Feeds:
Posts
Comments

Archive for January, 2013

Imageเขาจากไปโดยไม่มีสิ่งใดติดตัว

ท่านหะซัน บุตรชายของอบูล หะซัน ได้เข้าเยี่ยมอับดุลลอฮฺ บิน อะฮฺตัม ขณะที่เขากำลังป่วย ท่านหะซันเห็นอิบนุอะฮฺตัม (อับดุลลอฮฺ) ชี้นิ้วไปที่กล่องใบหนึ่งภายในบ้านของเขา จากนั้นเขาก็เดินไปที่กล่องใบนั้น และถามท่านหะซันว่า “โอ้ อบู สะอีด กระผมควรจะทำเช่นไรกับเงินหนึ่งพันที่อยู่ภายในกล่องใบนี้ มันเป็นเงินที่กระผมไม่ได้นำไปจ่ายซะกาตฺและไม่เคยนำไปใช้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติเลย”

หะซันจึงตอบเขาว่า “โอ้ ให้ตายเถอะ ท่านสะสมทรัพย์สินเหล่านี้เพื่อใครกัน”

อิบนุ อะฮฺตัมอธิบายว่า “กระผมสะสมเผื่อไว้ใช้ในยามยาก หรือในยามที่ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่มีผู้นำโหดร้ายเข้าปกครอง หรือในกรณีที่มีภรรยาและลูกมากขึ้นขอรับ”

หลังจากการเยี่ยมเยียนครั้งนี้ผ่านไปได้ไม่นานนัก อิบนุ อะฮฺตัมก็เสียชีวิตลง และขณะที่เขากำลังถูกฝัง ท่านหะซันก็กล่าวขึ้นมาว่า “โปรดจงดูบุรุษที่น่าสงสารท่านนี้ไว้เถิด ชัยฏอนได้ล่อลวงเขา และทำให้เขากลัวความยากจน และยับยั้งเขาจากการใช้จ่ายจากสิ่งที่อัลลอฮฺได้ประทานให้แก่เขา และตอนนี้เขาก็จากไปจากโลกนี้ ด้วยมือเปล่าและด้วยความน่าสังเวช”

จากนั้นท่านหะซันจึงไปพบกับบรรดาทายาทของผู้เสียชีวิตและกล่าวต่อพวกเขาว่า “ขอจงอย่าให้ “ทรัพย์สินนี้” ล่อลวงท่าน ดังเช่นที่มันได้ล่อลวงสหายของท่าน ทรัพย์สินนี้มายังท่านด้วยหนทางที่หะลาล ดังนั้นจงอย่าทำให้มันกลายเป็นความหายนะของท่านในภายภาคหน้า เพราะแท้จริงแล้ว “ที่สุดแห่งความโศกเศร้า” ในวันแห่งการตัดสินนั้น คือการมองเห็นทรัพย์สินของท่าน ที่ท่านลำบากตรากตรำหามันมาเพื่อสะสมไว้ (ทั้งจากหนทางที่หะลาลและหะรอม) อยู่บนตราชั่งของทายาทท่าน หากพวกเขากระทำความดีด้วยทรัพย์สินนั้น (ด้วยการบริจาค เป็นต้น) ความดีงามย่อมตกอยู่ที่พวกเขา และบาปจากทรัพย์สิน (เนื่องจากการสะสมและไม่ใช้จ่ายในหนทางของอัลลอฮฺ) ย่อมตกอยู่ที่ท่าน”  

แหล่งที่มา หนังสือ Gems and Jewels บท He left without anything  
รวบรวมโดย อับดุลมาลิก มุญาฮิด (สำนักพิมพ์ ดารุสสาลาม)
ถอดความ بنت الاسلام

Read Full Post »

ความจริง และคำโกหก

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ตรัสไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานเกี่ยวกับคุณสมบัติพื้นฐานของผู้ศรัทธาว่า “โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย เหตุใดเจ้าจึงพูดในสิ่งที่เจ้าไม่ปฏิบัติ สิ่งที่น่ารังเกียจยิ่งสำหรับอัลลอฮฺนั้นคือการที่เจ้าพูดในสิ่งที่เจ้าไม่ปฏิบัติ” (อัลกุรอาน 61:2-3) *คัดลอกจากโปรแกรมอัลกุรอานแปลไทย

ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ถูกถามว่า “คนโง่เขลาเป็นผู้ศรัทธาได้หรือไม่ ขอรับ” ท่านตอบว่า “ได้สิ” ท่านเราะสูลถูกถามต่อว่า “คนตระหนี่เป็นผู้ศรัทธาได้หรือไม่ ขอรับ” ท่านตอบว่า “ได้สิ” และสุดท้าย ท่านถูกถามอีกว่า “คนโกหกเป็นผู้ศรัทธาได้หรือไม่ ขอรับ” ท่านตอบว่า “ไม่ได้” (อัลมุวัฏเฏาะอ์)

มีการรายงานจากบุรุษท่านหนึ่งที่เดินทางไปพบท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และกล่าวต่อท่านว่า “โอ้ เราะสูลุลลอฮฺ แท้จริงนั้น ฉันได้กระทำบาปสามอย่างแบบลับๆ คือ (ฉันดื่ม) สุรา ทำซินา (ทำผิดประเวณี) และโกหก ได้โปรดบอกแก่ฉันด้วยเถอะว่าฉันควรละทิ้งสิ่งใด” ท่านตอบว่า “จงละทิ้งการโกหกเสีย”   บุรุษท่านดังกล่าวจึงจากไป และหลังจากนั้นเขาก็เกิดความปรารถนาที่จะทำซินา (ทำผิดประเวณี) หากแต่เขาคิดในใจว่า “ฉันจะไปพบท่านเราะสูลและท่านต้องถามฉันว่าฉันได้ทำซินาหรือไม่ และหากฉันตอบว่า “ใช่” ท่านคงจะลงโทษฉัน และหากฉันตอบว่า “ไม่” (นั่นก็หมายความว่า) ฉันได้ทำการละเมิดสัญญาที่ให้ไว้และยังโกหกอีก” ดังนั้นเขาจึงยับยั้งตัวเองจากการทำซินา และเช่นเดียวกันกับการดื่มสุรา เมื่อเขากลับเข้าไปพบท่านเราะสูลอีกครั้ง เขาก็กล่าวต่อท่านว่า “โอ้ เราะสูลุลลอฮฺ แท้จริง ฉันได้ละทิ้งบาปทั้งหมด (ที่ฉันได้เคยกระทำ) แล้ว”   

พี่น้องที่รัก หากท่านไม่เห็นว่า “การโกหก” คือต้นกำเนิดของการกระทำความชั่วทั้งหลาย และ “การโกหก” ได้นำพาไปสู่ความผิดบาปอื่นๆ ท่านคงไม่เห็นว่าจะมีผู้ใดที่ทุกข์ทรมานและมีความชั่วร้ายยิ่งไปกว่า “ผู้ที่โกหก” และ “การปฏิเสธศรัทธา” เป็นประเภทของการโกหกที่เลวร้ายที่สุด เพราะมันคือ “การโกหกต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา”

แหล่งที่มา หนังสือ Gems and Jewels บท Truth and Lying  
รวบรวมโดย อับดุลมาลิก มุญาฮิด (สำนักพิมพ์ ดารุสสาลาม)
ถอดความ بنت الاسلام

Read Full Post »

สตรีที่ฉันปรารถนาอยู่ ณ ที่ใดกัน

Image

คอลิด บิน ซ็อฟวาน ได้เห็นคนกลุ่มหนึ่งในมัสญิดแห่งเมืองบัศเราะฮฺ และเขาได้ถามขึ้นมาว่า “นี่มันคือการรวมตัวเพื่ออะไรกัน” มีคนตอบเขาว่า “มีสตรีนางหนึ่งที่แจ้งแก่บรรดาบุรุษเกี่ยวกับบรรดาสตรีที่พร้อมเพื่อการแต่งงาน (สตรีที่เป็นโสด) ครับ”

จากนั้นคอลิดจึงเดินไปหาสตรีนางนั้นและกล่าวแก่นางว่า “ฉันต้องการแต่งงานกับสตรีนางหนึ่ง”

สตรีนางนั้นจึงกล่าวว่า “จงบรรยายคุณลักษณะของนางแก่ฉันเถอะ (ว่าท่านปรารถนาสตรีที่มีคุณสมบัติเช่นไร)”

เขาตอบว่า “ฉันปรารถนาให้นางนั้นเป็นสตรีพรหมจรรย์ ที่มีความฉลาดเฉลียวเสมือนสตรีที่แต่งงานแล้ว หรือสตรีที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วหากแต่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาเสมือนสตรีพรหมจรรย์ นางควรเป็นที่รักเมื่อนางอยู่ใกล้ฉัน แจ่มจรัสเมื่อนางอยู่ห่างไกลฉัน นางควรเคยดำเนินชีวิตอย่างหรูหรา จากนั้นนางก็ได้ประสบกับความทุกข์เนื่องด้วยความยากจน เพื่อที่นางจะมีมารยาทของผู้ที่ร่ำรวยและขณะเดียวกันนางก็มีคุณสมบัติแห่งความถ่อมตนของผู้ที่ยากจน เมื่อเราทั้งสองครอบครองซึ่งทรัพย์สิน เราควรเป็นเช่นผู้คนแห่งดุนยานี้ และเมื่อเราทั้งสองกลายเป็นผู้ยากจน เราควรเป็นเช่นผู้คนแห่งอาคิเราะหฺ”

นางกล่าวว่า “ฉันรู้จักสตรีเฉกเช่นที่ท่านได้กล่าวไว้”

เขาจึงถามนางว่า “นางอยู่ ณ ที่ใดกัน”

นางตอบว่า “นางอยู่บนสวนสวรรค์ เช่นนั้นจงเพียรพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้นางมาเถิด”

แหล่งที่มา หนังสือ Gems and Jewels บท She is in paradise
รวบรวมโดย อับดุลมาลิก มุญาฮิด (สำนักพิมพ์ ดารุสสาลาม)
ถอดความ بنت الإسلام

Read Full Post »

ใครคู่ควรต่อการปฏิบัติตาม

Image

ผู้พิพากษาท่านหนึ่งจากเมืองคูเราะซานปรารถนาที่จะให้บุตรชายของท่านแต่งงาน ดังนั้นท่านจึงไปขอคำปรึกษาจากบุรุษท่านหนึ่งที่ปฏิบัติตามหลักการศาสนามะญุส บุรุษท่านนั้นกล่าวต่อผู้พิพากษาว่า “ผู้คนต่างไปหาท่านเพื่อต้องการการตัดสินคดีจากท่าน และตอนนี้ท่านกลับมาขอคำปรึกษาจากกระผม” ผู้พิพากษาจึงกล่าวว่า “ท่านจำต้องให้คำแนะนำแก่กระผม”  เขาตอบว่า “ผู้นำของเรา ค็อซเราะอฺ (คิซเราะฮฺ) ย่อมพิจารณาจากทรัพย์สิน (ในการหาภรรยา) ผู้นำของชาวคริสเตียน ซีซาร์ (ก็อยซีรฺ) ย่อมพิจารณาจากความสวยงาม และชาวอาหรับในช่วงยุคก่อนอิสลามย่อมพิจารณาจากวงศ์ตระกูล และสถานะ และศาสนทูตของท่านย่อมพิจารณาเลือกจาก “ศาสนา” เช่นนั้น ท่านจงเลือกเอาเองเถอะว่า ท่านจะปฏิบัติตามผู้ใด”

แหล่งที่มา หนังสือ Gems and Jewels บท Who Should be followed?  
รวบรวมโดย อับดุลมาลิก มุญาฮิด (สำนักพิมพ์ ดารุสสาลาม)
ถอดความ بنت الإسلام

Read Full Post »

Imageความอดทนของท่านอาลี บิน หุซซัยนฺ

อับดุร ร็อซซะกฺ เล่าว่า ขณะที่บ่าวรับใช้นางหนึ่งรินน้ำให้กับเจ้านายของนาง คือท่านอาลี บิน หุซซัยนฺ เพื่ออาบน้ำละหมาดอยู่นั้น เหยือกน้ำได้หลุดจากมือของนาง และตกใส่ลงที่ใบหน้าของท่าน อีกทั้งยังทำให้กระดูกของท่านร้าวอีกด้วย เมื่อท่านเงยศีรษะขึ้นมาหานาง นางจึงกล่าวอายะฮฺหนึ่งขึ้นมาว่า  

“…ผู้ที่ระงับความโกรธ” (อัลกุรอาน 3:134)

ท่านจึงกล่าวว่า “แท้จริง ฉันระงับความโกรธของฉันไว้” จากนั้นนางจึงกล่าวต่อว่า

“…ผู้ที่ให้อภัยแก่มวลมนุษย์” (อัลกุรอาน 3:134)

ท่านจึงกล่าวว่า “ขออัลลอฮฺทรงอภัยโทษแก่เจ้า” จากนั้นนางจึงกล่าวท่อนสุดท้ายของอายะฮฺ ว่า

“แท้จริงนั้น อัลลอฮฺทรงรัก อัลมุฮฺซินูน (บรรดาผู้กระทำความดี)” (อัลกุรอาน 3:134)

ท่านอาลีจึงกล่าวว่า “เจ้าได้รับอิสระ(ได้รับการให้อภัย) ด้วยพระอนุมัติของอัลลอฮฺ”

จากหนังสือ Gems & Jewels  เรื่อง The Forbearance of Ali Bin Husain
รวบรวมโดย อับดุลมาลิก มุญาฮิด (สำนักพิมพ์ ดารุสสาลาม)
ถอดความ بنت الإسلام

Read Full Post »

พึงรักษาเกียรติของพี่น้องมุสลิมของท่าน

Image

วันหนึ่งท่านอุมัรฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ ออกจากบ้านของท่านไปพร้อมกับท่านอับดุลลอฮฺ บิน มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ และในช่วงดึกของค่ำคืนนั้น ท่านทั้งสองมองเห็นแสงไฟหนึ่งจากระยะไกล พวกท่านจึงเดินตามแสงไฟนั้นไปจนไปถึงยังบ้านหลังหนึ่งที่มีตะเกียงไฟอยู่  ด้วยเหตุนี้เอง ท่านอุมัรฺจึงเดินเข้าไปภายในบ้านหลังนั้น และท่านก็ได้พบกับชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่พร้อมกับสุราที่วางอยู่ตรงหน้าเขา และมีนักร้องสตรีอีกคนหนึ่งที่กำลังสร้างความเพลิดเพลินให้เขาอยู่  ชายชราถูกจับได้โดยที่เขาไม่ทันระวังตัวด้วยการรุกล้ำเข้าไปของท่านอุมัรฺ และเมื่อท่านอุมัรฺกล่าวต่อชายชราผู้นั้นว่า “ฉันไม่เคยเห็นสิ่งใดที่น่าละอายมากยิ่งไปกว่าสิ่งที่ฉันได้เห็นจากชายชราที่ควรจะรอคอยความตายเช่นค่ำคืนนี้เลย”

ชายชราจึงตอบท่านว่า “แท้จริงแล้ว โอ้ ผู้นำแห่งบรรดาผู้ศรัทธา สิ่งที่ท่านได้กระทำอยู่นั้นมันน่าละอายยิ่งกว่าเสียอีก ท่านเข้ามาภายในบ้านของฉันโดยไม่ได้รับการอนุญาตจากฉัน อีกทั้งยังทำการสอดแนมและ และ “การสอดแนม” ไม่ใช่สิ่งต้องห้ามในอิสลามหรอกหรือ?

ท่านอุมัรฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุยอมรับความจริงจากคำพูดของชายชรานั้น และท่านจึงได้ออกจากบ้านของเขาไป ท่านถึงกับกัดอาภรณ์ของท่านและร้องไห้ออกมา ขณะที่ท่านกล่าวว่า “ขอให้มารดาของอุมัรฺสูญเสียเขาไปด้วยเถิด (ขอให้ฉันตายด้วยเถิด) หากอัลลอฮฺมิประทานการอภัยโทษให้แก่ฉัน”

ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าว ชายชราผู้นั้นจึงหยุดเข้าร่วมการชุมนุมของท่านอุมัร และเมื่อเวลาผ่านไปชั่วระยะหนึ่ง ท่านอุมัรฺได้พบกับชายชราคนเดิมอยู่ที่แถวท้ายๆ ของการชุมนุม และท่านก็ปรารถนาที่จะพูดคุยกับเขา ด้วยความหวาดกลัวต่อความเกรี้ยวกราดของท่านอุมัรฺ ชายชราจึงเข้าไปหาท่านอย่างระมัดระวัง ท่านอุมัรฺจึงขอให้เขาเข้ามาใกล้ท่านมากขึ้น จนกระทั่งเขาได้มานั่งอยู่ข้างผู้นำแห่งบรรดาผู้ศรัทธา จากนั้นท่านอุมัรฺได้ขอให้เขาเอาหูมาใกล้ๆ ที่ปากของท่าน และท่านก็กล่าวต่อเขาว่า “ด้วยพระองค์ผู้ทรงส่งเราะสูล มุหัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม) มาพร้อมกับสัจธรรม ฉันมิได้บอกกล่าวแก่ผู้ใดเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันได้เห็นท่านในค่ำคืนนั้น หรือแม้แต่บอกกล่าวต่ออับดุลลอฮฺ บิน มัสอูด แม้ว่าเขาจะอยู่กับฉันก็ตาม” ชายชราจึงตอบท่านว่า “โอ้ ท่านผู้นำแห่งบรรดาผู้ศรัทธา ด้วยพระองค์ผู้ทรงส่งเราะสูล มุหัมมัด มาพร้อมกับสัจธรรม ตัวของฉันเองก็มิได้กลับไปสู่การกระทำอันชั่วร้ายเหล่านั้นอีก ตั้งแต่คืนที่ท่านได้เข้ามา (ภายในบ้านของ) ฉัน”

จากนั้นท่านอุมัรฺจึงกล่าวดังออกมาว่า “อัลลอฮุ อักบัร” หากแต่ไม่มีผู้ใดในผู้ชุมนุมทราบว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างชายทั้งสองท่าน 

จากหนังสือ Gems & Jewels  เรื่อง Preserving the Honor of the Muslim.
รวบรวมโดย อับดุลมาลิก มุญาฮิด (สำนักพิมพ์ ดารุสสาลาม)
ถอดความ بنت الإسلام

Read Full Post »

และเขาก็เสียชีวิตลง..

Imageอัชอับกำลังจะเล่าเรื่องหนึ่งให้แก่ผู้ปกครองเมืองฟัง และเขาก็เริ่มเล่าเรื่องว่า “มีบุรุษท่านหนึ่ง…” ขณะนั้นเอง เขาสังเกตเห็นว่าถาดอาหารได้ถูกทยอยนำมาเสิร์ฟให้กับพวกเขา ด้วยเหตุนี้เขาจึงหยุดเล่าเรื่อง ขณะเดียวกันเขาก็จ้องมองไปยังอาหารที่น่าทานเหล่านั้น ผู้ปกครองเมืองจึงกล่าวขึ้นมาว่า “อืม แล้วเรื่องราวเป็นเช่นไรต่อเล่า?”

อัชอับตอบออกไปว่า “จากนั้นบุรุษท่านนั้นก็เสียชีวิตลง”

จากหนังสือ Gems & Jewels  เรื่อง And He died! 
รวบรวมโดย อับดุลมาลิก มุญาฮิด (สำนักพิมพ์ ดารุสสาลาม)
ถอดความ بنت الإسلام

Read Full Post »

« Newer Posts - Older Posts »

%d bloggers like this: