Feeds:
Posts
Comments

Archive for March, 2013

เวลาที่เรามีทุกข์ ประสบกับปัญหา ความยากลำบาก .. เรามักมองหาใครสักคนที่จะแบ่งเบาความทุกข์ของเราได้ โดยที่เราลืม ‘ผู้ที่สามารถช่วยเหลือเราได้จริงๆ’

บางครั้งปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขสักที อาจเป็นเพราะเราหวังพึ่งพิงมนุษย์มากไป .. แล้วเราก็กล่าวโทษพวกเขา .. ทั้งที่จริงๆ แล้วเราอาจต้องโทษตัวเราเอง.. ที่หวังผิดที่ ขอความช่วยเหลือผิดคน.. ลืม ‘อัลลอฮฺ’

มีกี่ครั้งกัน.. ที่เราประสบปัญหา แล้วหันหน้าขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺโดยทันที..

ในอัลกุรอานกล่าวไว้ว่า “เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์เคารพอิบาดะฮฺ และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์ขอความช่วยเหลือ” (อัลฟาติหะฮฺ 1:5)

ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เราประสบทุกข์ ขอให้ ‘อัลลอฮฺ’ เป็นที่พิงพึ่งแรกของพวกเรากันนะคะ

และหากไม่รู้จะขอความช่วยเหลือจากพระองค์เช่นไร เรียบเรียงคำพูดไม่ถูก ข้าพเจ้าขอแนะนำให้เรากล่าวออกมาเบาๆ ด้วยหัวใจที่เชื่อมั่นว่า “โอ้ อัลลอฮฺ โปรดช่วยผมด้วย /โอ้ อัลลอฮฺ โปรดช่วยหนูด้วย” ง่ายๆ แบบนี้ เพราะอัลลอฮฺย่อมรู้ดียิ่งถึงสิ่งที่อยู่ในหัวใจ แต่หากว่าเรารู้ว่าเราต้องการอะไร ก็ระบุสิ่งนั้นตรงๆ ต่อพระองค์เลยนะคะ อย่ากลัวที่จะขอ

หมายเหตุ ข้าพเจ้าไม่ใช่ผู้รู้ แต่ข้าพเจ้าแนะนำจากสิ่งที่ได้ประสบ จากความรู้สึก และจากสิ่งที่รู้มา อีกทั้งทุกๆ ข้อความที่แบ่งปัน ไม่ว่าจะเป็นบทความที่แปล หรือบทความที่เขียน ข้าพเจ้าใช้มันเตือนตัวเองเช่นกันค่ะ

بنت الاسلام

Advertisements

Read Full Post »

“เพื่อนแท้” ไม่ใช่คนที่บอกเราใน “สิ่งที่เราอยากจะรับฟัง” แต่คือคนที่บอกเราใน “สิ่งที่เราควรจะรับฟัง”

“เพื่อน” มีหน้าที่รับผิดชอบในการที่จะรับรองว่า “ความสัมพันธ์” นั้นจะทำให้เกิดการพัฒนาทางด้านจิตใจ (ศรัทธา) ต่อทั้งสองฝ่ายเช่นเดียวกับการพัฒนาในด้านอื่นๆ

คนที่เกรงกลัวว่าจะทำร้ายจิตใจเรา หากว่าเขาต้องพูดความจริงกับเรา ก็เปรียบเหมือนกับคนที่เลือกจะมองดูเราตัดสินการใช้ชีวิตแบบผิดๆ จากนั้นก็เกิดความสงสารเมื่อเราต้องทนทุกข์ทรมาน ทั้งๆ พวกเขาก็รู้ดีมาโดยตลอดว่าพวกเขาสามารถช่วยเหลือเราไว้ได้อย่างไร

เพื่อนแท้คนหนึ่ง ย่อมดีกว่า คนที่กลับกลอกไม่จริงใจพันคนที่คอยสนับสนุนเข้าข้างเรา
…………………………………..
แปลเรียบเรียงจาก ข้อความของมุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ
بنت الاسلام

20130330-112713 PM.jpg

Read Full Post »

คำถามที่ว่า “เมื่อไรเธอจะมีลูกสักที” บางคนอาจจะไม่ถือสาอะไรกับคำถามนี้

หากทว่าคำถามเช่นนี้ หรือคำถามอื่นๆ ที่คล้ายๆ กันนี้อาจเป็นคำถามที่สร้างความลำบากใจ และสร้างความเจ็บปวดต่อผู้ถูกถามได้เช่นกัน

“ความเครียดของคนที่ไม่สามารถมีลูกได้ แม้ว่าพวกเขาอยากจะมีก็ตาม” ย่อมเพิ่มพูนมากขึ้นด้วยกับการที่ต้องได้ยินคำถามที่ไม่สมควรถามเช่นนี้ ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าพวกเขาเลือกที่จะไม่มีลูกเสียเอง หากแต่เขาก็ไม่สา่มารถพูดอะไรได้นักเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ดังนั้น มันจึงเป็นหน้าที่ของเราที่ควรจะมีความอ่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ และไม่ควรมองข้าม หรือมองว่ามันเป็นเรื่องที่เล็กน้อย

การตั้งคำถาม หรือสอบถามถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของผู้อื่น ถือเป็นลักษณะนิสัยที่ไม่ดีซึ่งอาจนำไปสู่ “การนินทาอย่างเต็มรูปแบบ” ได้

ดังนั้นเราจึงควรตั้ง “นโยบายหลีกเลี่ยงจากสิ่งใดก็ตามที่ไม่ใช่ธุระของเรา” ให้กับตัวเราเอง
………………………………………………..
แปลและเรียบเรียงจาก ข้อความของมุฟตี อิสมาอีล เมง
بنت الاسلام

20130330-112339 PM.jpg

Read Full Post »

เรื่องความไม่เข้าใจ ผิดใจกัน ที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว ไม่ควรถูกแพร่งพรายออกไปนอกบ้าน หรือปล่อยให้รั่วไหลออกไปให้คนภายนอกได้รับทราบ

อีกทั้งลูกๆ ของเรา ก็ควรได้รับการอบรมสั่งสอนไม่ให้นำเรื่องราวปัญหาภายในบ้านออกไปบอกเล่าให้คนภายนอกได้รับทราบด้วยเช่นกัน

เพราะมีหลายคนเหลือเกินที่ชอบเติมแต่ง เพิ่มสีสันให้กับเรื่องราวและนำไปบอกเล่าปากต่อปาก พวกเขาไม่ได้คิดที่จะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะที่เราต้องการความช่วยเหลือ แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังเชื่อว่าพวกเขาเหล่านั้นจริงใจกับเราและเป็นเพื่อนแท้ของเรา

ผู้คนมักรู้สึกสนุกกับการนินทา และคอยทำ “หน้าที่” กระจายข่าวออกไป

อย่างไรก็ตาม “มีเพียงแค่กรณีเดียวเท่านั้น” ที่เรื่องราวปัญหาภายในควรถูกนำออกไปพูด นั่นคือเมื่อเราต้องการความช่วยเหลือเพื่อต้องการแก้ไขปัญหาจริงๆ แต่ทว่าเราก็จำต้องเลือก “คนที่น่าเชื่อถือที่สุด มีความรู้ที่สุด และจริงใจที่สุด” ในการที่จะบอกเล่าเพื่อปรึกษาหาทางแก้ไขปัญหานั้นๆ

ขอให้เราทั้งหลายได้รับการปกป้องจากการอยู่ในหมู่ผู้นินทา และขอให้เราได้รับการปกป้องให้พ้นจากคนเหล่านั้นและความชั่วร้ายของคนเหล่านั้นด้วยเถิด อามีน
…………..
แปลเรียบเรียงจาก ข้อความของมุฟตี อิสมาอีล เมง
بنت الاسلام

20130330-111947 PM.jpg

Read Full Post »

Imageจานพลาสติก
————
จากหนังสือ loving our parents รวบรวมโดยอับดุล มาลิก มูญาฮีด
แปล เรียบเรียง بنت الإسلام

เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของชายเศรษฐีคนหนึ่ง ที่มีลูกหลายคน ชีวิตของเขาประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน อย่างไรก็ตาม เขาได้จัดการให้ลูกๆ ทุกคนของเขาแต่งงานมีครอบครัว

ลูกสาวของเขาต่างออกไปอยู่กับครอบครัวของสามี ในขณะที่ลูกชายของเขาต่างก็แยกออกไปอยู่ที่บ้านของตัวเองกับภรรยาของพวกเขา

ดังนั้นเขาและภรรยาที่เข้าสู่วัยชราก็ต้องอยู่กันเพียงลำพังพร้อมกับคนขับรถและคนรับใช้ที่คอยดูแลปรนนิบัติพวกเขาภายในบ้านเท่านั้น

ลูกๆ ของเขามักจะใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์อยู่กับพ่อแม่ เพื่อที่ว่าคนทั้งสองจะได้ไม่รู้สึกอ้างว้างและได้ใช้ช่วงเวลาอยู่กับหลานๆ แต่เมื่อผู้เป็นภรรยาเสียชีวิตลงสองปีหลังจากนั้น เศรษฐีชราต้องอยู่ภายในบ้านเพียงลำพัง ดังนั้นเขาจึงถามลูกชายคนโตว่าเขาสามารถไปอยู่กับครอบครัวของลูกชายได้หรือ ไม่

ลูกชายตอบรับความต้องการของพ่อด้วยความยินดีและรับผู้เป็นพ่อมาอยู่ที่บ้าน ด้วย เขาคอยทำความสะอาดห้องนอนของพ่อและปรนนิบัติดูแลพ่อของเขาทุกอย่าง เมื่อใดก็ตามที่เขากลับมาจากที่ทำงาน เขาก็จะเข้าไปหาพ่อและถามไถ่ความสุขสบายของท่าน

แต่สถานการณ์ไม่ได้ดำเนินไปเช่นนี้นานนัก เพราะลูกสะใภ้ไม่ได้ปฏิบัติดีต่อพ่อของเขาด้วย เมื่อผู้เป็นสามีกลับมาถึงบ้าน ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ผู้เป็นภรรยาก็เริ่มใส่ไฟเกี่ยวกับพ่อของเขาให้เขาฟัง วันหนึ่งเธอยื่นคำขาดต่อสามีของเธอว่า ‘คุณต้องเลือกระหว่างฉันกับพ่อของคุณ คุณตัดสินใจเองแล้วกัน’

ลูกชายของเศรษฐีชราถึงกับตระหนกกับคำเรียกร้องของภรรยา เพราะเขารักภรรยามาก และหลังจากที่ได้มีการพูดคุยโต้แย้งกันอย่างดุเดือด สองสามีภรรยาก็ตกลงกันว่า ชายชราต้องย้ายห้องจากชั้นล่างขึ้นไปอยู่ที่ชั้นบน เพื่อที่ว่าจะได้ไม่มีใครต้องอยู่อย่างไม่สบายใจ

ดังนั้น ลูกชายจึงบอกกับผู้เป็นพ่อว่า ‘ผมตัดสินใจ หลังจากที่ได้คิดหนักมากสักระยะแล้วว่า พ่อควรจะย้ายไปอยู่ที่ห้องชั้นบน พ่อจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์ และรับแสงแดดอย่างเพียงพอ และพ่อก็จะได้มีความสุขกับบรรยากาศในที่โล่งข้างบนนะครับ’

‘ได้เลยลูก ใครจะไม่เห็นด้วยกับลูกกัน อะไรที่ลูกตัดสินใจเลือกแล้วพ่อก็พอใจกับมัน และการไปอยู่ชั้นบนคงทำให้สุขภาพของพ่อดีขึ้นด้วย’ ผู้เป็นพ่อตอบ

เมื่อตอนที่ชายชราอาศัยอยู่ชั้นล่าง เขาก็ได้มีเวลาพูดคุยเล่นสนุกสนานกับหลานๆ แต่เมื่อเขาต้องย้ายไปอยู่ชั้นบน เขากลับรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างมาก ซึ่งไม่ต่างอะไร จากช่วงเวลาหลังจากที่ภรรยาของเขาเสียชีวิต

พ่อผู้น่าสงสารต้องทนทุกข์ทรมานกับการเมินเฉยของลูกชายและลูกสะใภ้ ความโศกเศร้ากัดกินจิตใจของเขาแต่่เขาก็เก็บความรู้สึกไว้ไม่แสดงมันออกมา เขารู้ดีว่าลูกชายและลูกสะใภ้ของเขาไม่เมตตาเขาอีกต่อไป อีกทั้งเขารู้สึกเจ็บปวดที่ภายในบ้านมีจานราคาแพงคุณภาพดีๆ มากมาย หากแต่อาหารที่นำมาให้เขากลับถูกจัดวางไว้ในจานพลาสติก อีกทั้งมันยังไม่สะอาดเท่าไรนักด้วย เพราะลูกสะใภ้บอกกับคนรับใช้ว่า “ใช้จานพลาสติกนี้เวลาเอาอาหารไปให้แกนะ เพราะไม่อย่างนั้นแกอาจจะทำจานแตกหรือทำจานแก้วดีๆ เสียหมด”

ชายชราได้มาถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตแล้ว ขาข้างหนึ่งของเขาไป้เข้าไปอยู่ในหลุมศพแล้ว ไม่มีใครคอยดูแลเขาภายในบ้านที่เขาอยู่ เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ก็สกปรก ห้องที่เขาอยู่มีสภาพที่เก่า โกโรโกโส และเขาก็โดดเดี่ยวอ้างว้างทุกข์ทรมาน เวลานี้มีแต่เพียงร่างกายของเขาที่ยังคงอยู่ แต่หัวใจของเขามันตายไปแล้ว และไม่นานเท่าไรนักเขาก็เสียชีวิตลง

4-5 สัปดาห์ภายหลังการเสียชีวิตของชายชรา ลูกชายของเขาก็ขึ้นไปชั้นบนพร้อมกับลูกๆ ของเขาและคนรับใช้เพื่อทำความสะอาดห้องที่พ่อของเขาเคยอยู่ ห้องนี้กำลังจะถูกจัดเตรียมไว้สำหรับคนขับรถ ขณะที่กำลังปัดฝุ่นห้องอยู่นั้นเอง ลูกชายคนหนึ่งของเขาก็สังเกตเห็นจานพลาสติกที่คุณปู่ของเขาเคยใช้ ลูกของเขาหยิบจานใบนั้นขึ้นมา แต่พ่อของเขาบอกกับเขาว่า “โยนมันทิ้งไปซะ มันไม่ได้มีค่าอะไรที่จะเก็บไว้”

แต่เด็กน้อยไม่ได้ใส่ใจกับคำเตือนของผู้เป็นพ่อ และบอกกับพ่อของเขาว่า “ไม่ครับ ไม่ ผมอยากได้ ผมจะเก็บมันไว้และจะไม่ทิ้งจานใบนี้ด้วย” ผู้เป็นพ่อจึงถามว่า “แล้วลูกจะเอาจานเก่าๆ ใบนี้ไปทำอะไรได้” ลูกชายจึงตอบว่า “ผมอยากจะเก็บจานใบนี้ไว้ เพราะเวลาที่พ่อแก่ตัวลง ผมจะได้เอาอาหารใส่จานใบนี้ไปให้พ่อไงครับ”

คำพูดของเด็กน้อยไร้เดียงสาทำให้เขาเกิดความละอายใจ ถึงตอนนี้ เขาตระหนักได้แล้วว่า เขาไม่ได้ปฏิบัติดีต่อพ่อของเขาเลย เขาละอายใจจนกระทั่งน้ำตาเริ่มไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองข้างของเขา จากนั้นเขาก็หยุดทำความสะอาดและนอนลงบนเตียงที่พ่อของเขาเคยนอน เขาจูบลงที่พื้น แต่มันก็คงไม่มีค่า มีความหมายใดๆ แล้ว เพราะพ่อของเขาได้จากโลกใบนี้ไปแล้ว
——————-
เรื่องราวนี้ได้มีการปรับเนื้อหาจากการบอกเล่าของชัยคฺมุหัมมัด อัลอะริฟียฺ

Read Full Post »

Image

ทำความเข้าใจกับปัญหา และอุปสรรคความยากลำบากทั้งหลายในชีวิต
=====================
โดย นะวัยดฺ อะซีซ

1′ ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของคุณ คือการปฏิเสธที่จะเรียนรู้จากปัญหาของคุณเอง

2′ ปัญหาที่ทำให้คุณใกล้ชิดอัลลอฮฺมากขึ้นนั้น ดียิ่งกว่าการอำนวยพรที่ทำให้คุณห่างไกลจากพระองค์ เพราะหากอัลลอฮฺคือผู้ที่ทรงนำคุณไปสู่ปัญหา พระองค์ก็คือผู้ที่จะทำให้คุณผ่านพ้นปัญหานั้นไปได้เช่นกัน

3′ ทุกๆ ปัญหานั้นมีเหตุผลของมัน หากคุณสามารถรู้ถึงเหตุผล (จุดประสงค์) ของปัญหาที่เกิดขึ้น คุณย่อมพบกับทางออกของปัญหาของคุณ

4′ ปัญหาต่างๆ ในชีวิตของคุณ คือสิ่งที่ช่วยขัดเกลาคุณและทำให้คุณเป็นคนที่ดีเช่นที่คุณเป็นในวันนี้

แบ่งปันโพสต์นี้ เพื่อช่วยให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ของคุณเข้าใจถึง “ปัญหาที่แท้จริงของพวกเขา”

แปลเรียบเรียง بنت الإسلام

Read Full Post »

Older Posts »

%d bloggers like this: