Feeds:
Posts
Comments

Archive for June, 2016

ทำอิบาดะฮฺในรูปแบบที่คุณชอบ-

แต่ละคนมีความแตกต่างกัน และมีความสุขกับการทำงาน ทำกิจกรรม ทำอิบาดะฮฺในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป บางคนชอบใช้เวลาไปกับการอ่านอัลกุรอาน บางคนชอบทำเศาะดะเกาะฮฺ บางคนชอบการดะอฺวะฮฺ บางคนชอบแสวงหาความรู้ บางคนชอบใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่ และคอยปรนนิบัติรับใช้พวกท่านเป็นอย่างดี ดังนั้นแทนที่จะมานั่งขัดแย้งกับตัวเอง เรามาใช้เวลาทำในสิ่งที่เราชอบน่าจะดีกว่า (หมายถึง การทำอิบาดะฮฺอื่น ที่นอกเหนือจากสิ่งที่เป็นฟัรฺฎู)

ศาสนานี้เป็นศาสนาที่มีความงดงาม เป้าหมายของศาสนานี้ไม่ใช่การต้องทำในทุกสิ่งทั้งหมด เป้าหมายของศาสนานี้คือ “การพัฒนาตัวเองให้เป็นมุสลิมที่ดีกว่าเดิม” ดังนั้นเราควรทำในสิ่งที่เรารักและมีความสุขที่จะทำ เพราะสิ่งเหล่านั้นจะมีผลต่อการพัฒนาของเราได้เป็นอย่างดี

เช่นเรื่องราวของท่านอิบนุ มัสอูด ท่านมีชื่อเสียงในเรื่องของการเป็นผู้มีความรู้เรื่องอัลกุรอานเป็นอย่างดี ท่านเปรียบเสมือนผู้เชี่ยวชาญด้านอัลกุรอาน มีบางคนเคยถามท่านว่า เหตุใดท่านจึงไม่ถือศีลอดนะฟีล (สมัครใจ) และท่านตอบว่าท่านไม่ได้ถือศีลอดนะฟีล เพราะมันมีผลต่อการอ่านอัลกุรอานของท่าน ซึ่งการอ่านอัลกุรอานเป็นสิ่งที่ท่านรัก

บทเรียนที่ได้จากเรื่องราวนี้คือ ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำทุกๆ การอิบาดะฮฺเกินความสามารถของตนได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเก่งหรือดีเลิศในทุกเรื่อง ดังนั้นขอให้เลือกทำในสิ่งที่คุณถนัด เพราะมันจะมีผลต่อการทำอิบาดะฮฺประเภทอื่นด้วย

เรียบเรียงบางส่วนจากบทความของ Saira Siddiqui/โดย บินติ อัลอิสลาม

Advertisements

Read Full Post »

เพิ่มพูนริสกี ด้วยการบริจาค
@@@@@@@@@@@@
ในซูเราะอัลบะเกาะเราะฮฺ อายะที่ 261 อัลลอฮฺตรัสว่า “อุปมาบรรดาผู้ที่บริจาคทรัพย์ของพวกเขาในหนทางของอัลลอฮฺนั้น ดังอุปมัยเมล็ดพืชเมล็ดหนึ่งที่งอกขึ้นเป็นเจ็ดรวง ซึ่งในแต่ละรวงนั้นมีร้อยเมล็ด และอัลลอฮฺนั้นจะทรงเพิ่มพูนแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงกว้างขวาง ผู้ทรงรอบรู้” (คัดลอกจากโปรแกรมอัลกุรอานแปลไทย)

ทรัพย์สินของคุณจะไม่ลดน้อยลง เมื่อคุณทำการบริจาคไปในหนทางของอัลลอฮฺ ไม่มีใครต้องยากจน อันเนื่องมาจากการบริจาค พวกเขาต่างได้รับการตอบแทนคืนกลับมา พวกเขาต่างประสบความสำเร็จ โดยที่ทรัพย์สิน และริสกีของพวกเขาเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ “พวกเขาได้รับการอำนวยพรจากอัลลอฮฺมากมาย ทรัพย์สินของพวกเขามีบะเราะกัต” หมายความว่า “ทรัพย์สิน หรือปัจจัยยังชีพที่เขามี แม้ว่ามันจะมีจำนวนไม่มาก แต่มันจะคงอยู่กับเขาได้นาน ด้วยเพราะว่ามันมีบะเราะกัต อันเนื่องมาจากการบริจาคของเขา ในขณะที่ทรัพย์สินของบางคนอาจจะมีมากมายแต่มันอยู่กับเขาได้ไม่นาน เพราะมันไม่มีบะเรากัต”

เมื่อเราทำให้ทรัพย์สินของเราสะอาดบริสุทธ์ ด้วยการบริจาค หัวใจของเราก็จะบริสุทธ์ไปด้วย โดยที่มันจะไม่ยึดติดกับวัตถุทางโลก ปัญหามากมายที่เราต่างเผชิญบนโลกใบนี้ส่วนใหญ่ก็เกิดจากการยึดติดกับวัตถุ ดังนั้นเมื่อเราใช้จ่ายทรัพย์สินที่มีไปในหนทางที่ถูกต้อง หัวใจเราก็จะดีไปด้วย

แน่นอนว่าพวกเราส่วนมากต่างก็รักการมีเงิน การมีทรัพย์สิน แต่ผู้ที่ใช้จ่ายทรัพย์สินของเขาไปในหนทางที่ถูกต้องดีงาม บุคคลนั้นคือคนร่ำรวยที่แท้จริง

ปัจจุบันนี้มีหลายคนเต็มใจที่จะฝากเงินของเขาไว้กับธนาคาร เพื่อที่พวกเขาจะได้รับดอกเบี้ยเป็นการตอบแทน ซึ่งเป็นหนทางที่หะรอม หนทางที่อัลลอฮฺทรงสังห้าม แน่นอนว่าเขาอาจจะได้รับดอกเบี้ย 6% 10% 20%  และมันอาจดูเหมือนว่าทรัพย์สินของเขาเพิ่มพูนขึ้นมามากมาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว หาเป็นเช่นนั้นไม่ ดังนั้นขอให้เราปกป้องตัวเราให้พ้นจากสิ่งที่หะรอม เพราะอัลลอฮฺจะมิทรงปล่อยให้คุณประสบความสำเร็จด้วยสิ่งที่พระองค์ทรงสั่งห้าม คุณจำต้องขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ และใช้จ่ายทรัพย์สินที่คุณมีไปในหนทางของพระองค์ เพราะอัลลอฮฺทรงแจ้งว่า หากเราลงทุนกับพระองค์ เราจะได้เห็นผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่กลับมา พระองค์ทรงแจ้งไว้แล้วว่า เราจะได้รับการตอบแทนเป็น 700 เท่าจากการบริจาค ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมีมาก หรือน้อย ก็ขอให้คุณทำการบริจาคตามความสามารถ บางที “บะเราะกัตที่คุณจะได้รับจากการบริจาค” นั้น จะส่งผลให้คุณได้รับการตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ไม่ด้วยหนทางใดก็หนทางหนึ่ง ซึ่งหมายรวมถึงทรัพย์สินของคุณ สุขภาพของคุณ ลูกๆ ของคุณหรือชีวิตการแต่งงานของคุณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลมาจากการใช้จ่ายทรัพย์สินของคุณทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม อัลลอฮฺได้ทรงเตือนเราด้วยว่า “ให้เราปกป้องตัวเราจากการทำลายรางวัลการตอบแทนจากการบริจาค ด้วยการล้ำเลิกบุญคุณ” เราไม่ควรล้ำเลิกบุญคุณ หรือพูดย้ำบ่อยๆ ถึงสิ่งที่เราได้ให้ใครคนหนึ่่่งไปกับเขา หรือบอกให้คนทั่วไปรับรู้ว่าเราให้อะไรใครไปบ้าง

อัลลอฮฺจะทรงตอบแทนให้คุณอย่างครบถ้วน หากว่าคุณบริจาคในหนทางของพระองค์ และคุณมีความถ่อมตนภายหลังการบริจาค โดยที่คุณไม่ล้ำเลิกบุญคุณ หรือป่าวประกาศให้ผู้อื่นรับรู้ และไม่ทำร้ายคนอื่น

อัลลอฮฺจะทรงคอยให้ความช่วยเหลือผู้ศรัทธา ตราบเท่าที่เขาให้ความช่วยเหลือผู้ศรัทธาคนอื่น หากคุณให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ อัลลอฮฺก็จะทรงช่วยเหลือคุณ หรือหากคุณให้ความช่วยเหลือสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง อัลลอฮฺก็จะทรงช่วยเหลือคุณเช่นกัน เช่นสตรีนางหนึ่งให้ความช่วยเหลือสัตว์ จนทำให้นางพ้นจากไฟนรก

อีกทั้งอัลลอฮฺยังทรงแจ้งไว้ด้วยว่า สำหรับผู้ที่ทำการบริจาค และไม่ล้ำเลิกบุญคุณ พวกเขาจะไม่มีความหวาดกลัว และไม่มีซึ่งความโศกเศร้า อัลลอฮฺจะทรงปกป้องเขาจากความโศกเศร้า อันเนื่องมาจากการบริจาค

“บรรดาผู้บริจาคทรัพย์ของพวกเขาในทางของอัลลอฮฺ แล้วพวกเขามิให้ติดตามสิ่งที่พวกเขาบริจาคไป ซึ่งการล้ำเลิกและการก่อความเดือดร้อนใดๆ นั้น พวกเขาจะได้รับรางวัลของพวกเขา ณ พระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา และไม่มีความกลัวใดๆ แก่พวกเขา และทั้งพวกเขาก็จะไม่เสียใจ” {อัลบะเกาะเราะฮฺ 262}

มีหลายคนต้องประสบกับความทุกข์ทรมาน อยู่ในภาวะซึมเศร้า ความเครียด ความกดดัน นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่รักการบริจาค

คุณรู้ไหมว่า “การบริจาคของคุณ” จะเป็นสิ่งที่ช่วยคุณไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ จิตใจ ทรัพย์สิน สถานะของคุณ ลูกๆ ของคุณ ในทุกๆ ด้านของการใช้ชีวิตของคุณ และแม้แต่โลกอาคิเราะห์ของคุณ

ดังนั้น คุณควรฝึกให้ตัวคุณเป็นผู้ที่รักการบริจาค และช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อยู่เสมอ

แปลเรียบเรียงบางส่วนจาก บรรยายมุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ หัวข้อ Save yourself series-4/ โดย bint Al Islam

Read Full Post »

10 สิ่งที่คุณควรทำกับลูกของคุณ
***********************
แปลเรียบเรียงจากบทความของ ดร ฮิชาม อัลอะวาดียฺ
โดย บินติ อัลอิสลาม

1. แสดงความรู้สึกของคุณให้เขาได้รับรู้
การบอกให้ลูกของคุณรับทราบว่าคุณรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับพฤติกรรมของเขาจะช่วยพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของเขา และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับลูกให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

การแสดงความรู้สึกของคุณให้เขารับรู้ยังหมายรวมถึง “ความคาดหวังของคุณ” เช่น บอกเขาว่า “แม่คาดหวังว่าลูกจะทำตัวดีกับน้องชายของลูก” ความรู้สึกที่เป็นด้านลบควรแสดงออกมาโดยมุ่งเน้นไปยังการกระทำของเขา ไม่ใช่ที่ตัวของเขา ยกตัวอย่างเช่น ให้พูดว่า “การตีน้องของหนูไม่ใช่การกระทำที่น่ารัก” ไม่ใช่การพูดว่า “หนูใจร้ายกับน้องของหนูมากเลย”

2. ให้เกียรติความรู้สึกของลูก
คุณอาจจะไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของลูกในบางสถานการณ์ แต่คุณจำต้องทำความเข้าใจและให้เกียรติความรู้สึกของเขา

เมื่อเด็กชายคนหนึ่งรู้สึกเสียใจกับการตายของนกตัวโปรดของเขา นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมก็ไม่ได้เพิกเฉก หรือดูแคลนต่อความเสียใจนั้น หากทว่าท่านได้แสดงความห่วงใยและความเห็นใจต่อเขา

การให้เกียรติความรู้สึกของลูกจะช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเองต่อตัวเขา และความมั่นใจที่เขาพึงมีต่อผู้อื่น

3. หอม จูบแก้มลูก
เรามักจะหอมลูกๆ ของเรา ก็เฉพาะตอนที่เขายังเป็นเด็กเล็ก และเริ่มหอมเขาน้อยลงเมื่อเขาเริ่มโตขึ้น

เมื่อใดก็ตามที่นบีมุหัมมัดเห็นลูกสาวของท่าน “ท่านหญิงฟาติมะฮฺ” มาพบท่าน ซึ่งขณะนั้นนางก็โตเป็นสาวแล้ว ท่านนบีก็จะยืนขึ้นต้อนรับนาง ทำให้นางรู้สึกว่าได้รับการต้อนรับ จากนั้นก็ท่านก็หอมนางและให้นางนั่งตรงที่นั่งของท่าน “การหอม จูบแก้มทำให้ลูกรู้สึกว่าเขายังเป็นที่รัก อีกทั้งยังทำให้เกิดความรู้สึกปลอดภัยอีกด้วย” ซึ่งรวมไปถึงการแสดงออกทางกายอื่นๆ เช่นการกอด การลูบหัว หรือการตบที่บ่าเบาๆ

4. รับฟังด้วยความใส่ใจ
มันไม่ใช่เพียงแค่การฟังในสิ่งที่ลูกพูด แต่มันยังรวมไปถึงการรับฟังในสิ่งที่ลูกไม่ได้พูดออกมาจากปากของเขาด้วย ภาษากาย น้ำเสียง และการแสดงออกทางสีหน้าของลูก ทั้งหมดนี้มีความสำคัญเช่นกัน

เมื่อใดก็ตามที่ใครสักคนพูด นบีมุหัมมัด ก็จะตั้งใจฟังด้วยความกระตือรือร้น โดยไม่มีการพูดแทรกหรือตัดสินเขา การรับฟังด้วยความตั้งใจจะช่วยสร้างความไว้วางใจให้แก่เขาและแสดงออกให้เขารับรู้ว่าคุณใส่ใจ

5. ใช้เวลาส่วนตัวกับลูกวันละ 30 นาที
สละเวลาวันละ 30 นาทีเพื่อเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เขาฟัง เล่นเกมส์กับเขา หรือเพียงแค่นั่งฟังเขาพูด ด้วยกับชีวิตที่แสนจะยุ่งยากวุ่นวายของเรา มันอาจจะเป็นการยากสำหรับคนที่มีลูกมากกว่าหนึ่ง และมีอายุ ความต้องการ ความสนใจที่แตกต่างกันไป แต่ด้วยความพยายามและการบริหารเวลา คุณย่อมสามารถที่จะทำให้พวกเขาทั้งหมดรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับคุณ และพวกเขาก็จะซาบซึ้งกับความเสียสละ ความใส่ใจที่คุณมีต่อพวกเขา

6. ดุอาอฺ
ดุอาอฺให้ลูกของคุณทั้งในขณะที่เขาอยู่กับคุณ และขณะที่เขาไม่ได้อยู่กับคุณ พวกเรามักจะเป็นกังวลเกี่ยวกับความสำเร็จทางโลกดุนยาของลูกๆ ของพวกเรา (เช่นการเรียนได้เกรดดี เป็นต้น) แต่สิ่งที่สำคัญคือการที่พวกเขาสามารถรับรู้ได้ว่า เรา พ่อแม่ เป็นห่วงต่อความความสำเร็จของอาคิเราะห์ของเขาด้วย ทำให้พวกเขาเห็นและได้ยินคุณวิงวอนขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺให้กับพวกเขาทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตอนที่พวกเขาไปโรงเรียน หรือก่อนเข้านอนเป็นต้น

7. ยิ้ม
บางคนคิดว่าการเลี้ยงลูกที่ดี คือการต้องเข้มงวดกับลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลูกชาย การทำให้ลูกเกิดความกลัวอาจนำมาซึ่งอุปนิสัยที่ชอบหลอกลวง กลับกลอก การทำให้ลูกรู้สึกเป็นที่รักและได้รับการให้เกียรติย่อมทำให้เขาสามารถเผยบุคลิกที่แท้จริงของเขาได้

ในหะดีษบทหนึ่ง เศาะฮาบะฮฺท่านหนึ่งกล่าวว่า “ฉันไม่เคยพบเห็นผู้ใดที่ยิ้มมากเท่าท่านศาสนทูตเลย” อีกทั้งท่านนบียังกล่าวว่า “การยิ้มให้กับพี่น้องของท่าน คือการเศาะดาเกาะฮฺ” เช่นนั้น พวกคุณไม่ชอบหรอกหรือที่จะทำเศาะดาเกาะฮฺให้กับลูกชาย ลูกสาวของคุณ

8. ให้รางวัลเมื่อพวกเขามีพฤติกรรมที่ดี
การแสดงความรับรู้ถึงการกระทำที่ดีของเขาและให้รางวัลโดยทันที การให้รางวัลหมายถึง การที่คุณพูดถึงการกระทำดีที่ลูกของคุณได้ทำ และความรู้สึกของคุณที่มีต่อการกระทำนั้น และขณะที่คุณบอกให้เขารับรู้ คุณควรแสดงความรู้สึกออกมาอย่างชัดเจนและจริงใจ แต่ก็อย่าชื่นชมจนเกินความพอดี

9. แนะนำเพื่อนที่ดีให้เขา
การเลี้ยงดูลูก ไม่ได้หมายความว่า คุณควรทำทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกเพียงลำพังด้วยตัวคุณเองเท่านั้น คุณควรให้คนอื่นช่วยคุณด้วย การช่วยให้ลูกของคุณมีเพื่อนที่ดีจะช่วยพัฒนาทักษะทางสังคมให้แก่เขาและแบ่งเบาภาระคุณให้เบาลง

ครั้งหนึ่งนบีมุหัมมัดได้ส่งท่านอนัส (ตอนนั้นท่านอนัสยังเป็นเด็ก) ไปทำบางอย่างให้ท่าน แต่ทว่าท่านอนัสกลับเล่นกับเพื่อนๆ ของท่าน โดยที่ท่านลืมทำงานให้กับท่านนบี ซึ่งท่านนบีมุหัมมัดก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะท่านทราบว่าการเล่นกับเพื่อนนั้นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเด็ก

10. แบบอย่างที่ดี
การเลี้ยงดูลูก ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงหรือการแสร้งทำ การเลี้ยงดูลูกไม่ใช่การใช้คำพูดมากมาย หรือการให้คำแนะนำตักเตือนอยู่เป็นนิจ เด็กนั้นจะปฏิบัติตามในสิ่งที่เขาเห็นจากการกระทำและพฤติกรรมของพ่อแม่เป็นประจำทุกวันมากกว่า ดังนั้นสามีที่มักตบตี ทำร้ายร่างกายภรรยาย่อมไม่สามารถคาดหวังที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติเรื่องความรุนแรงของลูกชายที่มีต่อน้องสาวของเขาได้ คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักพูดที่ดี หรือนักวิชาการที่ดีเพื่อที่จะเป็นแม่ที่มีคุณภาพ หากแต่คุณเพียงแค่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพวกเขา

Read Full Post »

หากผู้หญิง (ภรรยา) ปกปิดร่างกายของเธอ และผู้ชาย (สามี) ลดสายตาของเขาลงต่ำ (ตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ) พวกเขาย่อมเห็นคุณค่าของสิ่งที่เขาครอบครอง พวกเขาย่อมพึงพอใจในกันและกัน มันย่อมมีความเมตตาต่อกันภายในบ้าน อัลลอฮฺทรงสั่งใช้คุณให้ต่างปกปิดร่างกาย ลดสายตาลงต่ำ เพื่อทำให้คุณดำเนินชีวิตครอบครัวอย่างมีความสุข และพึงพอใจสิ่งที่มี ไม่มองไปยังสิ่งอื่นที่คุณไม่ได้ครอบครอง

ผู้ชายบางคนออกไปนอกบ้าน มองเห็นผมยาวสลวยของผู้หญิงอื่น จากนั้นพอกลับมาบ้าน ก็หาเรื่องตำหนิภรรยาตนว่า “ดูสภาพผมของเธอสิ วันนี้ฉันออกไปข้างนอก เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยาวสลวยมาก ทำไมผมเธอไม่สวยแบบนั้นบ้างล่ะ” ภรรยาก็ตอบว่า “ฟังนะ ผมฉันไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก ผมของฉันร่วงอยู่ตลอดก็เพราะว่าคุณคอยแต่กดดันฉัน บางทีถ้าคุณหยุดกดดันฉัน ผมฉันอาจจะสวยขึ้นมาบ้างก็ได้”

บางคนชอบวิพากษ์วิจารณ์แบบนั้น ความเมตตาภายในครอบครัวหายไปไหน คำพูดของคุณไร้ซึ่งความเมตตา

บางคนกลับบ้านมาก็วิจารณ์ภรรยา “เธอดูอ้วนมากๆ เลย” ภรรยาตอบกลับว่า “แล้วไงล่ะ แกทำให้ฉันท้องถึง 5 ครั้ง แล้วตอนนี้แกมาบอกฉันว่า ฉันอ้วนนี่นะ เชิญไปแต่งงานกับนางแบบของแกเลย เธอก็คงคาดหวังที่จะได้เงินจากแกมากเป็นสองเท่าเพื่อรักษาหุ่นให้ดีเหมือนเดิมอยู่ตลอดเวลา”

เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับหลายครอบครัว ดังนั้นขอให้คุณใช้ถ้อยคำที่มีความเมตตา พูดจาด้วยถ้อยคำที่แสดงออกถึงความรักกับคนที่ควรได้รับคำพูดนั้น

เรียบเรียงบางส่วนจากบรรยายมุฟตี อิสมาอีล เมงก หัวข้อ mercy to the world

Read Full Post »

ปัจจุบันนี้ พวกเราต่างโชว์ โอ้อวดทุกสิ่งทุกอย่างทาง whats app, tweeter, IG, facebook โชว์แม้แต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้ผู้คนเข้ามาดู สำหรับคนที่ไม่มีในสิ่งที่คุณโชว์ ก็ได้แต่นั่งมองดูด้วยหัวใจที่เจ็บปวด จากนั้นพวกเขาก็เกิดความรู้สึกอิจฉา

เราไม่จำเป็นต้องโชว์ทุกอย่างก็ได้ แน่นอนว่าบางครั้งเราอาจจะอยากโชว์สิ่งที่ดีงามสัก 2-3 อย่าง ด้วยเหตุผลที่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้พบเห็น

แต่คำเตือน ก็คือ “หากคุณปรารถนาที่จะได้รับเราะฮฺมัต ความเมตตาจากอัลลอฮฺ คุณก็ควรนึกถึง และเห็นใจคนที่ไม่มีเช่นคุณ ที่คุณกำลังโชว์พวกเขาผ่านทาง social media ด้วย”

อีกทั้งยังมีคนบางประเภทที่โชว์สิ่งของที่ไม่ใช่ของตน แต่แสร้งทำเสมือนว่าเป็นของตัวเอง บางคนไปตามร้านค้า ลองสินค้า ถ่ายรูป โดยไม่ซื้อ แสร้งว่าเขาครอบครองมัน และมันก็กลายเป็นการสร้างชีวิตใหม่เพื่อการหลอกลวง

คุณโชว์ โอ้อวดผู้คนในสิ่งที่คุณไม่มี ที่คุณไม่ได้เป็น ความเมตตาประเภทใดที่คุณมี ในเมื่อจริงๆ แล้วคุณไร้ความเมตตาต่อผู้อื่น ทำไมต้องอวด ทำไมต้องสร้างความเจ็บปวดต่อจิตใจของผู้อื่น

ใช้ชีวิตด้วยวิถีของอิสลาม ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณมี ให้ความช่วยเหลือผู้คน หากคุณอยากได้รับความเมตตาจากอัลลอฮฺ ขอให้คุณมีความเมตตาต่อผู้คนที่อัลลอฮฺทรงสร้างพวกเขา

มีความกรุณา มีความเมตตา ไม่มีความตระหนี่ ไม่คิดถึงแต่ตัวเอง

หะดีษบทหนึ่ง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “จงแสดงความเมตตาต่อผู้คนบนผืนแผ่นดิน และผู้ที่ทรงอยู่บนฟากฟ้าจะแสดงความเมตตาต่อท่าน”
———-
สรุปบางส่วนจากบรรยายของมุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ หัวข้อ Mercy to the worlds/โดย บินติ อัลอิสลาม

อัสตัฒฟิรุลลอฮฺ ขออภัยเพื่อนๆ หากการโพสต์บางอย่าง ทำร้ายจิตใจเพื่อนๆ ค่ะ

Read Full Post »

“อัลลอฮฺทรงปรารถนาที่จะผ่อนผันให้แก่พวกเจ้า (ในความยากลำบาก) และมนุษย์นั้นถูกบังเกิดขึ้นในสภาพที่อ่อนแอ” [Quran 4 : 28 ]

มนุษย์ต่างต้องเผชิญกับสภาวะที่อ่อนแอ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านสุขภาพ ทรัพย์สิน จิตใจ ร่างกาย และหน้าที่ความรับผิดชอบด้านศาสนา และอ่อนแอ เมื่อเกิดความกังวลสงสัย และเมื่อมีความใคร่ปรารถนา

และหากว่าคุณไม่พึ่งพาหรือมอบหมายต่ออัลลอฮฺในทุกๆ เรื่องในชีวิตของคุณ คุณจะพบว่า คุณกลายเป็นคนที่อ่อนแอและถูกทำร้ายได้ง่ายอยู่เสมอ พึงรู้เถอะว่า “ความเข้มแข็งที่แท้จริง” นั้นมาจากอัลลอฮฺเพียงผู้เดียว

เรียบเรียงจากข้อความชัยคฺอัซซิม อัลฮากีม

Read Full Post »

ให้อภัยผู้อื่น ให้อภัยคนที่เคยทำผิดต่อคุณหรือทำให้คุณเจ็บปวด
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
เมื่อนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม พิชิตมักกะฮฺและเอาชนะศัตรูของท่านได้ ท่านได้รวบรวมตัวของพวกเขามา และถามพวกเขาว่า “พวกท่านคิดว่าฉันจะทำการตัดสินกับพวกท่านเช่นไร” พวกเขาตอบว่า “ด้วยความเมตตา เพราะท่านคือผู้ที่มีคุณธรรมและเป็นบุตรของพี่ชายผู้ซึ่งมีคุณธรรมของเรา” จากนั้นท่านได้ตอบพวกเขาว่า “พวกท่านได้รับอิสระแล้ว พวกท่านได้รับการให้อภัย”

ข้อแนะนำที่จะช่วยให้คุณสามารถให้อภัยต่อผู้อื่นมีสามขั้นตอนต่อไปนี้

๑. คิดถึงคนที่สร้างความเจ็บปวดให้แก่คุณ และตั้งใจว่าจะให้อภัยพวกเขา จากนั้นก็วิงวอนขอต่ออัลลอฮด้วยความจริงใจว่า “โอ้ อัลลอฮฺ ข้าพระองค์รู้ว่าพระองค์ทรงพึงพอพระทัยต่อผู้ที่ปฏิบัติ เช่นศาสนทูตที่รักของพระองค์ได้เคยปฏิบัติ โอ้ อัลลอฮ ข้าพระองค์จะให้อภัยพวกเขาเช่นที่ศาสนทูตเคยให้อภัย ขอพระองค์ได้โปรดพึงพอพระทัยในข้าพระองค์ด้วยเถิด โอ้ อัลลอฮฺ โปรดทรงอภัยโทษแก่ความผิดบาปของข้าพระองค์ เช่นนี้ข้าพระองค์ได้ให้อภัยสิ่งที่คนเหล่านั้นได้กระทำต่อข้าพระองค์ด้วยเถิด”

๒. กล่าวทักทายด้วยถ้อยคำแห่งสันติ “อัสลามุอะลัยกุม” แก่ผู้ที่คุณไม่ปรารถนาที่จะกล่าวทักทายพวกเขาในอดีต ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ในหะดีษบทหนึ่งบอกเล่าว่า มีคนคนหนึ่งถามท่านนบีมุหัมมัดว่า “การงานใดที่เป็นการงานที่ดียิ่ง” ท่านตอบว่า “การให้อาหาร และทักทายคนที่ท่านรู้จัก และคนที่ท่านไม่รู้จัก”

แน่นอนว่าเราคงไม่จำเป็นต้อง “ชอบ” คนทุกคนที่เรากล่าวทักทายพวกเขา ไม่ว่าเราจะรู้จัก หรือไม่รู้จักพวกเขาก็ตาม

อีกทั้งในหะดีษบทหนึ่ง ท่านนบีมุหัมมัด กล่าวว่า “ฉันควรจะบอกแก่พวกท่านให้ทราบถึงสิ่งหนึ่งหรือไม่ เพราะหากว่าท่านกระทำมัน ท่านจะมีความรักต่อกัน นั่นคือการกล่าวทักทายด้วยถ้อยคำแห่งสันติระหว่างกันในหมู่พวกท่าน” ซึ่งนี่หมายถึงการกล่าวทักทายเพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีที่เป็นด้านบวก มากกว่าเพื่อให้เกิดความรู้สึกชื่นชอบต่อคนที่คุณกล่าวทักทายพวกเขา

๓. ฟังหรืออ่านเรื่องราวที่เกี่ยวกับการให้อภัยผู้อื่น

แปลจากบทความของ ดร. ฮิชาม อัลอะวาดียฺ
-Bint Al Islam-

Read Full Post »

Older Posts »

%d bloggers like this: