Feeds:
Posts
Comments

Archive for April, 2017

🔑🔑🔓ทางออกของทุกปัญหา🔓🔑🔑

จากคลิป A solution to all your problems by iLovUAllah แปลเรียบเรียงโดย Bint Al Islam  

นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวไว้ในหะดีษของท่าน ซึ่ง รายงานโดยท่านอนัส (เราะฎิยัลลลอฮุ อันฮุ) เป็นหะดีษที่มีความงดงามยิ่ง หากเพียงแค่พวกเราเข้าใจความหมายที่แท้จริงของมัน 

สิ่งที่นบีกล่าวไว้ในหะดีษบทนี้จะช่วยแก้ปัญหาทุกๆ ปัญหาของเราได้ 

ท่านนบีกล่าวไว้ว่า ■■ผู้ใดก็ตามที่กังวลเกี่ยวกับอาคิเราะฮฺของเขา อัลลอฮฺจะทรงทำให้เขามีความร่ำรวยในหัวใจ และจะทรงรวบรวมสิ่งต่างๆ ที่กระจัดกระจายให้แก่เขา และดุนยาก็จะวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างพรั่งพรู■■

🔑“ผู้ใดก็ตามที่กังวัลเกี่ยวกับอาคิเราะฮฺของเขา”🔑 ความกังวลใจนี้ถือเป็นความกังวลใจที่ดี เพราะการเป็นห่วงกังวลต่ออาคิเราะฮฺนั้น หมายถึงการเป็นกังวลต่อช่วงเวลาที่คุณจะต้องยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของอัลลอฮฺ อัซซะวะญัล

🔑“อัลลอฮฺจะทรงทำให้เขามีความร่ำรวยในจิตใจของเขา”

🔑ความร่ำรวยในจิตใจคืออะไร? 

🔓ความร่ำรวยของกระเป๋าคือ “เงิน” 

🔓ส่วนความร่ำรวยของจิตใจคือ “ความสุขและความพึงพอใจ” 

🔓เพราะเงินทองในดุนยานี้จะไม่มีทางทำให้หัวใจของคุณร่ำรวยได้ 

🔑และผู้ใดก็ตามที่กังวลเกี่ยวกับอาคิเราะหฺ🔑 ซึ่งหมายถึงผู้ศรัทธาที่เป็นห่วงกังวลเกี่ยวกับความพึงพอพระทัยของอัลลอฮฺ  อัลลอฮฺจะทรงทำให้เขามีความร่ำรวยในจิตใจ และไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะอัลลอฮฺจะทรงรวบรวมการงานทั้งหมดของเขาไว้ให้อยู่ภายใต้การดูแลของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน ชีวิตคู่ ชีวิตครอบครัว ชีวิตทางสังคม  ทุกๆ กิจการงานของคุณจะอยู่ภายใต้การควบคุมของคุณเอง คุณจะมีความสามารถในการควบคุม จัดการเรื่องราวทั้งหมดนั้นได้ โดยที่การงานเหล่านั้น ปัญหาเหล่านั้นจะไม่สามารถควบคุมชีวิตคุณได้ 

👋👋👋👋อัลลอฮฺจะทรงรวบรวมทุกๆ การงานในโลกดุนยานี้ของคุณ และอัลลอฮฺจะวางมันไว้ที่มือของคุณ คุณจะเป็นผู้ควบคุมมัน คุณจะอยู่เหนือสิ่งเหล่านั้น👋👋👋👋

และไม่ใช่เพียงแค่นั้น นบียังกล่าวด้วยว่า 🔑และดุนยาและทุกสิ่งอย่างที่อยู่ในดุนยานี้จะวิ่งเข้ามาหาเขา🔑 ดังนั้น หากความกังวลใจของคุณ คืออาคิเราะฮฺ  ดุนยาจะวิ่งเข้าหาคุณเอง

หากคุณอยู่ในดุนยานี้เพื่อให้ดุนยารับใช้คุณ อัลลอฮฺก็จะทรงทำให้คุณเป็นเจ้านายแห่งดุนยา และอัลลอฮฺจะทรงทำให้คุณเป็นบ่าวแห่งอาคิเราะ

ผู้ใดก็ตามที่มีความกังวลต่ออาคิเราะฮฺ และความพึงพอพระทัยของอัลลอฮฺ อัลลอฮจะทรงประทานความร่ำรวยให้แก่หัวใจของเขา และอัลลอฮฺจะทรงรวบรวมทุกๆ เรื่องราว ทุกๆ ปัญหาของเขาให้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเขาและอัลลอฮฺจะทรงทำให้ดุนยาวิ่งเข้าหาเขา

แต่ในทางกลับกัน  🔑ผู้ใดก็ตามที่กังวลต่อดุนยาของเขา🔑

🔓ความกังวลใจของเขาคือเรื่องราวแห่งดุนยา

🔓ความเครียดของเขาก็คือเรื่องราวแห่งดุนยา 

นบีมุหัมมัดกล่าวว่า ■■ผู้ใดก็ตามที่กังวลเกี่ยวกับดุนยาของเขา อัลลอฮฺจะทรงทำให้เกิดความยากจนปรากฎขึ้นระหว่างดวงตาทั้งสองข้างของเขา และในหัวใจของเขา และจะทรงทำให้กิจการต่างๆ ของเขากระจัดกระจาย■■ หมายความว่า หากว่าเขามีแต่ความกังวลแต่เรื่องของดุนยา พระองค์จะทรงทำให้เขามีแต่ความแร้นแค้น ยากจน แม้ว่าเขาจะมีเงินมากมายในดุนยานี้

คุณเคยเห็นไหม คนบางคนที่ร่ำรวยมากๆ แต่พวกเขากลับเป็นเยี่ยงทาสรับใช้ ตลอด 24 ชั่วโมง ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้นับเงินของตัวเอง พวกเขาร่ำรวยมาก แต่ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะเห็นหน้าลูกๆ ของตัวเอง พวกเขาร่ำรวยมาก แต่ไม่มีโอกาสที่จะได้กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ พวกเขาร่ำรวยมาก แต่ไม่มีโอกาสที่จะนั่งลงและพักผ่อน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาเหล่านั้นคือผู้ที่ยากจน และพวกเขาไม่เคยมีความสุขเลย ไม่เคยมีความสุขเลยจริงๆ พวกเขาไม่เคยที่จะมีโอกาสได้ลิ้มรสชาติในแบบที่คนยากจนได้ลิ้มลอง ซึ่งนั่นคือ การได้พักผ่อน และความสบายใจ 

พวกคุณคิดว่าพวกเขารวย มีทรัพย์สินมากมาย มีชีวิตที่สะดวกสบาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย

แน่นอนภายนอกเขาดูร่ำรวย มีทรัพย์สินมากมาย พวกเขามีเงินทองมหาศาล แต่ทว่าพวกเขากลับไม่พบกับความสบายใจ พวกเขาไม่รู้สึกผ่อนคลาย พวกเขาไม่มีความสุข เพราะอะไร? 

เพราะดุนยาคือความเครียด ความกังวลใจของเขา

อัลลอฮฺจะทรงทำให้เขายากจนในดวงตาของเขา อัลลอฮฺประทานความยากจนให้ในระหว่างดวงตาทั้งสองข้างของเขา ถืงแม้ว่าเขาจะมีเงินมากมายแห่งดุนยา แต่พวกเขาก็จะยังคงเป็นผู้ที่ยากจนอยู่ดี แม้ว่าพวกเขาจะมีเงินมากมาย แต่พวกเขายังคงมีแต่ความเครียดอยู่ดี

■■ผู้ใดก็ตามที่ให้อาคิเราะฮฺเป็นสิ่งที่สำคัญ (เป็นความห่วงกังวล) สำหรับเขา อัลลอฮฺจะทรงรวบรวมการงานทั้งหมดของเขาไว้ให้ และจะทรงทำให้เขามีความร่ำรวยในหัวใจ และดุนยาจะวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างพรั่งพรูแม้ว่ามันจะไม่เต็มใจก็ตาม และผู้ใดก็ตามที่ให้ดุนยาเป็นสิ่งสำคัญ (เป็นความห่วงกังวล) สำหรับเขา อัลลอฮฺจะทรงทำให้เกิดความยากจนปรากฎขึ้นระหว่างดวงตาทั้งสองข้างของเขา และในหัวใจของเขา อัลลอฮฺจะทรงทำให้กิจการต่างๆ ของเขากระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ และจะไม่มีสิ่งใดในดุนยาเข้ามาหาเขายกเว้นเท่าที่ถูกกำหนดไว้ให้แก่เขาเท่านั้น■■ (อัตติรฺมิซียฺ จัดระดับความน่าเชื่อถือของหะดีษโดยอัลอัลบานียฺ)

Read Full Post »

🍃🍃🍃เปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยหะดีษเพียง 1 บท🍃🍃🍃

จากคลิป One hadith changed his life (The Prophet’s path) แปลเรียบเรียงโดย Bint al Islam

มีหลายคนที่ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไป ด้วยเพราะอัลกุรอานเพียงหนึ่งอายะฮฺ หรือหะดีษเพียงหนึ่งบท 

ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นขโมย โจร จะเป็นคนที่มักอธรรม รังแกผู้อื่น จะเป็นคนที่ติดเหล้า ทำบาป หรือคนมีพฤติกรรมที่แสนจะชั่วร้าย แต่อายะฮฺในอัลกุรอานเพียงหนึ่งอายะฮฺสามารถเปลี่ยนแปลงเขาได้ทั้งชีวิต บางคนกลายเป็นอีหม่าม ผู้รู้

¤อิหม่ามอิบนุ กุดามะฮฺ¤ ได้เล่าถึงเหตุการณ์หนึ่งในหนังสือของท่าน 📖กิตาบ อัล เตาวะบีน📖 ว่า

มีชายคนหนึ่งที่ติดการดื่มสุราอย่างหนัก เขามักจะมีอาการเมาอยู่ตลอดเวลา เขามีชื่อว่า ¤อับดุลลอฮฺ อิบนุ มัสลามะฮฺ อัล กอนะบีฮฺ¤

ครั้งหนึ่งขณะที่อับดุลลอฮ อิบนุ มัสลามะฮฺ อัล กอนะบีฮฺกำลังดื่มสุราอยู่กับสหายของเขา เขาเห็นกลุ่มคนมากมายรวมตัวกันล้อมวงชายคนหนึ่ง และชายคนนั้นกำลังนั่งอยู่บนลาของเขา 

ด้วยเหตุนี้ อับดุลลอฮฺจึงเกิดความสงสัย และต้องการจะรู้ว่าชายคนนั้นคือใคร และทำไมทุกคนจึงมาอยู่ล้อมรอบตัวเขา 

เขาจึงเข้าไปถามกลุ่มคนที่ล้อมรอบตัวชายคนนั้นโดยที่ในมือของเขายังคงถือขวดสุราอยู่ ว่า “นั่นคือใครกัน”
เขาได้รับคำตอบว่า “เขาคืออีหม่ามที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากๆ เลยนะ” อับดุลลอฮฺจึงถามต่อว่า “อีหม่ามคนนี้ชื่ออะไร” พวกเขาตอบว่า ¤อีหม่ามชุบะฮฺ อิบนุ ฮัจญญัจฺ¤ 

อับดุลลอฮฺถามต่อว่า “แล้ว เขาทำอะไร” พวกเขาตอบว่า “เขาเป็น มุหัดดีษ” อับดุลลอฮฺถามต่อว่า “มุหัดดีษ คืออะไร” 

พวกเขาตอบว่า “มุหัดดีษ คือ ผู้ที่รายงาน จดจำ และสั่งสอน และปฏิบัติตามบรรดาหะดีษของท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม อย่างไรเล่า” 

จากนั้น อับดุลลอฮฺจึงได้เข้าไปหาอีหม่ามชุบะฮฺ ขณะที่ท่านกำลังนั่งอยู่บนลา และเขาพูดกับท่านว่า “หากท่านเป็นมุหัดดิษจริง ช่วยรายงานหะดีษหนึ่งบทให้กระผมฟังหน่อยจะได้ไหม” 

เมื่ออีหม่ามชุบะฮฺได้ยินเช่นนั้น และด้วยความที่ท่านเป็นอีหม่าม ที่มองเห็นว่าอับดุลลอฮฺกำลังถือขวดสุราอยู่ในมือ ท่านจึงรายงานหะดีษบทหนึ่งที่ตรงกับสถานการณ์ขณะนั้น 

คำแปลของหะดีษที่ท่านได้นำเสนอแก่เขาคือ “หากบุคคลหนึ่งปราศจากซึ่งความละอาย เขาย่อมทำในสิ่งใดก็ตามที่เขาปรารถนา” 

○○ซุบฮานั้ลลอฮฺ พวกเราได้ยินหะดีษนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ทว่ามันเคยสร้างความเปลี่ยนแปลงใดๆ ในชีวิตของเราหรือไม่ ○○

อย่างไรก็ตาม เมื่ออับดุลลอฮฺ อิบนุ มัสลามะฮฺ อัล กอนะบียฺได้ยินหะดีษบทดังกล่าว ขวดสุราที่เขาถืออยู่ก็หลุดจากมือของเขาหล่นลงพื้น และเขาก็พูดขึ้นมาว่า “นบีมุหัมมัดกล่าวเช่นนี้จริงๆ หรือ ที่ว่า ▪หากท่านไม่มีความละอาย ก็จงทำในสิ่งที่ท่านปรารถนาเถิด▪ 

เขาจึงเริ่มถามตัวเองว่า “ฉันเป็นคนที่ไร้ความละอายหรือนี่” 

♡♡หะดีษบทดังกล่าวนี้ได้ทะลุทะลวงเข้าไปในหัวใจของเขา♡♡

จากนั้นเขาจึงเดินทางกลับบ้าน และใช้เวลาอยู่ภายในห้องของเขา ร้องไห้ ใคร่ครวญอยู่หลายวัน เขาเฝ้าถามตัวเองว่า “ฉันได้ทำอะไรลงไปกับชีวิตของฉันที่ผ่านมากันนี่” “ฉันดื่มสุรา ฝ่าฝืนอัลลอฮฺมาโดยตลอด” ในที่สุดเขาก็ได้สำนึกผิด ขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ และเขาก็ออกมาจากห้องของเขา และบอกมารดาของเขาว่า “ผมจะไปจากประเทศนี้ ผมต้องการที่จะแสวงหาความรู้ศาสนา ผมอยากจะเป็นเช่นอีหม่ามชุบะฮฺ ท่านเป็นมุหัดดีษ แล้วทำไมผมจะเป็นมุหัดดีษบ้างไม่ได้ หากอีหม่ามชุบะฮฺสามารถเป็นมุหัดดีษได้ ผมก็เป็นได้เช่นกัน” 

■■พี่น้องมุสลิมที่รัก เห็นหรือไม่ ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนที่ติดการดื่มสุรา และตอนนี้เขาปรารถนาอยากจะเป็นมุหัดดีษแล้ว■■

■■เขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่เตาบัต (สำนึกผิดขออภัยโทษ) เท่านั้น หากทว่าเขาปรารถนาที่จะทำอะม้าล และอยากจะปฏิบัติจริง และอยากจะเป็นมุหัดดิษ■■

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเข้าไปถามบรรดาอุลามะฮฺ และพวกท่านแนะนำให้เขาเดินทางไปแสวงหาความรู้ที่มาดีนะฮฺ

■■คุณรู้จักอีหม่ามมาลิกหรือไม่ ท่านคือหนึ่งในอีหม่ามที่ดีที่สุดในยุคนั้น และหากว่าคุณเป็นลูกศิษย์ของท่าน คุณก็จะกลายเป็นมุหัดดิษ■■

ดังนั้นอับดุลลอฮฺจึงออกเดินทาง เขาเดินทางจากบัศรอไปยังมาดีนะฮฺ และเขาก็มุ่งหน้าไปยังอีหม่ามมาลิก และจากนั้นเขาก็กลายเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ที่ดีที่สุดของอีหม่ามมาลิก 

■■และไม่ใช่เพียงแค่นั้น พวกเรารู้จักผู้ที่รายงานหะดีษที่เชื่อถือได้ที่สุดทั้งสองท่านนี้ดีใช่หรือไม่ นั่นคือ อีหม่ามบุคอรียฺ และอีหม่ามมุสลิม■■

■■คุณรู้หรือไม่ว่า อับดุลลอฮฺ อิบนุ มัสลามะฮฺ อัลกอนะบียฺ ก็เป็นหนึ่งในบรรดาอาจารย์ของอีหม่ามบุคอรียฺและอีหม่ามมุสลิมอีกด้วย เห็นหรือไม่ว่า ท่านเดินทางมาไกลเพียงใด จากคนติดเหล้า กลายเป็นหนึ่งในบรรดาอีหม่ามที่ดีที่สุดคนหนึ่ง■■

¤¤ชีวิตของคนติดเหล้าคนหนึ่งเปลี่ยนไปด้วยเพราะหะดีษหนึ่งบท¤¤

✔✅✔แล้วเราล่ะ พี่น้องมุสลิมทั้งหลาย รวมถึงตัวของผมเอง เราอ่านอัลกุรอาน เราอ่านหะดีษมากมาย เราอ่านถ้อยคำ บทความที่สร้างแรงบันดาลใจแห่งอิสลามมากมายบนทวีตเตอร์ เฟซบุ๊ค วอทซแอป และอื่นๆ อีกมากมาย หากทว่ามันไม่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเราเลย✔✅✔

Read Full Post »

➡➡คุณเป็นทุกข์ เพราะอัลลอฮฺกำลังทรงขุ่นเคืองคุณอยู่หรือไม่⬅⬅

แปลบางส่วนจากคลิป Don’t be sad : Allah knows by Islam guidance โดย บินติ อัลอิสลาม
เมื่อคุณทำให้อัลลอฮฺพึงพอพระทัย พระองค์ก็จะทรงทำให้คุณมีความสุข

💧หากทว่าคุณกลับต้องการทำบาป ทั้งกลางวันและกลางคืน และในขณะเดียวกันคุณก็อยากจะเป็นผู้ที่มีความสุข คุณอยากให้อัลลอฮฺพึงพอพระทัยในตัวคุณ แบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้หรอก 

💧คุณต้องการฝ่าฝืนพระองค์ แล้วคุณก็หวังว่าอัลลอฮฺจะทรงตอบแทนด้วยการมอบความสุขให้กับคุณเช่นนั้นหรือ

💧คุณต้องการข้องเกี่ยวกับสิ่งที่หะรอม และคุณต้องการได้รับความสุขจากพระองค์เช่นนั้นหรือ 

🔽🔽มันเป็นไปไม่ได้หรอก🔽🔽

และด้วยเหตุนี้เองพี่น้องมุสลิมทั้งหลาย เมื่อคุณประสบทุกข์ และความโศกเศร้า คุณจำต้องถามตัวคุณเองด้วยคำถามหนึ่งก่อน

ก่อนที่คุณจะเข้าไปตรวจสอบเงินในบัญชีธนาคารของคุณว่าคุณมีเงินเท่าไรในนั้น ก่อนที่คุณจะทำนัดกับนักจิตวิทยา หรือแพทย์ ก่อนที่คุณจะนั่งลงและพูดคุย บอกเล่ากับคนนั้น คนนี้ 

👉👉ถามตัวเองก่อนว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับอัลลอฮฺเป็นเช่นไร?” 👈👈

เพราะด้วยสถานะความสัมพันธ์นั้นเอง ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเป็นทุกข์ ด้วยเพราะลิ้นของคุณนั่นเอง ที่แห้งผาก เพราะคุณไม่ได้กล่าวรำลึกถึงพระองค์ คุณจึงเป็นทุกข์ โศกเศร้า

วัลลอฮิ เมื่อใดที่คุณรำลึกถึงพระองค์ เรียกหาพระองค์ ละหมาดวิงวอนขอจากพระองค์ คุณก็จะได้ลิ้มรสชาติแห่งความสุขในหัวใจคุณ

เพราะแท้จริงแล้ว ความมืดมนในหัวใจนั้นเองที่นำมาซึ่งความทุกข์

และแสงสว่างคือสิ่งที่นำมาซึ่งความสุข ความสงบ ความสันติ

แน่นอนว่า มันย่อมมีช่วงเวลาที่คุณอาจจะรู้สึกเครียด ไม่สบายใจ แต่หนทางเดียวที่นำพาคุณไปสู่ความสุข และบรรเทาความเครียด ความไม่สบายใจของคุณได้ คือการทำให้อัลลอฮฺพึงพอพระทัย กลับเข้าหาพระองค์และพระองค์จะทรงเข้าหาคุณ อยู่กับพระองค์และพระองค์จะทรงอยู่เคียงข้างคุณ ทำความดี ทำในสิ่งที่ดี และอัลลอฮฺจะทรงประทานความสุขแก่คุณ

มอบหมายต่ออัลลอฮฺ เชื่อมั่นในพระองค์ และอัลลอฮฺจะทรงให้คุณในทุกๆ สิ่ง และคุณจะมีในทุกๆ สิ่ง

➡➡➡➡➡➡➡➡➡➡➡➡➡➡➡➡➡➡➡➡

Read Full Post »

🍃🍃🍃🍃เรื่องราวของความอิคลาส🍃🍃🍃🍃 

 (ให้ความสำคัญที่คุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ)


จากคลิป
the daily reminder หัวข้อ Story of sincerity แปลเรียบเรียง บินติ อัลอิสลาม

เรื่องราวของชายคนหนึ่งชื่อ อบู นัสรุล ซัยยาด ครั้งหนึ่งเขาเล่าว่า เขาเคยมีฐานะที่ยากจนอย่างมาก ในตอนนั้นเขาต้องคอยหางาน หรือทำอะไรก็ได้ที่จะสามารถหาเลี้ยงครอบครัวของตน

วันหนึ่งเขาเข้าไปพบกับชัยคฺของเขา นั่นคือชัยคฺอะหมัด บิน มิสกีน ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในตาบีอีน (หมายถึงชนยุคหนึ่งที่เป็นพยานรับรู้และได้รับการอบรมสั่งสอนจากบรรดาเศาะฮาบะฮฺ)  
เมื่อเขาเข้าไปหาชัยคฺอะหมัด เขาได้บอกกับชัยคฺของเขาว่า “ยา ชัยคฺ ผมมีความจำเป็นที่จะต้องหาเลี้ยงครอบครัวของผมครับ” 

ชัยคฺได้ตอบเขาว่า 🍂🍂“จงไปละหมาดสองร็อกอัตต่ออัลลอฮฺ จากนั้นก็เดินทางไปยังทะเล และผมจะคอยช่วยเหลือคุณ”🍂🍂

พวกเขาทั้งสองได้เดินทางไปยังทะเลพร้อมกับตาข่ายจับปลา และเขาก็สามารถจับปลาตัวใหญ่ได้หนึ่งตัว จากนั้นเขาจึงนำปลาไปขาย เมื่อได้เงินมา เขาก็นำไปซื้อจานสองใบ จานใบหนึ่งเต็มไปด้วยเนื้อสัตว์ และจานอีกใบหนึ่งเต็มไปด้วยขนมหวาน  เมื่อเสร็จสิ้นธุระแล้ว เขาก็เดินทางกลับไปหาชัยคฺอะหมัด และกล่าวขอบคุณท่าน พร้อมทั้งมอบจานอาหารหนึ่งใบที่เขาซื้อมาให้กับชัยคฺ หากทว่าชัยคฺตอบเขาด้วยถ้อยที่ลึกซึ้งว่า 

🍂🍂“โอ้ อบู นัสรุล ซัยยาด หากว่าผมได้ช่วยเหลือคุณ เพื่ออัลลอฮฺ ในการให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ใดตามในดุนยานี้  ปลาตัวนั้นมันคงไม่แหวกว่ายออกมาให้จับได้ และอัลลอฮฺย่อมไม่ประทานบะเราะกัตในปลาตัวนั้นให้หรอก ผมขอให้คำแนะนำแก่คุณ ให้คุณนำอาหารนี้ไปให้ครอบครัวของคุณรับประทานเถอะ”🍂🍂

อบู นัสรุลจึงนำอาหารที่ได้มาไปให้ครอบครัวของเขา และระหว่างทาง เขาได้พบกับสตรีคนหนึ่งพร้อมกับลูกน้อยของเธอ เธอเป็นแม่หม้าย ดังนั้นลูกชายของเธอจึงเป็นเด็กกำพร้า พวกเขามองมายังจานอาหารของเขา และทันใดนั้น เขาก็ลืมนึกถึงความหิวโหยของครอบครัวของเขาไป และเขารู้สึกเหมือนกับว่า “สวนสวรรค์ได้ลงมายังพื้นดิน เพื่อนำเสนอมันให้กับใครก็ตามที่จะให้อาหารแก่แม่และเด็กกำพร้าสองคนนั้น”  ดังนั้นเขาจึงมอบอาหารที่มีให้กับแม่และเด็ก และเดินทางกลับบ้านไป แต่ทว่า ชัยฎอนได้ทำการกระซิบกระซาบ ทำให้เขารู้สึกเสียใจ เสียดายในสิ่งที่ทำไป เขาจึงเกิดความกังวัล ไม่สบายใจว่า เขาจะเอาอะไรให้ครอบครัวของเขาทาน ทันใดนั้นเอง ก็มีใครบางคนเคาะประตูบ้านของเขา และร้องเรียกว่า “อบู นัสรุล อยู่ไหน ฉันเคยยืมเงินพ่อของเธอไปเมื่อ 20  ปีก่อน และที่ผ่านมาฉันได้ตามหาเขา (เพื่อที่จะคืนเงิน) แต่ฉันได้รับข่าวว่า เขาเสียชีวิตไปแล้ว และเธอคือลูกชายคนเดียวของเขา นี่คือเงินของเธอ (ที่ยืมพ่อของเขาไป)” และทันใดนั้น เขาก็กลายคนร่ำรวยภายในพริบตา จากนั้นเขาจึงไปหาครอบครัว และทำการแจกจ่ายเงินให้กับพวกเขา และเขาก็ได้กลายเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองนั้น 

ในช่วงเวลานั้น เขาได้บริจาคเงินมากมายให้กับผู้คน และทำการชูโกรฺต่ออัลลอฮฺ แต่มีปัญหาติดอยู่นิดนึงคือ เขากลายเป็นคนที่มั่นใจในการงานของตนมากเกินไป เขารู้สึกว่า อัลลอฮฺจะทรงตอบรับการงานทุกอย่างของเขา จากนั้นเขาก็เริ่มโอ้อวด และให้ความใส่ใจต่อปริมาณการบริจาค แต่ไม่ใช่คุณภาพของการบริจาคของเขา 

จนกระทั่งคืนหนึ่ง เขาฝันว่า วันกิยามะฮฺได้ปรากฎขึ้น เขาเห็นผู้คนมากมาย สิ่งถูกสร้างทั้งหลาย ฟื้นคืนชีพขึ้นมาต่อหน้าพระพักตร์ของอัลลอฮฺ และมลาอิกะฮฺได้เรียกแต่ละคนมา และนำเสนอการงานของพวกเขาต่อหน้าอัลลอฮฺ และเมื่อเขาถูกเรียก เขาก็พบว่า เขาเองก็มีทั้งการงานที่ชั่วร้ายบ้างเช่นกัน แต่เขายังคงมีความหวัง เพราะว่า เขามีการงานที่ดี มีการบริจาคอย่างมากมาย และเมื่อ “การบริจาคของเขา” ถูกวางลงใน “ส่วนของ การงานที่ดี” มันกลับไร้ซึ่งน้ำหนัก และฮะซานาตมากมายก็เบาเหมือนปุยนุ่น ไม่มีค่าใด 

เพราะอะไรหรือ?

ก็เพราะว่า การงานของเขาปะปนกับเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ เจตนาของเขาปราศจากความจริงใจ มีความโอ้อวด ความปรารถนาที่จะสร้างความพึงพอใจต่อผู้คน

จากนั้นมลาอิกะฮฺก็เริ่มถามเขา ว่า เขามีการงานใดๆ หลงเหลือบางหรือไม่ และทันใดนั้น จานอาหารสองใบที่เขาเคยบริจาคให้กับสตรีและเด็กก็ปรากฎขึ้นมา เขาจึงถามตัวเองว่า “จานอาหารสองใบนี้จะช่วยอะไรผมได้”  เมื่อจานสองใบถูกนำมาชั่ง มันก็ยังไม่เพียงพอ เขายังคงต้องการฮะซานาตเพิ่มอีก จากนั้นก็ได้ปรากฎขึ้นซึ่ง “น้ำตาของสตรี (ที่เขาเคยให้อาหาร)” และ “รอยยิ้มของเด็ก” ที่กลายเป็นสิ่งของที่จับต้องได้  และมันได้ถูกวางลงใน “ส่วนของการงานที่ดี”  ส่วนน้ำตาก็กลายเป็นสระน้ำ และในสระน้ำนั้น ก็มีปลาโผล่ขึ้นมา และปลาก็ถูกจัดวางอยู่ใน “ส่วนของการงานที่ดี” จากนั้นมลาอิกะฮฺจึงบอกเขาว่า  “ท่านทำสำเร็จแล้ว ท่านทำสำเร็จแล้ว” 

จากนั้น อบูนัสรุลก็ตื่นขึ้นมาจากความฝัน และครุ่นคิดว่า

หากว่าเราทำการงานใดก็ตามเพื่อผลประโยชน์แห่งดุนยา ปลาตัวนั้นคงจะไม่โผล่ขึ้นมาเป็นแน่ 

🍂🍂จากบทเรียนของเรื่องนี้  คือ เราควรพยายามทำอะไรก็ตามที่เป็นสิ่งที่ดี ที่ชัดเจน มีตัวตน สัมผัสได้ เพื่อความพึงพอพระทัยของอัลลอฮฺด้วยความอิคลาส และอย่าดูถูกการงานที่ดีใดๆ ก็ตามที่เราทำให้แก่ผู้คน🍂🍂

Read Full Post »

🍃🍃🍃🍃คำอธิบายซูเราะฮฺ อันนาส🍃🍃🍃🍃

เป็นหนึ่งในสองซูเราะฮฺที่มีการขอความคุ้มครองด้วยพระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่ให้พ้นจากความชั่วร้ายของศัตรูตัวฉกาจ คือ อิบลีสและพรรคพวกของมัน ที่เป็นชัยฏอนมารร้ายแห่งมนุษย์และญิน ซึ่งหลอกล่อมนุษย์ด้วยการกระซิบกระซาบ และกระทำชั่วด้วยวิธีการต่างๆ 

🌱จงกล่าวเถิด ข้าขอความคุ้มครองและการปกป้องด้วยพระผู้อภิบาลของมวลมนุษย์ผู้ทรงพระเดชานุภาพเพียงพระองค์เดียวในการขจัดความชั่วร้ายของการกระซิบกระซาบ

🌱พระองค์ผู้ทรงเป็นราชาแห่งมนุษยชาติ ผู้ทรงบริหารจัดการทุกเรื่องทุกกิจการของพวกเขา ผู้ทรงมั่งมีไม่ต้องพึ่งพวกเขา

🌱พระองค์ผู้ทรงเป็นพระเจ้าของมวลมนุษย์ ผู้ซึ่งไม่มีสิ่งเคารพอื่นใดที่สัตย์แท้นอกเหนือไปจากพระองค์

👉👉สามอายะฮฺแรกจะกล่าวถึงคุณลักษณะของพระองค์ พระองค์ทรงสั่งใช้ให้เราขอความคุ้มครองจากพระองค์ด้วยการใช้ “คุณลักษณะอันโดดเด่นของพระองค์” ให้พ้นจาก 👿ความชั่วร้ายของชัยฏอน👿 ที่คอยกระซิบกระซาบในหูของเรา เพราะแท้จริงแล้ว ไม่มีมนุษย์คนใดที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยไม่มีญินเป็นสหายของเขาซึ่งมันจะอยู่เคียงข้างเขาเสมอ โดยมันจะพยายามทำให้  🚨ความชั่วร้าย🚨 ดูน่าหลงใหลสำหรับเขา และมันไม่ได้ใช้ความพยายามในการโกหกหลอกลวง และความเพ้อฝันของมันแต่อย่างใด และ 🔰การปกป้องคุ้มครองให้พ้นจากมัน🔰 นั้นอยู่ ณ ที่อัลลอฮฺ👈👈

🌱ขอความคุ้มครองให้พ้นจากภัยของชัยฏอนที่คอยกระซิบกระซาบยุแหย่เมื่อผลั้งเผลอ และมันก็จะหลบซ่อนหนีหายเมื่อมีการรำลึกถึงอัลลอฮฺ

🌱ชัยฏอนที่คอยกระจายความชั่วร้ายและความเคลือบแคลงในหัวอกมนุษย์

🌱เป็นชัยฏอนจากหมู่ญินและมนุษย์

🎋🎋นบีมุหัมมัด เคยกล่าวว่า อย่าพูดว่า “จงประสบความย่อยยับเถิดชัยฏอน (Perish Satan!)” เพราะเมื่อท่านพูดเช่นนั้น ชัยฏอนจะตัวใหญ่ขึ้น และกล่าวว่า “ด้วยพลังอำนาจของข้า ข้าได้เอาชนะเขาแล้ว” แต่หากว่าท่านกล่าวว่า “บิสมิลลาฮฺ” ชัยฏอนจะตัวเล็กลง และเล็กลงไปอีกจนกระทั่งมันเล็กเหมือนแมลงวัน (รายงานโดยอะหฺมัด ด้วยสายรายงานที่ดี) 🎋🎋

ในหะดีษบทนี้ คือหลักฐานที่พิสูจน์ว่า เมื่อหัวใจรำลึกถึงอัลลอฮฺ มันจะทำให้ชัยฏอนตัวเล็กลง ในขณะที่หากว่าไม่มีการกล่าวถึงอัลลอฮฺ ชัยฏอนก็จะสามารถเอาชนะเขาได้ และมันก็จะเข้มแข็งมากขึ้น

สรุปเรียบเรียงจาก 

✏คัมภีร์อัลกุรอานแปลไทย

✏อรรถาธิบายอัลกุรอาน 3 ญุซอ์สุดท้าย จากอัตตัฟสีรฺ อัลมุยัสสัรฺ

✏Tafseer Ibn Katheer – part 30 juz amma

Read Full Post »

🍃🍃🍃🍃คำอธิบาย ซูเราะฮฺ อัลฮุมะซะฮฺ🍃🍃🍃🍃

🌱ความชั่วร้ายและหายนะจะเกิดขึ้น กับผู้ที่นินทาผู้อื่นและกล่าวว่าร้ายเสียดแทงพวกเขา (อัลลอฮฺทรงสาปแช่งผู้ที่สบประมาทเหยียดหยามผู้คน)

ในอัลกุรอาน 68:11 🌹ผู้นินทาตระเวนใส่ร้ายผู้อื่น🌹

จากการอธิบายของท่านอิบนุ อับบาส และท่านเกาะตาดะฮฺ อายะฮฺข้างต้น หมายความว่า  “ผู้ที่ใส่ร้ายที่เผยแพร่กระจายข่าวในหมู่ผู้คน สร้างความขัดแย้งบาดหมางระหว่างพวกเขา ปล่อยข่าวลือ และสร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งการกระทำเช่นนี้คือการทำลายศาสนา”

🌱ผู้ที่หมกมุ่นอยู่กับการสะสมทรัพย์สิน และคำนวณนับมัน เพราะกลัวว่ามันจะขาด เขาจึงไม่คิดจะทำบุญหรือแจกจ่ายในหนทางที่ดีในหนทางของอัลลอฮฺ เปรียบเสมือน “คนที่มีความตระหนี่” เช่นที่อัลลอฮฺตรัสว่า

ในอัลกุรอาน 70:18 🌹และสะสมทรัพย์ และปกปิดไว้🌹

ทรัพย์สินของเขาได้ทำให้เขาเพลิดเพลินกับมัน ทั้งวันเขาใช้เวลาไปกับการคิดคำนวณ สะสมเงิน และตอนกลางคืน เขาก็หลับนอนเสมือนกับซากศพที่เน่าเปื่อย

🌱โดยที่เขาคิดว่าทรัพย์สมบัติของเขานั้นจะทำให้เขาอยู่ได้ตลอดไป (นั่นคือ การที่เขาเชื่อว่าทรัพย์สินที่เขาสะสมไว้นั้นจะช่วยทำให้ชีวิตของเขายืนยาวตลอดไปในโลกนี้

🌱หากทว่า มันไม่ได้เป็นเช่นที่เขาคาดคิด เขาย่อมถูกโยนลงไปใน🔥ไฟนรกอัลฮุเฏาะมะฮฺ🔥 อันเนื่องมาจากการสะสมทรัพย์สินด้วยความตระหนี่ ไฟนรกนั้นจะเผาผลาญแยกย่อยทุกๆ สิ่งที่ถูกโยนลงไปในนั้น 

🌱และอะไรเล่าที่จะทำให้เจ้ารู้ว่า 🔥ไฟนรกอัลฮุเฏาะมะฮฺ🔥คืออะไร

🌱มันคือ🔥ไฟนรกของอัลลอฮฺ🔥ที่จะถูกจุดขึ้นให้ลุกโชน ซึ่งด้วยความรุนแรงของมัน มันจะทะลุจากร่างกายเข้าไปในหัวใจ มันไม่เหมือนไฟชนิดอื่น เพราะมันไม่มีวันมอด หรือดับเป็นอันขาด

🌱ซึ่งมันจะลุกเข้าไปในหัวใจ ซอบิตกล่าวว่า “มันหมายถึงไฟจะลุกไหม้ขึ้นไปถึงหัวใจของพวกเขา ในขณะที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่” และ “การลงโทษได้ถึงจุดสูงสุดของมันแล้ว” 

จากการรายงานของมุหัมทัด อิบนุ กะบฺ “🔥ไฟนรก🔥นั้นจะกัดกินเนื้อหนังจนเข้าไปสู่หัวใจ และเผาไหม้ขึ้นไปจนถึงคอ และมันจะเริ่มเผาไหม้ใหม่อีกครั้ง”

🌱แท้จริงมันจะลุกไหม้คลุมบนตัวพวกเขาอย่างมิดชิด (ไม่มีทางหลบหนีพ้นไปจากมันได้ หรือไม่มีแม้แต่การบรรเทาใดๆ)

ท่านอิบนุ อับบาส รายงานว่า คำว่า มุเซาะดะฮฺ ในภาษาอาหรับที่ใช้ในอายะฮฺนี้หมายถึง ไฟได้ปิดกั้นทุกๆ ประตู🚫 ดังนั้นจึงไม่มีทางหนีออกไปได้ 

🌱แท้จริงมันจะซ้อนเป็นชั้นๆ เหนือพวกเขา ในสภาพที่เต็มไปด้วยโซ่ตรวนยาวเหยียด เพื่อไม่ให้พวกเขาออกไปจากมัน

สรุปเรียบเรียงจาก 

✏คัมภีร์อัลกุรอานแปลไทย

✏อรรถาธิบายอัลกุรอาน 3 ญุซอ์สุดท้าย จากอัตตัฟสีรฺ อัลมุยัสสัรฺ

✏Tafseer Ibn Katheer – part 30 juz amma

Read Full Post »

🍃🍃🍃🍃คำอธิบาย ซูเราะฮฺ อัลมาอูน🍃🍃🍃🍃

🌱เจ้าเห็นสภาพของผู้ที่ปฏิเสธการฟื้นคืนชีพและการตอบแทนหรือไม่

🌱นั่นคือ ผู้ที่ผลักไส กดขี่ ข่มเหงเด็กกำพร้า ปฏิเสธที่จะให้สิทธิที่พวกเขาพึงได้รับ ไม่ให้อาหาร หรือความช่วยเหลือใดๆ เลย

🌱เขาไม่เชิญชวน ส่งเสริมให้ผู้อื่นให้อาหารแก่คนยากจน และนอกจากตัวเขาจะไม่ช่วยเหลือเองแล้ว เขายังไม่ให้ผู้อื่นกระทำด้วย (นั่นคือเมื่อมีคนที่กำลังทุกข์ร้อน ขัดสน ขาดแคลน ต้องการความช่วยเหลือ คนที่เห็นแก่ตัวก็จะไม่สนับสนุนช่วยเหลือคนทุกข์ยากเหล่านั้น)

🌱ความหายนะจงประสบแด่บรรดาผู้ละหมาด (ที่ละเลยการละหมาดของเขา หมายถึงผู้ที่ละหมาดในที่สาธารณะ แต่ไม่ละหมาดในที่ส่วนตัว หรือผู้ที่รักษาการละหมาดอย่างดีในตอนเริ่มต้น และหลังจากนั้นเขาก็ละเลยการละหมาด หรือผู้ที่ละเลยการละหมาดในเวลาของมัน จนกระทั่งทำให้พวกเขาต้องละหมาดนอกเวลาที่กำหนด — จากการรายงานของท่านอิบนุ อับบาส) 

🌱บรรดาผู้ที่โอ้อวด แสดงตนด้วยการทำดีให้ผู้อื่นได้เห็นได้ชื่นชม 

อีหม่ามอะหฺมัดรายงานว่า นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามกระทำการใดการหนึ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งชื่อเสียงที่ดี อัลลอฮฺจะทรงลดเกียรติของเขาและทำให้เขาต่ำต้อย” 

🌱ผู้ที่หวงแหนของใช้เล็กๆ น้อยๆ แก่เพื่อนบ้าน คนในชุมชน หรือปฏิเสธที่จะแสดงความเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลก พวกเขาไม่ยอมแม้แต่จะให้การหยิบยืม แก่ผู้ที่ลำบากขัดสน แม้ว่ามันจะเป็นการยืมที่จะได้รับคืนภายหลัง

สรุปเรียบเรียงจาก 

✏คัมภีร์อัลกุรอานแปลไทย

✏อรรถาธิบายอัลกุรอาน 3 ญุซอ์สุดท้าย จากอัตตัฟสีรฺ อัลมุยัสสัรฺ

✏Tafseer Ibn Katheer – part 30 juz amma

Read Full Post »

%d bloggers like this: