Feeds:
Posts
Comments

Archive for July, 2013

20130710-010416.jpg

แหล่งที่มา http://www.facebook.com/note.php?note_id=112463307962
ผู้เขียน อิหม่าม มุหัมมัด อิบนุ ศอลิฮฺ อัลอุษัยมีน จาก หนังสือ Majaalis Shahr Ramadaan [หน้าที่ 41-43] Abridged

“คุณประโยชน์ของการถือศีลอด” คือ การแสดงออกถึงความเคารพต่ออัลลอฮฺ ที่บรรดาอับดฺ (บ่าว) กระทำเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับพระเจ้าของเขามากขึ้น ด้วยการละทิ้งสิ่งที่เขารักและปรารถนา เช่น อาหาร เครื่องดื่ม การมีเพศสัมพันธ์ (กับสามี หรือภรรยา) ด้วยเหตุนี้ “ความบริสุทธิ์ใจแห่งความศรัทธา” และ “ความสมบูรณ์แห่งการเป็นบ่าวของอัลลอฮฺ” ย่อมปรากฎชัดเจนขึ้น เช่นเดียวกับ “ความรักของเขาที่มีต่ออัลลอฮฺ” และ “ความปรารถนาที่จะได้มาซึ่งสิ่งที่อัลลอฮฺทรงเตรียมไว้แก่เขา” ก็จะปรากฎให้เห็นเช่นกัน — นั่นเป็นเพราะว่าบรรดาผู้ที่ถือศีลอดจะไม่ละทิ้งสิ่งที่เป็นที่รักสำหรับเขา เว้นแต่มันจะเป็นสิ่งที่ดีงามยิ่งกว่าสำหรับเขา (นั่นคือ อัลลอฮฺ)

เมื่อบรรดาผู้ศรัทธาทราบว่า “ความพึงพอพระทัยของอัลลอฮฺ” อยู่ที่การถือศีลอดของเขา อันหมายถึงการละทิ้งความปรารถนาทั้งหลายที่เขารัก เขาย่อมให้ความสำคัญต่อ “ความพึงพอพระทัยของอัลลอฮฺ” มากกว่า “ความต้องการของตัวเขาเอง” ดังนั้นเขาจึงละทิ้งความปรารถนาของเขา แม้ว่ามันจะเป็นระยะเวลายาวนานเพียงใดก็ตาม ด้วยเพราะ “ความสุขและความสงบในหัวใจของเขา” เกิดจากการที่เขาละทิ้งสิ่งต่างๆ เพื่อความพึงพอพระทัยของอัลลอฮฺ

“คุณประโยชน์ของการถือศีลอด” คือ หนทางที่จะนำมาซึ่ง “ความตักวา” ดังที่อัลลอฮฺทตรัสว่า “โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย การถือศีลอดนั้นถูกบัญญัติไว้แก่พวกเจ้า ดังเช่นที่มันถูกบัญญัติไว้แก่บรรดาผู้ที่อยู่มาก่อนหน้าเจ้า เพื่อที่ “ความตักวา” ของเจ้านั้นจะได้รับการเพิ่มพูน” นั่นเป็นเพราะว่าผู้ที่ถือศีลอดนั้นถูกสั่งใช้ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักการศาสนาและให้ออกห่างจากการกระทำที่ชั่วร้าย

ท่านเราะสูล (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม) กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามที่ไม่ละทิ้งการพูดเท็จ การกระทำอันมาจาก (การกล่าวเท็จ) และ (การกระทำ) ที่โง่เขลา (เช่น บาปต่างๆ) เช่นนั้นแล้ว อัลลอฮฺก็มิทรงประสงค์ให้เขาละทิ้งการกินและการดื่มของเขา” (รายงานโดย อัลบุคอรียฺ) — ดังนั้นผู้ใดก็ตามที่ถือศีลอด หากเขาเกิดความปรารถนาที่จะกระทำความชั่ว เขาจำต้องรำลึกว่า ตัวเขานั้นกำลังถือศีลอด อีกทั้งเขาจำต้องยับยั้งตัวของเขาจากสิ่งนั้น — นี่คือเหตุผลว่าเหตุใดท่านเราะสูล (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม) จึงสั่งใช้ให้ “บรรดาผู้ถือศีลอดที่ถูกผู้อื่นสาปแช่ง หรือด่าทอ” กล่าวว่า “ฉันกำลังถือศีลอด” เพื่อเป็นการเตือน “ผู้ที่ด่าทอเขา” ให้ทราบว่า “ผู้ที่ถือศีลอดนั้น” ได้รับการสั่งใช้ให้ยับยั้งจากการกล่าวสาปแช่งและด่าทอผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นการเตือนผู้ถือศีลอดเองด้วยว่าเขากำลังถือศีลอดอยู่และเขาไม่สามารถที่จะตอบโต้ด้วยการสาปแช่ง หรือด่าทอผู้อื่นได้

“คุณประโยชน์ของการถือศีลอด” คือ การเปิดหัวใจของผู้ถือศีลอดให้ได้ใคร่ครวญและรำลึก (ต่ออัลลอฮฺ) ด้วยเพราะว่าการเติมเต็มความปรารถนาให้กับตัวเขาเองอยู่ตลอดเวลานั้น นำไปสู่การละเลย ไม่ใส่ใจ และบางทีหัวใจของเขาก็กลายเป็น “หัวใจที่แข็งกระด้างและมืดบอดจากสัจธรรม” — นี่คือเหตุผลที่ท่านเราะสูล (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม) ได้ให้คำแนะนำแก่เราไว้ว่า ให้เรานั้น “กิน” และ “ดื่ม” เพียงเล็กน้อย ดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า “บุตรของอะดัมย่อมไม่เติมเต็มภาชนะใดที่เลวร้ายไปกว่าท้อง (กระเพาะอาหาร) ของเขา” (รายงานโดย อะหมัด อันนะซาอียฺ และอิบนุ มาญะฮฺ)

และในเศาะหีฮฺ มุสลิม มีการรายงานว่า “ท่านฮันซะละอฺ อัล อุสัยดียฺ หนึ่งในผู้เขียนบันทึกของท่านเราะสูล (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม) กล่าวต่อท่านเราะสูลว่า “ฮันซาละอฺได้กลายเป็นผู้กลับกลอกไปแล้ว” ท่านเราะสูล จึงถามว่า “เหตุใดเล่า” ท่านตอบว่า “โอ้ ศาสนทูตของอัลลอฮฺ เมื่อเราอยู่กับท่าน ท่านก็ย้ำเตือนพวกเราเกี่ยวกับเรื่องของไฟนรกและสวนสวรรค์ เสมือนกับว่าเราได้เห็นมันด้วยตาของเราเอง แต่เมื่อเราจากท่านไป เราก็พบกับภรรยา บรรดาลูกๆ ของเรา และสถานที่พำนักของเรา จากนั้นเราก็ลืมเรื่องทั้งหลาย (ที่เราได้ยินจากท่าน)” ในตอนท้ายของหะดีษนี้ ท่านเราะสูลกล่าวต่อเขาว่า “โอ้ ฮันซาละอฺ แต่ว่าในเวลาหนึ่งมันก็สำหรับสิ่งนี้ และในเวลาหนึ่งมันก็สำหรับสิ่งนั้น (ท่านกล่าวสามครั้ง)”” ท่านอบู สุลัยมาน อัด-ดะรอนีย์ กล่าวว่า “แท้จริงแล้ว เมื่อจิตวิญญาณหิวโหย และเกิดความกระหาย หัวใจก็จะเกิดความอ่อนโยนและบริสุทธิ์ และเมื่อจิตวิญญาณถูกเติมเต็ม หัวใจก็เกิดความมืดบอด”

“คุณประโยชน์ของการถือศีลอด” คือ การที่บรรดาผู้มีทรัพย์สินได้ใคร่ครวญถึงการอำนวยพรที่อัลลอฮฺทรงประทานให้แก่เขา เช่นการที่อัลลอฮฺทรงอำนวยพรเขาด้วยอาหาร เครื่องดื่ม และการมีเพศสัมพันธ์ (กับสามี ภรรยา) ซึ่งมีผู้คนอีกหลายคนที่ขาดแคลนในสิ่งที่พวกเขาได้รับทั้งหลายเหล่านี้ ดังนั้น เขาจึงทำการสรรเสริญอัลลอฮฺต่อการอำนวยพรทั้งหลาย และขอบคุณพระองค์ที่ทรงประทานสิ่งต่างๆ ให้แก่เขา อีกทั้งเขายังคำนึงถึงบรรดาพี่น้องที่ยากจนและผู้ที่ดำเนินชีวิตในแต่ละวันด้วยความอดอยากและความหิวโหย ด้วยเหตุนี้เขาจึงแสดงความเมตตา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อพี่น้องของเขา และทำการบริจาคเพื่อที่พี่น้องของเขาจะได้เติมเต็มความขาดแคลนและสนองความหิวโหยของพวกเขาด้วย

“คุณประโยชน์ของการถือศีลอด” คือ เป็นการฝึกให้คนคนหนึ่งสามารถยับยั้งอารมณ์ความปรารถนาของเขา และใช้พลังที่เขามีอยู่ในการที่จะระงับจิตใจของเขา (จากการกระทำที่ชั่วร้าย) เช่นการที่คนคนหนึ่งควบคุมความปรารถนาของเขาไว้ และมันก็นำเขาไปสู่สิ่งที่ดีงามและความสำเร็จ — นี่เป็นเพราะว่า “จิตใจ” นั้นเป็นตัวที่สั่งให้บุคคลคนหนึ่งกระทำความชั่ว เว้นแต่บรรดาผู้ที่จิตใจของเขาได้รับพระเมตตาจากอัลลอฮฺ ดังนั้นเมื่อบุคคลหนึ่งยอมที่จะปลดเปลื้องและปล่อยการควบคุมจิตใจของเขาให้เป็นอิสระ มันย่อมนำพาเขาไปสู่ภัยอันตรายมากมาย แต่เมื่อเขาควบคุมและยับยั้งมันเอาไว้ เขาย่อมสามารถที่จะนำพา “จิตใจ” นั้นไปสู่ระดับขั้นที่สูงสุดและประเสริฐสุดของเป้าหมาย

“คุณประโยชน์ของการถือศีลอด” คือ “หัวใจที่อ่อนแอและถูกปิดตายจากความทะนงตน” แปรเปลี่ยนเป็น “หัวใจที่นอบน้อมต่อสัจธรรม และอ่อนโยนต่อสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย” นี่เป็นเพราะว่าการกิน การดื่ม และการมีเพศสัมพันธ์ (ระหว่างสามี ภรรยา) ทั้งหลาย นำไปสู่ความทะนงตน ความถือดี ความหลงตัวเอง และความอวดดีต่อผู้คนและสัจธรรม — “จิตใจ” ได้ครอบงำตัวของมันเอง ด้วยความพยายามที่จะได้มาซึ่งความปรารถนา ความต้องการ และเมื่อ “จิตใจ” ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการแล้ว “จิตใจนั้น” ย่อมรู้สึกเหมือนว่า “มัน” ได้รับชัยชนะต่อสิ่งที่มันปรารถนาและก่อให้เกิด “ความสุข” “ความหลงใหล ความทะนงตน” และนี่เป็นสาเหตุแห่งความหายนะ เว้นแต่บรรดาผู้ที่อัลลอฮฺทรงปกป้องเขาเท่านั้น จึงจะรอดพ้นจากสิ่งนี้

“คุณประโยชน์ของการถือศีลอด” “เส้นทางการเดิน ของเลือด” (ในร่างกาย) แคบลง อันเนื่องมาจากความหิวและความกระหาย ดังนั้นเส้นทางของชัยฎอนในร่างกายมนุษย์ก็ถูกบีบให้เล็กลงเช่นกัน นี่เป็นเพราะว่า “ชัยฎอนนั้นวิ่งอยู่ในเส้นเลือดของลูกหลานอะดัมเช่นเดียวกับการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย” (บุคอรียฺ เป็นหะดีษเศาะหีฮฺจากการบันทึกในการรวบรวมหะดีษเศาะหีฮฺ) ดังนั้นการถือศีลอด ย่อมทำให้การกระซิบกระซาบของชัยฏอนลดลง อีกทั้งความปรารถนาและความโทสะของผู้ถือศีลอดย่อมลดลงไปด้วย นี่เป็นเหตุผลว่าเหตุใดท่านเราะสูล จึงกล่าวว่า “โอ้ บรรดาบุรุษเยาวชนทั้งหลาย ผู้ใดก็ตามในหมู่พวกเจ้าที่มีความสามารถ จงแต่งงานเสีย ด้วยเพราะว่ามันเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการ (ที่พวกเจ้า) จะลดสายตาของพวกเจ้าลงต่ำ และเป็นหนทางที่ดีที่สุดของการพึงรักษาส่วนที่พึงสงวนไว้ให้บริสุทธิ์ และผู้ใดก็ตามที่ไม่มีความสามารถที่จะแต่งงานได้ เขาก็จงถือศีลอดเสีย เพราะมันเป็นการป้องกัน”

“คุณประโยชน์ของการถือศีลอด” คือ “การมีสุขภาพที่ดี” อันเป็นผลจากการถือศีลอด ซึ่งเกิดจากการบริโภคอาหารน้อย ซึ่งเป็นการทำให้ระบบการย่อยอาหารได้พักพ่อนในช่วงเวลาหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นการขับไล่ของเสียส่วนเกินต่างๆ ในร่างกายและส่วนที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายออกไปด้วย

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ช่างเป็นความล้ำเลิศและล้ำลึกแห่งพระปัญญาของอัลลอฮฺ และช่างเป็นคุณประโยชน์อย่างยิ่งในสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชาต่อสิ่งที่ถูกสร้างทั้งหลายของพระองค์

โอ้อัลลอฮฺ โปรดประทานแก่เราซึ่งความเข้าใจต่อศาสนาของพระองค์ และทรงทำให้เราเข้าใจต่อสิ่งที่ซ่อนเร้นในพระบัญชาของพระองค์ด้วยเถิด โปรดทรงปรับปรุงกิจการแห่งศาสนาของเราและชีวิตบนโลกดุนยาของเรา และโปรดทรงอภัยโทษต่อเรา บิดามารดาของเรา และบรรดามุสลิมทั้งหลายด้วยเถิด ด้วยพระเมตตาของพระองค์ ผู้ทรงเมตตายิ่ง และขอความสันติ และการอำนวยพรทั้งหลายของพระองค์จงมีต่อมุหัมมัด (ศ็อลลัลลอฮะ อะลัยฮิ วะสัลลัม) และครอบครัวของท่าน และบรรดาเศาะฮาบะฮฺของท่านด้วยเถิด อามีน

ถอดความภาษาอังกฤษ อิสมาอีล อะลาร์คอน (al-manhaj.com)
ถอดความไทย بنت الاٍسلام

Read Full Post »

20130710-005137.jpg

แหล่งที่มา http://blog.iloveallaah.com/2010/07/the-importance-of-intention-niyyah-for-fasting-ramadan/
ถอดความ نت الاٍسلام

มวลการสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ

การตั้งเจตนา (เนียต) หมายถึง การตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทำการถือศีลอด มันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการตั้งเจตนายามค่ำคืนก่อนจะทำการถือศีลอดในวันถัดไป หรือตั้งเจตนาคืนต่อคืนในช่วงรอมฎอน (ฟัตวาของลัจญ์นะฮฺดาอิมะฮฺ บทที่สิบ หน้าที่ 246)

นักวิชาการบางคนได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีของการทำอิบาดะฮฺที่ต่อเนื่อง (ทำซ้ำๆ) ว่า มันเพียงพอแล้วที่จะตั้งเจตนาเพียงหนึ่งครั้งในการเริ่มต้นครั้งแรกของเขา เว้นเสียแต่ว่า “การกระทำที่ต่อเนื่องนั้น” ถูกยับยั้งด้วยสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในกรณีเช่นนี้ จำต้องมีการ “ตั้งเจตนาใหม่” — ในเบื้องต้นนั้น หากบุคคลหนึ่งตั้งเจตนาเพื่อการถือศีลอดในวันแรกของรอมฎอนว่า “เขาจะทำการถือศีลอดตลอดทั้งเดือนนี้” ดังนั้นมันก็เพียงพอแล้วที่จะตั้งเจตนาให้ครอบคลุมทั้งเดือนเช่นนั้น ตราบใดที่เขาไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะละการถือศีลอดหรืองดเว้นจากถือศีลอดที่ต่อเนื่องนี้ เช่น “การเดินทางในช่วงรอมฎอน” ในกรณีนี้ เมื่อเขาต้องการที่จะกลับมาถือศีลอดอีกครั้ง เขาก็จำต้องตั้งเจตนาใหม่อีกครั้งหนึ่ง

นี่ถือเป็นความเห็นที่ถูกต้องมากกว่า เพราะว่าหากเราถามพี่น้องมุสลิม พวกเขาย่อมกล่าวว่าพวกเขาตั้งเจตนาที่จะถือศีลอดตลอดทั้งเดือนนี้ตั้งแต่เริ่มต้นของเดือนจนกระทั่งสิ้นสุดเดือน ดังนั้นหากแม้ว่า “การตั้งเจตนานั้น” มิได้ถูกทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร หากแต่มันก็เป็นความหมายโดยนัยแล้ว เนื่องจากว่าหลักการเบื้องต้นก็คือ “การกระทำดังกล่าวจะไม่ถูกหยุดยั้ง” ด้วยเหตุนี้เราอาจกล่าวได้ว่าหาก “ความต่อเนื่อง (ของการถือศีลอด)” ถูกทำให้หยุดชะงักลงด้วยเหตุผลที่ได้รับการอนุมัติบางประการ ดังนั้นเมื่อผู้ถือศีลอดเริ่มถือศีลอดใหม่อีกครั้ง เขาจำต้องมีการตั้งเจตนาใหม่อีกครั้งเช่นกัน และนี่เป็นทัศนะหนึ่งที่นำมาซึ่งความสบายใจของผู้ถือศีลอด

มันถือเป็นความจำเป็นที่จะต้องตั้งเจตนาเพื่อถือศีลอดเดือนรอมฎอนในยามค่ำคืนก่อนฟัจรฺ มันไม่เพียงพอที่จะเริ่มการถือศีลอดในวันนั้นๆ โดยปราศจากการตั้งเจตนา ผู้ใดก็ตามที่ตระหนักได้ในช่วงดุฮา (ช่วงสายของวัน) ว่าวันนี้คือรอมฎอนและตั้งเจตนาว่าจะงดเว้นจากการกิน ดื่มจนกระทั่งดวงอาทิตย์ตก เขาก็จำเป็นต้องชดใช้การถือศีลอดสำหรับวันนั้น เพราะมีการรายงานโดยท่านอิบนุ อุมัรฺ จากฮัฟซอฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) ว่าท่านเราะสูล (ศ็อลลัลลอฮุ อลัยฮิ วะสัลลัม) กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามที่ไม่มีเจตนาของการถือศีลอดก่อนฟัจรฺ มันก็ไม่มีการถือศีลอดสำหรับเขา” รายงานโดยอิม่าม อะหมัด ผู้เขียนอัซสุนัน อิบนุคุซัยมะฮฺ และอิบนุ ฮิบบาน จัดเป็นหะดีษเศาะหียฺและมัรฟู

สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นการตั้งเจตนาเพื่อการถือศีลอดที่เป็นฟัรดู แต่สำหรับการถือศีลอดนะฟิล (สุนนะฮฺ ทำด้วยความสมัครใจ) มีการอนุมัติให้ตั้งเจตนาที่จะถือศีลอดในวันนั้นๆ ได้ หากท่านยังไม่ได้กินหรือดื่มหรือมีเพศสัมพันธ์ (กับสามี ภรรยา) หลังฟัรจฺ ด้วยเพราะว่ามีหลักฐานจากหะดีษของท่านหญิงอาอิชะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา) กล่าวว่าท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้เข้าไปหานางวันหนึ่งในช่วงเวลาดุฮา และกล่าวว่า “เธอมีอาหารอะไรบ้างหรือไม่” นางตอบว่า “เราไม่มีอาหารเลยค่ะ ท่านเราะสูล” ท่านจึงตอบว่า “หากเป็นเช่นนั้น ฉันจะทำการถือศีลอด” รายงานโดยมุสลิม หะดีษเศาะหียฺ

และอัลลอฮฺคือผู้ทรงครอบครองซึ่งพลังกำลังความเข้มแข็ง ขออัลลอฮฺโปรดทรงประทานการอำนวยพรและความสันติต่อท่านศาสนาทูตมุหัมมัด และครอบครัวของท่าน และบรรดาสหายของท่านด้วยเถิด

แหล่งที่มา
– al-Sharh al-Mumti’, vol. 6, p. 369-370).
– Standing Committee for Research and Issuing Fatwas. 10 / 244

Islam QA

Read Full Post »

20130710-003923.jpg

แหล่งที่มา บทความ A Quick preparation tips for Ramadan
http://blog.iloveallaah.com/2010/07/preparation-tips-for-ramadan/
ถอดความ بنت الاٍسلام

พี่น้องแห่งอิสลามที่รัก เดือนรอมฎอนใกล้จะมาถึงแล้ว เราเตรียมตัวกันพร้อมหรือยัง? เราต่างทราบจากสุนนะฮฺว่า บรรดาเศาะฮาบะฮฺมักจะทำการเตรียมตัวเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือนก่อนเดือนรอมฎอน อินชาอัลลอฮฺ ดังนั้น เราจะมาเตือนใจกันเกี่ยวกับเดือนรอมฎอนแห่งการอำนวยพรนี้

พวกเราหลายคนปรารถนาที่จะเตรียมตัวต้อนรับเดือนรอมฎอนนี้ หากแต่เราก็ไม่ทราบว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไร สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยเราในการเตรียมตัว เตรียมใจเพื่อทำการต้อนรับเดือนแห่งความเมตตาที่ใกล้จะมาถึงนี้

1. ตั้งเจตนา
การตั้งเจตนา เป็นเรื่องที่กระทำได้ง่ายและมักได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ บางทีคุณอาจมีความปรารถนาที่จะต้อนรับรอมฎอน แต่ด้วยเพราะภารกิจเรื่องการเรียน การทำงาน การดูแลครอบครัว หรือภารกิจอื่นๆ ทำให้คุณคิดไม่ออกว่า “คุณจะสามารถหาเวลาเพื่อการเตรียมตัวรับรอมฎอนได้อย่างไร” ด้วยเหตุนี้ แทนที่คุณจะแบ่งแยก “การเตรียมตัวต้อนรับรอมฎอน” ออกจากกิจวัตรประจำวันของคุณ คุณก็ควรที่จะทำให้กิจวัตรประจำวันของคุณนั้นเป็นหนทางในการเตรียมตัวต้อนรับรอมฎอน

ยกตัวอย่างเช่น หากคุณแม่ของคุณขอให้คุณไปรับน้องชายที่โรงเรียนในวันที่คุณพอจะมีเวลาได้อ่านอัลกุรอานสักสองสามหน้า แต่แทนที่คุณจะรู้สึกไม่พอใจเหมือนกับว่าคุณสูญเสียโอกาสที่ดีนี้ คุณก็ควรที่จะตั้งเจตนาใหม่ว่าคุณจะเดินทางไปรับน้องชายของคุณเพื่อสร้างความพึงพอพระทัยต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา และเตรียมพร้อมรับรอมฎอนด้วยการเชื่อฟังคุณแม่ของคุณ อีกทั้งยังเป็นการให้ความช่วยเหลือสมาชิกในครอบครัว และเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับเครือญาติอีกด้วย

จุดประสงค์คือ การเตรียมตัวต้อนรับรอมฎอนนั้น ไม่จำเป็นว่า “สิ่งนั้น” ต้องเป็นการกระทำที่เลิศหรู ใหญ่โต หรือเป็นสิ่งพิเศษที่จำต้องกระทำในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของวันเท่านั้น กิจวัตรประจำวันหลายอย่างของคุณสามารถเป็น “การกระทำเพื่อต้อนรับรอมฎอนด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์” ได้เช่นกัน อินชาอัลลอฮฺ

2. กระทำการงานง่ายๆ ที่ได้มาซึ่ง รางวัลการตอบแทน
จงวอนขอต่ออัลลอฮฺให้พระองค์ทรงอภัยโทษต่อพี่น้องของคุณ “ผู้ใดก็ตามที่แสวงหาการอภัยโทษให้กับบรรดาผู้ศรัทธาชาย และผู้ศรัทธาหญิง อัลลอฮฺจะทรงบันทึก “หนึ่งความดีงาม” ให้แก่เขา ต่อผู้ศรัทธาชาย และผู้ศรัทธาหญิงแต่ละคน (ที่เขาขออภัยโทษจากอัลลอฮฺให้)” (อัฎฎอบรอนีย์ จัดว่าเป็นหะดีษหะซันโดย อัล อัลบานียฺ)

มีการรายงานว่า ท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) กล่าวว่า “ศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม) กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามที่กล่าว “ซุบฮานั้ลลอฮฺ วะบิฮัมดิฮฺ (มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ และด้วยการสรรเสริญต่อพระองค์) 100 ครั้ง ในช่วงเช้าและช่วงเย็น ความผิดบาปของเขาจะได้รับการลบล้าง แม้ว่ามันจะมัน (จะมากมาย) เสมือนกับฟองในทะเลก็ตาม” (รายงานโดย อัลบุคอรียฺ 6042 มุสลิม 2691)

หากผู้ใดก็ตามกล่าว “ซุบฮานั้ลลอฮฺ” (มหาบริสุทธิ์ยิ่งแต่อัลลอฮฺ) จำนวน 100 ครั้ง 1,000 ความดีงามจะถูกบันทึกไว้สำหรับเขาและอีก 1,000 ความผิดบาปจะถูกลบล้างออกไป (รายงานโดย มุสลิม 2073)

รำลึกถึงอัลลอฮฺ เมื่อคุณออกไปจับจ่ายซื้อของ “ผู้ใดก็ตามที่เข้าไปในตลาด และกล่าวคำว่า “ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ วะฮฺดะฮู ลาชะรีกะ ละฮฺ ละฮุล มุลกุ วะลาฮุล ฮัมดุ ยุฮฺยิ วะ ยุมีตุ วะ ฮุวา ฮัยยุน ลา ยะมูต, บิ ยะดิฮิล ค็อยรฺ, วะ ฮุวา อะลา กุลลิ ชัยอิง กออฺดีรฺ (ไม่มีสิ่งอื่นใดคู่ควรต่อการเคารพสักการะ เว้นแต่อัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว โดยปราศจากหุ้นส่วนใดๆ และพระองค์ทรงคู่ควรต่อการครอบครองและการสรรเสริญ พระองค์เป็นผู้ทรงประทานชีวิตและความตาย และพระองค์เป็นผู้ทรงมีชีวิตอยู่และไม่มีวันดับสิ้น ในพระหัตถ์ของพระองค์คือความดีงามทั้งหลาย และพระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาสามารถในทุกๆ สิ่ง) อัลลอฮฺจะทรงบันทึกแก่เขา 1,000,000 ความดี และลบล้าง 1,000,000 ความชั่ว พร้อมทั้งยกสถานะ 1,000,000 ขั้นให้แก่เขา” (อัตติรฺมิซียฺ จัดเป็นหะดีษหะซัน โดย อัล อัลบานียฺ)

3. เพิ่มพูนการทำอิบาดะฮฺ
เพื่อเป็นการช่วยยกสถานะทางจิตใจของคุณให้สูงขึ้นในเดือนแห่งการอำนวยพรนี้ ดังนั้น คุณควรเพิ่มพูนการทำอิบาดะฮฺให้มากยิ่งขึ้นก่อนที่รอมฎอนจะเริ่มขึ้น เพียงแค่การกระทำเล็กน้อย แต่มีความสม่ำเสมอนั้นก็เพียงพอแล้ว ท่านศาสนทูต ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม บอกแก่เราไว้ว่า

“การงานอันเป็นที่รักยิ่งของอัลลอฮฺนั้น คือการงานที่ทำอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่ามันจะเล็กน้อยก็ตาม”

ยกตัวอย่างเช่น หากว่าคุณได้ทำการละหมาดสุนนะฮฺหลังละหมาดอีซา 2 ร็อกอัตฺ ตั้งแต่วันนี้จนกระทั่งเดือนรอมฎอนได้เริ่มขึ้น และแม้แต่ในช่วงเดือนรอมฎอนเอง ดังนั้น ขอให้คุณตั้งเจตนาว่าคุณจะทำการละหมาดสุนนะฮฺหลังละหมาดอีชา เพิ่มขึ้นอีก 2 ร็อกอัตฺ และทุกๆ ครั้งที่คุณทำการละหมาดเพิ่มขึ้นอีก 2 ร็อกอัตฺ ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าที่คุณละหมาดตามปกติ ขอให้คุณรำลึกว่าคุณกำลังกระทำสิ่งนี้ด้วยเจตนาที่จะวอนขอต่ออัลลอฮฺให้ทรงช่วยเหลือคุณให้มีความพร้อมที่จะมุ่งมั่นและพยายามอย่างสุดความสามารถตลอดเดือนรอมฎอน

4. รายการ “ดุอาอฺ”
รอมฎอนเป็นเดือนสำหรับการวอนขอทุกสิ่งทุกอย่างจากอัลลอฮฺ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิตบนโลกดุนยาและอาคิเราะฮฺ — ดังนั้นเราอย่ารอจนกว่าสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอนมาถึง เราจึงจะขอดุอาอฺสำคัญๆ จากพระองค์ — เพราะเมื่อถึงตอนที่วันอีดได้ผ่านพ้นไปแล้ว เราจึงตระหนักได้ว่า เราลืมขอดุอาอฺที่ต้องการวอนขอจากพระองค์ประมาณ 50 รายการ ด้วยเหตุนี้ เราจึงควรที่จะเริ่มคิดถึงรายการ “ดุอาอฺ” นับตั้งแต่วันนี้และค่อยๆ เพิ่มรายการมากขึ้นเมื่อเรานึกได้ อินชาอัลลอฮฺ วิธีนี้จะช่วยให้เราไม่ลืมที่จะขอดุอาอฺทั้งหลายเหล่านั้นในเดือนอันประเสริฐซึ่งเป็น “เดือนที่การขอดุอาอฺจะได้รับการตอบรับ” อีกทั้งยังเป็นการช่วยทำให้หัวใจของเรานั้นมุ่งตรงไปสู่ “พระผู้ทรงทำให้คำวิงวอนของเรานั้นเป็นจริงได้” เพียงพระองค์เดียว ซุบฮานะฮู วะตะอาลา

5. เขียน “เป้าหมายที่คุณต้องการจะทำ” ในเดือนรอมฎอน
คุณทำการละหมาดฟัรดูครบถ้วนเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่? คุณทำการละหมาดสุนนะฮฺครบถ้วนเรียบร้อยเช่นกันใช่หรือไม่? คุณอ่านอัลกุรอานจบแล้วใช่หรือไม่? คุณทำการบริจาคเงิน 20 บาทต่อวันแล้วใช่หรือไม่? คุณทำเอี้ยะติกาฟที่มัสยิดแล้วใช่หรือไม่? คุณละทิ้งความผิดบาปที่คุณพยายามจะออกห่างจากมันได้แล้วใช่หรือไม่? คุณหันกลับสู่อัลลอฮฺอย่างบริสุทธิ์ใจได้แล้วใช่หรือไม่?

ลองเขียนรายการเป้าหมายที่คุณอยากจะทำ และวางรายการนั้นไว้ที่ใดที่หนึ่งที่คุณสามารถมองเห็นมันได้ง่าย และขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺให้คุณสามารถบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

6. วางแผน
ลองพิจารณาดู “เป้าหมายที่คุณวางไว้” และวางแผนที่จะทำให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นได้จริงในเดือนอันประเสริฐนี้

ยกตัวอย่างเช่น บางทีตอนนี้คุณอาจจะยังติดขัดในเรื่องของการละหมาดสุนนะฮฺ แต่ในเดือนนี้ คุณควรตระหนักถึงความยิ่งใหญ่แห่งอัจญรฺ (รางวัล) ของการละหมาดสุนนะฮฺ ลองคิดดูว่าบางที “สุนนะฮฺเหล่านี้” อาจจะเป็นการงานที่จะทำให้ตราชั่งแห่งความดีของคุณหนักมากยิ่งขึ้นในวันเยามุ้ลกิยามะฮ (วันแห่งการตัดสิน) ดังนั้น จงพยายามอย่างหนักที่จะกระทำสิ่งเหล่านี้อย่างต่อเนื่องตลอดเดือนรอมฎอน หากคุณไม่สามารถที่จะละหมาดสองร็อกอัตฺหลังซุฮฺริได้ในขณะนั้น คุณก็ควรรีบละหมาดทันทีที่คุณมีโอกาส

“การวางแผนของคุณ” อาจจะมีลักษณะเช่นนี้
เป้าหมาย ละหมาดฟัรดูครบถ้วน
วิธีการ หลับตานึกถึงตัวเองในวันแห่งการตัดสิน และมองเห็นน้ำหนักของการละหมาดสุนนะฮฺอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนนี้ และทำให้แน่ใจว่าได้ทำการละหมาดสุนนะฮฺทันทีหลังจากการละหมาดฟัรฺดู และหากไม่สามารถกระทำได้ ก็ให้รีบกระทำทันทีที่สามารถ และต้องไม่ปล่อยให้ตัวเองผัดผ่อนเวลาออกไป

อีกหนึ่งตัวอย่างของการอ่านอัลกุรอาน (พร้อมทำความเข้าใจ) จนจบ
เป้าหมาย “อ่านอัลกุรอานให้จบในเดือนรอมฎอนนี้”
วิธีการ อ่านอัลกุรอานจำนวน 4 หน้า หลังจากการละหมาด และทำความเข้าใจต่อสิ่งที่อัลกุรอานกล่าว
ดังนั้นการละหมาด 5 เวลา คูณ อัลกุรอาน 4 หน้า จะได้เท่ากับ 20 หน้า
และ 20 หน้า เท่ากับ ประมาณ 1 ญุซ

1 ญุซ คูณ 30 วัน จะได้เท่ากับ อัลกุรอานจบเล่ม

มุสลิมหลายคนเสียชีวิตลงเมื่อเดือนที่แล้ว
มุสลิมหลายคนก็ยังไม่ได้กระทำสิ่งใดในรอมฎอนปีนี้
ปีที่แล้วเป็นรอมฎอนครั้งสุดท้ายของพวกเขา
แล้วคุณจะทำมันหรือไม่ในรอมฎอนนี้
รอมฎอนนี้จะเป็นรอมฎอนสุดท้ายของคุณหรือไม่

ดังนั้น คุณควรพยายามอย่างมากที่สุดในรอมฎอนนี้ ด้วยความพยายามเล็กๆ น้อยๆ เช่นการตั้งเจตนา หรือการเพิ่มพูนการทำอิบาดะฮฺทั้งหลาย เราขอวิงวอนต่ออัลลอฮฺให้พระองค์ทรงช่วยทำให้หัวใจของเรานั้นอ่อนโยนและทรงประทานซึ่งความง่ายดายแก่เราในการกลับสู่พระองค์และนำทางไปสู่พระองค์

ขออัลลอฮฺทรงทำให้เราประสบความสำเร็จในรอมฎอน และประทานความง่ายดายแก่เราที่จะกลับสู่พระองค์อย่างสมบูรณ์และตลอดกาล อามีน

Read Full Post »

20130710-002853.jpg

แหล่งที่มา บทความ How to welcome the month of Ramadan โดย ดร มุซัมมีล ซิดดิกกียฺ
http://www.missionislam.com/ramadan/ramadanwelcome.html
ถอดความ بنت الاٍسلام

“บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! การถือศีลอดนั้นได้ถูกกำหนดไว้แก่พวกเจ้าแล้ว เช่นเดียวกับที่ได้ถูกกำหนดแก่บรรดาผู้ที่อยู่ก่อนหน้าพวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้ยำเกรง (คือถูกกำหนดให้ถือศีลอด) ในบรรดาวันที่ถูกนับไว้ และหากผู้ใดในหมู่พวกเจ้าป่วยหรืออยู่ระหว่างการเดินทางก็ ให้ถือใช้ในวันอื่น และหน้าที่ของบรรดาผู้ที่ถือศีลอดด้วยความลำบากยิ่ง (โดยที่เขาได้งดเว้นการถือศีลอด) นั้น คือการชดเชยอันได้แก่การให้อาหาร (มื้อหนึ่ง) แก่คนมิสกีนคนหนึ่ง (ต่อการงดเว้นจาการถือหนึ่งวัน) แต่ผู้กระทำความดีโดยสมัครใจ มันก็เป็นความดีแก่เขา และการที่พวกเจ้าจะถือศีลอดนั้น ย่อมเป็นสิ่งที่ดียิ่งกว่าสำหรับพวกเจ้า หากพวกเจ้ารู้”

“เดือนรอมฎอนนั้น เป็นเดือนที่อัลกรุอานได้ถูกประทานลงมาเพื่อเป็นข้อแนะนำสำหรับมนุษย์ และเป็นหลักฐานอันชัดเจนเกี่ยวกับข้อแนะนำนั้นและเกี่ยวกับสิ่งที่จำแนกระหว่างความจริงกับความเท็จ ดังนั้นผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเข้าอยู่ในเดือนนั้นแล้ว ก็จงถือศีลอดในเดือนนั้น และผู้ใดป่วย หรืออยู่ในการเดินทาง ก็จงถือใช้ในวันอื่นแทน อัลลอฮฺทรงประสงค์ให้มีความสะดวกแก่พวกเจ้า และไม่ทรงให้มีความลำบากแก่พวกเจ้าและเพื่อที่พวกเจ้าจะได้ให้ครบถ้วนซึ่งจำนวนวัน (ของเดือนรอมาฎอน) และเพื่อพวกเจ้าจะได้ให้ความเกรียงไกรแด่อัลลอฮฺในสิ่งที่พระองค์ทรงแนะนำแก่พวกเจ้า และเพื่อพวกเจ้าจะขอบคุณ”

“และเมื่อบ่าวของข้า ถามเจ้าถึงข้าแล้วก็ (จงตอบเถิดว่า) แท้จริงนั้นอยู่ใกล้ ข้าจะตอบรับคำวิงวอนของผู้ที่วิงวอน เมื่อเขาวิงวอนต่อข้าดังนั้น พวกเขาจงตอบรับข้าเถิด และศรัทธาต่อข้า เพื่อว่าพวกเขาจะได้อยู่ในทางที่ถูกต้อง” (อัลบะเกาะเราะหฺ 183-186)
(*คัดลอกอัลกุรอานแปลไทยจาก http://www.alquran-thai.com และได้ปรับถ้อยคำเล็กน้อย)

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ได้ประทานอีกหนึ่งโอกาสให้แก่เราในชีวิต เพื่อที่เราจะได้เป็นสักขีพยานในเดือนรอมฎอน

“รอมฎอน” เป็นช่วงเวลาอันประเสริฐซึ่งเต็มไปด้วยการอำนวยพรและความเมตตาของอัลลอฮฺ มุสลิมทุกคนควรตักตวงผลประโยชน์จากช่วงเวลานี้ให้เต็มที่ และควรเตรียมตัวต้อนรับเดือนรอมฎอนที่กำลังจะมาถึงนี้ อีกทั้งเราควรต้อนรับเดือนอันประเสริฐนี้ด้วยความเบิกบานใจ และสิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้คือวิธีการต้อนรับเดือนรอมฎอน

1. จงขอดุอาอฺ วิงวอนต่ออัลลอฮฺให้เดือนรอมฎอนได้มาเยือนท่าน ขณะที่ท่านมีสุขภาพดี แข็งแรง สมบูรณ์ เพื่อที่ท่านจะสามารถทำการถือศีลอดและทำการอิบาดะฮฺทั้งหลายได้ด้วยความสะดวกสบายและคล่องตัว ท่านอนัส บิน มาลิก รายงานว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เคยกล่าวไว้ในช่วงต้นของเดือนรอญับระหว่างการวิงวอนของท่านว่า “โอ้ อัลลอฮฺ โปรดอำนวยพรแก่เราในเดือนรอญับ โปรดอำนวยพรเราในเดือนชะอฺบาน และโปรดอำนวยพรเราในเดือนรอมฎอนด้วยเถิด” (มุสนัด อะหมัด 2228)

ขณะที่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เห็นจันทร์เสี้ยว ในเดือนรอมฎอน ท่านกล่าววิงวอนต่ออัลลอฮฺว่า

“โอ้ อัลลอฮฺ โปรดทรงให้จันทร์เสี้ยวนี้ส่องสว่างมายังเราพร้อมด้วย ความปลอดภัย ความศรัทธา ความมั่นคง “อิสลาม” และให้เกิดสิ่งดีงามต่อการกระทำของเราอันเป็นที่รักและเป็นที่พึงพอพระทัยต่อพระเจ้าของเราด้วยเถิด พระเจ้าของพวกเราและพระเจ้าของท่านคือ อัลลอฮฺ” (อัดดาริมีย์ 1625)

2. จงขอบคุณ และมีความสุข เมื่อเดือนรอมฎอนมาถึง ท่านควรทำการขอบคุณต่ออัลลอฮฺ และแสดงความปลี้มปิติยินดีต่อการมาของเดือนอันประเสริฐนี้ บรรดาเศาะฮาบะฮฺของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เคยกล่าวคำอวยพรต่อกันในช่วงต้นเดือนรอมาฎอน

ท่านเราะสูลได้แจ้งข่าวดีแห่งเดือนรอมฎอนต่อบรรดาเศาะฮาบะฮฺของท่านว่า “เดือนรอมฎอนได้มายังพวกท่านแล้ว มันเป็นเดือนแห่งการอำนวยพร อัลลอฮฺทรงบัญญัติไว้สำหรับพวกท่านให้พวกท่านทำการถือศีลอดตลอดเดือนนี้ ในเดือนนี้ ประตูแห่งสวนสวรรค์จะถูกเปิด ประตูแห่งนรกจะถูกปิด และบรรดาชัยฏอนมารร้ายจะถูกล่ามโซ่ ในเดือนนี้มี “คืนหนึ่ง” ที่เป็นคืนที่ดียิ่งกว่าเดือน (จำนวน) หนึ่งพันเดือนเสียอีก ผู้ใดก็ตามถอดถอนสิทธิของเขาจากการอำนวยพรนี้ แท้จริงแล้วพวกเขาจะได้รับการถอดถอนนั้น” (มุสนัด อะหมัด 8631)

3. จงวางแผนและตั้งมั่นในเจตนา ท่านควรวางแผนอย่างดีว่าท่านจะจัดการกับช่วงเวลาในตอนกลางวันและตอนกลางคืนของท่านตลอดทั้งเดือนรอมฎอนนี้อย่างไร ท่านควรจัดตารางเวลาการทำงาน หรือการเรียนให้ดี เพื่อที่ว่าท่านจะได้ทำการละหมาดให้ตรงเวลา รวมไปถึงการมีเวลาเพื่ออ่านอัลกุรอาน ทานอาหารสะฮูรฺ หรือทานอาหารอิฟตอรฺภายในเวลา ท่านควรตั้งเจตนาให้บริสุทธิ์และตั้งมั่นที่จะตักตวงผลประโยชน์จากช่วงเวลานี้ให้เต็มที่ อีกทั้ง ท่านควรมีความแน่วแน่และให้คำมั่นสัญญาต่อตัวเองว่าท่านจะไม่กระทำบาปใดๆ หรือความผิดใดๆ ตลอดระยะเวลาดังกล่าว อีกทั้งทำการสำนึกต่อความผิดที่ท่านได้เคยกระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และขออภัยต่อผู้ที่ท่านอาจจะเคยทำให้เขาเกิดความขุ่นเคือง ด้วยวิธีการนี้ท่านย่อมได้รับผลบุญจากการถือศีลอดและการละหมาดมากยิ่งขึ้น

4. จงศึกษาเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ของการถือศีลอด ฟิกฮฺของการถือศีลอดก็มีความสำคัญอย่างมาก ทั้งนี้เพื่อที่ท่านจะไม่กระทำสิ่งใดที่ทำให้การถือศีลอดของท่านกลายเป็นโมฆะ (เสีย,ไม่ได้ผล) ท่านควรเรียนรู้วิธีการที่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เคยปฏิบัติขณะที่ท่านถือศีลอด เพราะมันจะเป็นผลดีสำหรับตัวท่าน ไม่ได้มีเพียงแค่ “การกิน” และ “การดื่ม” ระหว่าง “การถือศีลอด” เท่านั้น ที่ทำให้ “การถือศีลอดของเราเป็นโมฆะ” หากแต่ยังรวมไปถึง การใช้คำพูดที่ไม่ดี (หยาบคาย) และการกระทำผิดบาปอื่นๆ ด้วย ที่อาจเป็นเหตุให้การถือศีลอดของท่านไม่ได้รับการตอบรับ ท่านท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามที่ไม่ละทิ้งการกล่าวคำชั่วร้ายและการกระทำที่เลวร้าย อัลลอฮฺก็ไม่ประสงค์ให้เขาละจากการกินและการดื่ม” (อัลบุคอรียฺ 1770)

5. การบริจาค การมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และมีความเมตตา เดือนรอมฎอนนั้นคือเดือนแห่งความเมตตา เดือนแห่งการบริจาค และเดือนแห่งความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ท่านควรวางแผนที่จะไปเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้าน ผู้ร่วมงานในที่ทำงาน เพื่อนๆ ทั้งที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิมของท่านให้ร่วมอิฟตอรฺกับท่าน ท่านควรทำให้เพื่อนและเพื่อนบ้านที่ไม่ใช่มุสลิมของท่านได้รู้จัก และเข้าใจเกี่ยวกับ “เดือนรอมฎอนและความประเสริฐของเดือนนี้” ท่านควรมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และให้ความช่วยเหลือต่อผู้ที่ยากจน ขัดสน และวางแผนในเรื่องของการจ่ายซะกาต เศาะดาเกาะฮฺในช่วงเวลานี้ อีกทั้งท่านควรที่จะคอยให้ความช่วยเหลือผู้อื่นให้มากที่สุด เท่าที่ท่านจะทำได้ ดังที่มีการรายงานในหะดีษว่า

ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เป็นผู้ที่มีความโอบอ้อมอารีย์เป็นที่สุด หากแต่ในเดือนรอมฎอนนั้นท่านจะมีความโอบอ้อมอารีมากเป็นพิเศษ เมื่อญิบรีลมาพบท่าน ญิบรีลเคยมาหาท่านเราะสูลทุกๆ คืนในช่วงเดือนรอมฎอนและอ่านอัลกุรอานกับท่าน ท่านเราะสูล จะมีความโอบอ้อมอารีย์ด้วยความดีงาม ยิ่งกว่าสายลมที่พัดผ่านเสียอีก (อัลบุคอรียฺ)

Read Full Post »

แหล่งที่มา:http://www.facebook.com/note.php?note_id=112135032962
ถอดความ بنت الاٍسلام

รอมฎอนคืออะไร?

“รอมฎอน” เป็นเดือนที่เก้าของปฏิทินอิสลาม โดยอิสลามนั้นจะใช้ “ปฏิทินจันทรคติ” (ปฏิทินที่นับตามคติการโคจรของดวงจันทร์) หมายความว่า ในแต่ละเดือนนั้นจะเริ่มต้นด้วยการเห็นดวงจันทร์ใหม่ และด้วยเพราะปฏิทินจันทรคตินั้นมีระยะเวลาสั้นกว่าปฏิทินสุริยคติโดยทั่วไป ประมาณ 11 วัน ดังนั้นวันสำคัญของอิสลามจะเลื่อนไปทุกปี เช่นในปี พ.ศ. 2546 รอมฎอนเริ่มขึ้นประมาณวันที่ 27 ตุลาคม และในปี พ.ศ. 2547 รอมฎอนได้เริ่มประมาณวันที่ 15 ตุลาคม

มุสลิมมากกว่าพันล้านคนทั่วโลก ซึ่งรวมถึงมุสลิมจำนวนประมาณแปดล้านคนในอเมริกาเหนือที่ “เดือนรอมฎอน” ถือเป็นเดือนแห่งการอำนวยพร โดยมีสัญลักษณ์ของการละหมาด ถือศีลอด และการบริจาค ในปีนี้ “รอมฎอน” ก็เริ่มก่อน “วันคริสมาสต์” ของชาวคริสต์ และคาบเกี่ยวกับ “วันฮานุกกาห์” ของชาวยิว

แต่ขณะที่ ในหลายๆ สถานที่ วันสำคัญของชาวคริสต์ ชาวยิวเหล่านั้นกลายเป็นสิ่งที่ถูกนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์กันอย่างแพร่หลาย หากแต่ “รอมฎอน” นั้นมุ่งเน้นความสำคัญต่อ “การเสียสละประโยชน์ส่วนตน” และ “การแสดงความจงรักภักดีต่อพระเจ้า” (“อัลลอฮฺ” ในภาษาอาหรับ)

เหตุใดจึงเป็นเดือนนี้?

มุสลิมเชื่อว่าในเดือนรอมฎอนนั้น อัลลอฮฺทรงเผยพระวัจนะแรกแห่งคัมภีร์อัลกุรอาน อันเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของอิสลาม ซึ่งในช่วงปีคริสตศักราช 610 นั้น ท่านศาสนทูตมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้เดินทางไปยังทะเลทรายใกล้เมืองมักกะฮฺ (ในประเทศซาอุดิอารเบียปัจจุบัน) เพื่อทำการใคร่ครวญถึงความศรัทธา สังคมความเป็นอยู่ และการมีอยู่ของพระเจ้า

ในคืนหนึ่ง ได้มีเสียงร้องเรียกท่านจากฟากฟ้า ซึ่งเป็นเสียงของเทวทูตญิบริล ผู้ที่แจ้งต่อมุหัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม) ว่า ท่านได้ถูกเลือกให้เป็นผู้ที่รับสารแห่งอัลลอฮฺ (พระเจ้า) ต่อมามุหัมมัดก็พบว่าท่านได้กล่าวถ้อยคำอันเป็นพระวัจนะของอัลลอฮฺออกมาและได้ถ่ายทอดเป็น “อัลกุรอาน”

หลายๆ มัสญิดในช่วงเดือนรอมฎอน จะมีการอ่านอัลกุรอาน จำนวนหนึ่งในสามสิบส่วน (1/30) ของอัลกุรอานในการละหมาดของแต่ละคืน อันเป็นที่รู้จักกันว่า “การละหมาดตะรอเวียะหฺ” และด้วยการกระทำดังกล่าวนั้น หมายความว่าในช่วงสิ้นเดือนรอมฎอน พระวัจนะของอัลลอฮฺจะได้รับการอ่านจนจบโดยสมบูรณ์ครบถ้วน

เหตุใดมุสลิมจึงต้องถือศีลอด

มุสลิมต้องปฏิบัติ “ศิยาม” หรือ “การถือศีลอด” ตลอดทั้งเดือนรอมฎอน อันหมายความว่าพวกเขาจะไม่กินหรือดื่มสิ่งใด แม้แต่น้ำ ขณะที่ดวงอาทิตย์ขึ้น รวมทั้งการใช้ความพยายามเป็นพิเศษที่จะละทิ้งการกระทำชั่วทั้งหลาย “การถือศีลอด” เป็นหนึ่งของหลักปฎิบัติ 5 ประการ (หน้าที่) แห่งอิสลาม รวมถึงหน้าที่อื่นๆ ตามหลักการของอิสลาม และมุสลิมที่มีความสามารถจำต้องทำการศิยามนี้ (ถือศีลอด) โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป

การถือศีลอด มีจุดประสงค์สำคัญหลายประการ ขณะที่พวกเขาเกิดความหิวและกระหาย มุสลิมจะระลึกถึงความทุกข์ยากของคนยากจน อีกทั้ง การถือศีลอดก็ถือเป็นโอกาสที่ดีอย่างหนึ่งที่จะฝึกการควบคุมความต้องการของตัวเอง รวมไปถึงการชำระล้างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์ และในเดือนศักดิ์สิทธิ์นี้ การถือศีลอดนั้นยังช่วยทำให้มุสลิมรู้สึกถึงความสงบสันติ อันเกิดจากการอุทิศจิตวิญญาณ เช่นเดียวกันกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพี่น้องผู้ศรัทธาอีกด้วย

ในโลกมุสลิมนั้น ช่วงเดือนรอมฎอน ร้านอาหารส่วนใหญ่จะถูกปิดลงตลอดช่วงเวลากลางวัน ทุกครอบครัวจะตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อทาน “ซุโฮรฺ” ซึ่งเป็นอาหารมื้อแรกก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น และหลังจากที่ดวงอาทิตย์ตก ก็ให้หยุดละการถือศีลอด ด้วยการทานอาหารที่เรียกว่า “อิฟตอรฺ” “อิฟตอรฺ” มักจะเริ่มด้วยการทานอินผลัมและเครื่องดื่มหวานที่สามารถให้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

รอมฎอนสิ้นสุดลงอย่างไร

รอมฎอนสิ้นสุดลงด้วยการเฉลิมฉลองของวันอีดิ้ลฟิฏรี ในปี 2546 นั้นเป็นวันที่ 26 พฤศจิกายน ในภาษาเขียนเรียกว่า “วันเฉลิมฉลองการละศีลอด” วันอีดิ้ลฟิฏรี เป็นหนึ่งในสองของวันเฉลิมฉลองที่สำคัญของอิสลาม (อีกวันหนึ่งนั้นจะเริ่มหลังจาก “พิธีฮัจญ์” หรือ “การเดินทางไปแสวงบุญยังเมืองมักกะฮฺ) ใน “วันอีดิ้ลฟิฏรี” นั้น มุสลิมจะแต่งกายให้สวยงามที่สุด พร้อมกับการตกแต่งบ้านเรือนให้สะอาด สวยงาม อีกทั้งยังมีการเลี้ยงฉลองให้กับเด็กๆ และเยี่ยมเยียนบรรดาเพื่อน พี่น้องและครอบครัวอีกด้วย

“ความเอื้ออาทรและการแสดงความขอบคุณ” เกิดขึ้นในช่วงการเฉลิมฉลองนี้ ถึงแม้ว่าในความจริงแล้วนั้นสำหรับศาสนาอิสลามนั้น “การบริจาค” และ “การกระทำความดีงาม” ถือเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งอยู่ตลอดเวลา หากแต่มันก็เป็นสิ่งที่มีความพิเศษยิ่งในช่วงสิ้นสุดรอมฎอน ด้วยเพราะเดือนรอมาฎอนกำลังจะจบลง บรรดามุสลิมมีหน้าที่ในการที่จะแบ่งปันการอำนวยพรของเขาที่ได้รับจากอัลลอฮฺ ด้วยการให้อาหารคนยากจน และการบริจาคให้การช่วยเหลือมัสญิดด้วย

20130710-001450.jpg

Read Full Post »

« Newer Posts

%d bloggers like this: