Feeds:
Posts
Comments

Archive for May, 2015

คำแนะนำของอบู มุอาวิยะฮฺ อิสมาอีล กัมดัรฺ

ด้วยเพราะการใช้เทคโนโลยีในปัจจุบัน “การทำซินา” จึงกลายเป็นเรื่องง่ายทุกวันนี้ แม้ว่าผู้คนจะพยายามอย่างหนักที่จะอยู่ในศีลธรรม แต่สุดท้ายก็ตกเป็นเหยื่อของเทคโนโลยีอยู่ดี เพราะชัยฏอนนั้นมีกลลวงมากมายไว้หลอกล่อพวกเรา

สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้ คือ เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่จะปกป้องตัวคุณจากสิ่งนี้
๑. ทำอิสติฆฟารฺ (วิงวอนขอการอภัยโทษจากอัลลอฮฺ) เป็นประจำทุกวัน สำหรับทุกๆ ความผิดพลาดที่เราทำ เช่นการมองในสิ่งที่ไม่ควรมอง
๒. อย่าสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามออนไลน์
๓. อย่าแบ่งปัน บอกเล่าเรื่องราวปัญหาความสัมพันธ์ภายในของคุณกับเพศตรงข้ามที่คุณไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆ เกี่ยวข้องด้วย (เพิ่มเติม – ไม่ใช่มะหฺรอม)
๔. มีความโปร่งใส จริงใจกับคู่ครองของคุณ ในการใช้อินเตอร์เนตของคุณ
๕. หากว่าคุณมีปัญหาครอบครัว ก็ขอคำปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาโดยตรง อย่าหันหน้าเข้าหาเพศตรงข้ามเพื่อบรรเทาความทุกข์ของคุณ
๖. ออกห่างจากการอยู่ลำพังกับ “ผู้ที่ไม่ใช่มะหฺรอม” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับคนที่คุณมีความชื่นชอบ หรือพอใจด้วย (มีเคมีตรงกัน)

แปล เรียบเรียง : บินติ อัลอิสลาม
รูป อินเตอร์เนต

image

Advertisements

Read Full Post »

พวกท่านจงกลับไปยังพ่อของพวกท่าน (นบียากูบ) แล้วกล่าวว่า โอ้คุณพ่อของเรา! แท้จริงลูก
ของท่าน (บินยามิน) ขโมยและเราไม่เป็นพยานเว้นแต่ในสิ่งที่เรารู้และเรามิใช่ผู้เก็บความลับ [Quran 12 : 81 ]

และจงถามชาวเมืองซึ่งเราพำนักอยู่ในนั้นและกองคาราวานซึ่งเราเดินทางร่วมมากับมัน และแท้จริงเรานั้นเป็นผู้สัตย์จริงอย่างแน่นอน [Quran 12 : 82 ]

เขา (นบียากูบ) กล่าวว่า “แต่ว่าจิตใจของพวกเจ้าได้ตกแต่งเรื่องขึ้นเพื่อพวกเจ้า ดังนั้นการอดทนเป็นสิ่งที่ดี หวังว่าอัลลอฮฺจะทรงนำพวกเขาทั้งหมด (ยุซุฟและบินยามิน) มาหาฉัน แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ” [Quran 12 : 83 ]
——————————————
ตอนนี้นบียากูบได้สูญเสียบุตรชายคนที่สองของท่าน ดูสิว่า ท่านได้รับมือกับความสูญเสียนี้เช่นไร .. ท่านรับมือกับมันด้วยความอดทนอดกลั้นและมอบหมายต่ออัลลอฮฺ โดยเชื่อว่าพระองค์จะทรงทำให้ทุกอย่างกลับมาดีอีกครั้ง ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดความอธรรมใดๆ ขึ้นกับคุณในชีวิตนี้ คุณก็คงรู้แล้วว่าคุณควรรับมือกับมันอย่างไรเพื่อที่จะทำให้จิตใจสงบ
——————————————
และเขา (นบียากูบ) ผินหลังให้พวกเขา (ลูกๆ คนโต) และกล่าวว่า “โอ้อนิจจา ยูซุฟเอ๋ย!” และตาทั้งสองข้างของเขามัวเนื่องจากความเศร้าโศก และเขาเป็นผู้อดกลั้น [Quran 12 : 84 ]

พวกเขากล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ท่านยังคงรำลึกถึงยูซุฟอยู่ จนกระทั่งท่านเจ็บจวนจะตายหรือท่านจะพินาศไป” [Quran 12 : 85 ]

เขากล่าวว่า “แท้จริงฉันร้องเรียนความเศร้าสลดของฉันและความทุกข์ระทมของฉันต่ออัลลอฮฺ และฉันรู้ (เรื่องความเมตตา) จากอัลลอฮฺซึ่งพวกเจ้าไม่รู้” [Quran 12 : 86 ]
——————————————
ในอายะฮฺที่ 84 เราได้บทเรียนอย่างหนึ่งว่านบียากูบได้ข่มความโศกเศร้าจากการสูญเสียบุตรชายของท่านด้วยการเก็บกลั้นความโกรธของท่านไว้ภายใน และผลของมันก็คือ “ท่านกลายเป็นคนตาบอด”

ดังนั้น โปรดอย่าได้เก็บกดความโกรธ ความผิดหวัง ไม่พอใจไว้ภายใน

แล้วเราจะสามารถทำอะไรได้บ้างหละ? พาลใส่ภรรยาและลูกๆ หรือ?

ไม่ใช่แน่นอน แต่สิ่งที่นบียากูบทำคือ “แท้จริงฉันร้องเรียนความเศร้าสลดของฉันและความทุกข์ระทมของฉันต่ออัลลอฮฺ”

ใช่แล้วหละ ร้องเรียนความทุกข์กับอัลลอฮฺ พระองค์จะทรงรับฟัง และพระองค์จะประทานรางวัลการตอบแทนให้ และระหว่างนั้นขอให้คุณจงอดทน
————————-
จากหนังสือ Real life lessons from The Holy Quran
โดย Muhammad Bilal Lakhani
คัดลอกคำแปลอัลกุรอานจาก quran App
แปล บินติ อัลอิสลาม

*หากต้องการคัดลอกบทความ โปรดระบุแหล่งที่มา*
รูป::อินเตอร์เนต

image

Read Full Post »

มีการรายงานจากท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ ว่า ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เล่าว่า “ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นว่า ‘ฉันจะทำการบริจาคอย่างแน่นอน’

จากนั้นเขาก็ออกไปข้างนอกพร้อมกับทานที่จะบริจาคและวางใส่มือของหัวขโมย เช้าวันต่อมา พวกเขา (ผู้คน) พูดขึ้นว่า ‘ชายผู้นั้นบริจาคทานให้กับหัวขโมย’ เขาตอบกลับมาว่า ‘โอ้ อัลลอฮฺ การสรรเสริญเป็นของพระองค์ และฉันจะบริจาคทาน (อีกครั้ง) อย่างแน่นอน’

จากนั้นเขาก็ออกไปข้างนอกพร้อมกับทานที่จะบริจาคและวางใส่มือของโสเภณีนางหนึ่ง เช้าวันต่อมา พวกเขาก็พูดขึ้นว่า ‘เมื่อคืนนี้ เขาบริจาคทานให้กับโสเภณีด้วย’ เขาตอบว่า ‘โอ้ อัลลอฮฺ การสรรเสริญเป็นของพระองค์ต่อโสเภณี แน่นอนว่าฉันจะบริจาคทาน (อีกครั้ง)’

จากนั้นเขาก็ออกไปข้างนอกพร้อมกับทานที่จะบริจาคและวางใส่มือของชายผู้ร่ำรวยคนหนึ่ง พวกเขาก็พูดขึ้นว่า ‘เมื่อคืนนี้ เขาบริจาคทานให้กับชายผู้ร่ำรวยด้วย’ เขาตอบว่า ‘โอ้ อัลลอฮฺ การสรรเสริญเป็นของพระองค์ต่อหัวขโมย ต่อโสเภณี ต่อชายผู้ร่ำรวย’

จากนั้นได้มีการกล่าวต่อชายผู้นั้นว่า “สำหรับสิ่งที่ท่านให้เป็นทานแก่หัวขโมย บางทีทานบริจาคของท่านอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เขายับยั้งตัวเขาจากการขโมย สำหรับโสเภณีนางนั้น บางทีทานบริจาคของท่านอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอยับยั้งจากการทำผิดประเวณี และสำหรับชายผู้ร่ำรวย บางทีเขาอาจได้รับบทเรียนจากทานที่ท่านบริจาคไป และใช้จ่ายจากสิ่งที่อัลลอฮฺประทานให้แก่เขา”

รายงานโดย อัลบุคอรียฺ  1355; มุสลิม, 1022 
จาก Islamqa

image

รูป จาก อินเตอร์เนต

Read Full Post »

image

บทเรียนจากซูเราะฮฺยูซูฟ อายะฮฺที่ ๔๑ และ ๔๒ .. (ที่พวกเราหลายคนก็หลงลืม)
++++++++++++++++++++++++++++++++++++
“โอ้เพื่อนร่วมคุกทั้งสองของฉันเอ๋ย ! ส่วนคนหนึ่งของท่านทั้งสองเขาจะรินเหล้าให้นายของเขาและส่วนอีกคนหนึ่งจะถูกแขวนตรึง แล้วนกจะกินศรีษะของเขา เรื่องถูกกำหนดไว้ตามที่ท่านทั้งสองขอความเห็น” (นบียุซุฟได้ทำนายความฝันให้กับเพื่อนในคุก เมื่อพวกเขาขอให้ท่านช่วยทำนายฝัน)

“และเขา (นบียุซุฟ) กล่าวแก่คนที่เขาคิดว่าจะพ้นโทษในสองคนว่า “จงเล่าเรื่องของฉันแก่นายของท่านด้วย” แล้วชัยฎอนได้ทำให้เขาลืมเรื่องของเขา(ยูซุฟ) (ชัยฏอนทำให้นบียุซุฟลืมนึกถึงพระเจ้าของท่าน เพื่อขอความช่วยเหลือจากพระองค์ แต่กลับขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น) ณ ที่นายของเขา (ด้วยเหตุนี้)  เขาจึงอยู่ในคุกอีกหลายปี”
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
สิ่งที่ถูกกล่าวไว้ในอายะฮฺที่ ๔๒ ทำให้คนที่กำลังเผชิญกับบททดสอบและปัญหาต่างๆ บนโลกใบนี้ถึงกับต้องร้อง “โอ้โห”

พวกเราทั้งหมดต่างเผชิญกับปัญหามากมายในชีวิต แต่ “ใคร” คือผู้ที่เราร้องขอความช่วยเหลือ

เมื่อคุณต้องการความช่วยเหลือเพื่อให้ได้งานในบริษัทหนึ่ง คุณขอความช่วยเหลือจากลูกพี่ลูกน้องที่ทำงานในนั้น

เมื่อคุณต้องการสิ่งใดก็ตามในเรื่องทั่วๆ ไป คุณก็ขอความช่วยเหลือจากใครสักคน

เมื่อนบียูซุฟต้องการความช่วยเหลือเพื่อที่จะออกจากคุก ท่านได้ทำเช่นไร
…ท่านได้ขอความช่วยเหลือจากใครบางคนเพื่อให้ช่วยเหลือท่าน แทนที่จะวิงวอนขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ.. (ชัยฏอนทำให้นบียุซุฟลืมนึกถึงพระเจ้าของท่าน เพื่อขอความช่วยเหลือจากพระองค์ แต่กลับขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น)

และผลของมันเป็นเช่นไร
…(ด้วยเหตุนี้)  เขาจึงอยู่ในคุกอีกหลายปี…

จากหนังสือ Real Life Lessons from the Holy Quran
โดย Muhammad Bilal Lakhani
คัดลอกคำแปลอัลกุรอานจาก quran. com
แปล บินติ อัลอิสลาม

หากคัดลอกบทความใดๆ ก็ตามในบล็อกนี้ กรุณาลงแหล่งที่มาด้วยค่ะ อย่างน้อย ..ก็ลงชื่อหนังสือ ผู้เขียนมันขึ้นมา..

Read Full Post »

muslim_praying

รูปภาพ จากอินเตอร์เน็ต

การขัดเกลาตัวเอง

จากหัวข้อ Disciplining Oneself เวป IslamQA
ตอบโดย ชัยคฺมุหัมมัด เศาะลิหฺ อัลมุนาญิด
แปล เรียบเรียง บินติ อัลอิสลาม

คำถาม
มุสลิมจะสามารถทำการขัดเกลาตัวเองตามหลักการของศาสนาอิสลามได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขามีข้อเสีย ข้อบกพร่องในหน้าที่ของศาสนา ซึ่งเป็นสิ่งที่อัลลอฮฺทรงรู้ดียิ่งถึงข้อเสียเหล่านั้น
คำตอบ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ
การยอมรับข้อเสีย ข้อบกพร่องของตัวเองนั้น คือหนึ่งในก้าวแรกของการขัดเกลาตัวเอง

ผู้ใดก็ตามที่ยอมรับว่าเขามีข้อเสีย ถือได้ว่าเขาได้เริ่มเดินอยู่บนเส้นทางของการขัดเกลาตัวเองแล้ว การยอมรับนี้คือหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เราได้ขัดเกลาตัวเองและเพียรพยายามอย่างไม่ลดละที่บรรลุเป้าหมาย และมันคือสัญญาณแห่งความห่วงใยจากอัลลอฮฺ เมื่อใครคนหนึ่งพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น เช่นที่อัลลอฮตรัสไว้ (โดยมีความหมายว่า) “แท้จริงแล้ว อัลลอฮฺจะมิทรงเปลี่ยนแปลงสภาพของชนกลุ่มใด ตราบใดที่เขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพของตัวเอง” (อัรร๊อด 13:11)

ดังนัั้นผู้ใดก็ตามที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่ออัลลอฮฺ อัลลอฮฺจะทรงให้ความช่วยเหลือเขาในการเปลี่ยนแปลงนั้น

แต่ละคนนั้นต่างมีต้องรับผิดชอบต่อตัวเอง และพวกเราจะถูกถามเป็นรายบุคคล เช่นที่อัลลอฮฺตรัสไว้ (โดยมีความหมายว่า) “ไม่มีสิ่งใดในสวนสวรรค์หรือแผ่นดิน หากทว่ามันได้มายังพระผู้ทรงงดงามยิ่งในฐานะของบ่าวคนหนึ่ง แท้จริงพระองค์ทรงรู้เกี่ยวกับพวกเขาแต่ละคน และได้นับพวกเขาอย่างถี่ถ้วน และทุกคนในหมู่พวกเขาจะมายังพระองค์เพียงลำพังในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ (โดยปราศจากผู้ช่วยเหลือ ผู้ปกป้อง หรือผู้คุ้มครอง)” (มัรยัม 19:93-95)

มนุษย์จะไม่สามารถนำมาซึ่งประโยชน์อันใด จากสิ่งที่พวกเขาได้รับการบอกกล่าวเกี่ยวกับความดีงาม เว้นเสียแต่ว่าเขาได้ให้ความใส่ใจเกี่ยวกับมัน คุณไม่ทราบเรื่องราวของภรรยาของนบีนูฮฺ และภรรยาของนบีลูฏหรือ ผู้ที่เป็นสมาชิกในครอบครัวของนบีทั้งสอง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือหนึ่งในบรรดานบีที่มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า?

ลองคิดดูสิว่านบีทั้งสองท่านนี้ต้องพยายามอย่างหนักเพียงใดในการที่จะทำให้ภรรยาของท่านอยู่ในหนทางอันเที่ยงตรง และบรรดาภรรยาของท่านนั้นได้รับการชี้นำตักเตือนจากพวกท่านมากเพียงใด แต่สุดท้ายแล้ว พวกนางก็ไม่ได้ให้ความใส่ใจต่อการตักเตือน ดังนั้นจึงมีการกล่าวต่อพวกนางทั้งสองว่า “จงเข้าไปในไฟนรกพร้อมกับผู้ที่เข้าไปในนั้น” (อัตหฺรีม 66:10)

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของภรรยาของฟิรอาวน์ แม้ว่านางจะเป็นสมาชิกครอบครัวของหนึ่งในบรรดาคนที่ชั่วร้ายที่สุด นางก็ยังได้รับเกียรติจากอัลลอฮฺให้เป็นแบบอย่างแก่บรรดาผู้ศรัทธา เพราะนางเองก็ทำการขัดเกลา สร้างวินัยแก่ตัวของนางเองเช่นกัน

หนทางที่มุสลิมสามารถทำการขัดเกลา สร้างวินัยให้แก่ตัวเองได้นั้น มีดังต่อไปนี้

1- ทำการเคารพสักการะ (อิบาดะฮฺ) ต่ออัลลอฮ รักษาความสัมพันธ์กับพระองค์และยอมจำนนต่อพระองค์ ซึ่งทำได้โดยการให้ความสำคัญต่อการทำอิบาดะฮฺที่เป็นฟัรฎูให้เป็นอย่างดี และการชำระล้างจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์โดยไม่ยึดเอาสิ่งใดมาเทียบเคียงอัลลอฮฺ

2- อ่านอัลกุรอานให้มาก ใคร่ครวญถึงความหมายของมัน และแสวงหาความรู้เพื่อที่จะเข้าใจสิ่งที่อยู่ในอัลกุรอาน

3- อ่านหนังสือศาสนาที่มีประโยชน์ที่บอกถึงวิธีการหรือหนทางแห่งการรักษาเยียวยา และชำระล้างหัวใจให้สะอาดเช่น Mukhtasar Manhaaj al-Qaasideen, Tahdheeb Madaarij al-Saalikeen และอื่นๆ รวมไปถึงการอ่านเรื่องราวของบรรดาสลัฟ (กลุ่มคนดีมีศีลธรรมในยุคก่อน) และเรียนรู้เกี่ยวกับทัศนคติ มารยาทและพฤติกรรมของพวกท่าน เช่น Sifat al-Safwah โดย Ibn al-Jawzi และ Ayna nahnu min Akhlaaq al-Salaf โดย Baha’ al-Deen ‘Aqeel และ Naasir al-Jaleel.

4- เข้าร่วมโครงการต่างๆ เพื่อแสวงหาความรู้เช่นคลาสต่างๆ หรือบรรยายต่างๆ

5- ใช้เวลาของคุณให้เป็นประโยชน์ และใช้มันไปกับการทำในสิ่งที่จะสร้างคุณประโยชน์ ความดีงามให้แก่ทั้งทางโลก และทางจิตวิญญาณ

6- อย่าหมกมุ่นมากไปกับสิ่งที่ศาสนาอนุมัติ และอย่าให้ความใส่ใจต่อสิ่งเหล่านั้นมากจนเกินไปนัก (จนไม่สนใจสิ่งที่เป็นฟัรฎู สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อศาสนามากยิ่งกว่า ยกตัวอย่าง เช่น การฟังนะชีด ทั้งวันทั้งคืน โดยไม่ละหมาดให้ตรงเวลา โดยไม่อ่านอัลกุรอาน – เพิ่มเติมโดยผู้แปล)

7- คบหากับกลุ่มคนที่ดีมีศีลธรรม และแสวงหาเพื่อนที่ดี ที่จะสามารถให้ความช่วยเหลือคุณในการทำความดี บรรดาผู้ที่อยู่เพียงลำพังมักจะพลาดโอกาสที่จะเรียนรู้หรือทำความรู้จักกับคุณสัมบัติอันดีงามของผู้อื่น (พี่น้องในอิสลาม) เช่น การเรียนรู้ที่จะชื่นชอบผู้อื่นมากกว่า (หลง) ตัวเอง และการเรียนรู้ที่จะฝึกความอดทน

8- พยายามทำในสิ่งที่คุณได้เรียนรู้มา และนำมันไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง

9- ตรวจสอบ พิจารณาตัวเองอย่างถี่ถ้วน

10- มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และในขณะเดียวกันก็ต้องมอบหมายการงานต่ออัลลอฮฺเพราะผู้ใดก็ตามที่ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง จะไม่สามารถปฏิบัติ (ในสิ่งที่เรียนรู้มาได้)

11- ตำหนิ (ไม่พอใจ) ตัวเอง ที่ทำดีไม่มากพอเพื่ออัลลอฮฺ ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้ขัดแย้งกับสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น หากทว่ามนุษย์จำต้องฝ่าฟัน เพียรพยายามอย่างหนัก และในขณะเดียวกันเขาก็ควรมีความคิดที่ว่าความพยายามของเขานั้นยังไม่มากเพียงพอ (ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นตัวเองให้ทำให้ดีมากยิ่งขึ้น:ผู้แปล)

12- ฝึกฝนที่จะปลีกตัว แยกตัวออกมาจากกลุ่มคน หรืออยู่เพียงลำพัง ดังที่มีการกำหนดไว้ในชารีอะฮฺ (กฎอิสลาม) คุณไม่ควรอยู่ร่วมหรือปะปนกับผู้คนตลอดเวลา หากทว่าคุณจำต้องมีเวลาส่วนตัวที่จะอยู่เพียงลำพังบ้าง ในการทำอิบาดะฮฺดังที่กำหนดไว้ตามหลักการแห่งอิสลาม

เราวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺให้ทรงช่วยเหลือพวกเราและคุณในการที่จะขัดเกลา สร้างวินัยให้กับตัวเอง และยอมจำนนต่อสิ่งที่อัลลอฮฺทรงรักและพึงพอใจ ขออัลลอฮฺทรงประทานการอำนวยพรและความสันติสุขแก่นบีมุหัมมัด ครอบครัวของท่าน และบรรดาสหายของท่าน

โดย ชัยคฺมุหัมมัด อิบนุ เศาะลิหฺ อัลมุนาญิด (อิสลามคิวเอ)

Read Full Post »

%d bloggers like this: