Feeds:
Posts
Comments

Archive for November, 2016

คุณกำลังเศร้าใจอยู่หรือไม่ (หัวข้อ Feeling sad?)
ถอดความและเรียบเรียง
จากบรรยายของมุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ โดย บินติ อัลอิสลาม
คัดลอกคำแปลอัลกุรอานจาก http://daasee.com/

เพราะเราเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาทั่วไป ดังนั้นจึงเปีนเรื่องปกติที่บางครั้งเราอาจจะมีความสุขอย่างล้นเหลือ และบางครั้งเราก็อาจมีความทุกข์อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อไรที่เรารู้สึกมีความสุข เราควรตั้งคำถามกับตัวเองว่า “อะไร หรือสิ่งใด ที่เป็นสาเหตุที่นำมาซึ่งความสุขแก่เรา”

หากว่ามันเป็นเพราะ “ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับอัลลอฮฺ” ที่ทำให้เรามีความสุข นั่นหมายความว่า ความสุขนั้นจะคงอยู่ไปชั่วนิรันดร์ แต่หากว่ามันเป็นเพราะ “วัตถุ ปัจจัยแห่งโลกดุนยา” ที่ทำให้เรามีความสุข ขอให้เราตระหนักว่า “ความสุขนั้นเป็นความสุขเพียงชั่วคราว” และไม่วันใดวันหนึ่ง อัลลอฮฺย่อมทรงทดสอบเราด้วยการถอดถอนมันออกไป

อัลลอฮฺตรัสชัดแจ้งว่า “หากว่าคุณได้รับบางสิ่งบางอย่างในชีวิต ไม่มีสิ่งใดรับประกันได้เลยว่า สิ่งที่คุณได้รับนั้นจะคงอยู่กับคุณตลอดไป”  ในซุเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ อัลลอฮฺตรัสว่าพระองค์จะทรงทดสอบเราด้วยความกลัว ความสูญเสียบางสิ่งบางอย่างในชีวิต ความหิวโหย

“และแน่นอน เราจะทดลองพวกเจ้าด้วยสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากความกลัวและความหิวและด้วยความสูญเสีย (อย่างใดอย่างหนึ่ง) จากทรัพย์ ชีวิต และพืชผล และเจ้าจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้อดทนเถิด” อัลบะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่ ๑๕๕

—-ดังนั้นเวลาที่เราเกิดความรู้สึกโศกเศร้า เสียใจ เราควรทำเช่นไร—

ประการแรก ให้ถามตัวเองว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับอัลลอฮฺ ผู้เป็นเจ้าของความสุขนั้นดีหรือไม่ แน่นแฟ้นหรือไม่ เป็นไปอย่างราบรื่นหรือไม่?”

ยกตัวอย่างเช่น  หากเราเป็นคนที่ไม่รักษาการละหมาด ไม่มีความสัมพันธ์กับอัลกุรอาน ไม่มีการสร้างความสัมพันธ์ใดๆ กับอัลลอฮฺเลย เช่นนั้น เราจะสามารถต่อสู้ เอาชนะกับความรู้สึกโศกเศร้าได้อย่างไร แน่นอนว่า เราย่อมต้องจมปลักอยู่กับความโศกเศร้าอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ด้วยเพราะว่าเราขาดสติ หลุดจากความจริง จากเป้าหมาย จากสิ่งที่เป็นอยู่ แท้จริงแล้ว ชีวิตดุนยานั้นเป็นสิ่งชั่วคราว มันไม่คงอยู่ถาวร และเราอยู่บนโลกดุนยานี้เพื่อการต้องถูกทดสอบ

โลกดุนยานี้ คือดินแดนแห่งบททดสอบ เพราะไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะได้รับในสิ่งที่พวกเขาต้องการในทุกๆ อย่าง หากทว่าพวกเขาจะได้รับแต่ในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงเลือกไว้ให้พวกเขาแล้วเท่านั้น  บางคนอาจถูกทดสอบด้วยปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาด้านการเงิน ปัญหาครอบครัว และปัญหาอื่นๆ ที่แตกต่างกันไป รวมไปถึงการสูญเสียประเภทต่างๆ อีกด้วย

สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเรามันอาจไม่เป็นไปเช่นที่เราปรารถนา นั่นเป็นเพราะว่า “มันคือบททดสอบ” ที่อัลลอฮฺทรงต้องการดูว่าเราจะรับมือกับมันอย่างไร พระองค์ทรงต้องการดูว่าบททดสอบนั้นจะทำให้เราเข้าหาพระองค์มากขึ้นหรือไม่ และตระหนักได้หรือไม่ว่า โลกดุนยานี้เป็นโลกแห่งความชั่วคราว

ดังนั้น เวลาที่เราเกิดความโศกเศร้า เสียใจ ทุกข์ใจ เราต้องถามตัวเองก่อนเลยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับอัลลอฮฺนั้นเป็นเช่นไร? ซึ่งความสัมพันธ์ที่ว่านี้หมายถึงการละหมาด การรักษาการละหมาดทั้งห้าเวลาของเรา เราต้องตรวจสอบว่า เรามีความกระตือรือร้นในการที่จะละหมาดหรือไม่ เรามีความปรารถนาที่จะเข้าเฝ้าพระองค์หรือไม่ เราตระหนักรู้หรือไม่ว่าเรากำลังพูด กำลังทำอะไรอยู่ขณะละหมาด รับรู้ว่าเรากำลังก้มศีรษะลงพื้นสูญูดให้ใคร .. ให้ผู้ทรงสร้างเรา ผู้ประทานความสุข ผู้ทรงควบคุมชีวิต ผู้ที่เราต้องกลับไปหาพระองค์ใช่หรือไม่  เพราะการใคร่ครวญ จะช่วยขจัดความโศกเศร้าของเราออกไปได้

การตระหนักรู้ได้เช่นนั้น จะทำให้เราคลายความกังวล เพราะเรารู้ว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นไปตามแผนการของอัลลอฮฺ ไม่ใช่แผนการของใครอื่นใด ดังนั้น เมื่อเรารู้ว่าเป็นแผนการของพระองค์ เราก็ควรวิงวอนขอความช่วยเหลือจากพระองค์ ให้พระองค์ทรงทำให้เราสามารถผ่านพ้นบททดสอบไปได้ด้วยความง่ายดาย

ในบททดสอบทั้งหลายที่เกิดขึ้นนั้น แท้จริงอัลลอฮฺทรงต้องการให้เรานำความสามารถ พลัง ศักยภาพที่พระองค์ประทานให้แก่เราออกมาใช้เพื่อช่วยเหลือตัวเราเอง พร้อมด้วยการขอความช่วยเหลือจากพระองค์

เราอย่าปล่อยให้คำพูดของใครทำให้เราต้องเสียใจ เพราะแท้จริงไม่มีใครหรอก ที่จะเป็นที่รัก ที่ชื่นชอบของทุกคน แม้แต่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เอง ก็โดนตำหนิ ต่อว่า ด่าทอมากมาย ดังนั้นสิ่งที่คุณควรทำคือ การเข้าหาอัลลอฮฺ ใกล้ชิดพระองค์ให้มากขึ้น อย่าปล่อยให้คนที่ละเมิดขอบเขตของอัลลอฮฺ คนที่มีความยโสทะนงตน คนที่ชอบปล่อยข่าวชั่วร้าย คนที่มีอุปนิสัยที่ไม่ดีทำให้คุณต้องเศร้าเสียใจ เป็นทุกข์

“บรรดาผู้ศรัทธา และจิตใของพวกเขาสงบด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺ พึงทราบเถิด ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺเท่านั้นทำให้จิตใจสงบ” (อัรร็อด อายะฮฺที่ ๒๘)

เราจะรำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างไร

  • ปรับปรุงคุณภาพการละหมาดของเรา
  • ใช้เวลาไปกับการอาบน้ำละหมาดอย่างดีที่สุด
  • ใช้เวลาไปกับการเข้าเฝ้าพระองค์อย่างดีที่สุด
  • ใคร่ครวญ ทำความเข้าใจถึงความหมายของสิ่งที่กำลังกล่าวขณะละหมาด
  • มุ่งความสนใจไปกับการทำอิบาดะฮฺต่อพระองค์
  • บอกตัวเองว่า คุณกำลังสนทนากับผู้ทรงสร้างอยู่

“โอ้ มนุษย์เอ๋ย แท้จริง ข้อตักเตือน (อัลกุรอาน) จากพระเจ้าของพวกท่าน ได้มายังพวกท่านแล้ว และมันเป็นการบำบัดสิ่งที่มีอยู่ในทรวงอก และเป็นการชี้แนะทาง และเป็นความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา” (ยูนูส อายะฮฺที่ ๑)

หากคุณปรารถนาที่จะขจัดความทุกข์ออกไป ให้ตระหนักเสมอว่า อัลกุรอาน คือสิ่งที่ช่วยบำบัดเยียวยาความทุกข์ของคุณ

ใช้เวลา 5 นาทีในการอ่านอัลกุรอานทุกๆ เช้า พยายามอ่านออกเสียงให้ด้วยท่วงทำนอง และอัลกุรอานจะช่วยขจัดความทุกข์เศร้าของคุณ โดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

ไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะไม่มีปัญหาในชีวิต แต่มันขึ้นอยู่กับการรับมือ การจัดการกับปัญหาของแต่ละคนมากกว่า บางทีคุณอาจคิดว่าคุณมีปัญหาแสนสาหัส แต่ความเป็นจริง อาจเป็นไปได้ว่า คนที่นั่งอยู่ข้างๆ คุณ มีปัญหาหนักมากยิ่งกว่าคุณหลายร้อยเท่า แต่คุณมองไม่เห็นมัน เพราะเขาเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอัลลอฮฺ เพราะพวกเขาตระหนักรู้ว่าโลกดุนยาคือสถานที่พักพิงชั่วคราว

ดังนั้น เมื่อคุณพัฒนาความสัมพันธ์กับอัลกุรอาน และพยายามอ่าน ทำความเข้าใจ พยายามนำมาปฏิบัติ และคุณก็พัฒนาความสัมพันธ์ของคุณกับอัลลอฮฺ และซิเกรฺ (รำลึกถึงพระองค์) ทำการละหมาดอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว คุณย่อมสามารถที่จะตระหนักรู้ ซาบซึ้งในบุญคุณ และขอบคุณในสิ่งต่างๆ มากมายที่อัลลอฮฺทรงประทานแก่คุณโดยที่พระองค์ไม่ได้ประทานสิ่งเหล่านั้นแก่ใคร

เช่นในหะดีษบทหนึ่งที่ท่านนบีบอกไว้ว่า “จงมองดูคนที่มีสถานะที่ต่ำกว่าท่าน (ย่ำแย่กว่าท่าน) และจงอย่ามองดูคนที่มีสถานะที่สูงกว่าท่าน นั่นคือสิ่งที่จะช่วยปกป้องท่านจากการดูแคลนการอำนวยพรที่อัลลอฮฺทรงประทานแก่ท่าน”

เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้” มีผลกระทบต่อดุนยา หรือศาสนาของคุณหรือไม่

หากปัญหาที่ทำให้คุณโศกเศร้าเสียใจ มีผลกระทบต่อศาสนาของคุณ แน่นอนว่านั่นคือสิ่งที่คุณควรโศกเศร้าเสียใจ แต่หากว่าปัญหาของคุณ มีผลกระทบต่อดุนยา คุณควรเตือนตัวเองว่า “ชีวิตของเรานั้นเป็นความชั่วคราว ไม่มีอะไรคงทนถาวร วันเวลาจะผลัดเปลี่ยนไป”

ยกตัวอย่าง มีชายคนหนึ่ง พร่ำบ่นมากมายว่าน้ำที่บ้านของเขาไม่ร้อน ในขณะที่ยังมีอีกหลายๆ คนที่ไม่มีแม้แต่น้ำจะดื่ม หรือจะใช้ พวกเราหลายคนโศกเศร้ากับสิ่งที่เป็นความชั่วคราว

ในการทดสอบของอัลลอฮฺนั้น อัลลอฮจะทรงทดสอบเราตามสถานะของเรา นบีมุหัมมัดแจ้งไว้แล้วว่า อัลลอฮฺจะทรงทดสอบบ่าวของพระองค์ตามปริมาณความรักที่พระองค์มีต่อเรา เมื่อพระองค์ทรงรักเรามากเท่าไร พระองค์ก็จะทรงทดสอบเรามากขึ้นเท่านั้น

เวลาที่คุณประสบปัญหา คุณก็จะเริ่มหาทางออก หาทางแก้ไข และผู้ศรัทธานั้นย่อมหาทางออกด้วยการเข้าหาอัลลอฮฺ และเมื่ออัลลอฮฺทรงต้องการให้คุณใกล้ชิดพระองค์ พระองค์จะทรงมอบปัญหาที่หนักแก่คุณ เพราะพระองค์ทรงรู้ว่า หากว่าคุณไม่ได้เผชิญกับปัญหาหนักนี้ในชีวิตของคุณ อาจเป็นไปได้ว่าคุณจะไม่ให้ความใส่ใจต่อการละหมาด คุณอาจจะไม่เคยรำลึก นึกถึงหรือวิงวอนขอจากอัลลอฮฺก็เป็นได้

ดังนั้น ขอให้คุณนึกถึงบรรดาผู้คนที่มีน้อยกว่าคุณ เพื่อที่คุณจะได้ขอบคุณในสิ่งที่คุณมี และพึงตระหนักว่าปัญหาที่คุณเผชิญนั้นยังไม่หนักหนาเท่ากับพี่น้องที่กำลังโดนลูกระเบิดถล่มอยู่แทบทุกคืนวัน และเมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้นก็ให้กล่าว อัลฮัมดุลิลลาฮฺ

อีกหนึ่งวิธีในการต่อสู้กับความโศกเศร้า คือการมองดูสิ่งต่างๆ ที่อัลลอฮฺทรงสร้าง ไม่ว่าจะเป็น ต้นไม้ ใบหญ้า ธรรมชาติสีเขียว สัตว์มากมาย อากาศอันบริสุทธิ์ แสงอาทิตย์ที่สาดส่อง

“แท้จริงในการสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน และการที่กลางวันและกลางคืนตามหลังกันนั้น แน่นอนมีหลายสัญญาณสำหรับผู้มีปัญญา” (อาลิ อิมรอน อายะฮฺที่ ๑๙๐)

สัญญาณเหล่านี้นอกจากจะแสดงให้เห็นถึง ความเป็นหนึ่งเดียวของอัลลอฮฺ ความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ความใกล้ชิดที่คุณมีต่อพระองค์ สัญญาณดังกล่าวยังช่วยเยียวยาความทุกข์โศกของคุณ ธรรมชาติสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างช่วยบรรเทาความเครียด ความกังวลของคุณ

อย่าเศร้าใจไปเลย วันเวลาที่เรามีอยู่นั้นไม่คงอยู่กับเราถาวร มันเป็นเพียงแค่ความชั่วคราว

ช่วงเวลาที่คุณควรเสียใจมากที่สุด คือช่วงเวลาที่คุณห่างไกลจากพระองค์ และนี่คือสิ่งที่ทำให้ใครต่อใครหลายคนมีความทุกข์ใจ ความโศกเศร้า เพราะพวกเขาใช้ชีวิตไปกับการปาร์ตี้ การพนัน การทำซินา การยุ่งเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ ยาเสพติด แน่นอนว่าหากคุณกำลังใช้ชีวิตแบบนั้น คุณย่อมต้องพบกับความโศกเศร้า เพราะคุณห่างไกลจากพระองค์ ดังนั้นหากคุณปรารถนาที่จะเอาชนะความเศร้า ความทุกข์ใจ คุณก็ควรเข้าหาพระองค์ พระองค์ทรงรอคอยการกลับไปของคุณอยู่ และพระองค์ก็ทรงปลื้มปิติเมื่อคุณกลับไปหาพระองค์

พึงรู้เถิดว่า หากว่าคุณทำให้อัลลอฮฺทรงพึงพอใจ พระองค์ก็จะทรงทำให้คุณพึงพอใจ และมีความสุขเช่นกัน 

และพึงรู้เถิดว่า “ความทุกข์ ความเศร้า ความเสียใจ” เป็นสิ่งที่คุณสามารถจัดการรับมือกับมันได้

อัลลอฮฺทรงปลอบประโลมนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัมว่า “จงอย่าเสียใจ” และนบีเองก็เคยปลอบใจท่านอบูบักร ในยามที่ท่านอบูบักรโศกเศร้าด้วยอายะฮฺนี้

“ท่านอย่าเสียใจ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอยู่กับเรา” (อัตเตาบะฮฺ อายะฮฺที่ ๔๐)

ดังนั้นคุณจะเศร้าเสียใจไปทำไม ในเมื่อคุณรู้ว่าอัลลอฮฺทรงอยู่กับคุณ และไม่ว่าพวกเขาจะพยายามทำให้คุณเจ็บช้ำเพียงใด มันก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เว้นแต่ด้วยการอนุมัติของพระองค์ และท้ายที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้น มันย่อมดีกับคุณแน่นอน

ในหะดีษบทหนึ่ง ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “การงานทั้งหลายของผู้ศรัทธาช่างสวยงามยิ่ง เพราะทุกๆ การงานของเขาต่างเป็นสิ่งดีงามทั้งสิ้น และมันจะไม่เกิดขึ้นกับผู้ใด เว้นแต่ผู้ที่มีความศรัทธา หากมีสิ่งที่ดีงามเกิดขึ้นกับเขา เขาก็ขอบคุณและนั่นคือสิ่งที่ดีสำหรับเขา และหากว่ามีสิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับเขา เขาก็ยอมรับมันด้วยความอดทน และนั่นก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขาด้วยเช่นกัน” (อะหมัด และมุสลิม)

เวลาที่คุณมีช่วงวันเวลาที่ดี คุณควรใกล้ชิดอัลลอฮฺ อย่ารอให้เกิดช่วงวันเวลาที่ไม่ดี คุณถึงจะเข้าหาพระองค์

“จงใกล้ชิดอัลลอฮฺในยามสุขสบาย และคุณจะพบว่าในยามที่คุณประสบกับความยากลำบาก พระองค์จะทรงอยู่กับคุณ และคุณจะผ่านพ้นความยากลำบากไปได้ด้วยดี”

เมื่อสิ่งที่ไม่ดีใดๆ ก็ตามประสบกับผู้ศรัทธา เขาก็อดทน เพราะเขารู้ว่าเขาจะได้รับรางวัลการตอบแทนจากอัลลอฮฺ และมันเป็นสิ่งที่ดียิ่งกว่าสำหรับเขา นี่คือเหตุผลว่าทำไมการงานทั้งหลายของเขาจึงสวยงาม

ความดีใดๆ เกิดขึ้นกับเขา เขาก็ขอบคุณ ความเลวร้ายใดๆ เกิดขึ้นกับเขา เขาก็ขอบคุณ อดทน ไม่โกรธเคืองอัลลอฮฺ เขายังคงยิ้มและระลึกถึงอัลลอฮฺเสมอ การกระทำเช่นนี้ย่อมช่วยบรรเทาความทุกข์ ความเสียใจของเขาได้ “ผู้ศรัทธา” ย่อมเรียนรู้ที่จะหาทางใกล้ชิดกับพระองค์ให้มากขึ้น

พึงรู้เถอะว่า.. ความทุกข์โศกที่ชั่วนิรันดร์ คือ การที่คนคนหนึ่งตกลงไปในไฟนรก

พึงรู้เถอะว่า.. ความสุขชั่วนิรันดร์ คือ การที่เขาได้รับสมุดบันทึก (บัญชี) ของเขาด้วยมือขวาในวันแห่งการตัดสิน และสวนสวรรค์คือที่พักพิงของเขา ถึงเวลานั้น มันหมายความว่า “เขาผู้นั้น” คือผู้ที่มีความสุขที่สุดในโลกแล้ว

790bd3d18eb757063db17f3c00931301

รูปจาก การค้นหาทางอินเตอร์เนต 

Advertisements

Read Full Post »

​ท่านหญิงเซาดะฮฺยินยอมให้คืน (วัน) ของนางแก่ท่านหญิงอาอิชะฮฺ

ท่านหญิงเซาดะฮฺใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีความจำเริญภายในบ้านของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ผู้ซึ่งคอยมอบความเมตตา ความเอื้ออาธร และการปฏิบัติต่อนางเป็นอย่างดี

เมื่อท่านหญิงเซาดะฮฺรู้สึกว่านางกำลังแก่ตัวมากขึ้น และนางไม่สามารถทำหน้าที่ของภรรยาได้ดังที่ควรจะเป็น นางก็เกิดความรู้สึกเกรงกลัวว่า่ท่านเราะสูลจะหย่าร้างนาง และนางเองมีความปรารถนาที่จะอยู่ใกล้ชิดท่าน เห็นท่านทุกวัน ได้ยินถ้อยคำของท่าน และรับเอาความรู้จากท่าน และในขณะเดียวกัน นางก็ปรารถนาที่จะเสียชีวิตขณะที่อยู่ในสถานะสมรสกับท่านเราะสูล เพื่อที่ในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ นางจะได้ถูกนำไปอยู่แนวหน้าในฐานะภรรยาของท่าน ด้วยเหตุผลเหล่านี้ นางจึงร้องขอไม่ให้ท่านเราะสูลหย่าร้างกับนาง และนางได้มอบ (วัน) คืนทั้งหมดที่ท่านต้องอยู่กับนาง ให้กับท่านหญิงอาอิชะฮ

จากหะดีษที่บันทึกโดยอัตติรฺมิซียฺ ท่านอิบนุ อับบาสกล่าวว่า “ท่านหญิงเซาดะฮฺเกรงกลัวว่านางจะถูกหย่าขาดโดยท่านเราะสูล ดังนั้นนางจึงกล่าวว่า “ได้โปรดอย่าหย่าร้างฉัน โปรดให้ฉันได้อยู่กับท่านและฉันขอมอบวันของฉัน (ที่ท่านต้องมาอยู่กับฉัน) ให้กับท่านหญิงอาอิชะฮฺ” จากนั้นอัลลอฮฺก็ประทานอายะนี้ลงมา

“ไม่มีบาปใดๆ แก่ทั้งสองที่จะตกลงประนีประนอมกันอย่างใดอย่างหนึ่ง และการประนีประนอมนั้นเป็นสิ่งที่ดีกว่า” (คัดลอกจากอัลกุรอานแปลไทย ซูเราะฮฺอันนิซาอฺ 4:128)

ดังนั้นท่านหญิงเซาดะฮฺจึงใช้ชีวิตที่เหลือภายในบ้านของท่านเราะสูลจนกระทั่งท่านเราะสูลได้เสียชีวิตลง และนางเองก็ไม่ได้ให้กำเนิดบุตรแก่ท่านแต่อย่างใด 

การเสียชีวิตของท่านหญิงเซาดะฮฺ 

ภายหลังจากการเสียชีวิตของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านหญิงเซาดะฮฺได้ใช้ชีวิตต่อไปในบ้านของนางและไม่ได้จากบ้านของนางไปไหนเลย นางไม่แม้แต่จะไปทำฮัจญ์ และนางมักจะกล่าวว่า “ฉันได้ทำฮัจญ์และอุมเราะฮฺในช่วงเวลาที่ท่านเราะสูลยังอยู่ ดังนั้นฉันจะอยู่ภายในบ้านของฉัน ดังที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ทรงสั่งใช้ฉันให้ทำ” 

ท่านหญิงเซาดะฮฺ ใช้ชีวิตของเธอในฐานะของผู้ศรัทธาที่มีความจริงใจ เธอเป็นสตรีที่มีความพอเพียงอยู่ตามอัตภาพ ผู้ซึ่งทำการอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺอย่างมากมาย ถือศีลอดอยู่เป็นประจำและยืนละหมาดในยามค่ำคืนอยู่เป็นนิจ จนกระทั่งอัลลอฮฺทรงนำนางกลับไปยังพระองค์ ในช่วงยุคสมัยของการปกครองของท่านอุมัรฺ

แปลและเรียบเรียงบางส่วนจาก หนังสือ The honourable wives of the prophet โดย บินติ อัลอิสลาม 

Read Full Post »

​ท่านหญิงเซาดะฮฺ มารดาแห่งผู้ศรัทธา เป็นสตรีที่มีความน่ารักใคร่ นางมักจะสร้างเสียงหัวเราะ และทำตลกไร้เดียงสา นางจะคอยพยายามทำให้ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมมีความสุขและขจัดความโศกเศร้าความกังวลที่ท่านกำลังเผชิญออกไปด้วยความขี้เล่นและความตลกขบขันของนาง 

วันหนึ่ง นางยืนละหมาดอยู่ข้างหลังท่านเราะสูล และด้วยความที่นางเป็นสตรีที่ร่างใหญ่ นางจึงเกิดความเมื่อยล้า ด้วยเพราะการยืน การก้ม และการหมอบสูญูดที่ยาวนาน ดังนั้นเมื่อท่านเราะสูลละหมาดเสร็จ นางจึงพูดเล่นกับท่านว่า “ฉันยืนละหมาดอยู่ข้างหลังท่านในคืนนี้ โอ้ เราะสูลุลลอฮฺ (ช่างนานเหลือเกิน) จนฉันต้องจับจมูกของฉันเอาไว้ ด้วยเกรงว่าเลือดจะไหลออกมา”

บุคลิกของท่านหญิงเซาดะฮฺ 

ท่านหญิงเซาดะฮฺเป็นสตรีที่มีคุณสมบัติอันน่ายกย่อง ด้วยเพราะหัวใจที่ดีงามและจิตใจที่บริสุทธิ์ของนาง ผู้ซึ่งรักในความดีงาม และผู้ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ยากไร้หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ นางจึงเป็นที่รักของผู้คน ที่บอกเล่าเรื่องราวแห่งคุณสมบัติอันดีงามของนางและพูดถึงแต่สิ่งที่ดีงามเกี่ยวกับนางต่อๆ กันมา 

ท่านหญิงอาอิชะฮฺเคยกล่าวว่า “ฉันไม่เคยพบเจอสตรีคนใดที่ฉันปรารถนาจะเป็นเช่นพวกนาง มากไปกว่าท่านหญิงเซาดะฮฺ บินติ ซัมอะฮฺ แม้ว่านางจะเป็นคนเจ้าอารมณ์ก็ตาม” (รายงานโดย มุสลิม) 

ท่านหญิงเซาดะฮฺ เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อย่างมากของนาง นางจะใช้จ่ายเงินทั้งหมดที่นางได้มาไปกับคนยากจนและคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ในวันแห่งสมรภูมิรบค็อยบัรฺ ส่วนแบ่งของทรัพย์สินที่ได้มาจากการสงครามของนางนั้นมีอินทผลัมจำนวนแปดสิบมุด (หนึ่งมุด เท่ากับ สองส่วนสามของหนึ่งกิโลกรัม) และข้าวสาลียี่สิบมุด และนางได้ทำการแจกจ่ายสิ่งที่ได้มาทั้งหมดให้กับคนยากจน จนกระทั่งนางไม่มีสิ่งใดเหลือติดตัวเลย

แปลและเรียบเรียงบางส่วนจากหนังสือ Wives of the Prophet/แปล บินติ อัลอิสลาม 



Read Full Post »

​การแต่งงานระหว่างท่านเราะสูลและท่านหญิงเซาดะฮฺ

หลังจากที่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมได้สูญเสียท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ ภรรยาผู้เป็นที่รักยิ่งไป ท่านก็ไม่ได้แต่งงานใหม่โดยทันที จนกระทั่งวันหนึ่ง นางเคาละฮฺ บินติ ฮะกีม ภรรยาของท่านอุษมาน บิน มัซอูน (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) ได้เข้าไปพูดคุยกับท่านเกี่ยวกับเรื่อง “การแต่งงาน” โดยนางกล่าวว่า “โอ้ เราะสูลุลลอฮฺ ท่านจะไม่แต่งงานหรือ” ท่านเราะสูลตอบว่า “กับใครกันเล่า” นางตอบว่า “หากท่านปรารถนา สตรีที่มีพรหมจรรย์ หรือหากท่านปรารถนา สตรีที่ผ่านการแต่งงานมาก่อน” ท่านเราะสูลถามว่า “ใครที่เป็นสตรีพรหมจรรย์หรือ” นางตอบว่า “บุตรสาวของผู้ที่เป็นที่รักยิ่งในหมู่ผู้ถูกสร้างแห่งอัลลอฮฺต่อท่านอย่างไรเล่า.. นางคือ อาอิชะฮฺ บินติ อบูบักรฺ” ท่านตอบว่า “และใครที่เป็นสตรีที่ผ่านการแต่งงานมาก่อนแล้ว” นางตอบว่า “นางคือ “เซาดะฮฺ บินติ ซัมอะฮฺ นางมีความศรัทธาและปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านกล่าวและนางเป็นสตรีมุสลิมะฮฺที่เต็มไปด้วยความดีงามคนหนึ่ง”

หลังจากใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นาน เราะสูลุลลอฮฺก็ได้ตัดสินใจสู่ขอท่านหญิงอาอิชะฮฺไว้ก่อน แล้วรอคอยจนกว่านางจะเข้าสู่วัยที่สามารถแต่งงานได้ จากนั้นนางเคาละฮฺจึงถามท่านว่า “แล้วท่านจะไม่แต่งงานกับนางเซาดะฮฺ บินตฺ ซัมอะฮฺตอนนี้ หรือ โอ้ เราะสูลุลลอฮฺ” 

ท่านเราะสูลได้คิดพิจารณาถึงสิ่งที่นางเคาละฮฺถาม ท่านจึงเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ดี เพราะนางเซาดะฮฺเป็นสตรีมุสลิมที่ยึดมั่นต่อศาสนาของนางอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในทางที่ดี และสามารถดูแลการงานต่างๆ ภายในบ้านได้ นี่คือสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะท่านเราะสูลเองก็มีบุตรหลายคนที่สูญเสียมารดาของพวกเขาไป (ท่านหญิงเคาะดิญะฮฺ) และพวกเขาต้องการได้รับการดูแล และท่านหญิงอาอิชะฮฺเอง ในขณะนั้น นางก็ยังเป็นเพียงแค่เด็กหญิง ที่ไม่สามารถดูแลกิจการงานต่างๆ ภายในบ้านได้ ท่านจึงบอกนางเคาละฮฺว่า “จงไปเถอะ และแจ้งเธอให้ทราบ (และครอบครัวของเธอให้ทราบว่าฉันมีความประสงค์ที่จะแต่งงานกับเธอ”

จากนั้นนางเคาละฮฺจึงเดินทางไปพบนางเซาดะฮฺ และแจ้งให้นางทราบ เมื่อนางเซาดะฮฺทราบถึงการสู่ขอครั้งนี้ นางก็ตอบตกลง และนางเองก็รู้สึกสุขใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะนางจะได้เป็นภรรยาของศาสนทูตของอัลลอฮฺ ภายหลังจากนั้นเมื่อท่านเราะสูลได้ไปที่บ้านของซัมอะฮฺ บิดาของนางเซาดะฮฺ นางเซาดะฮฺได้มาพบท่านเราะสูล และกล่าวต่อท่านเราะสูลว่า “กิจการงานทั้งหลายของฉันอยู่ในมือของท่านแล้ว โอ้ เราะสูลุลลอฮฺ”

การแต่งงานอันจำเริญนี้ได้ถูกจัดขึ้นในเดือนเราะมาฎอน ในปีที่สิบหลังจากการเริ่มปฏิบัติภารกิจแห่งการเป็นศาสนทูตของท่าน ด้วยเงินมะหัรฺจำนวนสี่ร้อยดิรหัมตามที่ได้ตกลงกันไว้

 บางส่วนจากหนังสือ The honorable wives of the Prophet/ แปล เรียบเรียง บินติ อัลอิสลาม 

Read Full Post »

​ท่านหญิงเซาดะฮฺ บินตฺ ซัมอะฮฺ 

เมื่ออัลลอฮฺทรงสั่งใช้ให้ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมทำการเผยแผ่ศาสนาอิสลามอย่างเปิดเผยและเรียกร้องผู้คนให้เคารพสักการะอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว ท่านเราะสูลก็ได้ทำตามที่พระองค์ทรงสั่งใช้ และขอให้ผู้คนละทิ้งการเคารพรูปปั้นต่าง และทำการสักการะอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น

เมื่อนางเซาดะฮฺได้ทราบถึงศาสนาใหม่นี้ หัวใจของนางนั้นได้เปิดรับศาสนานี้และนางก็เชื่อ และเชื่อในสารที่นบีมุหัมมัดได้นำมาให้แก่ผู้คน ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใดสำหรับสตรีเช่นนาง เพราะนางเป็นสตรีผู้มีจิตใจที่บริสุทธิ์ ผู้ซึ่งรักในความดีงาม และใครก็ตามที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ย่อมนำพวกเขาไปสู่ศาสนาแห่งอิสลาม เพราะศาสนานี้เป็นศาสนาแห่งความดีงามและความบริสุทธิ์

ความตายของสามีนาง 

ขณะที่นางเซาดะฮฺอยู่ในอะบิสซิเนีย สามีของนาง อัซซะกฺรอน บิน อัมรฺ เกิดล้มป่วยขึ้นมา และขณะที่เขาและครอบครัวของเขาได้เดินทางกลับไปยังมักกะฮฺ อาการเจ็บป่วยของเขาก็แย่ลงและหลังจากนั้นไม่นานนัก เขาก็เสียชีวิตลง นางเซาดะฮฺจึงต้องทนทุกข์ทรมานกับการตกอยู่ในสภาพของหญิงหม้าย หลังจากที่ต้องทุกข์ทรมานจากการต้องอยู่ต่างบ้านต่างเมือง และตอนนี้นางได้สูญเสียชายผู้ที่คอยให้การช่วยเหลือสนับสนุนนางและลูกๆ ของนางไป

และในช่วงเวลานี้นางไม่ได้อยู่เพียงลำพัง หากแต่นางยังมีลูกอีกสี่คนที่ต่างต้องการอาหารประทังชีวิต เสื้อผ้าเพื่อปกปิดร่างกาย แต่แม้ว่านางจะต้องประสบกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ นางเซาดะฮฺก็ยังคงยืนหยัดในศาสนา และเป็นสตรีผู้มีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ มีหัวใจที่สะอาด บริสุทธิ์ และยังคงรักษาเกียรติและชื่อเสียงของนางไว้โดยตลอด

บางส่วนจากหนังสือ The honorable wives of the Prophet/ แปล เรียบเรียง บินติ อัลอิสลาม 

Read Full Post »

ท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา

การแต่งงานระหว่างท่านเราะสูลและท่านหญิงอาอิชะฮฺเป็นไปด้วยพระบัญชาของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม มิได้แต่งงานกับสตรีพรหมจรรย์ (สตรีบริสุทธิ์) คนใด เว้นแต่ “ท่านหญิงอาอิชะฮฺ  (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา)” และการแต่งงานระหว่างท่านกับนางนั้นเป็นไปด้วยพระบัญชาของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา  ภายหลังการสิ้นชีวิตของท่านหญิงเคาะดิญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา) ดังที่อัลบุคอรียฺและมุสลิมได้รายงานไว้ในการรวบรวมหะดีษเศาะเหียฮฺของพวกท่าน จากการบอกเล่าของท่านหญิงอาอิชะฮฺ ว่าท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าว (กับนาง) ว่า

“ฉันเห็นเธอในความฝันเป็นเวลาสามคืน มลาอิกะฮฺได้นำเธอมายังฉัน โดยที่เธอถูกห่อหุ้มไว้ด้วยผ้าไหม และเขา (มลาอิกะฮฺ) ได้กล่าวต่อฉันว่า “นี่คือภรรยาของท่าน” ดังนั้นฉันจึงเปิดผ้าที่คลุมหน้าของเธอออก และฉันก็ได้พบ “เธอ” ณ ที่นั่น ฉันกล่าวออกมาว่า “หาก (ความฝัน) นี้มาจากอัลลอฮฺ พระองค์ย่อมทรงทำให้มันเกิดขึ้นเป็นแน่”  (อัลบุคอรียฺ 3895 มุสลิม 2438) 

ท่านหญิงอาอิชะฮฺเป็นภรรยาที่ดียิ่ง นางให้การดูแลใส่ใจ ห่วงใย และมอบความรักอันบริสุทธิ์ต่อสามีของนาง (ท่านเราะสูลุลลอฮฺ) อยู่ตลอดเวลา นางอดทนต่อความยากจน ความหิวโหย ความยากลำบากในชีวิตร่วมกับสามีของนาง ถึงขั้นที่ว่าบางครั้งไม่มีอาหารหรือขนมปังอยู่ภายในบ้านของท่านเราะสูลุลลอฮฺเลยเป็นระยะเวลาหลายวัน พวกท่านต้องประทังชีวิตอยู่ด้วยอินทผลัมและน้ำเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม นางไม่เคยเสียใจ หรือแม้แต่พร่ำบ่นเลย แม้ว่าตัวของนางเองนั้นมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยและเต็มไปด้วยความสะดวกสบายก็ตาม  

เช่นเดียวกัน ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมเอง ก็มอบความรัก ความเมตตาแก่นางกลับไปเช่นกัน  ท่านปฏิบัติต่อนางอย่างดีที่สุดเท่าที่บุรุษที่ดีคนหนึ่งจะสามารถปฏิบัติต่อภรรยาของเขาได้ ท่านเห็นคุณค่าของความจงรักภักดีที่นางมีต่อท่าน และความอดทนของนางต่อภาระต่างๆ มากมายในช่วงเวลาของการเผยแพร่ศาสนาอิสลามร่วมกับท่าน 

ความรักที่ท่านเราะสูล มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม มีให้กับท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา

ท่านหญิงอาอิชะฮฺเป็นภรรยาที่ท่านเราะสูลรักมากที่สุด ซึ่งมีด้วยหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นความอดทนของนางที่มีต่อท่าน ความจริงใจของนางที่มีต่อท่าน ความมีเหตุมีผลที่เป็นเลิศของนาง ความเฉลียวฉลาดมีไหวพริบของนาง ความรักนับถือที่ท่านมีต่อบิดาของนาง และความจริงที่ว่าการแต่งงานของท่านกับนางนั้นเกิดขึ้นได้ด้วยเพราะคำบัญชาของอัลลอฮฺ อัซซะวะญัล และท่านเราะสูลเองก็รักในทุกๆ สิ่งที่อัลลอฮฺทรงรัก

ความรู้ของท่านหญิงอาอิชะฮฺ

ท่านหญิงอาอิชะฮฺเป็นผู้รู้ด้านกฎหมายอิสลาม พร้อมทั้งมีความรู้กว้างขวางด้านหะดีษ  นางได้รับสิ่งดีงามมากมายจากการได้อยู่ใกล้ชิดกับท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม รวมถึงความเฉลียวฉลาดอันล่ำเลิศของนาง ความกระตือรืนร้นในการแสวงหาความรู้ของนาง และความสามารถที่ได้มาจากกฎเกณฑ์ต่างๆ ของอิสลาม 

มีการบันทึกไว้ในฟัตหุลบารีย์ว่า ท่านหญิงอาอิชะฮฺเป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องของกฎหมายอิสลามอย่างมาก ถึงขั้นที่ว่ามีการกล่าวไว้ว่า หนึ่งส่วนสี่ของกฏต่างๆ นั้นถูกถ่ายทอดมาจากนาง

สรุปบางส่วนจากหนังสือ The Honorable Wives of the Prophet Peace be upon him /แปล بنت الإسلام

Read Full Post »

%d bloggers like this: