Feeds:
Posts
Comments

Archive for June, 2013

ตามหลักการศาสนาอิสลามว่าด้วยเรื่องการให้้มรดก เหตุผลที่ผู้หญิงได้รับน้อยกว่าผู้ชาย นั่นเป็นเพราะว่าตามหลักแล้ว ‘ผู้ชาย’ มีหน้าที่ต้องดูแล รับผิดชอบบรรดาผู้หญิง ไม่ว่าเขาจะอยู่ในฐานะ พ่อ สามี พี่ชาย น้องชาย ลูก (ในวัยอันควร) ลุง ก็ตาม ทรัพย์สินของผู้ชายต้องถูกใช้ไปในการดูแลบรรดาผู้หญิงด้วยเช่นกัน แต่ทรัพย์สินของผู้หญิง ก็จะยังคงเป็นของผู้หญิงให้ใช้จ่ายตามความต้องการของเธอ นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ว่าเหตุใดฝ่ายชายจึงได้มากกว่า และนี่คือหลักการของ ‘ศาสนาอิสลาม’

แต่หากพบว่าในปัจจุบันผู้ชายไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้นำ ดูแลครอบครัว เพิกเฉยต่อสิ่งเหล่านี้ และบางคนก็นำทรัพย์สินของฝ่ายหญิงมาใช้ จะด้วยความสมัครใจของฝ่ายหญิงหรือไม่ก็แล้วแต่ …โปรดอย่าโทษ ‘อิสลาม’…

..โปรดอย่าโทษอิสลาม..

{สรุปเรียบเรียงจากการฟังบรรยายของมุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ}

เราควรพิจารณาตัวเองมากกว่านะคะ ว่าเราได้ศึกษาหลักการและทำหน้าที่ของเราดีหรือยัง
แปล: บินติ อัล อิสลาม

20130620-024342.jpg

Read Full Post »

20130620-024017.jpg

หลังจากที่พ่อแม่ (ที่เป็นมุสลิม) เสียชีวิตลง ลูกสามารถทำสิ่งเหล่านี้ให้กับพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปแล้วของเขาได้

หนึ่ง หากเขามีทรัพย์สิน และพ่อแม่ของเขาเคยมีหนี้ เขาสามารถทำหน้าที่สะสางชำระหนี้สินแทนพ่อแม่ของเขาได้ เพื่อปลดภาระความรับผิดชอบของท่านทั้งสอง

สอง หากเขามีทรัพย์สิน และพ่อแม่ของเขายังไม่เคยไปทำฮัจญ์ เขาสามารถทำฮัจญ์ในนามของท่านทั้งสองได้ หรือออกค่าใช้จ่ายในการทำฮัจญ์ให้ใครคนใดคนหนึ่งในนามของพ่อแม่ของเขา

สาม เขาสามารถที่จะขอดุอาอฺวิงวอนขอการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ ให้ท่านทั้งสองและขอให้พระองค์ทรงเมตตาท่านทั้งสอง

“ข้าแต่พระเจ้าของฉัน ทรงโปรดเมตตาแก่ท่านทั้งสองเช่นที่ทั้งสองได้เลี้ยงดูฉันเมื่อเยาว์วัย” [อัลอิสรออฺ 17:24]

จากอายะฮฺข้างต้น ชัยคฺซะดียฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า “อายะฮฺนี้มีความหมายว่า จงวิงวอนขอความเมตตา (จากอัลลอฮฺ) แก่ท่านทั้งสอง ทั้งในขณะที่ท่านมีชีวิตและเสียชีวิตไปแล้ว

แหล่งที่มา บางส่วนจาก IslamQa http://islamqa.info/en/ref/13783/Parent
แปล บินติ อัลอิสลาม

Read Full Post »

บางครั้งเราหรือลูกของเราอาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักการศาสนา บางถ้อยคำ บางคำสั่งใช้ในอัลกุรอาน ในหะดีษ และหาเหตุผล หาคำตอบไม่ได้ แต่นั่นคือพระปรีชาญาณของอัลลอฮฺ อีกทั้งมันยังหมายความว่า เราในฐานะ ‘มุสลิม’ จำต้องเรียนรู้ที่จะ ‘ยอมจำนน’ ต่อพระผู้ทรงสร้างโดยไม่ต้องรู้เหตุผล ณ วันนี้ แต่อินชาอัลลอฮฺ วันหนึ่งเราจะรู้เหตุผล หรือคำตอบว่าทำไมอัลลอฮฺจึงทรงสั่งใช้เราให้กระทำบางสิ่งบางอย่าง ..
——————-
เรียบเรียงจากการฟังบรรยายของมุฟตี เมงกฺ

จากการฟังบรรยายของมุฟตี เมงกฺ ได้บทเรียนอย่างหนึ่งว่า บางครั้งเรามนุษย์ก็ดื้อดึงดึงดันกับอัลลอฮฺมากมาย ต้องรู้คำตอบ ต้องรู้เหตุผล จึงจะยอมเชื่อฟัง ศรัทธา ทำตามสิ่งที่พระองค์ทรงสั่งใช้

แต่กับมนุษย์ด้วยกัน เวลาทำงานในบริษัท เจ้านายสั่งให้ไปทำอะไร ก็ยอมไปทำ ทั้งที่หลายๆ ครั้ง เราก็มีความสงสัย หรือบางครั้งก็ไม่สงสัยอะไรเลย แต่ทำไปเพียงเพราะว่า ‘เจ้านายสั่ง’ หรือ ‘ตัดความรำคาญ’ ยอมจำนนแต่โดยดี และกว่าจะเข้าใจว่าทำไมเจ้านายถึงสั่งแบบนั้น ก็เมื่อตอนที่เราลาออกไปแล้ว

แต่กับพระผู้เป็นเจ้า ‘อัลลอฮฺ’ เรากลับกลายเป็นคนอยากมีเหตุมีผลขึ้นมาทันที มันก็แปลกดีนะ อัสตัฒฟิรุลลอฮฺ
*****

Read Full Post »

อบูมุสฏอฟา เล่าให้ฟังว่า ชัยคฺอบูอิสฮาก บอกไว้ในบรรยายของท่านว่า สาเหตุบางประการที่ทำให้เกิดปัญหา ทะเลาะเบาะแว้งภายในครอบครัว คือ

ประการแรก ‘สามีไม่ทำงาน’ เพราะหากสามีไม่ทำงาน เขาก็จะอยู่บ้านเฉยๆ แล้วนิสัยของผู้ชายนั้นจะอยู้นิ่งไม่ได้ ถ้าไม่ได้ทำงาน อยู่ในบ้านนานๆ ก็จะเริ่มหาเรื่อง ตินี่ นู้น นั่น วิพากษ์วิจารณ์ไปเรื่อยได้ทุกเรื่อง จนเป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างคนในครอบครัวได้

ประการที่สอง ‘สามีคล้อยตามคำพูดของภรรยามากไป’ เช่นว่าบางทีภรรยาจะบ่นๆ พูดมากไปเรื่อย แต่สามีปล่อยให้ตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับคำพูดเหล่านั้นมากไป กลายเป็นว่าไม่มีใครยอมใคร และกลายเป็นการโต้เถียงกันในที่สุด

ญะซากั้ลลอฮุ ค็อยร็อน: อบูมุสฏอฟา

(หมายเหตุ จริงๆ มีมากกว่านี้ แต่รับฟังมาเท่านี้ค่ะ)

Read Full Post »

20130613-013626.jpg

เลี้ยงลูกอย่างไรให้มีคุณสมบัติของผู้นำ
*************************
จากการบรรยายของ มุฟตีอิสมาอีล เมงกฺ

ขอให้คุณตระหนักว่า เด็กก็คือเด็ก
อย่าคาดหวังว่าเขาจะเป็นผู้ใหญ่

~~~~~~~~~~~~~~
บางครั้งเราก็คาดหวังว่าลูกวัย 4-5 ขวบของเรา จะต้องเป็นเด็กที่สะอาด เรียบร้อย และเฉลียวฉลาด แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาก็เป็นเพียงแค่เด็กที่อาจจะเลอะเทอะบ้าง เล่นดิน เล่นโคลนบ้าง แต่เราก็ควรปล่อยให้เขาได้เล่นตามวัยของเขา

อย่าปฏิบัติต่อเขาเหมือนว่าเขาเป็นผู้ใหญ่ ในขณะที่พวกเขามีอายุเพียงแค่ 9-10 ปี เพราะพวกเขาอาจยังคงต้องการเวลาเล่นสนุกสนาน อย่ายับยั้งเขาในการที่จะให้เขาเล่น ในการที่จะให้เขาแสดงศักยภาพบางอย่างในตัวเขาออกมา เช่นว่า หากคุณเห็นเขาเล่นดิน เล่นโคลน คุณก็ไม่ควรห้ามปรามเขาทันทีทันใด

เช่นเดียวกัน หากลูกของคุณอยากให้คุณอุ้ม และเขาก็ยังอยู่ในวัยที่คุณสามารถจะอุ้มได้ คุณก็ควรอุ้มเขา แม้ว่าอาจจะมีบางคนตำหนิคุณว่า คุณตามใจลูกก็ตาม เพราะการอุ้ม การให้ความอบอุ่นแก่ลูก คือสิ่งที่พวกเขาต้องการจากคุณ และแน่นอนว่าเขาคงไม่มาให้คุณอุ้มตอนที่เขาอยู่ในวัย 10 ขวบแล้ว ดังนั้นคุณควรให้เขาในสิ่งที่เขาต้องการตามวัย ปล่อยให้เขาได้ใช้ชีวิต ได้เล่นสนุกสนานตามวัยของเขา

เพราะผลร้ายที่อาจเกิดขึ้นจากการยับยั้งเขาจากการเล่นสนุกสนาน คือเขาจะกลายเป็นคนที่หัวรั้น ต่อต้านคนรอบข้าง อันเนื่องมาจากว่าเขาไม่ได้ใช้ชีวิตในวัยเด็กของเขาและเขาก็ได้รับการปฏิบัติเสมือนว่าเขาเป็นผู้ใหญ่มาโดยตลอด ดังนั้นเมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่จริงๆ เขาจึงทำตัวเหมือนเด็กที่เขาไม่เคยได้เป็นเมื่อครั้งยังเด็ก

จากการบรรยายของ :: มุฟตีอิสมาอีล เมงกฺ
เรียบเรียง สรุป :: บินติ อัลอิสลาม

Read Full Post »

เวลาที่มีคนปฏิเสธคำตักเตือน อาจเป็นไปได้ว่าหัวใจเขาอ่อนแอ และไม่พร้อมยอมรับความจริง แต่เราก็อย่าได้หยุดยั้งที่จะตักเตือนเขาเรื่อยๆ .. และหากเราไม่ไหวจะเคลียร์ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องหยุดช่วยเขา เพราะมันยังมีอีกหนทางหนึ่งที่ดีที่สุด คือ การขอดุอาอฺให้เขา

และเวลาที่มีคนมาขอคำปรึกษา บางทีเราก็หาคำแนะนำที่ดีที่สุดให้เขาไม่ได้ เพราะเราไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังทั้งหมด เกรงว่าพูดไปอาจจะเป็นบาปแก่ตัว อธรรมคนอื่นโดยใช่เหตุ

ได้แต่พูดไปว่า ‘ดุอาอฺเยอะๆ นะ’ แต่อยากบอกว่ามันไม่ใช่การแนะนำแบบขอไปที แต่มันคือคำแนะนำที่เราคิดว่าดีที่สุดแล้ว คนฟังอาจจะเบื่อกับคำนี้ อยากได้คำแนะนำที่เป็นหลักเป็นฐาน แต่ไม่อยากให้ลืม ‘คุณค่าของการดุอาอ’ เพราะต่อให้เราไปขอความช่วยเหลือใครเท่าไร มากแค่ไหน หากอัลลอฮไม่อนุมัติ เราก็คงไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ

เชื่อสิ ทุกครั้งเลยที่เราขอความช่วยเหลืออัลลอฮฺโดยตรงด้วยความเชื่อมั่น เราจะได้รับความช่วยเหลือนั้นอย่างรวดเร็วเสมอ แต่ก่อนที่จะขออะไรก็ตามจากพระองค์ อย่าลืมขอให้พระองค์เปิดใจ ชำระล้างใจเราให้สะอาด และหากว่าเรามีข้อผิดพลาด ก็ขออัลลอฮฺทรงทำให้เรารู้ตัว และแก้ไขปรับปรุงตัวเองให้ได้ก่อนนะ เพราะบางทีปัญหา หรือความผิดพลาดอาจอยู่ที่ตัวเราเองด้วยเช่นกัน แต่เราไม่รู้ตัว

ลองดูนะ ..

بنت الاسلام

Read Full Post »

เคยถามอบูมุสฏอฟาว่า ทำไมชัยคฺยากูบ (นักวิชาการอียิปต์) ถึงมีท่าทางนุ่มนวล อ่อนโยน ดูมีอารมณ์ซาบซึ้งกับทุกสิ่งที่ท่านพูดตลอดเวลา

เขาบอกว่า นั่นเป็นเพราะว่าในอดีตท่านเคยเป็นคนที่แข็งกร้าวมากๆ ในการตักเตือน สั่งสอนผู้คนในอดีต (ตามแบบฉบับของคนมีความรู้ที่ยังไฟแรง) จนผู้คนส่วนมากไม่ยอมรับในตัวท่าน ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงปรับเปลี่ยนตัวเอง และเป็นอย่างที่เราๆ เห็นว่าท่านนุ่มนวล อ่อนโยนในการพูดมาก

ที่โพสต์คือ ได้เรียนรู้ว่า ความหยาบกระด้างทั้งท่าทางและคำพูดนั้นไม่สามารถทำให้เราเข้าถึงหัวใจของผู้คนได้อย่างแท้จริง เพราะแม้แต่อุลามะฮฺหลายๆ ท่านก็ยังต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง (ชัยคฺอบู อิสฮากก็เช่นเดียวกัน) ให้เป็นผู้ที่มีความอ่อนโยน ความถ่อมตน

ท่านอุมัรฺ อิบนุ อัลค็อฏฏ็อบ เศาะหาบะฮฺเองก็เป็นผู้ที่มีความแข็งกระด้าง แต่เมื่อท่านได้เป็นเคาะลิฟะฮฺแล้ว ท่านก็ปรับเปลี่ยนตัวเองให้อ่อนโยนลง

แล้วพวกเราหละ เป็นแค่คนแสวงหาความรู้เฉยๆ ทำไมถึงกระด้างกันจัง (ว่าตัวเองด้วยค่ะ)

“เนื่องด้วยความเมตตาจากอัลลอฮฺนั่นเอง เจ้า (มุหัมมัด) จึงได้สุภาพอ่อนโยนแก่พวกเขา และถ้าหากเจ้าเป็นผู้ประพฤติหยาบช้า และมีใจแข็งกระด้างแล้วไซร้ แน่นอนพวกเขาก็ย่อมแยกตัวออกไปจากรอบ ๆ เจ้ากันแล้ว” [อาลิ อิมรอน 3:159]

بنت الاسلام

Read Full Post »

เรามาขจัดความตระหนี่ในตัวเรากันเถอะ

พวกเราหลายคนยังคงมีความหวงแหน และความตระหนี่ในตัวเองอยู่มาก
เชื่อว่าพวกเราหลายคนยังคงเก็บสะสมเสื้อผ้า รองเท้า มือถือเครื่องเก่าๆ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ มากมายไว้ในตู้ หรือห้องเก็บของ โดยไม่เคยนำมันออกมา หรือแม้แต่จะแตะมันเลยเป็นระยะเวลามากกว่า 1 ปี ทั้งนี้ด้วยความเสียดายบ้าง เก็บสะสมบ้าง ด้วยความคิดที่ว่าวันหนึ่งเราคงได้ใช้ประโยชน์จากมัน ด้วยความหวังว่า วันหนึ่งเราคงตัวเล็กลงและใส่เสื้อผ้าเหล่านั้นได้ สวมรองเท้าคู่นี้ คู่นั้นได้ แต่ผ่านไป 1-2-3 ปี หรือมากกว่านั้น สิ่งของเหล่านั้นก็ยังอยู่ที่เดิม หรือบางครั้งอาจเสื่อมโทรม หรือใช้งานไปไม่ได้อีกต่อไป สุดท้ายเราก็ต้องทิ้งมันไปโดยที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากมันเลย

มันคงถึงเวลาที่เราจะต้องขจัดความหวงแหน ความตระหนี่ของเราออกไป ด้วยการนำสิ่งที่เราเก็บสะสมไว้นานเป็นปีๆ ที่เราไม่ได้ใช้มัน เอาไปให้หรือบริจาคให้กับคนที่ยากจนขัดสน คนที่เขามีความต้องการจริงๆ และใช้ประโยชน์จากมันได้จริงๆ .. ทำการคัดสิ่งของ เสื้อผ้าที่ยังคงมีสภาพดี และถูกหลักการศาสนา จัด พับ ใส่กล่อง ใส่ถุงให้เรียบร้อยเพื่อนำไปบริจาค ขจัดความตระหนี่ในตัวเองออกไปให้ได้ เอาชนะใจตัวเองให้ได้ เริ่มต้นด้วยการเสียสละเล็กๆ แล้วการเสียสละนี้จะค่อยๆ ง่ายดายมากขึ้นสำหรับเรา

ลองคิดดูว่า หากพรุ่งนี้ เราไม่มีชีวิตอยู่ในดุนยานี้อีกต่อไปแล้ว ของที่สะสมไว้ มันคงไม่ได้สร้างประโยชน์ใดแก่เราเลย ดังนั้นบริจาคมันออกไปตั้งแต่วันนี้เพื่อความพึงพอพระทัยของอัลลอฮฺ สะสมความดีงามและเสบียงให้ตัวเราไว้เพื่ออาคิเราะหฺดีกว่า

อัลลอฮฺตรัสว่า “บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงบริจาคส่วนหนึ่งจากสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า ก่อนที่วันหนึ่งจะมาถึง ซึ่งในวันนั้นไม่มีการซื้อขาย และไม่มีการเป็นมิตร และไม่มีชะฟาอะฮ์ และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น คือ พวกที่อธรรม(แก่ตัวเอง)” [อัลบะเกาะเราะฮฺ 2:254]

“บรรดาผู้บริจาคทรัพย์ของพวกเขาในหนทางของอัลลอฮ์ แล้วพวกเขามิให้ติดตามสิ่งที่พวกเขาบริจาคไป ซึ่งการลำเลิกและการก่อความเดือดร้อนใด ๆ นั้น พวกเขาจะได้รับรางวัลของพวกเขา ณ พระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา และไม่มีความกลัวใดๆ แก่พวกเขา และทั้งพวกเขาก็จะไม่เสียใจ” [อัลบะเกาะเราะฮฺ 2:262]

“บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงบริจาคส่วนหนึ่งจากบรรดาสิ่งดีๆ ของสิ่งที่พวกเจ้าได้แสวงหาไว้ และจากสิ่งที่เราได้ให้ออกมาจากดินสำหรับพวกเจ้า และพวกเจ้าอย่ามุ่งเอาสิ่งที่เลวจากมันมาบริจาค ทั้งๆ ที่พวกเจ้าเองก็มิใช่จะเป็นผู้รับมันไว้ (ไม่อยากรับมัน) นอกจากว่าพวกเจ้าจะหลับตาในการรับมันเท่านั้น และพึงรู้เถิดว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้น เป็นผู้ทรงมั่งมี ผู้ทรงได้รับการสรรเสริญ [อัลบะเกาะเราะฮฺ 2:267]

“ใครคือผู้ที่จะให้อัลลอฮฺยืม (บริจาคในทางของอัลลอฮฺ) ด้วยการยืมที่ดี แล้วพระองค์ก็จะทรงเพิ่มพูนผลบุญแก่เขา และเขาจะได้รับรางวัลอันมีเกียรติ (สวนสวรรค์)” [อัลหะดิด 57:11]

“และจงบริจาคจากสิ่งที่เราได้ให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้าก่อนที่ความตายจะเกิดขึ้นแก่ผู้ใดในหมู่พวกเจ้า แล้วเขาก็จะกล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ มาตรว่าพระองค์ท่านทรงผ่อนผันให้แก่ข้าพระองค์อีกชั่วเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อที่ข้าพระองค์จะได้บริจาคและข้าพระองค์ก็จะอยู่ในหมู่คนดีทั้งหลาย (ผู้ทรงคุณธรรม)” [อัลกาฟิรูน 63:10]

เราไปรื้อค้นข้าวของที่อยู่ในตู้ของเรากัน และคัดของที่มีสภาพดี นำไปบริจาคให้พี่น้องของเรากันดีกว่าค่ะ
~~~~~~~~~~~~~
-สรุปจากบรรยายของมุฟตีอิสมาอีล เมงกฺ-
คัดลอกคำแปลอัลกุรอานจาก apple application
แปล เรียบเรียง บินติ อัลอิสลาม

20130609-054746.jpg

Read Full Post »

ที่ผ่านมา ไม่เคยรับรู้ว่าพ่อเคยเลี้ยงดูเรามากแค่ไหน และมักคิดว่า พ่อคงไม่ได้มีบทบาทอะไรมากนักกับการเลี้ยงดูเรา จนกระทั่งมีลูกเอง ..

พอมีลูก เราจะเริ่มสงสัยว่าเราเป็นยังไงตอนคลอดออกมา เราเป็นเด็กแบบไหน อะไร ยังไง โดยปกติ เราคงจะถามแม่เราได้ว่าเราเป็นยังไงตอนคลอดออกมาใหม่ๆ เราเลี้ยงง่ายมั้ย แม่คงจะบอกเล่าให้เราฟังได้ แต่ด้วยความที่ แม่ไม่อยู่ให้ถาม เลยลองถามพ่อดูเมื่อนานมาแล้ว ด้วยความไม่คาดหวังมากว่า พ่อจะรู้อะไรมากนัก

พอถามไปแค่ว่า แม่คลอดเรายังไง .. พ่อก็เล่าให้ฟัังตั้งแต่แม่คลอดพี่คนโต คนที่สอง คนที่สาม และเรา ว่าใครคลอดยาก ใครคลอดที่ไหน ออกมายังไง อีกทั้งเล่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ว่าพวกเราเป็นยังไง .. โอ้ย น้ำตาไหล .. คือ มันทำให้เรารู้ว่า พ่ออยู่ตรงนั้นตลอดนะ อยู่ในวันที่เราคลอดออกมา มองเห็นความเจ็บปวดของแม่ ทั้งความตื่นเต้นที่จะเห็นหน้าลูก และเห็นการเติบโตของเรามาโดยตลอด แต่เราไม่เคยรู้ และไม่คิดว่าจริงๆ พ่อก็มีบทบาทมาก

นี่ถ้าแม่ยังคงมีชีวิตอยู่ เราคงไม่ได้ถามคำถามนี้กับพ่อ และคงไม่เคยรู้เลยว่า จริงๆ พ่อก็อยู่ตรงนั้นกับเราตลอดไม่ต่างกัน … ลูกๆ พูดคุยกับพ่อบ้างก็ดีนะ เราอาจจะรู้อะไรมากมายที่เราไม่เคยรู้

-บินติ อัลอิสลาม-

Read Full Post »

เวลาที่เรามีสุข ดีใจ ปลื้มใจ ขอให้อัลลอฮฺเป็นผู้แรกที่เรารำลึกถึงและขอบคุณ
เวลาที่เรามีทุกข์ เศร้า กังวลใจ ขอให้อัลลอฮฺเป็นผู้แรกที่เราบอกเล่าความทุกข์ให้ฟัง
เวลาที่เราต้องการความช่วยเหลือ ขอให้อัลลอฮฺเป็นผู้แรกที่เราขอความช่วยเหลือ

เพราะหลายครั้งเราก็ลืม.. พระองค์..
การที่เราเข้าหาอัลลอฮฺก่อนใคร ช่วยทำให้จิตใจเราสงบได้เร็วขึ้น และยับยั้งเราจากการบอกเล่าเรื่องราวภายในให้กับคนอื่นฟัง ขณะที่อารมณ์ยังร้อน เพราะหลายๆ ครั้งเราก็ต้องมาเสียใจภายหลัง ที่เราได้บอกเรื่องราวภายในบางอย่างออกไปให้คนอื่นได้รับรู้ …

บินติ อัลอิสลาม

Read Full Post »

Older Posts »

%d bloggers like this: