Feeds:
Posts
Comments

Archive for January, 2014

พึงระวังเพราะเราคงไม่อยากเป็นหนึ่งในเหตุผลที่สร้างความเสียหายต่อใคร

การปัดเป่า ‘อัยน์'(สายตาแห่งความอิจฉา) ก่อนที่มันจะประสบกับคุณ
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
(จากหนังสือ the jinn and human sickness)

การป้องกันสามารถทำได้ด้วยการขอการอำนวยพรจากอัลลอฮฺ ด้วยพระปรีชาญาณของอัลลอฮฺ หากว่าบุคคลคนหนึ่งได้ส่งสายตาแห่งความอิจฉาไปยังคนอีกคนหนึ่ง แล้วเขาวิงวอนขอให้เกิดความดีงามต่อสิ่งที่เขาอิจฉา เช่นนั้น ‘ความชั่วร้ายที่เกิดจากสายตาแห่งความอิจฉา’ ก็จะถูกขจัดออกไปและจะไม่ก่อให้เกิดผลประทบใดๆ อัลลอฮฺทรงยับยั้งการกำหนดของพระองค์ด้วยหนทางแห่งการกำหนดของพระองค์ ดังนั้นกิจการทั้งหมดจึงอยู่ภายใต้การควบคุมของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

ด้วยเหตุนี้ศาสนทูตมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมจึงสั่งใช้ให้เราวิงวอนขอการอำนวยพร (ความดีงาม) สำหรับทุกๆ สิ่งที่เราชื่นชอบ ท่านกล่าวว่า “หากผู้ใดก็ตามในหมู่พวกท่านเห็นบางสิ่งบางอย่างที่พี่น้องของเขามีหรือครอบครอง ขอให้เขาจงวิงวอนขอความดีงามต่อเขา”

และท่านได้กล่าวต่ออามีรฺ อิบนุ เราะบิอะฮฺว่า “เหตุใดท่านจึงไม่วิงวอนขอซึ่งการอำนวยพรเล่า?”

อีกทั้งยังมีการรายงานว่าท่านสะฮฺล อิบนุ ฮานีฟ กล่าวว่า ‘ศาสนทูตมุหัมมัดกล่าวว่า “หากผู้ใดก็ตามในหมู่พวกท่านพบเห็นบางสิ่งที่เขาชื่นชอบให้เกิดขึ้นแก่ตัวของเขาหรือทรัพย์สินของเขา เช่นนั้นเขาจงวิงวอนขอการอำนวยพรต่อสิ่งนั้น เพราะ ‘สายตาแห่งความอิจฉาที่ชั่วร้าย’ นั้นมีอยู่จริง” รายงานโดยอิบนุ อัซซุนนียฺ และอีหม่ามอะหมัดและอัลฮากีม

หะดีษข้างต้นได้บ่งบอกให้ทราบว่า ‘สายตาแห่งความอิจฉา’ ไม่สามารถทำร้ายหรือทำความเสียหายใดๆ ได้ หากว่าผู้ที่อิจฉาวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺซึ่งความดีงาม หากทว่ามันจะสามารถสร้างความเสียหายได้ในกรณีที่เขาไม่ได้ขอซึ่งความดีงาม มุสลิมทุกๆ คนที่ชื่นชอบหรือพอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจำต้องวิงวอนขอการอำนวยพร เพราะหากว่าเขากระทำเช่นนั้น มันจะป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้โดยปราศจากข้อสงสัย (ตัฟซีรฺ อัลกุรตุบียฺ9/227)

การวิงวอนขอการอำนวยพรนั้นสามารถทำได้ด้วยการกล่าวว่า ‘บาริก อัลลอฮุ ฟิฮฺ (ขออัลลอฮฺประทานความดีงามแก่สิ่งนั้น)’ หรือ ‘อัลลอฮุมมา บาริก อะลัยฮิ (โอ้ อัลลอฮฺ โปรดประทานการอำนวยพรต่อสิ่งนั้น)’

และอาจกล่าวด้วยคำว่า ‘มาชาอัลลอฮฺ (ในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ (ซึ่งมันจะเกิดขึ้น))’ ดังที่ในอายะฮฺอัลกะฮฺฟฺ

“มันเป็นสิ่งที่ดียิ่งกว่าในการที่ท่านจะกล่าว เมื่อท่านเข้าไปในสวนของท่าน ว่า สิ่งที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ (ย่อมเกิดขึ้น) (มาชาอัลลอฮฺ) ไม่มีพลังใดๆ (ที่จะช่วยเราได้) นอกจากที่อัลลอฮฺ” (คัดลอกจากอัลกุรอานแปลไทย. ปรับถ้อยคำเล็กน้อย)

[ซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟฺ 18:39]

แปล เรียบเรียง : บินติ อัลอิสลาม

20140108-133406.jpg

Read Full Post »

สร้างความรักต่ออิสลามในหัวใจของเด็กๆ อย่างไร
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
แหล่งที่มา http://islamqa.info/en/101752

1. สร้างความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับภาษาอาหรับ ปลูกฝังให้พวกเขามีความรักต่อภาษาอาหรับในหัวใจของพวกเขา เพราะมันเป็นกุญแจสำคัญในการที่จะทำให้พวกเขาเกิดความเข้าใจและความรักต่ออิสลาม

2. คอยช่วยเหลือชี้แนะให้พวกเขาคบหาเพื่อน หรือเด็กที่อยู่ในวัยเดียวกันและมีพื้นฐานของการเป็นมุสลิมที่ปฏิบัติตัวตามหลักการอิสลาม มันเป็นสิ่งจำเป็นที่เพื่อนๆ ที่พวกเขาคบหานั้นควรจะคนที่มีมรรยาทและอุปนิสัยที่ดีงาม เพื่อที่ว่าเด็กๆ จะได้รับอิทธิพลจากพฤติกรรมที่ดีงามเหล่านั้น อีกทั้งเพื่อนของพวกเขายังสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพวกเขาในเรื่องของ “ความดีงาม” และ “การยึดมั่นต่อหลักการอิสลาม” ได้ ซึ่งรวมไปถึงมรรยาทในการปฏิบัติตัวต่อพ่อแม่ของพวกเขาด้วย

ศาสนทูตมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ความเหมือนของสหายที่ดี และสหายที่เลวนั้น เสมือนกับ คนขายน้ำหอม และคนทำงานเป็นช่างตีเหล็ก กับคนที่ขายน้ำหอมนั้น เขาย่อมให้น้ำหอมบางส่วนแก่ท่านหรือท่านอาจจะซื้อบางส่วนจากเขา หรือท่านอาจจะสัมผัสได้ถึงความหอมจากเขา ส่วนคนที่ทำงานเป็นช่างตีเหล็กนั้น เขาอาจทำให้เสื้อผ้าของท่านไหม้ หรือท่านอาจจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นที่ไม่ดีจากตัวเขา” (อัลบุคอรียฺ 1995; มุสลิม, 2628)

3. ทำให้พวกเขารู้สึกผูกพันกับมัสญิด ด้วยการส่งเสริมให้พวกเขาไปละหมาดที่นั่นและรับฟังบรรยาย เรียนศาสนาที่นั่น และคุณยังสามารถที่จะสร้างความดึงดูดใจต่อพวกเขาด้วยการให้ของขวัญหรือรางวัลทุกๆ ครั้งที่พวกเขามีพัฒนาการที่ดีขึ้นในการเรียนของพวกเขา

อีกทั้งมันยังเป็นความคิดที่ดีสำหรับคุณในการที่จะไปมัสญิดกับพวกเขา และส่งเสริมให้พวกเขาไปที่นั่นและละหมาดร่วมกัน

หากว่ามันไม่เป็นการง่ายนักที่จะทำให้พวกเขาไปที่มัสญิด อันเนื่องมาจากมัสญิดอยู่ไกลหรือเส้นทางที่ต้องเดินทางไปนั้นไม่ค่อยปลอดภัยนัก เช่นนั้นก็อย่าละเลยในการที่จะสอนให้พวกเขาละหมาดในเวลาที่บ้าน ดังที่ศาสนทูตมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมได้ให้คำตักเตือนแก่พวกเราว่า “ให้สอนเด็กๆ ที่อายุเข้า 7 ขวบให้ทำการละหมาด” ซึ่งพวกเขาควรได้รับการสั่งสอนให้ละหมาดก่อนจะถึงวัยนี้ และไม่ใช่ด้วยวิธีการบังคับพวกเขาให้ทำมัน

ศาสนทูตมุหัมมัด กล่าวว่า “จงอบรมสั่งสอนบุตรของท่านให้ทำการละหมาดเมื่อพวกเขาอายุ 7 ขวบ และตีพวกเขาหากว่าพวกเขาไม่ยอมละหมาด เมื่อพวกเขาอายุ 10 ขวบ และให้แยกเตียงนอนพวกเขา (ในวัยนั้นด้วย)” (รายงานโดยอบู ดาวูด 495; จัดว่าเป็นหะดีษเศาะหีฮฺโดยอัลอัลบานียฺ ในเศาะหีฮฺ อบีดาวูด)

4. ให้พวกเขาได้ยินเสียงการอ่านอัลกุรอานที่ไพเราะ (จะด้วยการอ่านหรือการเปิดก็ตาม) เพื่อที่ว่าอัลกุรอานจะเป็นสิ่งที่รักยิ่งในหัวใจของพวกเขา เพราะคัมภีร์อัลกุรอาน คือคัมภีร์แห่งทางนำและแสงสว่างแก่ผู้คน ที่ซึ่งมันจะส่องสว่างในหนทางแก่พวกเขา และทำให้พวกเขายึดมั่นในการยืนหยัดอยู่บนหนทางที่เที่ยงตรงนี้

5. ให้พวกเขาดูการ์ตูนหรือภาพยนตร์อิสลาม เพื่อที่ว่าพวกเขาจะสามารถเปรียบเทียบ “สิ่งที่พวกเขาเห็นและได้ยินจากสื่ออิสลาม” กับ “สิ่งที่พวกเขาเห็นและได้ยินจากสื่ออื่นๆ ที่ไม่ใช่อิสลาม” ได้ ในข้อนี้ คุณมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการที่จะให้คำอธิบายถึงความแตกต่างระหว่างทั้งสองสิ่งนี้แก่พวกเขา และเน้นให้พวกเขาเห็นว่าอิสลามได้ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้คนทำความดีงาม รักษาความสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติ แสดงความเอื้ออาทรและความเมตตาต่อสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย อีกทั้งอิสลามยังห้ามปรามการทำความชั่วหรือการยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ชั่วร้าย การตัดความสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติ และการเสื่อมทรามทั้งหลาย รวมไปถึงการมีหัวใจที่แข็งกระด้าง

6. เปิดเวปไซท์อิสลามให้พวกเขาดู เพื่อที่ว่ามันจะเป็นประโยชน์แก่พวกเขา ซึ่งคุณต้องเลือกเวปไซท์ให้เหมาะสมตามวัยของพวกเขา และขณะเดียวกันก็ควรระมัดระวังไม่ให้พวกเขาใช้อินเตอร์เน็ตได้อย่างเป็นอิสระ หากทว่าให้อยู่ภายใต้การดูแลตรวจสอบของคุณ

7. มีบางเรื่องที่คุณควรคิดใคร่ครวญอย่างจริงจัง ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยคุณในการที่จะบรรลุสิ่งที่คุณแสวงหาอยู่ คือ “การพาพวกเขาไปทำอุมเราะฮฺ และเยี่ยมเยือนบ้านของอัลลอฮฺ เพราะการเยี่ยมเยือนนี้จะมีผลระยะยาวต่อจิตใจของเด็กๆ เช่นเดียวกับที่มันมีผลต่อจิตใจของผู้ใหญ่เช่นเรา

8. สอน “หลักความเชื่อขั้นพื้นฐานอย่างง่ายๆ” และ “คุณสมบัติของความซื่อตรงเปิดเผย” ให้กับพวกเขาโดยให้เหมาะสมตามวัยของพวกเขา เช่น “ความเป็นหนึ่งเดียวของอัลลอฮฺ” และ “การที่พระองค์ทรงสามารถได้ยินพวกเขาและมองเห็นพวกเขาได้ตลอดเวลา อีกทั้งการที่พระองค์จะประทานรางวัลการตอบแทนต่อทุกๆ ความดีงามและการยึดมั่นต่อหลักการณ์แห่งอิสลามด้วย”

ดังข้อเท็จจริงที่ว่า การที่ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ อับบาสซึ่งอยู่ในวัยที่เด็กอยู่มาก ไม่ได้เป็นเหตุผลที่ยับยั้งให้ศาสนทูตมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมพูดเกี่ยวกับเตาฮีดและอากีดะฮฺ (ความเชื่อ) กับท่าน

ท่านอิบนุ อับบาสรายงานว่า “ฉันอยู่ข้างหลังศาสนทูตมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ในวันหนึ่งและท่านกล่าวต่อฉันว่า “โอ้ เด็กน้อยเอ๋ย ฉันจะสอนบางอย่าง (คำตักเตือน) แก่เจ้า “พึงระลึกถึงอัลลอฮฺ และอัลลอฮฺจะทรงปกป้องเจ้า พึงระลึกถึงอัลลอฮฺ และเจ้าจะพบพระองค์อยู่เบื้องหน้าเจ้า หากเจ้าร้องขอ จงร้องขอจากอัลลอฮฺเถิด หากเจ้าแสวงหาความช่วยเหลือ เจ้าจึงแสวงหาความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ พึงรู้เถิดว่าหากแม้ประชาชาติทั้งหมดรวมตัวกันเพื่อที่จะสร้างคุณประโยชน์ใดๆ แก่เจ้า เจ้าก็จะได้รับประโยชน์จากสิ่งนั้นเพียงแค่ที่อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดให้แก่เจ้า และหากว่าพวกเขารวมตัวกันเพื่อที่จะทำร้ายเจ้า พวกเขาก็จะทำร้ายเจ้าได้เพียงแค่ที่อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดไว้แก่เจ้า ปากกา (แห่งการกำหนด) ได้ถูกยกขึ้นแล้ว และหมึกของมันก็แห้งแล้ว (รายงานโดยอัตติรมิซียฺ 2516 จัดเป็นหะดีษเศาะหีฮฺโดยอัลอัลบานียฺ ในเศาะหียฺ อัตติรมิซียฺ)

9. นำเสนอเรื่องราวที่เหมาะสมกับวัยของเด็กๆ ตั้งแต่ชีวประวัติของศาสนทูตมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และบรรดาเศาะหาบะฮฺของท่าน เพื่อที่ว่าพวกเขาจะได้รู้ว่าพวกเขานั้นเป็นส่วนหนึ่งของ “ศาสนาที่ดีที่สุด” “ศาสนทูตที่ดีที่สุด” และ “ประชาชาติที่ดีที่สุด”

10. ให้พวกเขาเรียนในโรงเรียนที่มีระบบการเรียนการสอนแบบอิสลาม และปกป้องพวกเขาให้ออกห่างจากโรงเรียนที่เต็มไปด้วยความเสื่อมทราบ เพื่อที่ว่า โรงเรียนที่มีระบบการเรียนการสอนตามหลักการอิสลามนั้นจะสามารถให้การดูแลความศรัทธาและความประพฤติ จรรยามรรยาทของพวกเขาได้ ดังนั้นคุณจึงควรเลือกโรงเรียนที่ดีที่สุดให้กับพวกเขา ตามที่คุณเห็นว่าเหมาะสม

อีกทั้งคุณไม่ควรที่จะละเลย “สิ่งสำคัญสองประการ” ต่อไปนี้คือ
——————————-
(หนึ่ง) วิงวอนขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺให้พระองค์ทรงช่วยเหลือลูกๆ ของคุณ (หรือเด็กในการปกครองของคุณ) และให้ทางนำแก่พวเขา การวิงวอนขอของคุณย่อมเป็นปัจจัยสำคัญของการได้รับทางนำของพวกเขา และอย่าละเลยต่อสิ่งนี้ และอย่ามองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย

(สอง) คุณควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่พวกเขา ในการปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความเมตตาเอื้ออาทร และแสดงความรักต่อพวกเขา ซึ่งมันไม่ใช่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการทำหน้าที่แม่เท่านั้น หากแต่มันยังเป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้าที่ของมุสลิมที่ยึดมั่นต่อศาสนาของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา อีกด้วย

-อิสลามคิวเอ-
แปลเรียบเรียง:
บินติ อัล อิสลาม

20140102-002728.jpg

Read Full Post »

%d bloggers like this: