Feeds:
Posts
Comments

Archive for December, 2013

ต้นฉบับของเรื่องนี้เป็นภาษาอาหรับและถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษอีกทีหนึ่ง
George, who Celebrates Adha Eid.. Must Read..

จอร์จ ชายชาวอเมริกา วัย 50 อาศัยอยู่กับภรรยา ลูกชาย และลูกสาว ในเมืองวอชิงตัน ประเทศอเมริกา

เมื่อเดือนซุลฮิจญะฮฺใกล้เข้ามาถึง จอร์จก็เริ่มหาข้อมูลว่าเดือนซุลฮิจญะฮฺจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ เขาจึงติดตามดูข่าวสารจากโทรทัศน์ ส่วนภรรยาของเขาก็ติดตามดูผลผ่านทางสถานีวิทยุ และลูกชายของเขาก็ค้นหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตโดยตรวจสอบจากเวปไซท์อิสลามต่างๆ

เมื่อพวกเขาทราบแน่ชัดแล้วว่าเดือนซุลฮิจญะฮฺจะเริ่มเมื่อไร พวกเขาต่างก็เตรียมตัวต้อนรับกับวันอีดิ้ลอัฎฮาซึ่งเป็นวันที่สิบของเดือนซุลฮิจญะฮฺ

วันรุ่งขึ้น พวกเขาจึงออกไปตลาดหาซื้อแกะ (ตามบทบัญญัติของอิสลาม) เพื่อทำการเชือดในวันอีด
จากนั้นพวกเขาก็นำแกะขึ้นรถ และระหว่างทางกลับบ้าน ลูกสาวคนเล็กก็แสดงความดีใจที่จะได้เฉลิมฉลองในวันอีด เธอรู้สึกมีความสุขและตื่นเต้นที่จะได้สวมชุดใหม่และออกไปเล่นกับเพื่อนๆ ในวันนั้น เธอปรารถนาให้ทุกๆ วันเป็นวันอีด

เมื่อพวกเขาถึงบ้าน ภรรยาของจอร์จก็บอกกับเขาว่า “ฉันเคยอ่านบทความเกี่ยวกับการทำกุรบานมาว่า เราควรที่จะเชือดสัตว์แบ่งออกเป็นสามส่วน (เพราะเป็นสุนนะฮฺของศาสนทูตมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะศัลลัม) เราต้องบริจาคส่วนหนึ่งให้กับคนยากจน และส่วนที่สองให้กับเพื่อนบ้าน (อลิซาเบท เดวิท และมาร์ค) และส่วนที่สามก็เก็บไว้ทานเอง”

เมื่อวันอีดมาถึง พวกเขาก็เกิดความสับสนเกี่ยวกับทิศของกิบลัต พวกเขาจึงคาดเดากันเองว่ามันคงจะเป็นทิศที่ตรงไปยังกะบะฮ์ จากนั้นจอร์จก็นำมีดออกมา และจับตัวแกะหันไปทางกิบลัตและทำการเชือดมัน จากนั้นภรรยาของเขาก็รีบหั่นแกะออกเป็นสามส่วนตามที่ได้ตกลงกันไว้

ทันใดนั้นเอง จอร์จก็นึกบางอย่างขึ้นได้ และตะโกนออกมาว่า “โอ้ยยย นี่เราสายกันแล้ว วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เราจะพลาดการทำพิธีศีลมหาสนิทที่โบสถ์กันในวันอาทิตย์หรือนี่”

จอร์จเป็นคริสเตียนที่มีความเคร่งครัดและเขามักจะพาภรรยาและลูกๆ ไปที่โบสถ์กับเขาเสมอ
—————————————————————————-
เมื่ออะหมัดเล่าเรื่องของจอร์จจบ
ผู้ชายคนหนึ่งจากกลุ่มผู้ฟังก็ร้องตะโกนขึ้นมาว่า “อะหมัด คุณทำให้เราสับสน สรุปแล้วจอร์จเป็นมุสลิม หรือคริสเตียนกันแน่”
อะหมัดจึงตอบว่า “จอร์จเป็นคริสเตียน เขามีความเชื่อว่าพระเจ้านั้นมีสามภาค และเขาไม่ได้มีความเชื่อต่อศาสนทูตมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะศัลลัม ว่าท่านเป็นศาสนทูตคนสุดท้าย”

จากนั้นก็มีเสียงโต้ตอบจากกลุ่มผู้ฟังกล่าวว่า “อะหมัด คุณอย่ามาโกหกเราหน่อยเลย ใครจะเชื่อว่าจอร์จและครอบครัวเขาจะทำแบบนั้น คริสเตียนจะมาทำพิธีกรรมของมุสลิมได้ยังไง อีกอย่างคริสเตียนก็คงจะไม่มาตั้งตารอเดือนซุลฮิจจะฮฺ หรือซื้อแกะเพื่อนำไปเชือดหรอกนะ…”

อะหมัดยิ้มที่มุมปากอย่างประชดประชัน และกล่าวว่า “พี่น้องที่รักทั้งหลาย ทำไมพวกคุณจึงไม่เชื่อในเรื่องที่ผมเล่าไปหละ ทำไมคุณไม่เชื่อว่าจะมีครอบครัวคริสเตียนที่ทำอะไรแบบนั้น ในชุมชมมุสลิมของเราเอง เช่นอับดุลลอฮฺ มุหัมมัด คอลิด คอดิญะฮฺ หรือฟาติมา พวกเขาต่างก็ทำการเฉลิมฉลองในวันเทศกาลของคริสเตียนและของยิว แล้วพวกเราไม่ได้เฉลิมฉลองวันปีใหม่ วันคริสมาสต์ วันวาเลนท์ไทน์ วันฮาโลวีน วันอีสเตอร์ อย่างนั้นเหรอ?”

“จอร์จเขาก็เป็นคริสเตียนคนหนึ่งที่เฉลิมฉลองวันอีดของเรา ทำไมพวกคุณถึงไม่เชื่อหละ ทำไมพวกคุณถึงไม่ยอมรับและปฏิเสธการกระทำของจอร์จ แล้วทำไมเราถึงไม่ปฏิเสธการกระทำของเราบ้าง??”

จากนั้น อะหมัดจึงกล่าวว่า “ผมใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกามานานกว่าสิบปีแล้ว และผมขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺว่า ผมไม่เคยเห็นคริสเตียนหรือยิวคนไหนที่ทำการเฉลิมฉลองใดๆ ในวันอีดของเรา ผมไม่เคยได้ยินใครสักคนถามเราเกี่ยวกับวันเหล่านั้น หรือแม้แต่เวลาที่ผมชวนพวกเขาให้มาเฉลิมฉลองวันอีดิ้ลฟิฎรี่ที่อพาร์ทเม้นท์ ผม ก็ไม่เห็นมีใครสักคนมาเข้าร่วม เพราะเขารู้ว่ามันเป็นวันเฉลิมฉลองของมุสลิม”

“ผมได้เห็นสิ่งเหล่านี้ในประเทศตะวันตก และเมื่อผมกลับไปที่ประเทศมุสลิมอันเป็นบ้านเกิดของผม ผมกลับพบว่าพี่น้องมุสลิมของผมต่างทำการเฉลิมฉลองวันเทศกาลของชาวคริสและชาวยิว”

“แล้วผมควรทำอย่างไร นอกไปจากการกล่าวว่า ไม่มีอำนาจอื่นใดและไม่มีสิ่งใดที่ยิ่งใหญ่มากไปกว่าอัลลอฮฺ”
لا حولَ ولا قوَّة إلاَّ بالله

ขอให้พวกเราแบ่งปันเรื่องราวนี้ให้กับพี่น้องของเรา หากท่านยังรักใคร่และหวังดีต่อพี่น้องทั้งหลาย

อย่างไรก็ตาม “ชื่อของคน” ไม่สามารถบอกเราได้ถึงศาสนาของเขา หากแต่มันขึ้นอยู่กับความเชื่อและการกระทำของเขา

แหล่งที่มา http://www.facebook.com/note.php?note_id=230624353409&id=154407627805
ถอดความ بنت الاٍسلام

20131231-133408.jpg

Read Full Post »

%d bloggers like this: