Feeds:
Posts
Comments

Archive for October, 2016

ท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา

การแต่งงานของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

บรรดามุสลิมต่างรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดและความโศกเศร้าที่สร้างความทุกข์ทรมานต่อท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม อันเนื่องมาจากการสูญเสียท่านหญิงเคาะดิญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา) ผู้เป็นภรรยาของท่าน และพวกเขาต่างปรารถนาว่าท่านเราะสูลจะแต่งงานกับสตรีผู้ศรัทธาสักคนที่จะคอยให้ความช่วยเหลือสนับสนุนท่านในยามที่ท่านต้องประสบกับความยากลำบาก และช่วยบรรเทาความรู้สึกของท่านที่มีต่อการจากไปของท่านหญิงเคาะดิญะฮฺ หากแต่เมื่อพวกเขาเห็นความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้งของท่านที่มีต่อความสูญเสียนี้ จึงไม่มีผู้ใดกล้าที่จะเข้าไปพูดคุยกับท่านเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

จนกระทั่งวันหนึ่ง นางเคาละฮฺ บินติ ฮะกีม ภรรยาของท่านอุษมาน บิน มัซอูน (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) ได้เข้าไปพูดคุยกับท่านเกี่ยวกับเรื่อง “การแต่งงาน” โดยนางกล่าวว่า “โอ้ เราะสูลุลลอฮฺ ท่านจะไม่แต่งงานหรือ” ท่านเราะสูลตอบว่า “กับใครกันเล่า” นางตอบว่า “หากท่านปรารถนา สตรีที่มีพรหมจรรย์ หรือหากท่านปรารถนา สตรีที่ผ่านการแต่งงานมาก่อน” ท่านเราะสูลถามว่า “ใครที่เป็นสตรีพรหมจรรย์หรือ” นางตอบว่า “บุตรสาวของผู้ที่เป็นที่รักยิ่งในหมู่ผู้ถูกสร้างแห่งอัลลอฮฺต่อท่านอย่างไรเล่า.. นางคือ อาอิชะฮฺ บินติ อบูบักรฺ” ท่านตอบว่า “และใครที่เป็นสตรีที่ผ่านการแต่งงานมาก่อนแล้ว” นางตอบว่า “นางคือ “เซาดะฮฺ บินติ ซัมอะฮฺ นางมีความศรัทธาและปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านกล่าวและนางเป็นสตรีมุสลิมะฮฺที่เต็มไปด้วยความดีงามคนหนึ่ง” 

หลังจากที่ครุ่นคิดเป็นระยะเวลายาวนาน ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ได้กล่าวขึ้นมาว่า 

“หากแต่อาอิชะฮฺนั้นยังคงเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น” 

นางเคาละฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา) จงกล่าวว่า “ท่านสามารถที่จะสู่ขอนางไว้ก่อน จากนั้นก็ปล่อยให้นางอยู่ที่บ้านของบิดามารดาของนาง จนกระทั่งนางอยู่ในวัยที่สามารถแต่งงานได้” 

ท่านเราะสูลจึงกล่าวว่า “เช่นนั้นจงไปหาพวกนางและแจ้งแก่พวกนางถึงการสู่ขอของฉันเถิด” 

ด้วยเหตุนี้ นางเคาละฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา) จึงไปยังบ้านของท่านอบูบักรฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) และได้พบกับอุมมุ รุมาน (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา) นางเคาละฮฺจึงกล่าวต่อนางว่า “ช่างเป็นความดีงามและการอำนวยพรอันยิ่งใหญ่ที่อัลลอฮฺประทานแก่ท่าน..เสียนี่กระไร” พวกเขาจึงถามนางว่า “มีอะไรอย่างนั้นหรือ” นางกล่าวว่า “เราะสูลุลลอฮฺได้ส่งฉันมาเพื่อทำการสู่ขออาอิชะฮฺเพื่อการแต่งงาน” อุมุ รุมานจึงกล่าวต่อนางว่า “หากท่านไม่ว่ากระไร โปรดจงรอจนกว่าท่านอบูบักรฺมาก่อนได้หรือไม่” หลังจากนั้นไม่นานนัก ท่านอบูบักรฺก็ได้เดินทางกลับมาถึงบ้านและนางได้แจ้งข่าวแก่ท่าน ท่านจึงถามว่า “มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วใช่หรือไม่สำหรับเราะสูลุลลอฮฺ เพราะนาง (อาอิชะฮฺ) คือบุตรสาวของพี่ชายของท่าน” นางเคาละฮฺ จึงเดินทางกลับไปและแจ้งแก่ท่านเราะสูล ถึงถ้อยคำของท่านอบูบักรฺ และท่านเราะสูลได้ตอบนางว่า “จงบอกแก่เขาเถิดว่า เขาคือพี่ชายแห่งอิสลามของฉัน และบุตรสาวของเขานั้นเป็นที่อนุมัติสำหรับฉัน” 

นางเคาละฮฺจึงกลับไปยังท่านอบูบักรฺอีกครั้งและแจ้งแก่ท่านถึงสิ่งที่ท่านเราะสูลได้กล่าว  ท่านอบูบักรฺจึงกล่าวว่า “จงบอกแก่เราะสูลุลลอฮฺให้มาที่นี่เถิด” ด้วยเหตุนี้ ท่านเราะสูลจึงเดินทางมาพบกับท่านอบูบักรฺและทำสัญญาการแต่งงานกับท่านหญิงอาอิชะฮฺ ท่านได้มอบสินสอด (มะหัรฺ) เป็นเงินจำนวน 400 ดิรฺฮัม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นสามปีก่อนฮิจเราะฮฺ ซึ่งขณะนั้นท่านหญิงอาอิชะฮฺมีอายุ 6 ขวบ และการแต่งงานระหว่างท่านทั้งสองได้เกิดขึ้นหลังจากสมรภูมิบัดรฺ เมื่อท่านหญิงอาอิชะฮฺมีอายุ 9 ขวบ 

สรุปบางส่วนจากหนังสือ The Honorable Wives of the Prophet Peace be upon him /แปล بنت الإسلام

Advertisements

Read Full Post »

​การเสียชีวิตของท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ

♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥

หลังจากที่การบอยคอตของบรรดาผู้ปฏิเสธได้สิ้นสุดลง ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้เดินทางกลับบ้านไปพร้อมกับท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ เพื่อใช้เวลาไปกับการพักผ่อนอย่างมีความสุขที่นั่นบ้าง หลังจากที่ต้องประสบกับความยากลำบากมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน หากแต่มันก็มิได้เป็นเช่นนั้น เพราะหลังจากนั้นไม่นานนัก ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺก็มีอาการเจ็บป่วย และความเจ็บป่วยของนางนั้นแย่ลงเรื่อยๆ  
ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดของนาง และท่านก็อยู่เคียงข้างนางตลอดเวลา โดยที่ท่านคอยให้กำลังใจ ปลอบขวัญนาง และคอยเตือนนางให้รำลึกถึง “การอำนวยพร” ที่อัลลอฮฺได้ทรงสัญญาไว้แก่นางซึ่ง “สวนสวรรค์ และบ้านที่ทำจากไข่มุก อันปราศจากเสียงรบกวน และความเสื่อมโทรม”  

เมื่อความตายได้ประสบแก่นาง ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวต่อนางว่า 

“เธอไม่ปรารถนาสิ่งที่ฉันได้เห็นจากเธอ (คือความเจ็บป่วย) แต่อัลลอฮฺได้ประทานซึ่งความดีงามในสิ่ง (ที่เธอ) ไม่ปรารถนานี้ให้แก่เธอ” 

ท่านเราะสูลได้คอยให้การปลอบขวัญนาง และให้กำลังใจนางให้มีความอดทน จนกระทั่งวิญญาณอันบริสุทธิ์ของนางได้ออกจากร่าง 

เมื่อนางเสียชีวิตลง ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมได้เป็นผู้ที่เคลื่อนย้ายร่างของนางลงไปในหลุม และวางนางลงในนั้นด้วยมืออันบริสุทธ์ทั้งสองข้างของท่านเอง 
ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ  ผู้เป็นบุคคลคนแรกที่เชื่อมั่นในท่านเราะสูลุลลอฮฺ ได้กลับไปอยู่ในหลุมฝังศพของนางแล้ว และทิ้งไว้ซึ่งความโศกเศร้า เสียใจอย่างใหญ่หลวงภายในหัวใจของท่านเราะสูล ด้วยเพราะนางคือมรรดาของบรรดาลูกๆ ของท่าน ภรรยาผู้เป็นที่รัก ผู้ซึ่งครอบครองหัวใจแห่งความเมตตา และมือแห่งการให้ ผู้ซึ่งคอยบรรเทาความทุกข์ ความเจ็บปวดที่ท่านเราะสูล ต้องทนทุกข์ทรมานจากน้ำมือของผู้ปฏิเสธศรัทธา และคนนอกรีต 

ท่านอาลี บิน อบู ฏอลิบรายงานว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เคยกล่าวว่า 

“บรรดาสตรีที่ดีที่สุดบนโลกใบนี้ คือมัรยัม และเคาะดีญะฮฺ” 

และท่านเราะสูลยังกล่าวด้วยว่า 

“บรรดาสตรีที่ดีที่สุดในหมู่มนุษยชาติ คือมัรยัม บุตรีของอิมรอน เคาะดีญะฮฺ บุตรีของคุวัยลิด ฟาติมะฮฺ บุตรีของมุหัมมัด และอาซิยะฮฺ ภรรยาของฟิรฺเอาน์” 

สรุปบางส่วนจากหนังสือ The Honorable Wives of the Prophet Peace be upon him /แปล بنت الإسلام

Read Full Post »

​แบบอย่างอันดีงามของท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ ในช่วงเวลาแห่งการบอยคอตของบรรดาผู้ปฏิเสธ

♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥

ในช่วงเวลาที่ “บรรดาผู้ปฏิเสธชาวกุเรซ” ได้ทำการบอยคอตบรรดามุสลิม โดยการทำสัญญาขึ้นมาเพื่อต่อต้านชาวบนู ฮะชิม และบนู อับดุล มุฏฏอลิบ ด้วยการไม่ให้มีการแต่งงานระหว่างพวกเขา ไม่ให้มีการซื้อขายระหว่างกัน ไม่ยอมรับสนธิสัญญาใดๆ จากพวกเขา ไม่ให้แสดงความเมตตาช่วยเหลือพวกเขา จนกว่าพวกเขาจะถอนตัวจากนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เพื่อที่บรรดาผู้ปฏิเสธจะสามารถทำการสังหารท่านได้ 

ด้วยเหตุนี้เอง บรรดามุสลิมต่างต้องทนทุกข์ทรมานอย่างมากตลอดช่วงเวลาของการบอยคอต พวกเขาต้องทนอยู่กับความอดอยากหิวโหย และความกระหาย ถึงขั้นที่ว่าพวกเขาต้องกินใบไม้จากต้นไม้ และหนังสัตว์ที่ตายไปแล้วเป็นอาหาร และบางคนในหมู่พวกเขาต้องเสียชีวิตลงอันเนื่องมาจากความหิว
ซึ่งระหว่างนั้น ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺได้มีบทบาทในการช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานที่สามีของนาง (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม) และบรรดามุสลิมต้องประสบ นางได้ละทิ้งความสะดวกสบายภายในบ้านของนาง เพื่อมาอยู่กับบรรดามุสลิมที่หุบเขาอบู ฏอลิบ และแบ่งปันความทุกข์ร่วมกับพวกเขา นางต้องอดทนต่อความยากลำบาก ความโศกเศร้า ความหิวโหยร่วมกับพวกเขา และนางได้ใช้ทรัพย์สินของนางเพื่อช่วยเหลือบรรดามุสลิม ด้วยการหาอาหารให้แก่พวกเขาเท่าที่นางจะสามารถทำได้ตลอดช่วงเวลาของการบอยคอต โดยได้รับความช่วยเหลือจากลูกพี่ลูกน้องของนาง คือท่านฮะกีม บิน ฮิซัม ผู้ยังไม่ได้เป็นมุสลิม ณ ขณะนั้น ซึ่งเขาได้คอยทำหน้าที่ซื้ออาหารและส่งอาหารมาให้นางในตอนกลางคืน และนางจะทำการแจกจ่ายให้กับบรรดามุสลิม

ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺยืนหยัดอยู่เคียงข้างท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ภายในหุบเขาจนกระทั่งการบอยคอตยุติลง  นางเป็นแบบอย่างที่ดีงามยิ่งแห่ง “การเสียสละ การปฏิเสธความต้องการของตัวเอง การยืดมั่นในศรัทธา และความจงรักภักดี” ที่นางมีต่อสามีผู้เป็นที่รักของนาง (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม) 

สรุปบางส่วนจากหนังสือ The Honorable Wives of the Prophet Peace be upon him /แปล بنت الإسلام

Read Full Post »

​ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ บินตฺ คุวัยลิด (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา)

การยกย่องสรรเสริญต่อท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ..ของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม 

♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥

ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ มีพื้นที่พิเศษอยู่ภายในหัวใจของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และท่านเราะสูลได้แสดงการให้เกียรติต่อนางและยกย่องนางดังที่นางคู่ควร บ่อยครั้งที่ท่านเราะสูลกล่าวถึงสิ่งดีงามเกี่ยวกับนาง แสดงความซาบซึ้งต่อคุณงามความดีของนาง และบอกเล่าถึงเรื่องราวที่นางคอยอยู่เคียงข้างท่านในตอนเริ่มต้นของการรับตำแหน่งแห่งการเป็นศาสนทูตว่าเป็นเช่นไร และนางได้ให้กำลังใจ ให้การสนับสนุนท่านอย่างไร ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺนั้นคู่ควรยิ่งต่อการยกย่องสรรเสริญ เพราะนางเชื่อมั่นในตัวท่านเมื่อการเผยวัจนะได้เริ่มต้นขึ้น ตลอดระยะเวลาแห่งความหวาดกลัวในตอนเริ่มต้น นางก็ยืนหยัดอยู่เคียงข้างท่านเราะสูลด้วยการกระทำอันพิสูจน์ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่นางมีต่อท่าน ความชาญฉลาดและความหนักแน่นต่อการตัดสินใจของนาง 

ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม มิได้เพียงแค่กล่าวถึงนาง ในยามที่นางมีชีวิตอยู่เท่านั้น หากแต่ยังกล่าวถึงนาง หลังจากการเสียชีวิตของนางอีกด้วย ท่านมักจะกล่าวถึงนางอยู่เสมอและท่านไม่เคยเบื่อหน่ายต่อการกระทำนี้เลย 

ความจงรักภักดีที่ท่านเราะสูลุลลอฮฺ มีต่อท่านหญิงเคาะดีญะฮฺนั้นไม่มีสิ่งใดที่จะมาเทียบเทียมได้ 

ท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา เคยกล่าวว่า “ฉันไม่รู้สึกหึงหวงต่อภรรยาคนใดของท่านเราะสูลเช่นเดียวกับที่ฉันรู้สึกต่อท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ แม้ว่าฉันจะไม่เคยเห็นนางก็ตาม หากแต่ท่านเราะสูล มักจะกล่าวถึงนางอยู่เสมอ  และบางครั้งท่านก็จะทำการเชือดแกะ และตัดแบ่งมันเป็นส่วนๆ และส่งส่วนหนึ่งไปให้สหายของท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ และฉันก็จะกล่าวต่อท่านเราะสูลว่า “เสมือนกับว่าไม่มีผู้ใดบนโลกใบนี้ เว้นแต่เคาะดีญะฮฺ” เมื่อท่านเราะสูลได้ยินเช่นนั้น ท่านก็ตอบฉันว่า “นางเป็นเช่นนั้น เช่นนี้” และท่านก็ได้อธิบายโดยยกคุณงามความดีทั้งหลายของนางขึ้นมากล่าว พร้อมกับกล่าวว่า “และนางได้ให้กำเนิดบุตรมากมายแก่ฉัน” (อัลบุคอรียฺ 3818) 

ท่านหญิงอาอิชะฮฺยังกล่าวด้วยว่า “ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมแทบจะไม่ออกจากบ้านโดยมิได้กล่าวถึงท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ และท่านจะกล่าวยกย่องนางเป็นอย่างมาก วันหนึ่งท่านกล่าวถึงนาง และฉันเกิดความรู้สึกหึงหวงเป็นอย่างมาก ฉันจึงกล่าวขึ้นมาว่า “นางจะเป็นอะไรมากไปได้ยิ่งกว่าสตรีชราคนหนึ่งหรือ อัลลอฮฺได้ประทาน “คนที่ดียิ่งกว่านาง”  ให้กับท่านเพื่อเป็นการทดแทนนาง” เมื่อท่านเราะสูลได้ยินคำกล่าวนี้ ท่านจึงเกิดความโกรธเป็นอย่างมากและกล่าวว่า 

“ไม่ใช่เช่นหรอก ขอสาบานด้วยอัลลอฮฺ อัลลอฮฺมิได้ประทาน “คนที่ดีกว่านาง” ให้แก่ฉัน …นางศรัทธาในตัวฉัน ขณะที่ผู้คนต่างปฏิเสธฉัน …นางเชื่อมั่นในฉัน ขณะที่ผู้คนต่างต่อต้านฉัน …นางแบ่งปันทรัพย์สินของนางให้แก่ฉัน ขณะที่ผู้คนต่างขัดขวางฉัน…และอัลลอฮฺประทานแก่ฉันซึ่งบุตรมากมาย (ที่กำเนิด) จากนาง ในขณะที่ภรรยาท่านอื่นไม่ได้ให้กำเนิดบุตรแก่ฉันเลย” 

ท่านหญิงอาอิชะฮฺจึงกล่าวกับตัวนางเองว่า “ฉันจะไม่กล่าวสิ่งใดที่ไม่ดีเกี่ยวกับนางอีก” 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

สรุปบางส่วนจากหนังสือ The Honorable Wives of the Prophet Peace be upon him /แปล بنت الإسلام

Read Full Post »

ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ บินตฺ คุวัยลิด (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา)

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺเป็นสตรีท่านแรกที่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมได้แต่งงานด้วย และท่านก็มิได้แต่งงานกับสตรีนางใด จนกระทั่งหลังจากที่ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺได้เสียชีวิตลง (เป็นระยะเวลานานหลายปี)
ขณะที่ท่านเราะสูลแต่งงานกับท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ ท่านมีอายุ 25 ปี และนางมีอายุ 40 ปี การแต่งงานของท่านทั้งสองนั้นเป็นการแต่งงานที่มีความจำเริญและเป็นสิริมงคล
ท่านเราะสูลถือเป็นแบบอย่างอันดีงามของผู้เป็นสามี ผู้ซึ่งมีความซื่อสัตย์ จงรักภักดี และความเมตตา ท่านไม่เคยขัดแย้งกับภรรยาของท่านในสิ่งใดก็ตามที่นางชื่นชอบ

ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺเองก็เป็นแบบอย่างอันดีงามของผู้เป็นภรรยา ผู้ซึ่งมีความซื่อสัตย์ จงรักภักดี และพร้อมที่จะมอบความสบายใจและความสงบสุขให้แก่สามีของนาง และสร้างความพึงพอใจต่อเขา

นางเสียสละทุ่มเทด้วยการเชื่อฟังและปรนนิบัติดูแลท่านเราะสูล และมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่นางสามารถทำได้เพื่อทำให้ท่านเราะสูลมีความสุขและความสบายใจ

นางจะทำการปรนนิบัติดูแลท่านเราะสูลด้วยตัวของนางเอง และจะไม่มอบภาระหน้าทีนี้ให้แก่ผู้ใด 

หลักฐานเกี่ยวกับการปรนนิบัติของนางต่อท่านเราะสูลนั้น พบได้จากหะดีษที่รายงานโดยท่านอบู ฮุร็อยเราะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) โดยท่านเล่าว่า

“ญิบรีลได้มายังท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และกล่าวว่า “โอ้ ศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ เคาะดีญะฮฺได้มายังท่านและนำภาชนะฮฺที่มีน้ำแกง อาหาร หรือเครื่องดื่มอยู่ภายในนั้นมามอบแก่ท่าน เมื่อท่านพบนาง โปรดส่ง “การทักทายแห่งความสันติจากพระผู้เป็นเจ้าของนาง และจากฉัน” ไปยังนาง และจงบอกข่าวดีเกี่ยวกับบ้านในสวนสวรรค์ที่ถูกสร้างขึ้นจากไข่มุก อันปราศจากซึ่งเสียงรบกวน หรือแม้แต่ความเปราะบาง (เสื่อมโทรม) แก่นางด้วย” (รายงานโดยอัลบุคอรียฺ 3820 , มุสลิม, อัตติรฺมิซียฺ, อิบนุ มาญะฮฺ และอะหมัด)

ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺได้ให้ “แบบอย่างที่ประเสริฐยิ่งและงดงามยิ่งแห่งการมอบความรักต่อสามีของนาง และความปรารถนาของนางที่จะสร้างความพึงพอใจต่อเขา (ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม)”

เมื่อนางทราบว่าท่านเราะสูลรัก (พึงพอใจต่อ) บ่าวคนหนึ่งของนาง คือ “ซัยดฺ บินฮาริษะฮฺ” นางจึงมอบเขาให้แก่ท่านเป็นของขวัญ และเมื่อนางทราบว่าท่านเราะสูลปรารถนาที่จะนำหลานชายคนหนึ่งของท่าน คือ “อาลี บิน อบู ฏอลิบ” มาอาศัยอยู่ด้วย นางก็ยอมรับต่อความปรารถนาของท่านด้วยความเต็มใจและให้สถานที่พักพิงแก่ท่านอะลี เพื่อที่ท่านจะได้อยู่ใกล้กับท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม”

สรุปบางส่วนจากหนังสือ The Honorable Wives of the Prophet Peace be upon him/แปล بنت الإسلام

Read Full Post »

สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ คือการปรุงอาหารของคนอียิปต์ (และชนชาติอื่นๆ ก็คงมี) คือ เขาแทบไม่ใช้สารปรุงแต่งรสอะไรเลย อร่อยธรรมชาติจริงๆ.. จะมีก็แต่เกลือที่เพิ่มรสเค็ม

รสเปรี้ยวก็ใช้มะนาว มะเขือ

รสหวานก็แครอท หอม กระหล่ำ

ความอร่อยของซุปก็มาจากการต้มเนื้อ ต้มไก่นานๆ

กลิ่นหอมๆ ของอาหาร ก็จากเครื่องเทศใบกระวาน เม็ดกระวาน เม็ดพริกไทยดำ กานพลู อบเชย และอื่นๆ หรือผักบางชนิด เช่นผักชี ผักชีลาว 

แกงบางอย่างหากอยากให้หอมมีรสชาติดี เขาก็คั่วกระเทียมสับกับผักชีซอยเล็กๆ กับน้ำมันจนเหลืองหอม แล้วราดลงที่แกง.. จะมีสองเมนูที่เห็นเขาใช้กัน คือแกงผักโขม และแกงเผือก.. ทำให้อาหารที่มีรสชาติดีขึ้นมากๆ หอมด้วย เปรียบเหมือนผงชูรสธรรมชาติ

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้อร้อย อร่อย … ที่ได้ลองมาแล้วอร่อยจริง รสชาติมีเอกลักษณ์ ก็ฝีมือแม่สามี ป้าของสามี ภรรยาของลุงสามี ภรรยาเพื่อนสามี … ฝีมือคนมีอายุหน่อย จะดีงามมาก…

Read Full Post »

​หากมีใครสักคนทำดีกับคุณ อิสลามสอนให้คุณต้องทำดีต่อพวกเขาเป็นการตอบแทน อย่างไรก็ตาม หากว่าคุณทำดีกับใครสักคน อิสลามสอนให้คุณไม่ต้องรอคอยการตอบแทนใดๆ หรือคาดหวังจะได้รับสิ่งใดๆ ตอบกลับมาในรูปแบบที่คุณต้องการจากพวกเขา

ในกรณีที่มีคนทำดีต่อคุณ คุณสามารถตอบแทนพวกเขาด้วยการทำดี แสดงความเมตตา ขอบคุณ หรือดุอาอฺให้พวกเขา ส่วนในกรณีที่คุณทำดีต่อผู้อื่น คุณควรคาดหวังการตอบแทนจากอัลลอฮฺเท่านั้น

และหากว่ามีถ้อยคำดีๆ ใดๆ ถูกกล่าวมาถึงคุณอันเนื่องมาจากความดีที่คุณทำ ก็ให้กล่าว อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ขอบคุณอัลลอฮฺ

แต่สิ่งที่ยากก็คือ เมื่อเราทำความดีโดยหวังการตอบแทนจากมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นถ้อยคำดีๆ จากพวกเขาก็ตาม หากว่าสิ่งที่เราคาดหวังไม่เกิดขึ้น เราก็จะเกิดความไม่พอใจ โดยลืมไปว่า สิ่งดีๆ ที่เราทำนั้นควรเป็นไปเพื่อความพึงพอพระทัยขออัลลอฮฺ ดังนั้นเราอย่าได้ขุ่นเคืองใจไป

ปัจจุบันนี้ สิ่งที่เรามักจะประสบพบเจอคือ หากเราทำดีกับใคร เมื่อเวลาผ่านพ้นไปสักระยะหนึ่ง เราสามารถคาดเดาได้เลยว่า สิ่งที่ไม่ดีในหลายรูปแบบจากคนเหล่านั้นจะเกิดขึ้นกับเรา เว้นแต่คนที่อัลลอฮฺทรงประทานความเมตตา ไม่ให้สิ่งไม่ดีนั้นเกิดกับเขา

คุณอาจจะทำแต่สิ่งดีดี ให้แต่สิ่งดีดี ช่วยเหลือพวกเขาอย่างสุดความสามารถ อย่างไรก็ตามด้วยแผนการของอัลลอฮฺ บางครั้ง ในวันข้างหน้า พวกเขาเหล่านั้นที่คุณทำดีด้วยจะพูดไม่ดีเกี่ยวกับคุณ นินทาใส่ร้ายคุณ หรือหากมีใครพูดไม่ดีเกี่ยวกับคุณ พวกเขาก็จะไม่แสดงการปกป้องคุณ พวกเขาอาจจะทำร้ายคุณด้วยรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่า อัลลอฮฺทรงต้องการให้คุณตระหนักว่า “สิ่งดีดีที่คุณทำให้พวกเขานั้น เพราะคุณต้องการการตอบแทนและความพอใจจากพวกเขา หรือจากพระองค์? หากคุณทำเพื่อพวกเขา อัลลอฮฺนั้นทรงเพียงต้องการให้คุณรู้ว่า แท้จริงแล้ว มนุษย์คือผู้ที่ไม่รู้จักการขอบคุณ แต่หากว่าคุณทำเพื่ออัลลอฮฺ ไม่ว่าพวกเขาจะทำไม่ดีกับคุณอย่างไรก็ตาม การงานที่ดีของคุณย่อมได้รับการตอบรับจากพระองค์แน่นอน พร้อมด้วยการตอบแทนที่ครบถ้วน”

เรียบเรียงบางส่วนจากบรรยายของมุฟตี อิสมาอีล เมงก์  หัวข้อ Lesson on Surah Insaan/โดย บินติ อัล อิสลาม


Read Full Post »

%d bloggers like this: