Feeds:
Posts
Comments

Archive for December, 2016

นบีมุหัมมัดศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม รับมือกับผู้คนที่ทำบาปอย่างไร 

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

จากบทความของ ดร. ฮิชาม อัลอะวะดีย์ แปล เรียบเรียง บินติ อัลอิสลาม

เราทราบกันดีว่า “ประชาชาติมุสลิมที่ดีที่สุด คือ กลุ่มชนที่ดำเนินชีวิตอยู่ในยุคของท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม”

อย่างไรก็ตาม พวกเขาเหล่านั้นก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา และพวกเขาบางคนก็เคยทำบาปใหญ่ และมีอีกหลายคนที่เพิ่งเข้ารับอิสลาม ซึ่งก่อนหน้านั้น (ก่อนอิสลาม) “การดื่มแอลกอฮอล์หรือการทำผิดประเวณี” เป็นเรื่องปกติสำหรับบางคน 

ดังนั้นเราจำต้องเข้าใจว่ามันยากเพียงใดสำหรับหลายๆ คนที่ต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเขาอย่างฉับพลัน

การเลิกทำนิสัยบางอย่างที่เป็นความเคยชินอาจง่ายสำหรับบางคน และยากสำหรับบางคน 

และแน่นอนว่าคนที่เพิ่งเข้ารับอิสลามในปัจจุบันนี้รู้ดีว่ามันหมายความเช่นไร

หากทว่าความแตกต่างระหว่างคนในยุคนี้ กับคนในยุคท่านนบีคือ ผู้ที่ทำการละเมิด ทำบาปในยุคของท่านนบีจะเกิดความรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป และพวกเขาก็สำนึกผิด กลับเนื้อกลับตัวด้วยความจริงใจ 

แน่นอนว่า พวกเขาอาจจะโชคดีกว่าเราที่พวกเขามี “คนคนหนึ่ง” ที่อยู่เคียงข้างเขา ซึ่งคือ นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ผู้ที่ทราบดีว่าควรจะจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นและรับมือกับมันอย่างไรด้วยวิธีที่ชาญฉลาด

—แล้วท่านนบีรับมืออย่างไรเล่า?—

– ท่านทำตัวของท่านให้เป็นบุคคลที่เข้าถึงง่ายต่อผู้คน

– ท่านไม่เคยตะคอก ท่านไม่เคยสาปแช่ง และท่านไม่เคยตัดสิน 

– ท่านไม่เคยต้องการทราบเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของผู้ที่ทำบาป หรือซักถามสอบสวนผู้ที่ทำบาปนั้น 

– ท่านมุ่งความสนใจไปที่การแก้ไข ว่าคนทำบาปนั้นควรทำอย่างไรหลังจากนั้น มากกว่าการให้ความสนใจว่าเขาได้ทำอะไรไปบ้าง หรือเหตุใดเขาจึงทำมัน 

ชายคนหนึ่งเข้ามาพบท่านนบีมุหัมมัด และบอกท่านว่าเขาได้ล่วงละเมิดสตรีนางหนึ่ง หากทว่าเขาไม่ได้หลับนอนกับนาง 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เริ่มต้นนบีได้แต่นิ่งเงียบ จากนั้นท่านก็กล่าวขึ้นมาว่า “และเจ้าจงดำรงไว้ซึ่งการละหมาด ตามปลายช่วงทั้งสองของกลางวัน และยามต้นจากกลางคืน แท้จริงความดีทั้งหลายย่อมลบล้างความชั่วทั้งหลายนั่นคือข้อเตือนสำหรับบรรดาผู้ที่รำลึก” {ฮูด 11 : 114} คัดลอกจาก app Quran 

แทนที่ท่านจะเน้นย้ำเกี่ยวกับบาปที่เขาได้กระทำ แต่ท่านได้ให้ทางออกแก่เขาด้วยการสั่งใช้ให้ทำความดี ซึ่งในกรณีนี้ คือการละหมาด 

“การทำความดี” ยังหมายรวมถึง การถือศีลอด การบริจาค การดูแลรับใช้ครอบครัว เพื่อน สังคม  

นบีมุหัมมัดอาจทำให้คนทำบาปรู้สึกผิดกับสิ่งที่เขาทำลงไป แต่ท่านไม่เคยทำให้เขารู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับตัวเอง 

การรักษา “การเคารพตัวเอง” ของผู้ทำบาป (ของท่าน) คือกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ทำผิด 

มีชายคนหนึ่งซึ่งเป็นคนตลก เขาเคยทำให้ท่านนบีมุหัมมัดหัวเราะ แต่ชายคนดังกล่าวมีปัญหาเกี่ยวกับการดื่มเหล้า และถูกลงโทษอยู่บ่อยครั้งอันเนื่องมาจากการดื่มเหล้าของเขา

วันหนึ่งเขาถูกนำตัวมายังท่านนบีด้วยความผิดเดิม และมีมุสลิมคนหนึ่งกล่าวสาปแช่งเขา

ท่านนบีจึงกล่าวแก่มุสลิมคนนั้นว่า “จงอย่าสาปแช่งเขา เพราะฉันรู้ว่าเขารักอัลลอฮฺและศาสนทูตของเขา”

แน่นอนว่า การติดเหล้าของเขานั้นถูกต่อต้านและต้องได้รับการลงโทษ แต่ความรักที่เขามีต่ออัลลอฮฺและนบีมุหัมมัด ก็ยังเป็นที่รับรู้และได้รับการชื่นชม

ดังนั้น หากว่าคุณต้องการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของคนทำบาป มันจำเป็นอย่างที่มากที่คุณจะมุ่งเน้นไปที่การให้ทางออกแก่ผู้ทำบาปด้วยการแนะนำให้เขาทำความดี และคุณควรแนะนำเขาด้วยวิธีการที่ยังคงรักษา “ความเชื่อมั่นในตัวเองของผู้ทำบาปในการที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีกว่าเดิม” ด้วย

ขออัลลอฮฺทรงให้อภัยต่อบาปทั้งหลายของเรา และให้แรงกำลังแก่เราในการที่จะรับใช้พระองค์ในช่วงเวลาแห่งความท้าทายที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ด้วยเถิด อามีน

รูปจาก Google search

Read Full Post »

​เมื่อเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกับคู่ครองของคุณ คุณควรรับมือกับมันอย่างไร 

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

จากข้อความของ ดร ฮิชาม อัลอะวาดียฺ แปล เรียบเรียง บินติ อัลอิสลาม

คำตอบก็คือ “ไม่ต้องทำอะไรเลย” 

…ใช่แล้วล่ะ บางครั้งคุณไม่ควรทึ่จะทำอะไรเลย…

เมื่ออารมณ์ความรู้สึกกำ้ลังร้อนแรงพลุ่งพล่าน สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณควรจะทำคือ การถอนทัพ แทนที่จะทำการจู่โจม การเดินออกจากสถานการณ์ดังกล่าวย่อมดีกว่าการดันทุลังที่จะโต้เถียงต่อไป

ครั้งหนึ่งเมื่อท่านอาลี อิบนุ อบี ฏอลิบ หลานและลูกเขยของท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม มีปากเสียงกับภรรยาของท่าน ซึ่งคือท่านหญิงฟาติมะฮฺ 

เมื่อท่านอาลีเกิดความรู้สึกโกรธ ท่านรับมือกับมันอย่างไร?

…ท่านออกจากบ้าน ไปข้างนอก…

นบีมุหัมมัดทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว หากทว่าท่านไม่ต้องการทราบถึงเหตุผลของมัน 

แม้ว่าท่านจะรักและห่วงใยท่านหญิงฟาติมะฮฺ ผู้เป็นบุตรสาวของท่านเพียงใด ท่านก็ไม่ต้องการที่จะเข้าไปแทรกแซงเรื่องภายในครอบครัวของบุตรสาวของท่าน 

…นี่คือสิ่งที่พ่อตาหรือแม่ยาย (พ่อสามี หรือแม่สามี) ที่เฉลียวฉลาดควรทำ…

บางครั้งปัญหาต่างๆ เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม อันเนื่องมาจากการเข้ามาแทรกแซงที่ไม่จำเป็นของสมาชิกภายในครอบครัว 

อีกทั้งการทะเลาะเบาะแว้ง ขัดแย้ง ระหว่างสามีภรรยาก็อาจเกิดจากความเหนื่อยล้าได้เช่นกัน

“บางครั้งการได้หยุดพัก” ก็เป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการรับมือกับการโต้แย้ง 

เมื่อท่านอาลีโกรธภรรยาของท่าน ท่านได้ออกจากบ้าน และไปนอนกลางวันที่มัสญิด 

ท่านอาลียุติการทะเลาะเบาะแว้ง และออกไปข้างนอก จากนั้นก็ไปพักผ่อน 

อีกทั้งเมื่อท่านออกไปข้างนอก ท่านก็เลือกที่จะออกไปยังมัสญิดด้วย 

ดังนั้น “สถานที่ที่คุณเดินทางไป คนที่คุณพูดคุยด้วย เมื่อคุณกำลังมีอารมณ์โกรธ มีความสำคัญเช่นกัน” 

…เพราะหากว่าคุณไปผิดที่ หรือพูดคุยกับคนที่ไม่ควรคุยด้วย เรื่องราวต่างๆ ก็อาจจะยิ่งเลวร้ายขึ้น และคุณอาจกลับเข้ามาบ้านอีกครั้งและทำให้เรื่องราวเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม…

….และนี่ล่ะ ที่อันตราย…

ดังนั้น มันจึงจำเป็นอย่างมากที่คุณจะต้องหลบเลี่ยงออกไป แต่มันก็สำคัญเช่นกันที่คุณจำต้องรู้ว่าคุณจะหลบเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้งนั้นอย่างไร 

ขออัลลอฮฺทรงอำนวยพรชีวิตการแต่งงานของคุณและประทาน “ไหวพริบ สติปัญญา” ในการรับมือกับ “ความท้าทายของชีวิตคู่” แด่คุณ อามีน

รูป จาก google search

Read Full Post »

​บททดสอบของคุณ ไม่ใช่ตอนที่คุณต้องสวมใส่ฮิญาบ หรือไว้เครา แต่บททดสอบของคุณ เกิดขึ้นภายหลังเมื่อคุณได้พบกับพี่น้องมุสลิมของคุณที่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง .. และมีอะไรเกิดขึ้นกับหัวใจของคุณต่างหาก 

มันคือ “ความหลงตัวเอง ความยโสทะนงตน ต่อความบริสุทธิ์ผุดผ่องของคุณ” หรือ “ความอ่อนน้อมถ่อมตน ต่อทางนำของอัลลอฮฺประทานแก่คุณ พร้อมกับความพยายามและการดุอาอฺที่จริงใจของคุณต่อพวกเขาเหล่านั้น ให้เปลี่ยนแปลงตัวเองได้เช่นคุณในวันหนึ่ง” 

ตรวจสอบหัวใจของคุณ เพราะว่าความทะนงตนเพียงเศษเสี้ยวเดียวจะไม่นำพาคุณไปสู่สวนสวรรค์ (นักวิชาการเตาฟีก เชาษุรียฺ)

Read Full Post »

%d bloggers like this: