Feeds:
Posts
Comments

Archive for October, 2014

จากโพสต์ของชัยคฺ อัซซิม อัลฮากีม:
เขาดูไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่นัก ตอนที่ผม (ชัยคฺ) ถามเขาว่าเขารู้สึกอย่างไร แล้วเขาก็ตอบผมว่า เขาค่อนข้างจะเหนื่อยกับลูกๆ ที่อยู่ที่บ้าน และเหนื่อยกับการไปทำงานทุกๆ วัน

ผม (ชัยคฺ) บอกเขาว่า “เมื่อใดก็ตามที่คุณนั่งอยู่กับครอบครัวของคุณ ให้ขอบคุณอัลลอฮฺที่คุณมีลูก เพราะยังมีคนอีกหลายคนที่ปรารถนาที่จะมีในสิ่งที่คุณมีอยู่”

“และเมื่อใดก็ตามที่คุณต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน ก็ให้ยิ้มเข้าไว้ เพราะยังมีคนอีกหลายพันคนที่ตกงาน ไม่มีงานทำและปรารถนาที่จะมีในสิ่งที่คุณมี”

“และเมื่่อใดก็ตามที่คุณเหน็ดเหนื่อยจากการออกไปซื้อของ หรือทำงานบ้าน ก็ให้ขอบคุณอัลลอฮฺ เพราะยังมีอีกหลายหมื่่นคนที่ปรารถนาที่จะมีความพร้อมทางกายและทางการเงินเหมือนกับคุณ”

“เมื่่อคุณสิ้นสุดการละหมาดสองร็อกอัต ก็ขอบคุณอัลลอฮฺและยิ้มซะ เพราะยังมีอีกหลายล้านคนที่ถูกฝังลงไปและในหลุมฝังศพ และปรารถนาที่จะมีในสิ่งที่คุณมี”

“และเมื่อคุณกำลังขับรถหรือแม้ว่ากำลังเดินอยู่บนท้องถนน ก็ให้ยิ้มเข้าไว้ และขอบคุณอัลลอฮฺ เพราะยังมีอีกหลายล้านชีวิตที่ต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความกลัว เพราะมันไม่มีความปลอดภัยสำหรับพวกเขา และพวกเขาก็ปรารถนาในสิ่งที่คุณมี”

ดังนั้น คุณไม่ควรเป็นคนที่มีความสุข และร่ำรวยที่สุดบนโลกใบนี้หรือ

จากเพจ Assim Luqman Al Hakeem
แปล บินติ อัลอิสลาม

image

Advertisements

Read Full Post »

บาปที่นำมาซึ่งบททดสอบในชีวิต
————————

image

รูป: อินเตอร์เน็ต

นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “หากคนคนหนึ่งกระทำบาปมากมายและไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะมาลบล้างบาปเหล่านั้นได้ เช่นนั้นอัลลอฮฺก็จะทรงทดสอบเขาด้วยความโศกเศร้าเสียใจบางอย่างที่จะเป็นการช่วยลบล้างบาปทั้งหลายของเขา” (อะหมัด เศาะหีฮฺ)

ดังนั้น ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิตนี้ของเรานั้นก็เป็นเพราะบาปมากมายที่เราได้ทำไว้ ข้อเท็จจริงนี้อาจจะดูค่อนข้างแรงเกินกว่าที่เราจะยอมรับได้ในตอนต้น แต่เราก็ควรที่จะลองพิจารณาใคร่ครวญถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมาของเราอย่างลึกซึ้งและดูสิว่าบางสิ่งบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรานั้นสอดคล้องกับข้อเท็จจริงนี้หรือไม่

ตอนนี้เรารู้แล้วว่าอะไรคือต้นเหตุของปัญหาทั้งหลายในชีวิตของเรา แล้วอะไรคือทางออกหละ .. ทางออกสำหรับปัญหาทั้งหลายนั้นทำได้โดยง่าย หากทว่ามุสลิมหลายคนไม่ทราบ

ทางออกของปัญหาทั้งหลายในชีวิตที่ว่านั้นมีอยู่สองประการ คือ

หนึ่ง:: วิงวอนขอการอภัยโทษจากอัลลอฮฺต่อบาปทั้งหลายที่คุณได้กระทำอย่างจริงใจและปฏิญาณตนว่าจะปรับปรุงหนทางการใช้ชีวิตของคุณใหม่ เช่นการไม่กลับไปทำบาปทั้งหลายเหล่านั้นอีกอย่างสุดความสามารถ

สอง:: เพิ่มพูนเวลาและคุณภาพของการทำอิบาดะฮฺให้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ได้มีสารแห่งความหวังสำหรับบรรดาผู้ที่ถูกทดสอบ หรือกำลังเผชิญกับความยากลำบากในชีวิตของเขาอยู่ ในซูเราะฮฺหนึ่งที่ถูกส่งลงมายังนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ขณะที่ท่านต้องเผชิญกับความยากลำบากในชีวิตของท่าน

( 1 )   ขอสาบานด้วยเวลาสาย
( 2 )   และด้วยเวลากลางคืนเมื่อมันมืด และสงัดเงียบ
( 3 )   พระเจ้าของเจ้ามิได้ทรงทอดทิ้งเจ้า และมิได้ทรงโกรธเคืองเจ้า
( 4 )   และแน่นอนเบื้องปลายเป็นการดียิ่งแก่เจ้ากว่าเบื้องต้น
( 5 )   และความแน่นอนพระเจ้าของเจ้าจะให้แก่เจ้าจนกว่าจะพอใจ
( 6 )   พระองค์มิได้ทรงพบเจ้าเป็นกำพร้าแล้วทรงให้ที่พึ่งดอกหรือ ?
( 7 )   และทรงพบเจ้าระเหเร่ร่อน แล้วก็ทรงชี้แนะทาง (แก่เจ้า) ดอกหรือ ?
( 8 )   และทรงพบเจ้าเป็นผู้ขัดสน แล้วให้มั่งคั่ง (แก่) เจ้าดอกหรือ ?
( 9 )   ดังนั้นส่วนเด็กกำพร้าเจ้าอย่าข่มขี่
( 10 )   และส่วนผู้เอ่ยขอนั้น เจ้าอย่าตวาดขับไล่
( 11 )   และส่วนความโปรดปรานแห่งพระเจ้าของเจ้านั้น เจ้าจงแสดงออก (ซูเราะฮฺอัฎฎูฮา) *คัดลอกจาก app กรุอาน

เมื่อถูกทดสอบ มุสลิมอาจรู้สึกเหมือนดังว่าอัลลอฮฺทรงทอดทิ้งเขา แต่ในอายะฮฺที่สามของซูเราะฮฺนี้ อัลลอฮฺทรงแจ้งต่อบรรดาผู้ศรัทธาว่า สิ่งที่เขารู้สึกนั้นไม่ใช่ความจริงแต่อย่างใด อีกทั้งอัลลอฮฺยังทรงสัญญาเขาด้วยว่าอีกไม่นานเขาจะได้รับแต่ความพึงพอใจ

ถ้อยคำตักเตือนสุดท้าย
————-
เมื่อมุสลิมถูกทดสอบโดยอัลลอฮฺ ขอให้จงอดทนและรอคอย โดยให้ “สวนสวรรค์” นั้นเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เราพร้อมฝ่าฟันต่อสู้กับความยากลำบากในชีวิตโดยไม่ละทิ้งความศรัทธาของเรา และรำลึกไว้ว่า “ทางออกสำหรับทุกๆ ปัญหาในชีวิตนี้” คือการลดการทำบาปของคุณ สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัว และเพิ่มพูนการทำความดีให้มากขึ้น และเมื่อคุณต้องการกำลังใจให้กับตัวเอง ก็ให้ทำการซิเกรฺ (รำลึกถึงอัลลอฮฺ) อ่านอัลกุรอาน และอ่านคำอธิบายของอายะฮฺในอัลกุรอานเพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้ตัวคุณในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากในชีวิต

แหล่งที่มา: Real Life Lessons from the Noble Quran
ผู้เขียน: Muhammad Bilal Lakhani
แปลเรียบเรียง: บินติ อัลอิสลาม

Read Full Post »

จากโพสต์ของนักวิชาการยาซีร กอฎี

หนึ่งในสิ่งที่เป็นเรื่องที่ยากที่สุดสำหรับพวกเราส่วนมากคือ “การชื่นชมเพื่อนๆ (พี่น้อง) ของเรา และเพื่อนร่วมงานของเรา และการมองหาข้อดีของพวกเขา”

ชัยฏอนนั้นคอยกระซิบกระซาบเราให้มีอีโก้ และทำให้เรารู้สึกว่า “เรา” นั้นดีกว่าคนอื่น ด้วยเหตุนี้ แทนที่เราจะมองหาคุณสมบัติที่ดีงามอันน่าชื่นชมของผู้คน เราจึงเลือกที่จะมองหาคุณสมบัติที่เลวร้ายของพวกเขา และทึกทักเอาเองว่า “เรานั้นดียิ่งกว่าพวกเขา”

แน่นอนว่า ชัยฎอนคือผู้ที่ทำเช่นนั้น เพราะไม่ใช่มันหรอกหรือที่กล่าว ตอนที่อัลลอฮฺทรงสร้างนบีอาดัมว่า “ข้าพระองค์ดียิ่งกว่าเขา”

อย่างไรก็ตาม หากมองดูบรรดาศาสนทูตของอัลลอฮ อัลลอฮฺได้ทรงแต่งตั้งนบีมูซาให้ไปยังชาวอิสรออีล และทรงบอกแก่นบีมูซาว่าพระองค์นั้นทรงโปรดปรานท่านเหนือกว่าใครอื่น แต่นบีมูซาผู้ซึ่งมีความอ่อนน้อมถ่อมตนกลับรู้สึกว่าน้องชายของท่าน “ฮารูน” นั้นมีวาทศิลป์ที่ดียิ่งกว่าท่าน และท่านจึงวิงวอนขอให้อัลลอฮฺทรงทำให้น้องชายของท่านเป็นศาสนทูตด้วยเช่นนั้น และขอให้เขาได้เดินทางร่วมไปกับท่านเพื่อไปยังฟิรเอาวน์ ”

“และพี่ชายของข้าพระองค์คือฮารูน เขาพูดจาคล่องแคล่วกว่าข้าพระองค์ ดังนั้น ขอได้โปรดส่งเขาเป็นผู้ช่วยร่วมกับข้าพระองค์ด้วยเถิด เพื่อเขาจะได้ยืนยันให้แก่ข้าพระองค์ แท้จริงข้าพระองค์กลัวว่าพวกเขาจะปฏิเสธข้าพระองค์” (Al-Qasas 28:34 คัดลอก app กุรอานแปลไทย)

ดังนั้นโปรดตรวจสอบคุณสมบัติของคุณว่า คุณมักจะมองหาความดีงามในตัวของผู้อื่น และคิดว่าพวกเขามีคุณสมบัติหลายอย่างที่คุณเองไม่มีหรือไม่? หากเป็นเช่นนั้น คุณกำลังเดินตามรอยเท้าของบรรดาศาสนทูต หรือว่าคุณมักจะคิดว่าคุณดีกว่าคนอื่นเสมอ และคุณมีคุณสมบัติมากมายที่คนอื่นไม่มี? หากเป็นเช่นนั้น คุณกำลังเดินตามรอยเท้าของศัตรูของบรรดาศาสนทูต

นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามที่ถ่อมตนเพื่ออัลลอฮฺ อัลลอฮฺจะทรงยกระดับสถานะของเขาให้สูงขึ้น” (ขออัลลอฮฺทรงทำให้เราเป็นผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนด้วยเถิด อามีน)

แปล บินติ อัลอิสลาม

image

Read Full Post »

เมื่อ “เรือแห่งชีวิตคู่” ของคุณกำลังจะจม 
ก็ถึงเวลาที่จะต้องโยนสัมภาระไม่จำเป็นออกไป 
——————————————————–

image

รูป: อินเตอร์เนต

แหล่งที่มา บทความ When the Ship is Sinking, Throw away the Extra Baggage
จาก http://www.muslimmarriageadvice.com/2010/12/extra-baggage/
แปล  บินติ อัลอิสลาม

เมื่อ “ชีวิตคู่” ของคุณประสบกับปัญหา และคุณต่อสู้อย่างสุดความสามารถเพื่อทำให้ “เรือแห่งชีวิตคู่ของคุณ” พ้นจากการจมดิ่งลงไป แน่นอนว่ามันย่อมถึงเวลาที่คุณจำต้องโยนสัมภาระบางอย่างที่ไม่เกิดประโยชน์ อันใดออกไปจากเรือของคุณ คุณจำต้องมีความรอบคอบอย่างมากในการที่จะใช้สติปัญญาและการจัดการปัญหาภายในชีวิตคู่ของคุณ ดังนั้น สิ่งใดก็ตามที่เป็นสาเหตุของการก่อให้เกิดปัญหา และไม่ใช่สิ่งที่ไม่ได้มีส่วนช่วยให้ชีวิตคู่ของคุณดีขึ้นจำต้องถูกโยนออกไป

ในช่วงเวลาแห่งความเครียดนี้ “เวลา” และ “ความอดทน” นั้นมีขีดจำกัด และ สิ่งที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นเพียงปัจจัยบางอย่างที่คุณควรใคร่ครวญเมื่อต้อง ตัดสินใจว่าสิ่งใดที่คุณควรโยนทิ้งออกไปจากเรือลำนี้ของคุณ

1. โยน “คำว่า ถูก” ทิ้งไป 

ในชีวิตการแต่งงาน หากคุณยืนกรานคิดว่าคุณเป็นฝ่ายถูก และสามี/ภรรยาของคุณเป็นฝ่ายผิด ดังนั้น “การมีความคิดเช่นนี้” ถือว่าเป็นสัมภาระที่หนักที่สุด และมันจำต้องถูกโยนทิ้งออกไปเป็นอย่างแรก

แต่หากคุณต้องการให้ “เรือแห่งชีวิตคู่ของคุณ” จมลงไปเร็วๆ คุณก็ต้องยัด “สัมภาระ” นี้เพิ่มเข้าไปในถุงเยอะๆ เรื่อยๆ ทุกๆ ครั้งที่คุณเป็นฝ่ายถูกและสามี/ภรรยาของคุณเป็นฝ่ายผิด 

“ชัยชนะ” สำหรับคุณ และ “ความพ่ายแพ้” สำหรับชีวิตการแต่งงานของคุณ 

ถูกต้องแล้วหละ “ชัยชนะ” เป็นของคุณ และ “ความพ่ายแพ้” เป็นของชีวิตการแต่งงานของคุณ และมันไม่ได้เป็น “ความพ่ายแพ้” ของสามี/ภรรยาของคุณ ดังนั้นคุณควรใคร่ครวญให้ดีถึงเป้าหมายของการแต่งงานของคุณ ลองถามตัวเองว่า”คุณปรารถนาชีวิตการแต่งงานที่ราบรื่นเป็นสุข หรือต้องการเป็น “ผู้รับชัยชนะ หรือผู้ที่ถูกต้อง” ตลอดเวลา? 

ทางเลือกเป็นของคุณ หากแต่ว่าคุณจำต้องทิ้ง “สัมภาระหนักอึ้ง” ที่คุณแบกไว้ ออกไปจากชีวิตการแต่งงานของคุณ

2. โยน “สิ่งที่ผู้คนคิดหรือพูดเกี่ยวกับคุณ” ทิ้งไป

ไม่มี “ชีวิตการแต่งงาน” ใดที่สมบูรณ์แบบ และเมื่อ “ชีวิตการแต่งงาน” ของคุณประสบปัญญา สิ่งสุดท้ายที่คุณควรกังวล คือ “สิ่งที่ผู้คนคิดกัน” ทุกๆ ชีวิตคู่ย่อมเผชิญกับสิ่งที่ดี และสิ่งที่ไม่ดี ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอดเวลา พึงตระหนักว่าไม่มี “การแต่งงาน” ใดที่สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง และหากว่ามีผู้ใดทราบหรือสงสัยว่า “ชีวิตคู่ของคุณ” กำลังประสบกับปัญหา ก็อย่าทำให้ “สิ่งที่ผู้คนคิดหรือพูดกัน” สร้างความกังวลใจต่อคุณ
การครองคู่ในอิสลาม

3. โยน “การกำหนดความคิด (ในการที่จะตอบโต้ต่อสถานการณ์)” ทิ้งไป 

เมื่อคุณเผชิญกับปัญหา หรือสถานการณ์ที่ยากลำบาก คุณควรตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และพิจารณาถึงวิธีการโต้ตอบต่อสถานการณ์นั้นๆ เป็นกรณีไป ยกตัวอย่างเช่นหลายคนมักจะพูดว่า “หากสามี/ภรรยาของฉันทำอย่างนั้น (หรือทำอย่างนี้) ฉันจะตอบโต้เขาด้วยวิธีการแบบนั้น (แบบนี้)” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ณ ช่วงเวลาที่คุณกำลังเผชิญกับสถานการณ์นั้นอยู่ หากว่าคุณทำใน “สิ่งที่คุณคิดว่าคุณจะต้องทำ” ผลลัพธ์ที่ได้กลับมา มันอาจจะเลวร้ายยิ่งกว่าเดิมก็เป็นได้ 

ดังนั้นคุณจึงควรโยน “การกำหนดความคิดว่าคุณจะทำอะไร” ออกไปเสีย และอย่านำเสนอหรือบอกเล่า “ความคิดที่คุณกำหนดไว้” ให้กับคู่ครองของคุณ หรือใครก็ตามได้ทราบ เพราะมันอาจจะทำให้คุณเกิดความกดดันมากยิ่งขึ้น ในช่วงเวลาที่มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับคุณจริงๆ และมันย่อมทำให้คุณมีความรู้สึกว่าคุณจำต้องปฏิบัติตามสิ่งที่คุณได้เคยพูดไว้ หรือเคยคิดเอาไว้ (ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว คุณอาจจะยังไม่พร้อมที่จะปฏิบัติก็เป็นได้: เพิ่มเติมโดยผู้แปล)

4. โยน “การควบคุม” ทิ้งไป 

คุณไม่สามารถที่จะควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของคุณได้ คุณสามารถที่จะวางแผนสิ่งต่างๆ ไว้มากมายตามที่คุณปรารถนา หากแต่ชีวิตมันย่อมมีอุปสรรคขัดขวางระหว่างทางบ้าง (หรือไม่เป็นไปตามแผนบ้าง) 

บางครั้ง “การกำหนดของการควบคุมของเรา” ก็ลดน้อยลงไป ขณะที่เราคิดว่าเราสามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ไว้ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่เป็นเช่นนั้น คุณควรตระหนักเสมอว่า “มีเพียงบางสิ่งเท่านั้นที่คุณสามารถควบคุมได้ นั่นคือ “การกระทำของคุณ” และ “การตัดสินใจของคุณ” และสิ่งอื่นๆ นอกเหนือจากนี้นั้นอยู่นอกการควบคุมของคุณ” และสิ่งเดียวที่คุณมี คือ “ผลที่ได้รับจากการกระทำของคุณ”เท่านั้นเอง

5. โยน “คำว่า ฉันถูกทำร้าย (ถูกทำให้เจ็บปวด)” ทิ้งไป 

“คุณถูกทำร้าย คุณเจ็บปวด และคุณไม่สามารถทนได้อีกต่อไป” ดังนั้นคุณจำต้องบอกทุกคน หรือบอกใครสักคนให้พวกเขาทราบว่าคุณถูกทำร้าย คุณอยากให้ทุกคนทราบว่า “คุณเป็นคนดี” และต้องการความเห็นใจจากผู้คนต่อสิ่งที่คุณกำลังเผชิญ 

จงโยน “สัมภาระ” นี้ทิ้งไปเสีย หรือไม่คุณก็อาจจะต้องสูญเสีย “ความรักของสามี/ภรรยาของคุณ” ไป รวมไปถึง “ชีวิตการแต่งงานของคุณ” ย่อมพังทลายเร็วยิ่งขึ้นอีก และมันคงไม่นานเกินไปก่อนที่คุณจะสามารถบอกกับเพื่อนๆ ของคุณเกี่ยวกับวันสุดท้ายของชีวิตการแต่งงานของคุณ ดังนั้นคุณจึงควรจะแยกแยะระหว่าง “ใครที่คุณกำลังพูดคุยด้วย” และ “อะไรที่คุณกำลังพูดอยู่”

6. โยน “การจัดการทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวคุณเอง โดยปราศจากการช่วยเหลือภายนอก” ออกไป 

เมื่อชีวิตคู่ของคุณประสบปัญหาหนัก คุณควรมองหา “ความช่วยเหลือ” จากภายนอก อย่าคิดว่า คุณคือ “ซุปเปอร์แมน” ที่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาทุกอย่างในชีวิตการแต่งงานของคุณเองได้ 

มันย่อมเป็นการดีกว่าที่คุณจะหา “ความช่วยเหลือ” จากแหล่งที่น่าเชื่อถือจากภายนอก เช่น การพบ “ผู้ให้คำปรึกษาครอบครัว” หรือ “ผู้รู้ด้านศาสนา” เป็นต้น

Read Full Post »

ถ้อยคำแห่งปัญญา 2 PK Book

ดาวน์โหลดถ้อยคำแห่งปัญญาเล่ม 2 ได้เลยค่ะ

image

Read Full Post »

ถ้อยคำแห่งปัญญา PK

ดาวน์โหลดถ้อยคำแห่งปัญญาเล่ม 1 จากลิงค์ข้างบนได้เลยค่ะ

image

Read Full Post »

image

รูป: อนเตอร์เน็ต

แหล่งที่มา http://english.islamway.com/bindex.php?section=article&id=218 
เขียนโดย Dr. Aisha Hamdan
ถอดความ  บินติ อัลอิสลาม

คนหนุ่มสาว และว่าที่เจ้าสาวและว่าที่เจ้าบ่าว ต่างรู้สึกตื่นเต้นและปลาบปลื้มกับงานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้น และชีวิตการแต่งงานของเขา พร้อมทั้งความสุขที่จะเกิดขึ้นในชีวิตคู่ หากแต่เมื่อสามถึงหกเดือนผ่านไปหลังจากนั้น “โลกแห่งความเป็นจริง” ได้ปรากฎขึ้น ผู้เป็นสามีและภรรยาทั้งสองคนต่างเริ่มตระหนักว่า “ชีวิตการแต่งงาน” ไม่ใช่ “ภารกิจ” ที่ง่ายเลย หากแต่จำต้องอาศัย “ความเพียรพยายาม” และ “ความอดทน” อย่างมากในการดำเนินชีวิตคู่ร่วมกัน และสิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็น “เคล็ดลับ” สำหรับทั้งผู้ที่เป็นภรรยาและผู้ที่เป็นสามี ในการที่จะนำ “เคล็ดลับเหล่านี้” ไปใช้เพื่อช่วยทำให้ “ภารกิจนี้” มีความน่ากลัวน้อยลง และเพื่อเพิ่มพูน “รางวัลการตอบแทนมากมาย” เท่าที่จะสามารถเป็นไปได้ภายในความสัมพันธ์ที่มหัศจรรย์และซับซ้อนนี้ 

1. เริ่มต้น “การแต่งงาน” ด้วยเจตนาที่ดีงามถูกต้อง และตั้งเจตนาเช่นนี้ใหม่อยู่อย่างสม่ำเสมอ 
—————————————–
ผู้ที่จะเป็นสามีและภรรยาควรเข้าสู่ “การแต่งงาน” ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ของการสร้างความพึงพอพระทัยต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา เพื่อที่จะได้มาซึ่ง “ความดีงาม” และ “การอำนวยพร” มากมายของพระองค์ 

จากนั้น “การแต่งงานของเขาทั้งสอง” ย่อมกลายเป็น “การทำอิบาดะฮฺอย่างหนึ่ง” ด้วยตัวของมันเอง อีกทั้งยังทำให้ทั้งสามีและภรรยาได้รับรางวัลการตอบแทนอีกด้วย 

อัลลอฮฺย่อมทรงพึงพอพระทัยต่อเขาทั้งสอง และ “ความพึงพอพระทัยของพระองค์นั้น” คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการสร้างความสงบ ความมั่นคง และความสุขตลอดชีวิตการแต่งงาน สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือ “การตระหนักว่า “การอิบาดะฮฺ” ที่ถูกปฏิบัติอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาที่ยาวนานนั้น จำเป็นต้องได้รับการ “ฟื้นฟู” หรือ “การตั้งเจตนาใหม่” อยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้เพื่อที่จะทำให้ “การอิบาดะฮฺนี้” คงอยู่ในหนทางที่ถูกต้องและเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์อันสูงสุด”

2. พึงระลึกว่า “สามี/ภรรยาของคุณ” คือ พี่ชายหรือน้องสาวแห่งอิสลามอีกคนหนึ่งของคุณด้วยเช่นกัน 
—————————————–
บ่อยครั้งที่มุสลิมมักจะปฏิบัติกับผู้คนภายนอกด้วยความเมตตาและความจริงใจ แต่แล้วพวกเขากลับมีพฤติกรรมที่แตกต่างไปอย่างมากเมื่ออยู่กับคู่ครองของเขา 

มุสลิมควรระลึกอยู่เสมอว่า “คู่ครองของเขา” ก็คือพี่ชายหรือน้องสาวแห่งอิสลามของเขาอีกคนหนึ่ง อีกทั้ง “สิทธิและหน้าที่ต่อพี่น้องแห่งอิสลาม” ก็ควรนำมาใช้เป็นหลักการขั้นพื้นฐานในความสัมพันธ์ของสามีภรรยาด้วยเช่นกัน และในความเป็นจริงแล้วนั้น “สามี และ ภรรยา” ต่างมีสิทธิต่อกันมากยิ่งกว่านั้นเสียอีก หากแต่ผู้เป็น “สามี” และ “ภรรยา” จำต้องมีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิของพี่น้องแห่งอิสลามและการยึดมั่นต่อหลักการเหล่านี้ด้วย

3. อย่าตั้งความหวังที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง 
—————————————–
ก่อนการแต่งงาน หลายคนมักจะมี “ความคิดที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง” เกี่ยวกับ “ว่าที่คู่ครองของเขาหรือเธอ” และคาดหวัง “ความสมบูรณ์แบบ” ในทุกๆ กฎเกณฑ์หรือทุกๆ แง่มุม 

หากเราไม่ดำเนินชีวิตอยู่กับ “ความเป็นจริง” มันย่อมสามารถที่จะนำเราไปสู่ “ปัญหาที่ไม่จำเป็นหรือความกังวลที่เปล่าประโยชน์” ได้ ดังนั้น เราจำต้องตระหนักว่า อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา ทรงสร้างมนุษย์ทุกคนให้เป็น “สิ่งมีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์แบบ” ซึ่งนั่นหมายความว่า ความผิดพลาดมากมายย่อมเกิดขึ้นตลอดชั่วชีวิตของคนคนหนึ่ง ดังนั้นการที่เราปรับเปลี่ยนความคิดและคาดหวัง “ความไม่สมบูรณ์แบบบ้าง” ย่อมทำให้เรารู้สึกดีและประหลาดใจเมื่อคู่ครองของเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ดีกว่าที่เราคาดคิดไว้ และ “การมีความคิดเช่นนี้” ย่อมนำเราไปสู่ “ความพึงพอใจ” ในการดำเนินชีวิตคู่

4. พึงระลึกถึง “ส่วนที่ดีที่สุด” ของสามี/ภรรยาของคุณ (หรือความดีงามของเขาหรือเธอ) 
—————————————–
เพราะย่อมไม่มีใครที่จะมีคุณสมบัติที่ดีพร้อมในทุกๆ ด้าน ดังนั้นคุณจึงควรให้ความสำคัญและมุ่งเน้นไปที่ “คุณสมบัติที่ดีงามที่สุด” ที่อยู่ในตัวของคู่ครองของคุณ 

คุณควรให้การสนับสนุน กำลังใจ การชื่นชม และการขอบคุณ ต่อคู่ครองของคุณอยู่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการแสดงออกเหล่านี้ย่อมช่วยเสริมสร้างคุณสมบัติที่ดีงามที่มีอยู่ในตัวเขา/เธอ ให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งมันยังเป็นผลดีต่อการที่จะพัฒนาคุณสมบัติด้านอื่นๆ ของเขา/เธออีกด้วย” 

คุณควรพยายามอย่างมากที่จะมองข้ามหรือเพิกเฉยต่อนิสัยที่ไม่ดีบางอย่างของเขา/เธอ ดังเช่นที่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ศรัทธาชายจำต้องไม่คิดร้าย (หรือโกรธเคือง) ผู้ศรัทธาหญิง (หรือภรรยาของเขา) หากแม้ว่าเขาไม่ชอบสิ่งหนึ่งในตัวนาง เขาย่อมพบสิ่งอื่นในตัวนางอันเป็นที่น่าพึงพอใจ” (รายงานโดย มุสลิม)

5. จงเป็น “เพื่อนที่ดีที่สุด (เพื่อนแท้)” ของสามี/ภรรยาของคุณ 
—————————————–
ลองคิดใคร่ครวญถึงความหมายของคำว่า “เพื่อนแท้” ว่าเป็นเช่นไร และจงเป็น “เพื่อนแท้” ต่อคู่ครองของคุณ ซึ่งหมายถึงการแบ่งปัน “ความสนใจ” “ประสบการณ์” “ความฝัน” “ความล้มเหลว” และ “ความขุ่นเคือง ความไม่สบายใจ” ต่อกัน และยังรวมไปถึง “ความเข้าใจต่อสิ่งที่สามี/ภรรยาของคุณชอบ และไม่ชอบ” และ “ความพยายามที่จะสร้างความพึงพอใจแก่เขาหรือเธอด้วยทุกๆ วิถีทางที่สามารถจะทำได้”

คำว่า “เพื่อนแท้” นั้นยังหมายถึงใครสักคนที่สามารถเชื่อใจ ให้ความไว้วางใจ และเป็นที่พึ่งพิงได้ “ผู้เป็นคู่ครอง” ควรเป็นเพื่อนประเภทหนึ่งที่เขา/เธออยากเก็บไว้ชั่วชีวิต

6. ใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณค่า (มีคุณภาพ)
——————————
เพียงแค่การรับประทานอาหารร่วมกัน การช่วยกันทำงานบ้าน หรือการพูดคุยกันเล็กๆ น้อยๆ มันยังไม่เพียงพอสำหรับการดำเนินชีวิตคู่ 

“สามีและภรรยา” ควรหาเวลาในการที่จะสร้างความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น บ่อยครั้งที่ทั้งสามีและภรรยามักยุ่งอยู่กับภาระหน้าที่ของตัวเองและลืมที่จะดูแล “องค์ประกอบสำคัญที่สุด” ของชีวิต 

“การใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณค่า” อาจเป็นการพูดคุยอย่างลึกซึ้งแบบเงียบๆ สองคน หรือการเดินชมธรรมชาติด้วยกัน หรือการทำงานอดิเรก การทำกิจกรรมดีดี หรือโครงการบางอย่างร่วมกัน 

ทั้ง “สามี และ ภรรยา” ควรที่จะใช้เวลาอย่างมีความสุขกับกิจกรรมหรือสิ่งที่ทั้งคู่ตั้งใจที่จะทำร่วมกัน และพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มีสิ่งใดมารบกวนระหว่างนั้น

7. แสดงความรู้สึกที่มีต่อกันให้บ่อยครั้ง 
—————————————–
“การแสดงความรู้สึกที่มีต่อกัน” อาจถือได้ว่าเป็น “แนวคิดหรือวิธีแบบตะวันตก” และบางคนอาจพบว่า “การกระทำเช่นนี้” เป็นเรื่องยากที่จะปฏิบัติ แต่มันก็เป็นสิ่งที่สำคัญในการที่จะเปิดใจและซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง ไม่ว่าจะในแง่บวกหรือแง่ลบก็ตาม 

“การสื่อสารระหว่างกัน” ควรเป็นไปในรูปแบบของการเปิดกว้างและการนำเรื่องราวความกังวล ความทุกข์ต่างๆ มาพูดคุยกันโดยทันทีที่มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น *ทั้งนี้เพื่อนำมาสู่การสร้างความเข้าใจ การแก้ไขปัญหาร่วมกัน (เพิ่มเติม:ผู้แปล) 

สาเหตุที่จำต้องมีการสื่อสารเช่นนี้นั้น เพราะว่า “ความกังวลเล็กๆ น้อยๆ” ที่เกิดขึ้น อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในภายหลังหากไม่มีการพูดคุยกันโดยทันทีและด้วยวิธีที่เหมาะสม 

“การแก้ไขปัญหาด้วยการนิ่งเงียบ” ไม่ใช่วิธีการเยียวยาสำหรับทุกๆ สิ่ง

8. ยอมรับความผิดพลาดและขออภัย 
————————————-
เช่นเดียวกับที่เราวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺให้ทรงอภัยโทษให้แก่เราเมื่อเราทำสิ่งใดผิดพลั้งไป เราก็ควรกระทำสิ่งเดียวกันกับสามี/ภรรยาของเราเช่นกัน ผู้ที่กล้าหาญกว่าคือผู้ที่สามารถยอมรับเมื่อเขา/เธอกระทำสิ่งใดผิดพลาดไป และทำการขอโทษอีกฝ่าย อีกทั้งยังพยายามที่จะปรับปรุงแก้ไขในด้านที่เขา/เธอ บกพร่องหรือจำต้องได้รับการเปลี่ยนแปลง 

หากใครคนใดคนหนึ่งไม่เต็มใจที่จะกระทำสิ่งนี้ ชีวิตการแต่งงานย่อมไม่สามารถที่จะพัฒนาไปในทางที่ดีได้

9. อย่าหยิบยกเรื่องราวความผิดพลาดในอดีตขึ้นมาพูดคุย
—————————————–
เพราะสิ่งนี้ย่อมสร้างความเจ็บปวดอย่างมากต่ออีกฝ่าย เมื่อเขา/เธอถูกย้ำเตือนให้ระลึกถึงความผิดพลาดในอดีต โดยปกติแล้ว “อิสลาม” ไม่สนับสนุนให้มีการพูดคุยหรือครุ่นคิดเกี่ยวกับ “อดีต” 

คนคนหนึ่งอาจใคร่ครวญถึงความผิดพลาดที่เคยกระทำเพื่อมิให้ความผิดพลาดเหล่านั้นเกิดขึ้นซ้ำอีก อย่างไรก็ตาม “การใคร่ครวญนี้” ก็ไม่ควรกระทำมากเกินความจำเป็นเพราะในความเป็นจริงแล้วนั้นในฐานะ “มนุษย์” เราไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะตัดสินผู้ใด 

เราอาจให้ “คำแนะนำตักเตือน” ต่ออีกฝ่าย แต่ก็ไม่ใช่การให้คำตักเตือนด้วยวิธีที่สร้างความเจ็บปวดต่อเขา/เธอ

10. เซอร์ไพรส์กันและกันเป็นครั้งคราว 
—————————————–
ซึ่งอาจจะเป็นการมอบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ หรือดอกไม้ให้แก่สามี/ภรรยาของคุณ หรือการเตรียมอาหารมื้อพิเศษ การแต่งกายให้ดูดีเพื่อเขา/เธอ หรือการส่งข้อความที่น่าประทับใจให้กับเขา/เธอ 

การสร้างจินตนาการเล็กๆ น้อยๆ ย่อมจะช่วยคุณได้มาก 
“เป้าหมายของการกระทำดังกล่าว” ก็คือการเติมความมีชีวิตชีวิตให้กับชีวิตการแต่งงานของคุณ อีกทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงการกระทำสิ่งที่เป็นกิจวัตรประจำวันซึ่งอาจส่งผลที่ไม่ดีนักต่อชีวิตการแต่งงานของคุณ (อาจทำให้เกิดความเบื่อหน่าย หรือไร้รสชาติ: ผู้แปล)

11. มีอารมณ์ขัน สร้างเสียงหัวเราะต่อสามี/ภรรยาของคุณ 
—————————————–
วิธีการนี้ย่อมช่วยปกป้องคุณทั้งสองจากการทะเลาะเบาะแว้งกัน อีกทั้งยังเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีภายในบ้านอีกด้วย 

ชีวิตของเรานั้นเต็มไปด้วยความท้าทายและบททดสอบต่างๆ อยู่ตลอดเวลา และการเผชิญกับมันด้วยความเบิกบานย่อมช่วยให้ “การเดินทางแห่งบททดสอบ” นั้นดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีความสุขมากยิ่งขึ้น อีกทั้งคุณอาจจะพบว่าสามี/ภรรยาของคุณพึงพอใจต่อคุณสมบัตินี้ในตัวคุณและตั้งตาคอยที่จะใช้เวลาอยู่กับคุณ เพราะ “คุณสมบัตินี้ของคุณ” อีกด้วย

Read Full Post »

Older Posts »

%d bloggers like this: