Feeds:
Posts
Comments

Archive for July, 2013

20130710-002853.jpg

แหล่งที่มา บทความ How to welcome the month of Ramadan โดย ดร มุซัมมีล ซิดดิกกียฺ
http://www.missionislam.com/ramadan/ramadanwelcome.html
ถอดความ بنت الاٍسلام

“บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! การถือศีลอดนั้นได้ถูกกำหนดไว้แก่พวกเจ้าแล้ว เช่นเดียวกับที่ได้ถูกกำหนดแก่บรรดาผู้ที่อยู่ก่อนหน้าพวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้ยำเกรง (คือถูกกำหนดให้ถือศีลอด) ในบรรดาวันที่ถูกนับไว้ และหากผู้ใดในหมู่พวกเจ้าป่วยหรืออยู่ระหว่างการเดินทางก็ ให้ถือใช้ในวันอื่น และหน้าที่ของบรรดาผู้ที่ถือศีลอดด้วยความลำบากยิ่ง (โดยที่เขาได้งดเว้นการถือศีลอด) นั้น คือการชดเชยอันได้แก่การให้อาหาร (มื้อหนึ่ง) แก่คนมิสกีนคนหนึ่ง (ต่อการงดเว้นจาการถือหนึ่งวัน) แต่ผู้กระทำความดีโดยสมัครใจ มันก็เป็นความดีแก่เขา และการที่พวกเจ้าจะถือศีลอดนั้น ย่อมเป็นสิ่งที่ดียิ่งกว่าสำหรับพวกเจ้า หากพวกเจ้ารู้”

“เดือนรอมฎอนนั้น เป็นเดือนที่อัลกรุอานได้ถูกประทานลงมาเพื่อเป็นข้อแนะนำสำหรับมนุษย์ และเป็นหลักฐานอันชัดเจนเกี่ยวกับข้อแนะนำนั้นและเกี่ยวกับสิ่งที่จำแนกระหว่างความจริงกับความเท็จ ดังนั้นผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเข้าอยู่ในเดือนนั้นแล้ว ก็จงถือศีลอดในเดือนนั้น และผู้ใดป่วย หรืออยู่ในการเดินทาง ก็จงถือใช้ในวันอื่นแทน อัลลอฮฺทรงประสงค์ให้มีความสะดวกแก่พวกเจ้า และไม่ทรงให้มีความลำบากแก่พวกเจ้าและเพื่อที่พวกเจ้าจะได้ให้ครบถ้วนซึ่งจำนวนวัน (ของเดือนรอมาฎอน) และเพื่อพวกเจ้าจะได้ให้ความเกรียงไกรแด่อัลลอฮฺในสิ่งที่พระองค์ทรงแนะนำแก่พวกเจ้า และเพื่อพวกเจ้าจะขอบคุณ”

“และเมื่อบ่าวของข้า ถามเจ้าถึงข้าแล้วก็ (จงตอบเถิดว่า) แท้จริงนั้นอยู่ใกล้ ข้าจะตอบรับคำวิงวอนของผู้ที่วิงวอน เมื่อเขาวิงวอนต่อข้าดังนั้น พวกเขาจงตอบรับข้าเถิด และศรัทธาต่อข้า เพื่อว่าพวกเขาจะได้อยู่ในทางที่ถูกต้อง” (อัลบะเกาะเราะหฺ 183-186)
(*คัดลอกอัลกุรอานแปลไทยจาก http://www.alquran-thai.com และได้ปรับถ้อยคำเล็กน้อย)

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ได้ประทานอีกหนึ่งโอกาสให้แก่เราในชีวิต เพื่อที่เราจะได้เป็นสักขีพยานในเดือนรอมฎอน

“รอมฎอน” เป็นช่วงเวลาอันประเสริฐซึ่งเต็มไปด้วยการอำนวยพรและความเมตตาของอัลลอฮฺ มุสลิมทุกคนควรตักตวงผลประโยชน์จากช่วงเวลานี้ให้เต็มที่ และควรเตรียมตัวต้อนรับเดือนรอมฎอนที่กำลังจะมาถึงนี้ อีกทั้งเราควรต้อนรับเดือนอันประเสริฐนี้ด้วยความเบิกบานใจ และสิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้คือวิธีการต้อนรับเดือนรอมฎอน

1. จงขอดุอาอฺ วิงวอนต่ออัลลอฮฺให้เดือนรอมฎอนได้มาเยือนท่าน ขณะที่ท่านมีสุขภาพดี แข็งแรง สมบูรณ์ เพื่อที่ท่านจะสามารถทำการถือศีลอดและทำการอิบาดะฮฺทั้งหลายได้ด้วยความสะดวกสบายและคล่องตัว ท่านอนัส บิน มาลิก รายงานว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เคยกล่าวไว้ในช่วงต้นของเดือนรอญับระหว่างการวิงวอนของท่านว่า “โอ้ อัลลอฮฺ โปรดอำนวยพรแก่เราในเดือนรอญับ โปรดอำนวยพรเราในเดือนชะอฺบาน และโปรดอำนวยพรเราในเดือนรอมฎอนด้วยเถิด” (มุสนัด อะหมัด 2228)

ขณะที่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เห็นจันทร์เสี้ยว ในเดือนรอมฎอน ท่านกล่าววิงวอนต่ออัลลอฮฺว่า

“โอ้ อัลลอฮฺ โปรดทรงให้จันทร์เสี้ยวนี้ส่องสว่างมายังเราพร้อมด้วย ความปลอดภัย ความศรัทธา ความมั่นคง “อิสลาม” และให้เกิดสิ่งดีงามต่อการกระทำของเราอันเป็นที่รักและเป็นที่พึงพอพระทัยต่อพระเจ้าของเราด้วยเถิด พระเจ้าของพวกเราและพระเจ้าของท่านคือ อัลลอฮฺ” (อัดดาริมีย์ 1625)

2. จงขอบคุณ และมีความสุข เมื่อเดือนรอมฎอนมาถึง ท่านควรทำการขอบคุณต่ออัลลอฮฺ และแสดงความปลี้มปิติยินดีต่อการมาของเดือนอันประเสริฐนี้ บรรดาเศาะฮาบะฮฺของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เคยกล่าวคำอวยพรต่อกันในช่วงต้นเดือนรอมาฎอน

ท่านเราะสูลได้แจ้งข่าวดีแห่งเดือนรอมฎอนต่อบรรดาเศาะฮาบะฮฺของท่านว่า “เดือนรอมฎอนได้มายังพวกท่านแล้ว มันเป็นเดือนแห่งการอำนวยพร อัลลอฮฺทรงบัญญัติไว้สำหรับพวกท่านให้พวกท่านทำการถือศีลอดตลอดเดือนนี้ ในเดือนนี้ ประตูแห่งสวนสวรรค์จะถูกเปิด ประตูแห่งนรกจะถูกปิด และบรรดาชัยฏอนมารร้ายจะถูกล่ามโซ่ ในเดือนนี้มี “คืนหนึ่ง” ที่เป็นคืนที่ดียิ่งกว่าเดือน (จำนวน) หนึ่งพันเดือนเสียอีก ผู้ใดก็ตามถอดถอนสิทธิของเขาจากการอำนวยพรนี้ แท้จริงแล้วพวกเขาจะได้รับการถอดถอนนั้น” (มุสนัด อะหมัด 8631)

3. จงวางแผนและตั้งมั่นในเจตนา ท่านควรวางแผนอย่างดีว่าท่านจะจัดการกับช่วงเวลาในตอนกลางวันและตอนกลางคืนของท่านตลอดทั้งเดือนรอมฎอนนี้อย่างไร ท่านควรจัดตารางเวลาการทำงาน หรือการเรียนให้ดี เพื่อที่ว่าท่านจะได้ทำการละหมาดให้ตรงเวลา รวมไปถึงการมีเวลาเพื่ออ่านอัลกุรอาน ทานอาหารสะฮูรฺ หรือทานอาหารอิฟตอรฺภายในเวลา ท่านควรตั้งเจตนาให้บริสุทธิ์และตั้งมั่นที่จะตักตวงผลประโยชน์จากช่วงเวลานี้ให้เต็มที่ อีกทั้ง ท่านควรมีความแน่วแน่และให้คำมั่นสัญญาต่อตัวเองว่าท่านจะไม่กระทำบาปใดๆ หรือความผิดใดๆ ตลอดระยะเวลาดังกล่าว อีกทั้งทำการสำนึกต่อความผิดที่ท่านได้เคยกระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และขออภัยต่อผู้ที่ท่านอาจจะเคยทำให้เขาเกิดความขุ่นเคือง ด้วยวิธีการนี้ท่านย่อมได้รับผลบุญจากการถือศีลอดและการละหมาดมากยิ่งขึ้น

4. จงศึกษาเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ของการถือศีลอด ฟิกฮฺของการถือศีลอดก็มีความสำคัญอย่างมาก ทั้งนี้เพื่อที่ท่านจะไม่กระทำสิ่งใดที่ทำให้การถือศีลอดของท่านกลายเป็นโมฆะ (เสีย,ไม่ได้ผล) ท่านควรเรียนรู้วิธีการที่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เคยปฏิบัติขณะที่ท่านถือศีลอด เพราะมันจะเป็นผลดีสำหรับตัวท่าน ไม่ได้มีเพียงแค่ “การกิน” และ “การดื่ม” ระหว่าง “การถือศีลอด” เท่านั้น ที่ทำให้ “การถือศีลอดของเราเป็นโมฆะ” หากแต่ยังรวมไปถึง การใช้คำพูดที่ไม่ดี (หยาบคาย) และการกระทำผิดบาปอื่นๆ ด้วย ที่อาจเป็นเหตุให้การถือศีลอดของท่านไม่ได้รับการตอบรับ ท่านท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามที่ไม่ละทิ้งการกล่าวคำชั่วร้ายและการกระทำที่เลวร้าย อัลลอฮฺก็ไม่ประสงค์ให้เขาละจากการกินและการดื่ม” (อัลบุคอรียฺ 1770)

5. การบริจาค การมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และมีความเมตตา เดือนรอมฎอนนั้นคือเดือนแห่งความเมตตา เดือนแห่งการบริจาค และเดือนแห่งความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ท่านควรวางแผนที่จะไปเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้าน ผู้ร่วมงานในที่ทำงาน เพื่อนๆ ทั้งที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิมของท่านให้ร่วมอิฟตอรฺกับท่าน ท่านควรทำให้เพื่อนและเพื่อนบ้านที่ไม่ใช่มุสลิมของท่านได้รู้จัก และเข้าใจเกี่ยวกับ “เดือนรอมฎอนและความประเสริฐของเดือนนี้” ท่านควรมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และให้ความช่วยเหลือต่อผู้ที่ยากจน ขัดสน และวางแผนในเรื่องของการจ่ายซะกาต เศาะดาเกาะฮฺในช่วงเวลานี้ อีกทั้งท่านควรที่จะคอยให้ความช่วยเหลือผู้อื่นให้มากที่สุด เท่าที่ท่านจะทำได้ ดังที่มีการรายงานในหะดีษว่า

ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เป็นผู้ที่มีความโอบอ้อมอารีย์เป็นที่สุด หากแต่ในเดือนรอมฎอนนั้นท่านจะมีความโอบอ้อมอารีมากเป็นพิเศษ เมื่อญิบรีลมาพบท่าน ญิบรีลเคยมาหาท่านเราะสูลทุกๆ คืนในช่วงเดือนรอมฎอนและอ่านอัลกุรอานกับท่าน ท่านเราะสูล จะมีความโอบอ้อมอารีย์ด้วยความดีงาม ยิ่งกว่าสายลมที่พัดผ่านเสียอีก (อัลบุคอรียฺ)

Read Full Post »

แหล่งที่มา:http://www.facebook.com/note.php?note_id=112135032962
ถอดความ بنت الاٍسلام

รอมฎอนคืออะไร?

“รอมฎอน” เป็นเดือนที่เก้าของปฏิทินอิสลาม โดยอิสลามนั้นจะใช้ “ปฏิทินจันทรคติ” (ปฏิทินที่นับตามคติการโคจรของดวงจันทร์) หมายความว่า ในแต่ละเดือนนั้นจะเริ่มต้นด้วยการเห็นดวงจันทร์ใหม่ และด้วยเพราะปฏิทินจันทรคตินั้นมีระยะเวลาสั้นกว่าปฏิทินสุริยคติโดยทั่วไป ประมาณ 11 วัน ดังนั้นวันสำคัญของอิสลามจะเลื่อนไปทุกปี เช่นในปี พ.ศ. 2546 รอมฎอนเริ่มขึ้นประมาณวันที่ 27 ตุลาคม และในปี พ.ศ. 2547 รอมฎอนได้เริ่มประมาณวันที่ 15 ตุลาคม

มุสลิมมากกว่าพันล้านคนทั่วโลก ซึ่งรวมถึงมุสลิมจำนวนประมาณแปดล้านคนในอเมริกาเหนือที่ “เดือนรอมฎอน” ถือเป็นเดือนแห่งการอำนวยพร โดยมีสัญลักษณ์ของการละหมาด ถือศีลอด และการบริจาค ในปีนี้ “รอมฎอน” ก็เริ่มก่อน “วันคริสมาสต์” ของชาวคริสต์ และคาบเกี่ยวกับ “วันฮานุกกาห์” ของชาวยิว

แต่ขณะที่ ในหลายๆ สถานที่ วันสำคัญของชาวคริสต์ ชาวยิวเหล่านั้นกลายเป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์กันอย่างแพร่หลาย หากแต่ “รอมฎอน” นั้นมุ่งเน้นความสำคัญต่อ “การเสียสละประโยชน์ส่วนตน” และ “การแสดงความจงรักภักดีต่อพระเจ้า” (“อัลลอฮฺ” ในภาษาอาหรับ)

เหตุใดจึงเป็นเดือนนี้?

มุสลิมเชื่อว่าในเดือนรอมฎอนนั้น อัลลอฮฺทรงเผยพระวัจนะแรกแห่งคัมภีร์อัลกุรอาน อันเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของอิสลาม ซึ่งในช่วงปีคริสตศักราช 610 นั้น ท่านศาสนทูตมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้เดินทางไปยังทะเลทรายใกล้เมืองมักกะฮฺ (ในประเทศซาอุดิอารเบียปัจจุบัน) เพื่อทำการใคร่ครวญถึงความศรัทธา สังคมความเป็นอยู่ และการมีอยู่ของพระเจ้า

ในคืนหนึ่ง ได้มีเสียงร้องเรียกท่านจากฟากฟ้า ซึ่งเป็นเสียงของเทวทูตญิบริล ผู้ที่แจ้งต่อมุหัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม) ว่า ท่านได้ถูกเลือกให้เป็นผู้ที่รับสารแห่งอัลลอฮฺ (พระเจ้า) ต่อมามุหัมมัดก็พบว่าท่านได้กล่าวถ้อยคำอันเป็นพระวัจนะของอัลลอฮฺออกมาและได้ถ่ายทอดเป็น “อัลกุรอาน”

หลายๆ มัสญิดในช่วงเดือนรอมฎอน จะมีการอ่านอัลกุรอาน จำนวนหนึ่งในสามสิบส่วน (1/30) ของอัลกุรอานในการละหมาดของแต่ละคืน อันเป็นที่รู้จักกันว่า “การละหมาดตะรอเวียะหฺ” และด้วยการกระทำดังกล่าวนั้น หมายความว่าในช่วงสิ้นเดือนรอมฎอน พระวัจนะของอัลลอฮฺจะได้รับการอ่านจนจบโดยสมบูรณ์ครบถ้วน

เหตุใดมุสลิมจึงต้องถือศีลอด

มุสลิมต้องปฏิบัติ “ศิยาม” หรือ “การถือศีลอด” ตลอดทั้งเดือนรอมฎอน อันหมายความว่าพวกเขาจะไม่กินหรือดื่มสิ่งใด แม้แต่น้ำ ขณะที่ดวงอาทิตย์ขึ้น รวมทั้งการใช้ความพยายามเป็นพิเศษที่จะละทิ้งการกระทำชั่วทั้งหลาย “การถือศีลอด” เป็นหนึ่งของหลักปฎิบัติ 5 ประการ (หน้าที่) แห่งอิสลาม รวมถึงหน้าที่อื่นๆ ตามหลักการของอิสลาม และมุสลิมที่มีความสามารถจำต้องทำการศิยามนี้ (ถือศีลอด) โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป

การถือศีลอด มีจุดประสงค์สำคัญหลายประการ ขณะที่พวกเขาเกิดความหิวและกระหาย มุสลิมจะระลึกถึงความทุกข์ยากของคนยากจน อีกทั้ง การถือศีลอดก็ถือเป็นโอกาสที่ดีอย่างหนึ่งที่จะฝึกการควบคุมความต้องการของตัวเอง รวมไปถึงการชำระล้างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์ และในเดือนศักดิ์สิทธิ์นี้ การถือศีลอดนั้นยังช่วยทำให้มุสลิมรู้สึกถึงความสงบสันติ อันเกิดจากการอุทิศจิตวิญญาณ เช่นเดียวกันกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพี่น้องผู้ศรัทธาอีกด้วย

ในโลกมุสลิมนั้น ช่วงเดือนรอมฎอน ร้านอาหารส่วนใหญ่จะถูกปิดลงตลอดช่วงเวลากลางวัน ทุกครอบครัวจะตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อทาน “ซุโฮรฺ” ซึ่งเป็นอาหารมื้อแรกก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น และหลังจากที่ดวงอาทิตย์ตก ก็ให้หยุดละการถือศีลอด ด้วยการทานอาหารที่เรียกว่า “อิฟตอรฺ” “อิฟตอรฺ” มักจะเริ่มด้วยการทานอินผลัมและเครื่องดื่มหวานที่สามารถให้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

รอมฎอนสิ้นสุดลงอย่างไร

รอมฎอนสิ้นสุดลงด้วยการเฉลิมฉลองของวันอีดิ้ลฟิฏรี ในปี 2546 นั้นเป็นวันที่ 26 พฤศจิกายน ในภาษาเขียนเรียกว่า “วันเฉลิมฉลองการละศีลอด” วันอีดิ้ลฟิฏรี เป็นหนึ่งในสองของวันเฉลิมฉลองที่สำคัญของอิสลาม (อีกวันหนึ่งนั้นจะเริ่มหลังจาก “พิธีฮัจญ์” หรือ “การเดินทางไปแสวงบุญยังเมืองมักกะฮฺ) ใน “วันอีดิ้ลฟิฏรี” นั้น มุสลิมจะแต่งกายให้สวยงามที่สุด พร้อมกับการตกแต่งบ้านเรือนให้สะอาด สวยงาม อีกทั้งยังมีการเลี้ยงฉลองให้กับเด็กๆ และเยี่ยมเยียนบรรดาเพื่อน พี่น้องและครอบครัวอีกด้วย

“ความเอื้ออาทรและการแสดงความขอบคุณ” เกิดขึ้นในช่วงการเฉลิมฉลองนี้ ถึงแม้ว่าในความจริงแล้วนั้นสำหรับศาสนาอิสลามนั้น “การบริจาค” และ “การกระทำความดีงาม” ถือเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งอยู่ตลอดเวลา หากแต่มันก็เป็นสิ่งที่มีความพิเศษยิ่งในช่วงสิ้นสุดรอมฎอน ด้วยเพราะเดือนรอมาฎอนกำลังจะจบลง บรรดามุสลิมมีหน้าที่ในการที่จะแบ่งปันการอำนวยพรของเขาที่ได้รับจากอัลลอฮฺ ด้วยการให้อาหารคนยากจน และการบริจาคให้การช่วยเหลือมัสญิดด้วย

20130710-001450.jpg

Read Full Post »

« Newer Posts

%d bloggers like this: