Feeds:
Posts
Comments

Archive for September, 2014

image

การสิ้นหวังต่อพระเมตตาของอัลลอฮฺ และ
ความรู้สึกปลอดภัยจากแผนการ (การลงโทษ) ของพระองค์
—————–
อัลลอฮฺตรัสว่า “แท้จริงแล้ว ไม่มีผู้ใดที่สิ้นหวังต่อพระเมตตาของอัลลอฮฺ เว้นแต่บรรดาผู้ปฏิเสธ” (อัลกุรอาน 12.87) 

“ไม่มีผู้ใดที่จะรู้สึกปลอดภัยจากแผนการ (การลงโทษ) ของอัลลอฮฺ เว้นแต่บรรดาผู้ที่ขาดทุน” (อัลกุรอาน 7.99)

ท่านอิบนุ มัสอูด (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) กล่าวว่า “ที่สุดของบรรดาบาปใหญ่ คือการตั้งสิ่งอื่นเป็นภาคีกับอัลลอฮฺ (เทียบเคียงคุณสมบัติของพระองค์และต่อการเคารพสักการะต่อพระองค์) การรู้สึกปลอดภัยจากแผนการ (การลงโทษ) ของอัลลอฮฺ และการสิ้นหวังต่อพระเมตตาของอัลลอฮฺ” (อับดุรร็อซซอกฺ) 

ท่านอิบนุ อับบาส ถูกถามว่า “อะไรคือบาปใหญ่หรือขอรับ” ท่านตอบว่า “การตั้งสิ่งอื่นเป็นภาคีกับอัลลอฮฺ (เทียบเคียงคุณสมบัติของพระองค์ และสิทธิของพระองค์ เช่นการเคารพสักการะ) การรู้สึกปลอดภัยจากแผนการ (การลงโทษ) ของอัลลอฮฺ และการสิ้นหวังต่อพระเมตตาของพระองค์” (อิบนุ อบี ฮาติม) 

แหล่งที่มา จากหนังสือ The Book of Major sins
เขียนโดย: Muhammad Ibn Sulayman at-Tamimi
แปลไทย بنت الاٍسلام

Read Full Post »

image

การกลับกลอกและการโอ้อวด 
—————–
อัลลอฮฺตรัสว่า “ผู้ใดก็ตามหวังที่จะได้พบกับพระเจ้าของเขา เขาจงทำการงานที่ดีงามและอย่าตั้งภาคีกับผู้ใดในการเคารพสักการะต่อพระเจ้าของเขา” (อัลกุรอาน 18.110) 

ท่านญุนดับฺ อิบนุ อับดุลลอฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) รายงานว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ที่ทำให้ผู้คนรับทราบเกี่ยวกับการงานที่ดีทั้งหลายของเขาด้วยเจตนาเพื่อที่จะเอาชนะคำสรรเสริญเยินยอของพวกเขา อัลลอฮฺจะทรงทำให้ผู้คนรับทราบถึงเจตนาที่แท้จริงของเขา (ในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ) และผู้ที่ทำความดีงามในที่แจ้ง (ที่สาธารณะ) เพื่อโอ้อวดและเพื่อให้ได้มาซึ่งคำสรรเสริญเยินยอจากผู้คน อัลลอฮฺจะทรงเปิดเผยเจตนาที่แท้จริงของเขา (และสร้างความอัปยศแก่เขา)” (บุคอรียฺ และมุสลิม) 

ท่านอุมัรฺ รายงานว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “การงาน (การกระทำทั้งหลาย) จะถูกตัดสินด้วยเจตนาเพียงเท่านั้น และบุคคลคนหนึ่งจะได้รับในสิ่งที่เขาได้เจตนาไว้เท่านั้น” (เห็นพ้องต้องกัน) 

ท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ รายงานว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า 
“บุคคลกลุ่มแรกที่จะถูกตัดสินในวันแห่งการฟื้นคืนชีพนั้น มีอยู่ 3 ประเภท

1. “ผู้ที่เสียชีวิตในสภาพของ “ชะฮีด” ในหนทางของอัลลอฮฺ” จะถูกนำมายืนอยู่ข้างหน้า จากนั้นอัลลอฮฺจะทรงเตือนให้เขารำลึกถึงความโปรดปรานที่พระองค์ประทานแก่เขา และเขาจะแสดงความขอบคุณและน้อมรับในสิ่งเหล่านั้น 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา จะถามเขาว่า “เจ้าได้ทำสิ่งใดเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณสำหรับความโปรดปรานทั้งหลายที่ข้ามอบให้แก่เจ้า” 

เขาจะตอบว่า “ข้าพระองค์ได้ทำการต่อสู้ในหนทางของพระองค์ จนกระทั่งข้าพระองค์ถูกฆ่าจนเสียชีวิตขอรับ” 

อัลลอฮฺจะตรัสว่า “เจ้าโกหก เจ้าทำการต่อสู้เพื่อที่ผู้คนจะกล่าวว่า “เจ้าเป็นผู้ที่มีความกล้าหาญ” และพวกเขาก็ได้กล่าวเช่นนั้น (ดังที่เจ้าปรารถนา)” จากนั้นก็ได้มีพระบัญชาจากอัลลอฮฺมายังเขา และใบหน้าของเขาจะถูกลากออกไป และถูกโยนลงไปในไฟนรก

2. “ผู้ที่ศึกษาหาความรู้และสั่งสอนความรู้ที่เขาร่ำเรียนมา (แก่ผู้คน) และอ่านอัลกุรอาน” จะถูกนำมายืนอยู่ข้างหน้า จากนั้นอัลลอฮฺจะทรงเตือนให้เขารำลึกถึงความโปรดปรานที่พระองค์ประทานแก่เขา และเขาจะแสดงความขอบคุณและน้อมรับในสิ่งเหล่านั้น 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา จะถามเขาว่า “เจ้าได้ทำสิ่งใดเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณสำหรับความโปรดปรานทั้งหลายที่ข้ามอบให้แก่เจ้า” 

เขาจะตอบว่า “ข้าพระองค์ศึกษาหาความรู้และสั่งสอนความรู้ที่ได้มา (แก่ผู้คน) อีกทั้งข้าพระองค์ได้ท่องจำอัลกุรอานเพื่อพระองค์ด้วยขอรับ” 

อัลลอฮฺจะตรัสว่า “เจ้าโกหก เจ้าศึกษาหาความรู้ เพื่อที่ผู้คนจะกล่าว “เจ้าคือผู้ที่ศึกษาหาความรู้และท่องจำอัลกุรอาน จนกระทั่งพวกเขาเรียกท่านว่า “ผู้ท่องจำอัลกุรอาน” และพวกเขาก็ได้กล่าวเช่นนั้น (ดังที่เจ้าปรารถนา)” จากนั้นก็ได้มีพระบัญชาจากอัลลอฮฺมายังเขา และใบหน้าของเขาจะถูกลากออกไป และถูกโยนลงไปในไฟนรก 

3. และ “ผู้ที่อัลลอฮฺทรงทำให้เขาเป็นผู้ที่มีความร่ำรวย และผู้ที่พระองค์ประทานแก่เขาซึ่งทรัพย์สินต่างๆ มากมาย” จะถูกนำมายืนอยู่ข้างหน้า จากนั้นอัลลอฮฺจะทรงเตือนให้เขารำลึกถึงความโปรดปรานที่พระองค์ประทานแก่เขา และเขาจะแสดงความขอบคุณและน้อมรับในสิ่งเหล่านั้น 

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา จะถามเขาว่า “เจ้าได้ทำสิ่งใดเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณสำหรับความโปรดปรานทั้งหลายที่ข้ามอบให้แก่เจ้า” 

เขาจะตอบว่า “ข้าพระองค์มิเคยเพิกเฉย ละเลยต่อการบริจาคอันเป็นที่ได้รับการอนุมัติจากพระองค์ในหนทางของพระองค์เลยขอรับ” 

อัลลอฮฺจะตรัสว่า “เจ้าโกหก เจ้ากระทำเช่นนั้น เพื่อที่ผู้คนจะกล่าวว่า “เจ้าเป็นผู้มีความเมตตากรุณา และพวกเขาก็ได้กล่าวเช่นนั้น (ดังที่เจ้าปรารถนา)” จากนั้นก็ได้มีพระบัญชาจากอัลลอฮฺมายังเขา และใบหน้าของเขาจะถูกลากออกไป และถูกโยนลงไปในไฟนรก” (มุสลิม) 

ติรฺมิซิยฺเป็นผู้ถ่ายทอดหะดีษข้างต้นนี้ พร้อมคำบอกเล่าเพิ่มเติมว่าท่านมุอาวิยะฮฺถึงกับหลังน้ำตาเมื่อได้ยินหะดีษบทดังกล่าว จากนั้นท่านก็ได้กล่าวพระดำรัสของอัลลอฮฺที่ว่า “ผู้ใดก็ตามปรารถนาชีวิตแห่งโลกดุนยานี้และความสวยงามของมัน เราจะตอบแทนให้แก่เขาอย่างสมบูรณ์ครบถ้วนสำหรับการงานที่เขาได้กระทำไว้ในที่แห่งนี้เท่านั้น” (อัลกุรอาน 11.15) 

แหล่งที่มา จากหนังสือ The Book of Major sins
เขียนโดย: Muhammad Ibn Sulayman at-Tamimi
แปลไทย بنت الاٍسلام

Read Full Post »

image

ความหยิ่งยะโส
———————–
อัลลอฮฺตรัสว่า “และบรรดาผู้ที่เกรงกลัวต่อการลงโทษของพระเจ้าของพวกเขา” (อัลกุรอาน 70:27)

มีการรายงานว่าท่านอิบนุ มัสอูด (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) กล่าวว่า “ความวิบัตินั้นประกอบด้วยสองสิ่งคือ “ความสิ้นหวัง และความหยิ่งยะโส”

และท่านอบูบักรฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) เคยเล่าว่า “มีชายคนหนึ่งที่ทำการชื่มชมยกย่องชายอีกคนหนึ่งอย่างมากต่อหน้าท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ด้วยเหตุนี้ ท่านเราะสูลจึงกล่าวกับเขาว่า “ความทุกข์ร้อนจงประสบแด่ท่าน ท่านได้ตัดคอพี่น้องของท่านเสียแล้ว” และท่านกล่าวย้ำประโยคนั้นอยู่หลายครั้ง และจากนั้นท่านเราะสูลก็กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามในหมู่พวกเขาที่ไม่สามารถยั้บยั้งจากการแสดงความชื่นชมพี่น้องของเขา ควรกล่าวว่า “ฉันคิดว่า..เขาเป็นเช่นนั้น เช่นนี้” ในกรณีที่เขาเห็นว่าพี่น้องของเขาเป็นเช่นนั้น และอัลลอฮฺทรงรู้ซึ่งความจริง และฉันเอง (ท่านเราะสูล) ก็มิได้ยืนยันพฤติกรรมความดีงามของผู้ใดก็ตาม ก่อนอัลลอฮฺ (จะทรงยืนยันมัน)” (บุคอรียฺ และมุสลิม)

ท่านฮาริษ อิบนุ มุอาวิยะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) เล่าว่าท่านได้บอกแก่ท่านอุมัรฺ อิบนุ อัลค็อฏฏ็อบ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) ว่า “ผู้คนเคยพยายามขอให้ฉันบอกเล่าเรื่องราวทั้งหลายให้พวกเขาฟัง” ซึ่งท่านอุมัรฺได้กล่าวว่า “ฉันเกรงว่าเมื่อท่านบอกเล่าเรื่องราวทั้งหลายแก่พวกเขาแล้ว ท่านอาจจะคิดไปว่าตัวของท่านนั้นเป็นผู้ที่ดีงามยิ่งในหมู่พวกเขา และเมื่อท่านกระทำเช่นนั้นบ่อยครั้ง พวกเขาอาจคิดไปว่าท่านนั้นอยู่ในกลุ่มหมู่ดาวที่เจิดจรัสเหนือกว่าพวกเขา และด้วยเหตุนั้นอัลลอฮฺจะทรงนำท่านไปอยู่ภายใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาในวันแห่งการฟื้นคืนชีพมากเท่านั้น” (อะหมัด พร้อมด้วยสายรายงานที่ดี)

ท่านอนัสบอกเล่าว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “หากท่านมิได้กระทำความผิดบาปใดๆ แล้ว ฉันคงจะเกรงกลัวแทนพวกท่านในสิ่งที่รุนแรงมากยิ่งกว่า “ความหยิ่งยะโส” (บัยฮะกียฺ ใน Ithaf as-Sada al-Muttaqeen)

แหล่งที่มา จากหนังสือ The Book of Major sins
เขียนโดย: Muhammad Ibn Sulayman at-Tamimi
แปล بنت الاٍسلام

Read Full Post »

image

ความทะนงตน
—————–
อัลลอฮฺตรัสว่า “อัลลอฮฺมิทรงชอบบรรดาผู้หลงตัวเอง ผู้ทะนงตน และผู้โอ้อวด” (อัลกุรอาน 4:36)

และพระองค์ตรัสว่า “อัลลอฮฺมิทรงชอบผู้หลงตัวเอง และผู้โอ้อวด” (อัลกุรอาน 31:18)

และพระองค์ตรัสว่า “และแท้จริงแล้ว ที่พำนักอันชั่วร้าย (นรก) นั้นเป็นของบรรดาผู้หยิ่งผยอง” (อัลกุรอาน 16:29)

ท่านอิบนุ มัสอูด รายงานว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามที่ในหัวใจของเขามี “ความทะนงตน เท่ากับ ขนาดของเมล็ดมัสตาดเพียงหนึ่งเมล็ด จะไม่ได้เข้าสู่สวนสวรรค์” ชายคนหนึ่งได้กล่าวขึ้นมาว่า “โอ้ เราะสูลุลลอฮฺ แล้วผู้ที่ชอบให้เครื่องนุ่มห่มของเขามีความสวยงาม และรองเท้าของเขามีความสวยงามเล่า ขอรับ” ท่านเราะสูลตอบว่า “อัลลอฮฺคือผู้ทรงมีความสวยงาม และพระองค์ทรงรักความสวยงาม ความทะนงตน คือการปฏิเสธความจริง (ด้วยความยะโส โอหัง) และการหมิ่นประมาท เหยียดหยามผู้คน” (มุสลิม)

ท่านฮาริษะอฺ อิบนุ วะฮาบ รายงานว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ฉันควรแจ้งแก่พวกท่านหรือไม่ เกี่ยวกับ “ผู้ที่จะพำนักอยู่ ในไฟนรก.. พวกเขาเหล่านั้น คือ “ผู้ที่มีความเหี้ยมโหด ผู้ที่ยโสทะนงตน และผู้ที่หลงตัวเอง” (บุคอรียฺ)

ท่านอบู สะอีดฺ รายงานว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามที่อ่อนน้อมถ่อมตนเพื่ออัลลอฮฺหนึ่งระดับขั้น อัลลอฮฺจะทรงยกสถานะของเขาขึ้นอีกหนึ่งระดับขั้น จนกระทั่งพระองค์ทรงทำให้ “ที่พำนักของเขา” อยู่ในระดับชั้นที่สูงขึ้นไปอีกในสถานที่เบื้องบน (สวนสวรรค์) หากผู้ใดก็ตามที่ยะโสทะนงตนต่อคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺหนึ่งระดับขั้น อัลลอฮฺจะทรงทำให้เขาตกต่ำลงจนกระทั่งพระองค์ทรงทำให้เขาได้อยู่ในระดับชั้นที่ต่ำที่สุดในสถานที่เบื้องล่าง (นรก)” (อะหมัด และอิบนุ ฮิบบาน จัดว่าเป็นหะดีษเศาะเหียฮฺ)

ท่านอิบนุ อุมัรฺ รายงานว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “จงออกห่างจากความยะโสทะนงตน เพราะบุคคลคนหนึ่งอาจเกิดความรู้สึกทะนงตนจากการเป็นเจ้าของเสื้อคลุมที่เขาสวมใส่” (ฎ็อบะรอนียฺ)

แหล่งที่มา จากหนังสือ The Book of Major sins
เขียนโดย: Muhammad Ibn Sulayman at-Tamimi
แปลไทย بنت الاٍسلام

Read Full Post »

image

บาปใหญ่แห่งหัวใจ
—————–
ท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ รายงานว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “อัลลอฮฺมิทรงมองดูที่รูปร่างของท่านและสิ่งที่ท่านครอบครอง หากแต่พระองค์ทรงมองดูที่หัวใจของท่าน และการงานของท่าน” (มุสลิม)

ท่านอันนุอฺมาน อิบนุ บะชีรฺ เล่าว่าท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ในร่างกายนั้น มีเนื้ออยู่ก้อนหนึ่ง หากว่าเนื้อก้อนนั้นดี ทุกส่วนของร่างกายก็จะดีตามไปด้วย และหากว่าเนื้อก้อนนั้นเลว ทุกส่วนของร่างกายก็จะเลวตามไปด้วย และก้อนเนื้อนั้นคือ “หัวใจ”

(บุคอรียฺ และมุสลิม)

แหล่งที่มา จากหนังสือ The Book of Major sins
เขียนโดย: Muhammad Ibn Sulayman at-Tamimi
แปลไทย بنت الاٍسلام

Read Full Post »

image

ที่สุดของบาปใหญ่
—————–
ท่านอบูบักรฺบอกเล่าว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าววา “ฉันควรบอกพวกท่านหรือไม่ เกี่ยวกับ “ที่สุดของบาปใหญ่”

พวกเราตอบว่า “โปรดบอกแก่พวกเราด้วยครับ เราะสูลุลลอฮฺ”

ท่านเราะสูลกล่าวว่า “การตั้งภาคีกับสิ่งอื่นร่วมกับอัลลอฮฺในการเคารพสักการะ และการไม่ทำหน้าที่ปฏิบัติดูแลต่อบิดามารดาของเขา”

จากนั้นท่านก็เปลี่ยนท่าลุกนั่ง จากการเอนหลัง และกล่าวว่า “และฉันขอตักเตือนพวกท่านให้ออกห่างจากการพูดโกหก และการกล่าวถ้อยคำที่เป็นเท็จทั้งหลาย” และท่านเราะสูลกล่าวย้ำ (ประโยคนั้น) ซ้ำๆ จนกระทั่งเราปรารถนาว่าท่านจะหยุดกล่าวมัน” (บุคอรียฺ และมุสลิม)

แหล่งที่มา จากหนังสือ The Book of Major sins
เขียนโดย: Muhammad Ibn Sulayman at-Tamimi
แปลไทย بنت الاٍسلام

Read Full Post »

image

Read Full Post »

Older Posts »

%d bloggers like this: