Feeds:
Posts
Comments

Archive for the ‘ความสำเร็จของชีวิต’ Category

ทำอย่างไรเราจึงจะเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ดีที่สุด
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
เขียนโดย อบู มุฮาวิยะฮฺ กัมดัร/ แปล บินติ อัลอิสลาม

หากพูดถึงเรื่องของการพัฒนาตนเองนั้น โดยส่วนใหญ่มักจะมีการให้ความสำคัญว่า “เราควรจะทำอย่างไรเพื่อให้เราดีที่สุด เก่งที่สุดในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่” อีกทั้งยังมีเคล็ดลับมากมายที่เราสามารถเรียนรู้ได้เกี่ยวกับการที่จะเป็นคนที่เก่งที่สุดในเรื่องทางโลกทั้งหลาย อย่างไรก็ตาม บทความต่อไปนี้ เราจะมาค้นหาว่า “ทำอย่างไรเราถึงจะเป็นคนที่ดีเลิศที่สุดในพระเนตรของอัลลอฮฺ”

ซึ่งเราจะหาคำตอบกันจากหลายๆ หะดีษที่เน้นย้ำถึงคุณสมบัติของผู้ที่ดีที่สุดในบรรดามุสลิม

ในฐานะของผู้ศรัทธา เราจำต้องพยายามที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอยู่เสมอ ดังนั้นเรามาดูกันว่าในหะดีษกล่าวไว้เช่นไรบ้าง และเรามาพยายามที่จะเป็นคนที่ดีเลิศที่สุดในพระเนตรของอัลลอฮฺกัน เพราะในท้ายที่สุดแล้ว การเป็นคนที่ดีเลิศที่สุดในดุนยานั้นย่อมไม่มีคุณค่าใด หากว่าการใช้ชีวิตของเราไม่ได้ทำให้อัลลอฮฺพึงพอพระทัย

๑. “ผู้ที่ดีที่สุดในบรรดามุสลิมนั้น คือผู้ที่บรรดาพี่น้องมุสลิม (ท่านอื่นๆ) ของเขาปลอดภัยจากมือและลิ้นของเขา” (มุสลิม)

ในการที่จะเป็นผู้ศรัทธาที่ดีที่สุดนั้น เราจำต้องเป็นคนที่มีความสงบและความอ่อนโยนเป็นอย่างมาก ผู้คนที่อยู่รอบตัวเราควรรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ชิดเรา ไม่ใช่เพียงแค่ปลอดภัยจากการถูกกระทำทางกาย แต่ยังรวมถึงความปลอดภัยจากคำพูด วาจาของเราด้วยเช่นกัน ลองพิจารณาดูตัวเราเองและวิเคราะห์การดำเนินชีวิตของเราออกมาด้วยความจริงใจ และถามตัวเองว่า
“ฉันมักจะพูดไม่ดีกับคนอื่นๆ หรือพูดไม่ดีเกี่ยวกับคนอื่นๆ เป็นประจำหรือเปล่า”
“คนรอบตัวฉันเกรงกลัวอารมณ์ที่รุนแรงของฉันหรือเปล่า”
“คนส่วนใหญ่รู้สึกไม่ไว้ใจฉันหรือเปล่า”

คำถามเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากในการที่จะช่วยเราเพื่อปรับปรุงตัวเองให้กลายเป็นคนที่ผู้อื่นรู้สึกปลอดภัยที่จะอยู่ใกล้ชิดด้วย กฎทั่วไปก็คือ “อย่าทำร้าย” และ นี่คือหนึ่งในหลักการขั้นพื้นฐานของอิสลาม

๒. “ผู้ที่ดีที่สุดในหมู่พวกท่านคือผู้ที่มีมารยาทและอุปนิสัยที่ดีที่สุด” (บุคอรียฺ)

ศาสนาของเราคือศาสนาที่เน้นย้ำในเรื่องของการมีมารยาทที่ดีและการมีอุปนิสัยที่ดี “การปฏิบัติตัวของเราต่อผู้คนเป็นเช่นไร” คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าเราเข้าใจศาสนาของเราดีเพียงใด

แต่เป็นที่น่าเศร้าที่บางคนกลับกลายเป็นคนที่แข็งกระด้าง ไม่สุภาพ และหยิ่งยโสเมื่อพวกเขาเพิ่งจะเริ่มปฏิบัติตัวตามหลักการศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่อิสลามสอน การที่จะเป็นผู้ศรัทธาที่ดีที่สุดนั้น เราจำต้องแสดงออกซึ่งมารยาทที่ดีที่สุดอยู่เสมอ รวมถึงการรับมือ การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนประเภทต่างๆ  “มารยาทคือสิ่งที่มึความสำคัญเป็นอย่างมากในการที่จะทำให้ความศรัทธาของเรานั้นสมบูรณ์”

๓. “ผู้ที่ดีที่สุดในหมู่ผู้คน คือผู้ที่สร้างประโยชน์อย่างมากที่สุดต่อมวลมนุษย์”(ดาเราะกุฎนียฺ, หะซัน)

อิสลาม ไม่ใช่ศาสนาที่เห็นแก่ตัว และไม่ใช่ศาสนาที่เน้นเพียงแค่การทำอิบาดะฮฺส่วนตัวของบุคคล หากทว่า มุสลิมที่ดีที่สุด คือผู้ที่อุทิศชีวิตของพวกเขาในการรับใช้อุมมะฮฺเพื่ออัลลอฮฺ

พวกเราแต่ละคนต่างมีทักษะและความรู้ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งสามารถนำมาใช้เพื่อสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่นได้ มันคือหน้าที่ของเราในฐานะของมุสลิมในการที่จะใช้ทักษะเหล่านั้นเพื่อสร้างประโยชน์ต่ออุมมะฮฺ ไม่ใช่เพียงแค่การให้ความสำคัญต่อตัวเราเพียงอย่างเดียว ทำให้การรับใช้ชุมชนเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตของคุณ เพราะนี่คือสิ่งที่มุสลิมทำกัน

๔. “ผู้ที่ดีที่สุดในหมู่พวกท่านคือผู้ที่เรียนอัลกุรอานและสอนมัน (แก่ผู้คน)” (ดาริมียฺ เศาะเหียฮฺ)

อัลกุรอาน คือรากฐานของศาสนาของเรา มันคือหน้าที่ของเราในการที่จะศึกษาเรียนรู้มัน ทำความเข้าใจมัน และปฏิบัติตามมัน ใช้ชีวิตโดยให้มันเป็นแนวทาง และแผ่สารของมันไปยังผู้อื่น สิ่งที่ดีงามที่สุดที่มุสลิมสามารถอุทิศชีวิตของเขาได้ คือการเรียนอัลกุรอานและสอนอัลกุรอาน

ซึ่งรวมไปถึงการสอนการอ่านอัลกุรอานแก่ผู้คน การสอนตัจวีด ตัฟซีรฺ อาหรับ ฮิฟซ์ และแม้แต่การสอนศาสนา เพราะวิชาศาสนาทั้งหมดจำต้องอาศัยการเรียนรู้ความหมายอายะฮฺที่แตกต่างกันออกไปในอัลกุรอาน ขอให้เราทั้งหลายแสวงหาหนทางที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานที่ดีงามนี้ เพื่อที่ว่าเราจะได้กลายเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ดีที่สุดในอุมมะฮฺนี้

๕. “ผู้ที่ดีที่สุดในหมู่พวกท่าน คือผู้ที่ดีที่สุด (ในการปฏิบัติ) ต่อครอบครัวของเขา และฉัน (นบีมุหัมมัด) คือผู้ที่ดีที่สุดในหมู่พวกท่าน (ในการปฏิบัติ) ต่อครอบครัวของฉัน” (ติรมิซียฺ, เศาะเหียะฮฺ)ุ

เราปฏิบัติตัวเช่นไรกับครอบครัวของเราภายในบ้าน (ในที่ส่วนตัว) คือบททดสอบที่แท้จริงแห่งความศรัทธาและอุปนิสัยที่แท้จริงของเรา มันเป็นการง่ายมากที่จะเสแสร้งทำตัวเป็นผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นผู้ศรัทธา และมีมารยาทที่ดีงามในที่สาธารณะต่อหน้าผู้คน แต่การทำตัวให้เป็นผู้ที่มีคุณธรรมความดีงาม มีความอ่อนน้อม น่ารักอ่อนโยน และมีมารยาทที่ดีงามภายในบ้านนั้น คือสัญญาณแห่งความศรัทธาที่แท้จริงของเรา

การที่จะเป็นบุคคลที่ดีเลิศที่สุดได้นั้น เราจำต้องปฏิบัติตามแบบอย่างของท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และปฏิบัติต่อคนในครอบครัวของเราเป็นอย่างดี ผู้ศรัทธาที่แท้จริง คือมุสลิมที่ดีทั้งในที่สาธารณะและในที่ส่วนตัว

ข้อสรุปจากหะดีษทั้งห้าบทนี้ เราได้เรียนรู้ว่า ผู้ที่ดีที่สุดในบรรดามุสลิม คือผู้ที่
ไม่ทำร้ายผู้อื่น
-มีมารยาทและอุปนิสัยที่ดีงาม
-สร้างประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์
-เรียนและสอนอัลกุรอาน
-ปฏิบัติต่อคนในครอบครัวของเขาเป็นอย่างดี

ขอให้เราพยายามอย่างหนักที่จะปฏิบัติตามหะดีษทั้งห้าบทนี้

รูป จากอินเตอร์เนต

image

Advertisements

Read Full Post »

image

“และในทำนองนั้นแหละ เราได้ให้มีขึ้นในแต่ละเมืองซึ่งบรรดาบุคคลสำคัญเป็นผู้กระทำความผิดแห่งเมืองนั้นๆ เพื่อที่พวกเขาจะได้วางอุบายหลอกลวงในเมืองนั้น (หากทว่า) การวางแผนของพวกเขามีแต่จะทำร้ายตัวของพวกเขาเองเท่านั้น แต่พวกเขาหาได้รู้ไม่”  (ซูเราะฮฺอัล อันอาม 06:123)

ผู้ก่อความวุ่นวาย (ซูเราะฮฺอัลอันอาม 06:123)
~~~~~~~~~~~~
เขียนโดย อบู มุอาวิยะฮฺ อิสมาอีล กัมดัรฺ
แปล บินติ อัลอิสลาม

“และในทำนองนั้นแหละ เราได้ให้มีขึ้นในแต่ละเมืองซึ่งบรรดาบุคคลสำคัญเป็นผู้กระทำความผิดแห่งเมืองนั้นๆ เพื่อที่พวกเขาจะได้วางอุบายหลอกลวงในเมืองนั้น (หากทว่า) การวางแผนของพวกเขามีแต่จะทำร้ายตัวของพวกเขาเองเท่านั้น แต่พวกเขาหาได้รู้ไม่”  (ซูเราะฮฺอัล อันอาม 06:123)

อายะฮฺนี้ถูกประทานลงมาอันเนื่องมาจากผู้นำนอกรีตแห่งมักกะฮฺ เช่นอบู ญะฮัล และอบู ลาฮับ อัลลอฮฺประทานอำนาจให้แก่บุคคลเหล่านี้ และพวกเขากลับกลายเป็นผู้ที่กระทำความผิดที่เลวร้ายที่สุดในเมือง ในอายะฮฺนี้อัลลอฮฺทรงยืนยันว่าสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หรือเป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะพระองค์ทรงเคยประทานอำนาจให้กับนิมร็อด ฟิรอาวน์ อ็าด เษามูด และอีกหลายๆ คนก่อนหน้าคนเหล่านี้ และนี่คือส่วนหนึ่งของบททดสอบในชีวิต

จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา อัลลอฮฺทรงทดสอบเรื่องของการกระทำความผิด (ของผู้คน) ด้วยการให้อำนาจและสิทธิพิเศษแก่พวกเขา แม้แต่ในโลกยุคปัจจุบันนี้ ก็ยังคงมีการกระทำความผิดมากมายของผู้ที่อยู่ในฐานะหรือตำแหน่งที่สูงๆ ที่มีหน้าที่คุมอำนาจ   ซึ่งนี่ถือเป็นบททดสอบทั้งของผู้ถืออำนาจและประชาชนพลเมืองของพวกเขา สำหรับบรรดาผู้คุมอำนาจแล้ว บททดสอบก็คือการพิสูจน์ว่าพวกเขาจะละเมิดอำนาจที่มีอยู่นั้นหรือไม่ และสำหรับบรรดาประชาชนพลเมืองคือ การพิสูจน์ว่าพวกเขาจะยังคงยืนหยัดหนักแน่นต่อสัจธรรมหรือทำตามผู้นำ มีหลายคนที่เลือกที่จะทำและเชื่อในสิ่งใดก็ตามที่สะดวกง่ายดายต่อความปลอดภัยของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงเปลี่ยนแปลงวิถึการใช้ชีวิตและความเชื่อของพวกเขาเพื่อให้สอดคล้องกับผู้นำ หากว่าผู้นำประกาศหรือกำหนดให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ผิดศีลธรรมเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ พวกเขาก็จะน้อมรับมัน และหากว่าผู้นำประกาศหรือกำหนดให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งที่ดีงาม พวกเขาก็จะน้อมรับมันด้วยเช่นกัน และยอมละทิ้งสิ่งที่อัลลอฮฺทรงประทานลงมายังพวกเขา เพื่อที่พวกเขาจะสามารถอยู่ได้ในสังคม

เราจะผ่านบททดสอบนี้ไปได้ด้วยการยืนหยัดต่อความศรัทธาที่มีต่ออัลลอฮฺ รำลึกถึงคำสั่งใช้ของพระองค์และตระหนักว่าผู้นำที่เลวเหล่านั้นคือบททดสอบจากอัลลอฮฺ เราเองก็ต้องผ่านบททดสอบนี้ด้วยวิธีการเดียวกันกับที่มุสลิมในมักกะฮฺ (สมัยนั้น) ได้ผ่านมาแล้ว ด้วยการต่อต้านสังคมส่วนหนึ่งเมื่อพวกเขากระทำความผิด และยืนหยัดอย่างหนักแน่นต่อความจริง แม้ว่าในทางการเมืองแล้วมันจะสมควรหรือไม่อย่างไรก็ตาม

บททดสอบในเรื่องของอำนาจ สิทธิพิเศษ คือหนึ่งในบรรดาบททดสอบที่มุสลิมหลายคนต่างสอบตก เมื่ออัลลอฮฺทรงให้เรามีอำนาจเหนือผู้อื่น จะมีพวกเราสักกี่คนกันที่ใช้อำนาจนั้นเพื่อสร้างความยุติธรรมและเพื่อการช่วยเหลือผู้อื่น? บ่อยครั้งที่เราพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องสำคัญมากมายที่เราจะทำให้บรรลุผลสำเร็จและเรากลับล้มเหลวในการที่จะใช้มันไปในหนทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์ แม้แต่การใช้อำนาจเล็กๆ ที่เรามีเพื่อช่วยเหลือหรือทำประโยชน์ต่อผู้อื่นก็ตาม หากเราปรารถนาที่จะเห็นโลกที่ดีกว่านี้ ดังนั้นเราก็สามารถเริ่มได้ด้วยการใช้ทรัพยากรทั้งหลายที่มีและทุกๆ อำนาจที่อัลลอฮฺทรงประทานแก่เราไปในหนทางที่จะทำให้โลกใบนี้กลายเป็นสถานที่ที่ดียิ่งกว่าเดิม

Read Full Post »

image

การบริโภคอาหารหะลาล (ซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ 02:168)
~~~~~~~~~~~~
เขียนโดย อบู มุอาวิยะฮฺ อิสมาอีล กัมดัรฺ
แปล บินติ อัลอิสลาม

“โอ้ มนุษย์เอ๋ย จงบริโภคสิ่งอนุมัติที่ดีๆ จากสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน และจงอย่าตามบรรดาก้าวเดินของชัยฏอน แท้จริงมันคือศัตรูที่ชัดแจ้งของพวกเจ้า” (อัลบะเกาะเราะฮฺ 168 คัดลอกจากโปรแกรมอัลกุรอานแปลไทย)

อายะฮฺนี้ถูกประทานลงมา เนื่องจากมีชนเผ่าอาหรับบางเผ่าที่ประกาศแจ้งว่าสัตว์หลายประเภทนั้นหะรอมโดยที่ไม่มีหลักฐานใดๆ พิสูจน์ยืนยันสิ่งที่พวกเขากล่าวอ้าง

ชนเผ่าเหล่านี้ได้ทำให้การใช้ชีวิตของกลุ่นคนของพวกเขานั้นดำเนินไปอย่างยากลำบากโดยไม่มีความจำเป็น และด้วยเหตุนี้อัลลอฮฺจึงประทานอายะฮฺดังกล่าวนี้ลงมา รวมไปถึงอายะฮฺอื่นๆ ที่คล้ายกันนี้ เพื่อชี้แจงว่าทุกๆ สิ่งนั้นหะลาลที่จะบริโภค เว้นแต่สิ่งที่อัลลอฮฺทรงสั่งห้าม ไม่ว่าจะที่แจ้งไว้โดยตรงในอัลกุรอาน หรือผ่านคำบอกกล่าวของนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม

อีหม่ามกุรตุบียฺได้อธิบายไว้ว่า อายะฮฺนี้ได้กล่าวต่อ “โอ้ มวลมนุษย์” มิใช่เพียงแค่ “โอ้ บรรดาผู้ศรัทธา” เพราะอายะฮฺนี้ได้กล่าวต่อบรรดาคนนอกรีตชาวอาหรับ เช่นเดียวกับบรรดามุสลิม 

ส่วนที่สองของอายะฮฺนี้ คือการเตือนมิให้ดำเนินชีวิตตามหนทางของชัยฏอน ที่ซึ่งท่านอิบนุ กะษีรฺ ได้อ้างถึงวัฒนธรรมของคนนอกรีตที่มีการห้ามสิ่งต่างๆ โดยปราศจากหลักฐานใดๆ มาพิสูจน์ยืนยัน “การห้ามที่ไม่มีเหตุผลเช่นนี้” คือหนทางของชัยฏอนที่จะนำพาไปสู่กฎเกณฑ์ที่สุดโต่ง สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะเมื่อมีคนเริ่มสร้างกฎเกณฑ์ของตนขึ้นมา จากนั้นพวกเขาก็เริ่มสร้างกฎเกณฑ์เพิ่มมากขึ้นจนกระทั่งในท้ายที่สุดพวกเขาก็ได้สร้างศาสนาใหม่ของพวกเขาขึ้นมาเอง

การให้ความสำคัญต่อ “อาหารที่หะลาลนั้น” มิควรถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็กเพราะเรื่องนี้ได้ถูกเน้นย้ำในอัลกุรอานอยู่หลายๆ ครั้ง เพราะมันคือเงื่อนไขหนึ่งที่นำไปสู่ความสำเร็จ ในตัฟซีรฺ อัลกุรตุบียฺ ท่านได้อ้างถึงนักวิชาการยุคแรกๆ ท่านหนึ่งด้วยถ้อยคำว่า “ความสำเร็จนั้นต้องอาศัยสามสิ่งนี้ การบริโภคสิ่งที่หะลาล การปฏิบัติตามคำสั่งใช้ (ของอัลลอฮฺ) และการดำเนินชีวิตตาม (คำสอน) ของนบีมุหัมมัด” ซึ่ง (จากถ้อยคำดังกล่าว จะเห็นได้ว่า) การบริโภคสิ่งที่หะลาลได้ถูกจัดลำดับไว้ต้นๆ ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา

การบริโภคอาหารที่หะลาล ถือเป็นสิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่งต่อจิตวิญญาณแห่งอิสลาม เพราะมันคือสัญญาณที่บ่งบอกให้เห็นถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของคนคนหนึ่งที่เขามีต่ออัลลอฮฺ เพราะคนที่ให้ความใส่ใจและระมัดระวังต่อสิ่งที่เขากินดื่ม ก็มีแนวโน้มว่าจะเชื่อฟังอัลลอฮฺในเรื่องอื่นๆ ด้วย ในขณะที่คนที่ไม่ใส่ใจเกี่ยวกับสิ่งที่หะลาล โดยปกติแล้วก็มักจะหละหลวมต่อคำสั่งใช้อื่นๆ (ของอัลลอฮ) เช่นกัน

อายะฮฺนี้ให้บทเรียนสำคัญแก่พวกเราอยู่สองเรื่องเกี่ยวกับจิตวิญญาณ นั่นคืออายะฮฺนี้ได้สอนเราว่าการที่จะใกล้ชิดอัลลอฮฺได้มากขึ้นนั้น เราจำต้องแน่ใจว่าอาหารที่เราบริโภคนั้นหะลาล และขณะเดียวกันมันก็เป็นตักเตือนเราให้ระวังเกี่ยวกับการกล่าวอ้างว่าสิ่งใดหะรอมโดยปราศจากหลักฐานพิสูจน์ ความสมดุลนี้คือทางสายกลางแห่งอิสลามระหว่างกลุ่มคนที่สุดโต่งที่ประกาศกร้าวว่าสิ่งนี้สิ่งนั้นหะรอมโดยไม่มีหลักฐาน และตรงกันข้ามก็คือกลุ่มคนสุดโต่งที่ไม่ได้ให้ความใส่ใจเกี่ยวกับสิ่งที่หะลาลหะรอมเลย มันจึงสำคัญอย่างมากในการที่จะรักษาอีหม่านของเราและพยายามบรรลุความสำเร็จให้ได้ทั้งในโลกดุนยาและอาคิเราะหฺ เพื่อที่จะสร้างความสมดุลนี้

Read Full Post »

ข้อคิดชีวิตของดร. ฮิชาม อะลาวะดียฺ
แปลเรียบเรียง : บินติ อัลอิสลาม

อาคิเราะฮฺของคุณจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้ชีวิตของคุณในดุนยาอย่างไร
The hereafter will you reshape you according to how your reshape the world!

รับมือกับผู้คนในแบบที่เขาเป็น ไม่ใช่ในแบบที่คุณอยากให้เขาเป็น
Deal with people according to how they are not how you wished they were!

การสร้างแรงบันดาลใจต่อผู้คน คือรูปแบบหนึ่งของการทำทาน
Inspiring people is form of charity!

ทุกสรรพสิ่งนั้นต่างเก่าแก่ลงและอ่อนแอลง เว้นแต่ความสัมพันธ์ของมนุษย์
All things that get old get weak except human relations!

ความสวยงามไม่ได้มาจากภายนอก
Beauty does not come from the outside!

เรียนรู้เพื่อการเรียนรู้
Learn for the sake of learning!

ผู้คนจะเปลี่ยนแปลงก็ต่อเมื่อคุณหยุดพยายามเปลี่ยนแปลงพวกเขา
People will change when you stop trying to change them!

ความโกรธความหลงใหล คือโรคติดต่อ
Passion is contagious!

ความสุขเกิดจากความคิด ไม่ใช่สิ่งของ
Happiness comes from thoughts not things!

มันไม่มีความล้มเหลวที่ถาวรและไม่มีความสำเร็จที่ถาวร
There is no permanent failure or permanent success!

การเริ่มต้นเล็กๆ นั้นดียิ่งกว่าความฝันใหญ่ๆ
A small initiative is better than a big dream!

อัลลอฮฺทรงสร้างริมฝีปากสำหรับปากของคุณ ไม่ใช่สำหรับหูของคุณ ดังนั้นคุณควรพูดบางครั้ง และฟังตลอดเวลา
Allah created lips for your mouth but not for you ears, so that you speak sometimes but listen all the time!

หากคุณต้องการทดสอบความเข้าใจของคุณ อธิบายสิ่งที่คุณเข้าใจให้คนอื่นฟังดูสิ
Do you want test your understanding of idea? Explain it to someone else!

หากคุณต้องการจดจำข้อมูลบางอย่าง ให้ถอดความออกมาด้วยถ้อยคำของคุณเอง
Do you want to memorise a piece of information? Paraphrase it in your own words!

คุณสามารถเรียนรู้ทักษะของการอ่านเร็วได้ แต่อย่าใช้ทักษะนี้ เวลาที่คุณอ่านอัลกุรอาน
You can learn the skill of speed reading but don’t use it when reading the Quran!

คุณจะเดินเร็วขึ้น เวลาที่คุณรู้ว่าคุณกำลังมุ่งหน้าไปที่ไหน
You walk faster when you know where you are heading to!

Read Full Post »

“ริสกี” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ “ทรัพย์สิน เงินทอง
*****************************************

image

รูป อินเตอร์เนต

เรียบเรียงจากข้อความของ ดร ฮิชาม อะลาวะดียฺ
โดย บินติ อัลอิสลาม

ริสกี (ปัจจัยยังชีพ) หมายรวมถึงทรัพย์สิน แต่มันก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่นั้น
ริสกีนั้นมีความหมายที่กว้างมาก ซึ่งคือของขวัญ การอำนวยพร วัตถุ สิ่งของใดๆ ก็ตามจากอัลลอฮฺ หรือ
– ความชาญฉลาด ความคิดสร้างสรรค์ คือ ริสกี
– ครอบครัวที่ดีที่มีความสุข คือ ริสกี
– การมีมรรยาทที่ดีงาม คือ ริสกี
– การมีสุขภาพที่ดี คือ ริสกี

อัลลอฮฺประทานแก่ทุกคนด้วยความรอบรู้และพระปรีชาญาณของพระองค์ว่าสัดส่วนเท่าใดของริสกี และริสกีรูปแบบไหนควรอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร ในรูปแบบที่จะทำให้คนคนหนึ่งมีคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบของเขา ยกตัวอย่างเช่น มันอาจจะเหมาะสมสำหรับคนบางคนที่ริสกีของเขาควรเป็นในรูปแบบของทรัพย์สิน (เช่นกรณีของท่านอับดุล เราะฮฺมาน อิบนุ เอาว์ฟ) หรือสำหรับคนบางคนในรูปแบบของการมีความจำที่ดี (เช่นท่านชาฟิอียฺ หรือบุคอรียฺ) หรือสำหรับบางคนในรูปแบบของการมีความคิดสร้างสรรค์และอิจญติฮาด (ในกรณีของท่านอบู ฮานีฟะฮฺ) เป็นต้น

ดังนั้นเมื่อคุณคิดถึง “ริสกี” ในความหมายที่กว้างเช่นนี้ คุณจะซาบซึ้งต่อการอำนวยพรมากมายของอัลลอฮฺและสิ่งที่คุณมีหรือครอบครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอำนวยพร (รวมไปถึงทักษะ พรสวรรค์ ความสามารถ เป็นต้น) ที่เกี่ยวข้องกับอุปนิสัยและความเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง ที่มักจะถูกมองข้ามไป

Read Full Post »

มุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ::

เราขาดอะไรบ้างในชีวิต? หลังคาที่คุ้มกันศีรษะของเรา จานใส่อาหาร เสื้อผ้า อาภรณ์ที่เราสวมใส่ รองเท้าที่ป้องกันเท้าของเราจากอันตราย น้ำไว้ดื่ม ทุกๆ ส่วนของร่างกาย และสุขภาพที่ปกติ โรงเรียน (วิทยาลัย มหาวิทยาลัย) ที่ให้เราได้เรียนหนังสือ พาหนะฮฺให้เราได้ใช้เวลาเดินทาง แม้มันอาจจะเป็นรถสาธารณะ (ขนส่งมวลชน รถเมล์ รถไฟฟ้า) และอื่นๆ อีกมากมายที่นับไม่ถ้วน

ในความเป็นจริงแล้ว เรามีสิ่งเหล่านี้ และมากยิ่งกว่านี้เสียอีก แต่น่าเศร้าที่พวกเราหลายคนเลือกที่จะให้ความใส่ใจต่อสิ่งที่เราไม่มี และเกิดความรู้สึกโศกเศร้าเสียใจ และท้อแท้สิ้นหวัง แบบนี้มันยุติธรรมแล้วหรือ?

เราต่างต้องเผชิญกับอุปสรรคปัญหา และบททดสอบมากมายในชีวิต แต่หลายคนก็ไม่เตรียมตัวเตรียมใจที่จะต่อสู้ฝ่าฟันเพื่อให้ตัวเองสามารถผ่านพ้นบททดสอบเพียงแค่หนึ่งบททดสอบโดยไม่ทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ คำพร่ำบ่นส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับความหรูหราฟุ่มเฟือยและสิ่งที่ไม่จำเป็นเสมอ

ขออัลลอฮฺโปรดทรงช่วยเหลือผู้ที่กำลังประสบกับบททดสอบที่ยากลำบากด้วยเถิด อามีน

แปลเรียบเรียง: บินติ อัลอิสลาม

Read Full Post »

ทำอย่างไรให้ได้มาซึ่ง “ความสุขความพึงพอใจ” ในชีวิต
************************************** 

image

ในการที่จะได้มาซึ่ง “ความสุขความพึงพอใจ” ในชีวิต ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ให้คำสอนแก่เราว่า “จงมองดูบรรดาผู้ที่ได้รับการอำนวยพรน้อยกว่า (มีดีน้อยกว่า) ตัวของท่าน” เพราะในช่วงเวลาที่เราเปรียบเทียบสถานภาพของเรากับผู้ที่อยู่ในสถานภาพที่ดียิ่งกว่า นั่นหมายความว่าเราได้สูญเสียซึ่ง “ความสุขความพึงพอใจ” ไปแล้ว อีกทั้งเรายังกลายเป็น “ผู้ที่ไม่รู้จักการขอบคุณ (ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองมี)” ซึ่งสิ่งนี้ยังก่อให้เกิดความสูญเสียในสิ่งเล็กน้อยอื่นๆ ที่เรามีในชีวิตอีกด้วย หมายรวมไปถึงทรัพย์สิน สุขภาพ ชีวิตการแต่งงาน ลูกๆ และด้านอื่นๆ ของชีวิต 

อย่างไรก็ตาม หากกล่าวถึงเรื่องของ “จิตวิญญาณ” และ “การอิบาดะฮฺ (เคารพสักการะ)” ในการที่จะพัฒนาสองสิ่งนี้นั้น ท่านเราะสูล ได้ให้คำสอนแก่เราว่า “จงมองดูผู้ที่เหนือกว่าท่าน (ในการอิบาดะฮฺ)” ซึ่งการมีความคิดเช่นนี้ย่อมทำให้เรามีเป้าหมายที่สูงมากขึ้น เมื่อเราเห็นผู้อื่นรักษาการละหมาดทุกๆ เวลาได้เป็นอย่างดี แต่งกายได้ถูกต้องตามหลักการศาสนา ใช้เวลาและทรัพย์สินไปกับการแสวงหาความรู้ ศึกษาอัลกุรอาน และนำไปเผยแพร่ต่อ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ย่อมสร้างกำลังใจให้แก่เราในการที่จะมุ่งมั่นเพียรพยายามในการที่จะได้มาซึ่งการใกล้ชิดต่อพระผู้ทรงอภิบาลของเรา 

ถ่ายทอดโดย มุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ Mufti Ismail Menk
แปล بنت الاٍسلام

Read Full Post »

Older Posts »

%d bloggers like this: