบีย อายุประมาณ 18 ปี) สายวิทย์ และเขาก็เป็นเด็กที่เรียนได้คะแนนสูงที่สุดในโรงเรียน”

ผมจำได้ว่า.. มีหะดีษบทหนึ่งของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ซึ่งรายงานโดยนาซาอียฺและอบูดาวูด ที่ท่านเราะสูลได้อธิบายให้เราทราบเกี่ยวกับช่วงเวลาแห่งการเสียชีวิตว่า “หากผู้ใดก็ตามในหมู่พวกท่าน กำลังจะเดินทางไปยังอาคิเราะหฺและละทิ้งโลกดุนยานี้ไป เขาจะมองเห็นในระยะที่ไกลที่สุดที่เขาสามารถมองเห็นได้นั้นเต็มไปด้วยบรรดามลาอิกะฮฺ มลาอิกะฮฺมีใบหน้าขาวสว่าง พร้อมด้วยมารยาทและรูปร่างที่งดงาม และเขาจะได้เห็นสถานที่ของเขาในญันนะฮฺ” ซึ่งนี่คือข่าวดีจากท่านเราะสูลแก่บรรดามุสลิมที่ดีทั้งหลาย

ผมวิงวอนขออัลลอฮฺต่อผมและท่าน และคนที่เรารัก และมุสลิมทุกๆ คนให้ได้พบในสิ่งนี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ (ที่ผมได้บอกเล่านี้) ไม่ได้เป็นเพียงแค่ครั้งเดียวที่ผมได้เป็นพยาน ในระยะเวลา 32 ปีของการเป็นแพทย์ของผม ได้มีคนไข้ 3 คนที่บอกกับผมว่าเขาได้เห็นสวรรค์ญันนะฮฺ

Read Full Post »

20130131-072047 AM.jpg

หนทางสู่อัลลอฮฺคือคำตอบที่ดีที่สุด
จากบทความในหนังสือ You can be happiest women in the world โดย Dr. Aid Al-Qarni

“ความสุข” คืออะไร? ความสุขเกิดจากการมีเงิน มีตำแหน่ง หรือมีชาติตระกูลหรือ?

คงมีคำตอบมากมายในความคิดของใครหลายคน แต่หากลองมองจากตัวอย่างของสตรีท่านหนึ่งดังที่จะกล่าวนี้ ท่านอาจจะตระหนักถึงคำตอบของการมีความสุขที่แท้จริงได้

ชายคนหนึ่งได้มีปากเสียงกับภรรยาของเขา และระหว่างนั้นเขาได้กล่าวขึ้นมาว่า “ฉันจะทำให้ชีวิตของแกไม่ได้พบกับความสุขอีกต่อไป!!”

ภรรยาได้ตอบเขาด้วยความสงบว่า “ท่านไม่สามารถทำเช่นนั้นได้หรอก”

เขาจึงถามภรรยาว่า “ทำไมจะไม่ได้เล่า!!”

ภรรยาจึงตอบว่า “หากความสุขนั้นสามารถหาได้จาก “ทรัพย์สิน” หรือ “เครื่องประดับอันล่ำค่า” เช่นนั้นแล้ว ท่านคงสามารถยึดเอาสิ่งเหล่านั้นและนำมันออกไปจากชีวิตของฉันได้ หากแต่ว่ามันไม่มีสิ่งใดเลยที่ท่านหรือใครก็ตามจะสามารถควบคุม “ความรู้สึกที่นำมาซึ่งความสุขของฉัน” ได้ เพราะ “ความสุขของฉัน” มาจากความศรัทธา และความศรัทธาของฉันก็อยู่ในหัวใจของฉัน และไม่มีใครมีอำนาจที่จะทำอะไรมันได้นอกเหนือจาก “อัลลอฮฺ” พระเจ้าของฉัน”

นี่ต่างหากคือ “ความสุขที่แท้จริง” ความสุขที่มาจากความศรัทธา และไม่มีใครจะรับรู้ถึง “ความสุขเช่นนี้” ได้ นอกจากผู้ที่ความคิด จิตใจและวิญญาณของเขานั้นเต็มไปด้วยความรักจากอัลลอฮฺ — และผู้ที่มีอำนาจควบคุมความสุขได้นั้นคือ “อัลลอฮฺตะอาลา” เพียงผู้เดียว เช่นนั้นจงแสวงหาความสุขจากพระองค์ด้วยการทำอิบาดะหฺและเชื่อฟังในคำพระบัญชาของพระองค์เถิด

หนทางเดียวที่จะทำให้มนุษย์พบกับ “ความสุข” คือการได้เรียนรู้ “ศาสนาที่แท้จริง” ที่ถูกประทานลงมาผ่านทางศาสนทูตของอัลลอฮฺ นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม — และเมื่อผู้ใดก็ตามได้พบกับหนทางนี้แล้ว เขาจะสามารถยอมรับกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตเขาได้ — แม้ว่าจะต้องนอนในกระท่อมหลังเล็กหรือต้องนอนข้างถนนก็ตาม มันก็จะไม่เป็นเรื่องที่หนักหนาเลย อีกทั้งเขาจะมีความพอใจกับขนมปังชิ้นเล็กๆ ที่มีเพื่อประทังชีพ และเขาจะเป็นผู้ที่มีความสุขที่สุดในโลกนี้ – แต่หากว่าผู้ใดก็ตามที่ออกห่างจากหนทางนี้ เขาก็จะพบว่าทั้งชีวิตของเขานั้นเต็มไปด้วยความทุกข์ และทรัพย์สินของเขาจะหมดไป ความพยายามทั้งหลายของเขาจะไร้ค่า จุดจบของเขาก็จะมีแต่ความหายนะ

เราต่างต้องการ “เงิน” สำหรับการมีชีวิต แต่นั่นมิได้หมายความ เราจำต้องมีชีวิต เพียงเพราะเห็นแก่ “เงิน”

แปลเรียบเรียง بنت الاسلام

Read Full Post »

20130131-014101 AM.jpg

พวกเขาหาได้รู้จักกับ “ความสุขที่แท้จริง” ไม่
จากบทความในหนังสือ You can be happiest women in the world ผู้เขียน Dr. Aid Al-Qarni

จงอย่ามอง “ผู้ที่มีชีวิตอยู่อย่างหรูหรา ฟุ่มเฟือย” ด้วยความอิจฉา เพราะแท้จริงแล้วพวกเขาเหล่านั้นเป็น “ผู้ที่น่าสงสาร” ไม่ใช่ “ผู้ที่น่าอิจฉา”

บรรดาผู้ที่มีชีวิตผูกพันอยู่เพียงกับ “การใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่าย “หมกมุ่นอยู่กับความเพ้อฝัน” “จิตใจเต็มไปด้วยความปรารถนา” และ “คอยแสวงหาความพึงพอใจโดยไม่สนใจว่าสิ่งนั้นเป็นที่อนุมัติหรือเป็นสิ่งต้องห้ามหรือไม่” แท้จริงแล้วพวกเขาหาได้มีความสุขไม่ แต่ทว่าพวกเขานั้นต่างต้องมีชีวิตที่ทนทุกข์อยู่กับความเครียดและความกังวล เพราะผู้ใดก็ตามที่หันห่างออกจากหนทางของอัลลอฮฺซุบฮาฮุวะตาอาลาและไม่เชื่อฟังในคำบัญชาของพระองค์จะไม่มีวันได้พบกับ “ความสุขที่แท้จริง”

เช่นนั้นแล้ว จงอย่าคิดว่าบรรดาผู้ที่มีชีวิตเต็มไปด้วยความหรูหรา โอ่อ่าจะมีความสุขและพอใจในสิ่งที่เขามีอยู่– ไม่ใช่เลย

แท้จริงแล้ว สตรีผู้ยากจนที่มีชีวิตอยู่ในกระท่อมดินเล็กๆ นั้นย่อมดีกว่าบรรดาสตรีผู้นอนอยู่บนเตียงหลังใหญ่ ปกคลุมด้วยผ้าปูที่นอนทักทอมาจากไหมเงินไหมทองและผ้าไหม อาศัยบนคฤหาสน์หรูหราเสียอีก

สตรียากจนที่มีความศรัทธาในอัลลอฮฺ ซุบฮาฮุวะตะอาลา และทำอิบาดะห์ต่อพระองค์อย่างสม่ำเสมอนั่นย่อมประเสริฐกว่าสตรีที่ออกห่างจากหนทางของพระองค์

“ความสุขที่แท้จริง” นั้นอยู่ในตัวท่าน เช่นนั้นแล้ว ท่านจงมองหา “ความสุขนั้น” จากตัวท่านเองเถิด

แปลเรียบเรียง بنت الاسلام

Read Full Post »

Image

อุลามะฮฺ และกรรมกร

อุลามะฮฺด้านกฏหมายอิสลาม หรือบักรฺ อัลมุซะนียฺ เห็นกรรมกรคนหนึ่งกำลังแบกสินค้าอยู่ ขณะเดียวกันเขาก็กล่าว “อัลฮัมดุลิลลาฮฺ” (การสรรเสริญทั้งมวลเป็นของอัลลอฮฺ) และ “อัสตัฒฟิรุลลอฮฺ” (ฉันวิงวอนขอการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ) อยู่ตลอดเวลา 

อุลามะฮฺท่านนี้จึงรอให้กรรมกรคนดังกล่าวพักจากการแบกสินค้าก่อน แล้วท่านจึงเข้าไปพูดคุยกับเขา

จากนั้นท่านจึงถามเขาว่า “ท่านไม่รู้สิ่งอื่นใด นอกเหนือจากสิ่งนี้หรือ (การกล่าว อัลฮัมดุลิลลาฮฺ และอัสตัฒฟิรุลลอฮฺ)”

กรรมกรชายผู้นั้นจึงตอบว่า “ผมรู้เกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ และผมก็อ่านพระคัมภีร์ของอัลลอฮฺด้วยครับ หากแต่ว่า “บ่าวของอัลลอฮฺ” นั้นมักจะผลัดเปลี่ยนอยู๋ระหว่าง “สภาพของการได้รับการอำนวยพร (จากอัลลอฮฺ) และ สภาพของการทำบาป” อยู่ตลอดเวลา ด้วยเพราะสภาพเช่นนี้เองของมนุษย์ ผมจึงกล่าวสรรเสริญ ขอบคุณอัลลอฮฺสำหรับการอำนวยพรมากมายที่พระองค์ประทานแก่ผม และขณะเดียวกันผมก็วิงวอนขอการอภัยโทษจากพระองค์สำหรับความผิดบาปทั้งหลายของผมครับ”

ผู้รู้จึงกล่าวว่า “แท้จริงแล้ว กรรมกรผู้นี้มีความเข้าใจในศาสนาลึกซึ้งยิ่งกว่าบักรฺ (ตัวท่านเอง) เสียอีก”

แหล่งที่มา หนังสือ Gems and Jewels บท The Scholar and Laborer  
รวบรวมโดย
อับดุลมาลิก มุญาฮิด (สำนักพิมพ์ ดารุสสาลาม)
ถอดความ بنت الاسلام

Read Full Post »

20130127-020350 PM.jpg

ชัยคฺวะลีด อับดุลฮากีม::
เวลาที่คุณเห็น “ป้ายสัญญาณเตือนอันตรายที่อยู่ข้างหน้า” คุณจะไม่เกิดความรู้สึกโกรธเคืองคนที่ปักสัญญาณนั้นไว้ หรือแม้แต่จะกล่าวโทษว่าเขาจำกัดสิทธิเสรีภาพในการเดินของคุณ ตรงกันข้าม คุณกลับรู้สึกพอใจที่คนคนนั้นได้ป้องกันคุณจาก “อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้”

เช่นเดียวกัน มันช่างแตกต่างกันอย่างมากมายระหว่าง “คนที่เห็นว่ากฎของอัลลอฮฺ คือการจำกัดสิทธิเสรีภาพของเขา” และ “คนที่เห็นว่ากฎของอัลลอฮฺ คือสิ่งที่ปกป้องคุ้มครองเขา และนำมาซึ่งความปลอดภัยแก่ตัวเขา” (ข้อความนี้ได้แรงบันดาลใจจากชัยคฺ อันนะบุลซียฺ)

แปล بنت الاسلام

Read Full Post »

Imageจงอย่าแต่งงานกับสตรี 7 ประเภทนี้
คำตักเตือนของชัยคฺอิบนุ อุษัยมีน
http://www.youtube.com/watch?v=ND0gb7fkgbo

1.    อันนานะฮฺ:: สตรีที่คร่ำครวญ ร่ำร้อง พร่ำบ่น และ “ใช้เชือกผูกรอบศีรษะของเธอไว้ตลอดเวลา (หมายถึงพร่ำบ่นถึงอาการปวดหัว หรือเจ็บป่วย หากแต่ในความเป็นจริงแล้วเธอไม่ได้ป่วย เพียงแต่เธอแกล้งทำเท่านั้น)
2.    อัลมันนานะฮฺ:: สตรีที่ให้ความช่วยเหลือแก่สามี หรือให้ของขวัญแก่สามี จากนั้น (ในช่วงเวลาหนึ่ง หรือในอนาคต) เธอก็กล่าวว่า “ฉันทำสิ่งนั้น สิ่งนี้ให้คุณ หรือทำแทนคุณ หรือทำไปก็เพราะคุณ”
3.    อันฮันนานะฮฺ:: สตรีที่ยังค่ร่ำครวญ โหยหาต้องการสามีคนก่อนของเธอ หรือลูกๆ จากอดีตสามีของเธอ
4.    กัยฺอะตุ้ลเกาะฟะฮฺ:: สตรีที่ยังคงมีตราประทับอยู่ที่ต้นคอของเธอ (หมายถึงเธอมีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดี หรือมีสิ่งที่น่าสงสัยเกี่ยวกับตัวของเธอ)
5.    อัลฮัดดาเกาะฮฺ:: สตรีที่ใช้สายตาของเธอจ้องมองไปยังสิ่งต่างๆ อย่างไม่ลดละ (หมายถึงการคอยมองหาของเพื่อที่จะซื้อ แล้วเธอก็เกิดความอยากได้อยากมี และเรียกร้องให้สามีของเธอซื้อมันให้ได้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม)
6.    อับบัรเราะฮฺเกาะฮฺ:: สตรีที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ของเธอไปกับการตกแต่งใบหน้าและเสริมสวยจนถึงขั้นที่ว่า “ใบหน้าของเธอแลดูคล้ายกับว่าถูกผลิตออกมาด้วยเครื่องจักร”
7.    อัลชัดดาเกาะฮฺ สตรีที่พูดมากเกินความจำเป็น

ถอดความ بنت الاسلام

Read Full Post »

Imageขณะที่เวลาผ่านพ้นไป..

ท่านอับดุลลอฮฺ บิน มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ กล่าวว่า “แท้จริง ฉันเกลียดการที่ได้เห็นคนเกียจคร้าน ที่เขาไม่ทำงานทั้งเพื่อโลกนี้ หรือแม้แต่เพื่อโลกหน้า”

ท่านหะซัน บัศรียฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺกล่าวว่า “โอ้ ลูกหลานของอะดัม แท้จริงท่านมิใช่สิ่งใดเลย เว้นแต่เป็นจำนวนของวันเท่านั้น เมื่อวันหนึ่งผ่านพ้นไป ส่วนหนึ่งของท่านก็จากไปพร้อมกันมัน”

ท่านหะซันกล่าวว่า “ฉันได้พบกลุ่มคน (ผู้ศรัทธา) ที่หวงแหน “เวลาของพวกเขา” มากยิ่งกว่าที่พวกเขาหวงแหน “ทรัพย์สินของพวกเขา” เสียอีก”

ท่านหะซันกล่าวไว้ในการบรรยายของท่านด้วยว่า “จงอย่าปล่อยให้ “ความชั่วคราวและความน่าดึงดูดใจเพียงเล็กน้อยแห่งโลกดุนยานี้” ทำให้ท่านไขว้เขว์ ว้าวุ่น และล่อลวงท่าน และจงอย่ากล่าวว่า  “พรุ่งนี้” “พรุ่งนี้” แท้จริงแล้วท่านไม่ทราบได้ว่าท่านต้องกลับไปสู่อัลลอฮฺเมื่อใด”

แหล่งที่มา หนังสือ Gems and Jewels บท As time passes
รวบรวมโดย อับดุลมาลิก มุญาฮิด (สำนักพิมพ์ ดารุสสาลาม)
ถอดความ بنت الاسلام

Read Full Post »

Imageเขาจากไปโดยไม่มีสิ่งใดติดตัว

ท่านหะซัน บุตรชายของอบูล หะซัน ได้เข้าเยี่ยมอับดุลลอฮฺ บิน อะฮฺตัม ขณะที่เขากำลังป่วย ท่านหะซันเห็นอิบนุอะฮฺตัม (อับดุลลอฮฺ) ชี้นิ้วไปที่กล่องใบหนึ่งภายในบ้านของเขา จากนั้นเขาก็เดินไปที่กล่องใบนั้น และถามท่านหะซันว่า “โอ้ อบู สะอีด กระผมควรจะทำเช่นไรกับเงินหนึ่งพันที่อยู่ภายในกล่องใบนี้ มันเป็นเงินที่กระผมไม่ได้นำไปจ่ายซะกาตฺและไม่เคยนำไปใช้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติเลย”

หะซันจึงตอบเขาว่า “โอ้ ให้ตายเถอะ ท่านสะสมทรัพย์สินเหล่านี้เพื่อใครกัน”

อิบนุ อะฮฺตัมอธิบายว่า “กระผมสะสมเผื่อไว้ใช้ในยามยาก หรือในยามที่ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่มีผู้นำโหดร้ายเข้าปกครอง หรือในกรณีที่มีภรรยาและลูกมากขึ้นขอรับ”

หลังจากการเยี่ยมเยียนครั้งนี้ผ่านไปได้ไม่นานนัก อิบนุ อะฮฺตัมก็เสียชีวิตลง และขณะที่เขากำลังถูกฝัง ท่านหะซันก็กล่าวขึ้นมาว่า “โปรดจงดูบุรุษที่น่าสงสารท่านนี้ไว้เถิด ชัยฏอนได้ล่อลวงเขา และทำให้เขากลัวความยากจน และยับยั้งเขาจากการใช้จ่ายจากสิ่งที่อัลลอฮฺได้ประทานให้แก่เขา และตอนนี้เขาก็จากไปจากโลกนี้ ด้วยมือเปล่าและด้วยความน่าสังเวช”

จากนั้นท่านหะซันจึงไปพบกับบรรดาทายาทของผู้เสียชีวิตและกล่าวต่อพวกเขาว่า “ขอจงอย่าให้ “ทรัพย์สินนี้” ล่อลวงท่าน ดังเช่นที่มันได้ล่อลวงสหายของท่าน ทรัพย์สินนี้มายังท่านด้วยหนทางที่หะลาล ดังนั้นจงอย่าทำให้มันกลายเป็นความหายนะของท่านในภายภาคหน้า เพราะแท้จริงแล้ว “ที่สุดแห่งความโศกเศร้า” ในวันแห่งการตัดสินนั้น คือการมองเห็นทรัพย์สินของท่าน ที่ท่านลำบากตรากตรำหามันมาเพื่อสะสมไว้ (ทั้งจากหนทางที่หะลาลและหะรอม) อยู่บนตราชั่งของทายาทท่าน หากพวกเขากระทำความดีด้วยทรัพย์สินนั้น (ด้วยการบริจาค เป็นต้น) ความดีงามย่อมตกอยู่ที่พวกเขา และบาปจากทรัพย์สิน (เนื่องจากการสะสมและไม่ใช้จ่ายในหนทางของอัลลอฮฺ) ย่อมตกอยู่ที่ท่าน”  

แหล่งที่มา หนังสือ Gems and Jewels บท He left without anything  
รวบรวมโดย อับดุลมาลิก มุญาฮิด (สำนักพิมพ์ ดารุสสาลาม)
ถอดความ بنت الاسلام

Read Full Post »

ความจริง และคำโกหก

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานเกี่ยวกับคุณสมบัติพื้นฐานของผู้ศรัทธาว่า “โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย เหตุใดเจ้าจึงพูดในสิ่งที่เจ้าไม่ปฏิบัติ สิ่งที่น่ารังเกียจยิ่งสำหรับอัลลอฮฺนั้นคือการที่เจ้าพูดในสิ่งที่เจ้าไม่ปฏิบัติ” (อัลกุรอาน 61:2-3) *คัดลอกจากโปรแกรมอัลกุรอานแปลไทย

ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ถูกถามว่า “คนโง่เขลาเป็นผู้ศรัทธาได้หรือไม่ ขอรับ” ท่านตอบว่า “ได้สิ” ท่านเราะสูลถูกถามต่อว่า “คนตระหนี่เป็นผู้ศรัทธาได้หรือไม่ ขอรับ” ท่านตอบว่า “ได้สิ” และสุดท้าย ท่านถูกถามอีกว่า “คนโกหกเป็นผู้ศรัทธาได้หรือไม่ ขอรับ” ท่านตอบว่า “ไม่ได้” (อัลมุวัฏเฏาะอ์)

มีการรายงานจากบุรุษท่านหนึ่งที่เดินทางไปพบท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และกล่าวต่อท่านว่า “โอ้ เราะสูลุลลอฮฺ แท้จริงนั้น ฉันได้กระทำบาปสามอย่างแบบลับๆ คือ (ฉันดื่ม) สุรา ทำซินา (ทำผิดประเวณี) และโกหก ได้โปรดบอกแก่ฉันด้วยเถอะว่าฉันควรละทิ้งสิ่งใด” ท่านตอบว่า “จงละทิ้งการโกหกเสีย”   บุรุษท่านดังกล่าวจึงจากไป และหลังจากนั้นเขาก็เกิดความปรารถนาที่จะทำซินา (ทำผิดประเวณี) หากแต่เขาคิดในใจว่า “ฉันจะไปพบท่านเราะสูลและท่านต้องถามฉันว่าฉันได้ทำซินาหรือไม่ และหากฉันตอบว่า “ใช่” ท่านคงจะลงโทษฉัน และหากฉันตอบว่า “ไม่” (นั่นก็หมายความว่า) ฉันได้ทำการละเมิดสัญญาที่ให้ไว้และยังโกหกอีก” ดังนั้นเขาจึงยับยั้งตัวเองจากการทำซินา และเช่นเดียวกันกับการดื่มสุรา เมื่อเขากลับเข้าไปพบท่านเราะสูลอีกครั้ง เขาก็กล่าวต่อท่านว่า “โอ้ เราะสูลุลลอฮฺ แท้จริง ฉันได้ละทิ้งบาปทั้งหมด (ที่ฉันได้เคยกระทำ) แล้ว”   

พี่น้องที่รัก หากท่านไม่เห็นว่า “การโกหก” คือต้นกำเนิดของการกระทำความชั่วทั้งหลาย และ “การโกหก” ได้นำพาไปสู่ความผิดบาปอื่นๆ ท่านคงไม่เห็นว่าจะมีผู้ใดที่ทุกข์ทรมานและมีความชั่วร้ายยิ่งไปกว่า “ผู้ที่โกหก” และ “การปฏิเสธศรัทธา” เป็นประเภทของการโกหกที่เลวร้ายที่สุด เพราะมันคือ “การโกหกต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา”

แหล่งที่มา หนังสือ Gems and Jewels บท Truth and Lying  
รวบรวมโดย อับดุลมาลิก มุญาฮิด (สำนักพิมพ์ ดารุสสาลาม)
ถอดความ بنت الاسلام

Read Full Post »

สตรีที่ฉันปรารถนาอยู่ ณ ที่ใดกัน

Image

คอลิด บิน ซ็อฟวาน ได้เห็นคนกลุ่มหนึ่งในมัสญิดแห่งเมืองบัศเราะฮฺ และเขาได้ถามขึ้นมาว่า “นี่มันคือการรวมตัวเพื่ออะไรกัน” มีคนตอบเขาว่า “มีสตรีนางหนึ่งที่แจ้งแก่บรรดาบุรุษเกี่ยวกับบรรดาสตรีที่พร้อมเพื่อการแต่งงาน (สตรีที่เป็นโสด) ครับ”

จากนั้นคอลิดจึงเดินไปหาสตรีนางนั้นและกล่าวแก่นางว่า “ฉันต้องการแต่งงานกับสตรีนางหนึ่ง”

สตรีนางนั้นจึงกล่าวว่า “จงบรรยายคุณลักษณะของนางแก่ฉันเถอะ (ว่าท่านปรารถนาสตรีที่มีคุณสมบัติเช่นไร)”

เขาตอบว่า “ฉันปรารถนาให้นางนั้นเป็นสตรีพรหมจรรย์ ที่มีความฉลาดเฉลียวเสมือนสตรีที่แต่งงานแล้ว หรือสตรีที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วหากแต่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาเสมือนสตรีพรหมจรรย์ นางควรเป็นที่รักเมื่อนางอยู่ใกล้ฉัน แจ่มจรัสเมื่อนางอยู่ห่างไกลฉัน นางควรเคยดำเนินชีวิตอย่างหรูหรา จากนั้นนางก็ได้ประสบกับความทุกข์เนื่องด้วยความยากจน เพื่อที่นางจะมีมารยาทของผู้ที่ร่ำรวยและขณะเดียวกันนางก็มีคุณสมบัติแห่งความถ่อมตนของผู้ที่ยากจน เมื่อเราทั้งสองครอบครองซึ่งทรัพย์สิน เราควรเป็นเช่นผู้คนแห่งดุนยานี้ และเมื่อเราทั้งสองกลายเป็นผู้ยากจน เราควรเป็นเช่นผู้คนแห่งอาคิเราะหฺ”

นางกล่าวว่า “ฉันรู้จักสตรีเฉกเช่นที่ท่านได้กล่าวไว้”

เขาจึงถามนางว่า “นางอยู่ ณ ที่ใดกัน”

นางตอบว่า “นางอยู่บนสวนสวรรค์ เช่นนั้นจงเพียรพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้นางมาเถิด”

แหล่งที่มา หนังสือ Gems and Jewels บท She is in paradise
รวบรวมโดย อับดุลมาลิก มุญาฮิด (สำนักพิมพ์ ดารุสสาลาม)
ถอดความ بنت الإسلام

Read Full Post »

Older Posts »

%d bloggers like this: