Feeds:
Posts
Comments

Archive for August, 2016

​อยากเล่าอีกแล้ว… 

เรื่องการกินอาหารของคนอียิปต์ คนอียิปต์จะกินหรือทำอาหารในปริมาณที่เยอะ และขนาดที่ใหญ่.. เช่น เนื้อ ขนาดเนื้อที่เขาหั่นในการใช้ทำอาหารนั้นจะใหญ่มาก ชิ้นหนึ่งขนาดใหญ่กว่า “กล่องหลอดไฟอ่านหนังสือขนาดเล็ก” นิดนึง และใช้ปริมาณที่มาก 4-6 ชิ้นสำหรับเมนูหนึ่ง ในขณะที่บ้านเรา เนื้อสองชิ้นขนาดเดียวกันทำอาหารได้ 1 เมนู … เขาบอกว่า คนอียิปต์มีความคิดว่า การหั่นเนื้อชิ้นเล็ก แสดงให้เห็นว่าเป็นคนขี้เหนียว (ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย -_-“) 

เวลากินปลา เขากินกันคนละตัว สองตัวนะจ๊ะ ไม่ใช่ 1 ตัว ทั้งครอบครัวเหมือนบ้านเรา แต่อาจเป็นเพราะว่า ที่ประเทศเขา แทบไม่ต้องซื้อปลา ไปตกมาทำเองได้เลย

ข้าวเวลาเสิร์ฟ จานเท่ากะละมัง (เวอร์ไปนิด) คือเอาเป็นว่า จานหนึ่ง กินได้ 3 คน … ถ้าเหลือก็เก็บไว้ แต่ถ้าเป็นของแขก ก็นะ…. 

เวลาเสิร์ฟน้ำ ต้องใส่น้ำในแก้วจนเกือบล้น แบบนี้ถือว่ามารยาทงามนะ

ส่วนตัวไม่เห็นด้วยนัก รู้สึกว่าสิ้นเปลือง คนใกล้ชิดเองก็ยอมรับว่าคนอียิปต์สิ้นเปลืองไปกับเรื่องกิน.. อย่างเวลาเสิร์ฟอาหารให้แขก บางทีแขกกินไม่หมด ที่เหลือก็ต้องทิ้งไป ไม่ดีเลย บาปๆ … แต่ตอนนี้ ก็ปรับๆ กัน คอยบอกว่า หากจะเสิร์ฟคนไทย เสิร์ฟขนาดที่พอดีๆ ดีกว่า เพราะคนไทยเรากินไม่เยอะ… กรุณาใช้มารยาทแบบไทย.. อือิ… แต่ก่อนเราก็แบบนั้นตอนมาใหม่ๆ กินน้อย น่ารัก น่าเอ็นดู แต่พออยู่กันไปนานๆ อิอิ เริ่มสามารถ และเริ่มกินแบบเขาได้ … ทุกอย่างขยาย… มาเหอะๆ จัดให้

-bint al islam-

Advertisements

Read Full Post »

​จะเล่าเรื่องอาหารการกินของคนอียิปต์ให้อ่าน… ก่อนจะได้ใช้ชีวิตกับคนอียิปต์ ก็คิดว่าอาหารการกินของพวกเขา คงจะเป็น แกงกะหรี่ ข้าวหมก เผ็ดๆ อะไรแบบนั้น

แต่เอาเข้าจริง มันไม่ใช่ การกินของพวกเขา บางเมนูก็คล้ายฝรั่งด้วยซ้ำ แถมยังมีข้าวเป็นของตัวเองอีก

อาหารหลักๆ ที่กินกัน ก็จะเป็นข้าวอียิปต์ที่หุงด้วยเตา ใส่น้ำมันหรือกี (เนยเหลว) ใส่เกลือ บางทีก็ใส่นม กินกับเมนูที่หลักๆ ทำด้วยซุปมะเขือเทศกับเนื้อ เช่นแกงผักโขม แกงผักรวม แกงกระเจี๊ยบ แกงถั่วฝักยาว (วิธีทำคล้ายกันหมด เปลี่ยนแค่ผัก) เป็นต้น หรือ มักกะโรนีคั่วกับ tomato paste กินผัดตับกึ๋น หรือซุปเนื้อ ซุปไก่ … ช่วงเช้านิยมกินขนมปังอาหรับกับชีสอียิปต์ ชีส feta หรือผัดถั่ว (foul) หรือฟาลาเฟล ผักทอด มะลูคิยะ เป็นต้น

ส่วนเมนูพิเศษ มักทำในโอกาสสำคัญ ก็จะมี กะบาบ (ไม่ใช่แบบที่เรากินกันนะ เดี๋ยวหารูปให้ดู) มุมบัร (ไส้กรอกข้าว) กระหล่ำห่อข้าว หรือโคซ่า 

อาหารอียิปต์ส่วนใหญ่จะเป็นของทอด มัน เลี่ยน ไม่เผ็ดเลย อยู่สักเดือน อ้วนขึ้นแน่นอน 

เคยถามนะว่าทำไมอาหารเขาถึงคล้ายฝรั่ง เขาบอกว่า ก็กรีกเคยไปอยู่อียิปต์ ดังนั้นอาหารการกินของพวกเขาจะคล้ายชาวกรีก.. เราเคยดูรายการทำอาหารกรีก เหมือนกันจริงๆ ด้วย 

เพิ่มเติม แต่พวกเขากินสลัด ผักสด กันนะ เราว่าเหตุนี้แหละที่ทำให้ผิวพวกเขาเนียนสวย

-bint al islam-

รูป จากอินเตอร์เน็ต

Read Full Post »

​ย้อนคิดถึงครั้งมาที่ประเทศนี้ เอมิเรตใหม่ๆ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว… ทุกอย่างมันดูแปลกใหม่ และน่าประทับใจสำหรับเรามาก.. เลยคิดอยากจะเขียนบอกเล่า เพราะกลัวลืม.. เพราะจริงๆ ตอนนี้ก็อยู่ที่นี่จนเริ่มจะชินและปรับตัวได้มากแล้ว

ครั้งแรกที่ลงจากเครื่อง เดินหอบข้าวของภายในสนามบินอบูดาบี ก็ไม่ได้รู้สึกตื่นตาตื่นใจอะไรมาก เพราะสนามบินบ้านเราดูหรูหรากว่า ใหญ่กว่า.. และแอบคิดในใจว่า ไม่เห็นร้อนอย่างที่เขาบอกมาเลย

จนกระทั่งได้ก้าวเท้าออกจากแอร์พอร์ต เหยียบบนพื้นดินประเทศเอมิเรต เมืองอบูดาบี จึงได้รู้ซึ้งถึงความร้อน อบ ร้อนจริงๆ ร้อนเหมือนอยู่ในเตาอบ ทั้งที่ตอนนั้นเป็นเวลาดึกน่าจะประมาณเที่ยงคืน… คิดวนอยู่ในหัว ว่าฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะมีที่ใดร้อนได้แบบนี้

ความแปลกใหม่ที่สองคือ ทุกที่มีแอร์จริงๆ ร้านค้า ขายของเล็กๆ ทางขึ้นอพาร์ตเม้นต์ มัสญิดเปิดแอร์ตลอดเวลา

ครั้งแรกที่ได้ขึ้นแท็กซี่ที่นี่ รู้สึกประทับใจมากกก เหมือนบ้านนอกเข้ากรุง คือแท็กซี่หอม แอร์เย็นมาก สะอาด ดูดี คนขับใส่ยูนิฟอร์ม ช่างต่างกับรถแท็กซี่กลิ่นแก๊ส แสนร้อนบ้านเรา… อีกทั้งได้รับการบอกเล่าว่า หากแท็กซี่ปฏิเสธรับผู้โดยสาร หรือขับรถวนเพื่อโกง สามารถแจ้งตำรวจได้ และโดนปรับจับจริง 
การจราจรที่อบูดาบีดีมากๆๆๆ เป็นระเบียบ เมืองก็สะอาดเรียบร้อย

ที่นี่ขับรถด้านซ้าย มาใหม่ๆ งงมาก เดินจะให้รถชนอยู่นั่น หันมองผิดด้านตลอด ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่… อิอิ แต่ที่นีดีมาก ถนนซอยเล็กๆ แม้มีรถขับมา เราข้ามได้ เขาหยุดให้ หากเป็นที่ไทย อาจไม่เหลือชีวิต… 

และอีกอย่างที่รู้สึกประทับใจคือ… เวลาเดินผ่านร้านค้าเล็กๆ ร้านขายของนู่น นี่นั่น ร้านตัดชุด ร้านซักรีด  ร้านอาหารอาหรับ ร้านเบเกอรี่ จะพบว่าคนทำงานส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นผู้ชายเท่านั้น… คือความรู้สึกตอนนั้นคือ นี่เขาเป็นเมืองมุสลิมจริงๆ เลยนะ ผู้ชายทำงานที่ผู้หญิงบ้านเราทำ มาชาอัลลอฮฺ แต่ในบริษัท ห้าง ร้านขายของบางประเภท ฟู้ดคอร์ท ก็มีผู้หญิงเป็นพนักงานขายบ้างนะ ไม่ใช่ว่าไม่มีเลย… แต่มันก็เห็นได้ชัดว่า งานที่ผู้หญิงบ้านเราทำ สำหรับที่นี่ผู้ชายเขาทำกัน… 

และเวลาไปซุปเปอร์ มักจะเห็นผู้ชายส่วนใหญ่ทำหน้าที่ซื้อของกินของใช้เข้าบ้าน… 

เวลาสั่งอาหาร จะพบว่าปริมาณเยอะมาก ตะลึงสุดๆ กล่องนึงกินได้ สาม สี่ คนไทยเลย… แต่อยู่นานๆ เราก็ปรับได้ กินได้เยอะขึ้น อิอิ แต่ส่วนใหญ่นิยมทำเองนะ กินนอกบ้าน แพงมาก แม้ในราคาที่ถูกที่สุด ยังแพงสำหรับบางครอบครัว

ที่นี่จะพบเห็นคนฟิลิปปินส์ คนอินเดีย คนปากีสถาน มากกว่าเห็นพลเมืองของเขาเสียอีก

รูป internet

Read Full Post »

​ว่าด้วย “เรื่องของการพร่ำเพ้อ เพ้อฝันอยากจะมีคู่ครองของสาวโสด” สังเกตว่าสาวโสดหลายคนที่เพ้อผ่านสื่อมักจะโดนตำหนิ… สำหรับฉันเอง… ฉันคิดว่า เราควรให้พื้นที่และทำความเข้าใจพวกเธอบ้าง.. ฉันคิดว่า การตำหนิพวกเธอด้วยความสะใจ อาจไม่ช่วยอะไร แต่การหาทางออก ให้ทางเลือกที่ดีสำหรับพวกเธอน่าจะดีกว่า

ฉันอยากให้ “เราที่ไม่โสด” ย้อนนึกถึงวันที่ยังโสด ใฝ่ฝัน คาดหวัง อยากจะมีคู่เหลือเกิน… บางทีอาจทำให้เราเข้าใจสาวโสดพวกนั้นบ้าง และขอบคุณอัลลอฮฺมากๆ ที่เราไม่ได้อยู่ในยุคโซเชียลเนตเวิร์ค ไม่งั้น.. เราอาจจะพลาดเหมือนกัน

แต่แน่นอนล่ะว่า สาวโสด หรือ สาวเคยโสด บางคนอาจไม่เคยเพ้อฝันถึงเรื่องนี้ หรือพร่ำเพ้อจนเกินงามเกี่ยวกับเรื่องนี้ นั่นอาจเป็นเพราะพวกเธอได้รับการปลูกฝัง อบรมสั่งสอนเกี่ยวกับเรื่องนี้มาอย่างดี หรืออยู่กับสิ่งแวดล้อมที่ไม่นำพาเธอไปสู่โลกแห่งความฝัน หรือไม่พวกเธอก็อาจเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดี หรือเกิดมาในสภาพครอบครัวที่ไม่อบอุ่นมาก่อน พวกเธอจึง… เลือกที่จะไม่คิด ใฝ่ฝันอยากมีคู่ครอง

แต่ก็นั่นล่ะ ฉันอยากให้เราเข้าใจข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่า เราแต่ละคนถูกเลี้ยงดู ถูกปลูกฝัง มีสภาพชีวิตที่ต่างกัน ซึ่งนั่นมีผลต่อความคิด การแสดงออกของแต่ละคน

ฉันเอง เคยเป็นหนึ่งคนที่เพ้อฝัน เรื่องคู่ครอง เรียกร้องหามัน ตั้งแต่เด็กๆ อาจด้วยเพราะสังคมที่ฉันอยู่ เพื่อนๆ รุ่นเดียวกันมีแฟนแล้ว.. ละคร หนัง เพลง มิวสิควีดีโอ นิยายรักวัยรุ่น ฉันเคยดู อ่านมาหมด ฉันเคยอยู่กับมันทั้งวันทั้งคืน… มันทำให้ฉันเพ้อ โลกของฉัน คือโลกแห่งความฝัน… (ตอนนั้นไม่ใช่มุสลิม) เช่นเดียวกัน สาวโสดหลายคนที่พร่ำเพ้อ คงคล้ายๆ ฉันในตอนนั้น…อีกอย่าง มันคงเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการมีคู่

อย่างไรก็ตาม ฉันไม่ได้เห็นด้วยกับการพร่ำเพ้อผ่านสื่อจนเกินงาม ยิ่งเป็นเด็กสาว หรือมุสลิมะฮฺด้วยแล้ว ควรต้องระวัง… ไม่ผิดที่จะรู้สึกรักหรือชอบใครอยู่ในใจ แต่มันจะผิดก็ตอนที่เราเปิดเผย เรียกร้องจนเกินงามให้ผู้คนรับรู้นี่ล่ะ เพราะมันอาจเป็นฟิตนะฮฺได้… และเป็นบาป… ฉันไม่รู้ว่าจะเรียกมันว่า “บาปที่ไหลริน” ได้ไหม เพราะการที่มุสลิมะฮคนหนึ่งพร่ำเพ้อเรื่องความรัก บอกเล่าความสัมพันธ์แบบแฟนผ่านสื่อ นั่นก็เป็นการเปิดเผยบาปของตัวเอง และอาจทำให้มุสลิมะฮฺสาวโสดคนอื่นๆ ที่มาเห็น พร่ำเพ้อผ่านสื่อตาม ด้วยความเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่กระทำได้ … ณ ตอนนี้ล่ะ บาปที่เราจะได้รับจะเพิ่มทวีคูณมากขึ้น เพราะเราเป็นสาเหตุให้คนทำบาปด้วย… 

ทั้งนี้ทั้งนั้น ฉันคิดว่า เราควรมองกันอย่างเข้าใจ และช่วยเหลือกัน หาทางออกให้กัน… มากกว่าตำหนิกัน… 

– ห้ามปรามไม่ให้พี่น้องของเราเข้าใกล้สิ่งต่างๆ ที่จะนำพาไปสู่การพร่ำเพ้อ “หนัง ละคร เพลง มิวสิควิดีโอ นิยายรักช่างฝัน”

– เชิญชวนให้ทำความดี ร่วมกิจกรรมศาสนา เข้าค่ายอิสลามที่มีการแยกหญิงชายชัดเจน ฟังบรรยายศาสนา อยู่กับกลุ่มมุสลิมะฮฺผู้ศรัทธา 

– สนับสนุนให้แต่งงาน

เป็นต้น

สุดท้ายนี้ เชื่อฉันเถอะว่า… ถ้าพวกเธอได้แต่งงาน และมีลูก พวกเธอจะหยุดเพ้อ หรือพร่ำเพ้อน้อยลง… ฉันผ่านมันมาแล้ว ^^ ตื่นเสียทีจากความฝัน ^^

อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ที่ฉันไม่ได้อยู่ในยุคโซเชียลเนตเวิร์ก เมื่อครั้งที่ฉันยังโสดและเพ้อ

Bint Al Islam

Read Full Post »

%d bloggers like this: