Feeds:
Posts
Comments

Archive for the ‘ความอดทน’ Category

นบีมุหัมมัดศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม รับมือกับผู้คนที่ทำบาปอย่างไร 

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑

จากบทความของ ดร. ฮิชาม อัลอะวะดีย์ แปล เรียบเรียง บินติ อัลอิสลาม

เราทราบกันดีว่า “ประชาชาติมุสลิมที่ดีที่สุด คือ กลุ่มชนที่ดำเนินชีวิตอยู่ในยุคของท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม”

อย่างไรก็ตาม พวกเขาเหล่านั้นก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา และพวกเขาบางคนก็เคยทำบาปใหญ่ และมีอีกหลายคนที่เพิ่งเข้ารับอิสลาม ซึ่งก่อนหน้านั้น (ก่อนอิสลาม) “การดื่มแอลกอฮอล์หรือการทำผิดประเวณี” เป็นเรื่องปกติสำหรับบางคน 

ดังนั้นเราจำต้องเข้าใจว่ามันยากเพียงใดสำหรับหลายๆ คนที่ต้องเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเขาอย่างฉับพลัน

การเลิกทำนิสัยบางอย่างที่เป็นความเคยชินอาจง่ายสำหรับบางคน และยากสำหรับบางคน 

และแน่นอนว่าคนที่เพิ่งเข้ารับอิสลามในปัจจุบันนี้รู้ดีว่ามันหมายความเช่นไร

หากทว่าความแตกต่างระหว่างคนในยุคนี้ กับคนในยุคท่านนบีคือ ผู้ที่ทำการละเมิด ทำบาปในยุคของท่านนบีจะเกิดความรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป และพวกเขาก็สำนึกผิด กลับเนื้อกลับตัวด้วยความจริงใจ 

แน่นอนว่า พวกเขาอาจจะโชคดีกว่าเราที่พวกเขามี “คนคนหนึ่ง” ที่อยู่เคียงข้างเขา ซึ่งคือ นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ผู้ที่ทราบดีว่าควรจะจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นและรับมือกับมันอย่างไรด้วยวิธีที่ชาญฉลาด

—แล้วท่านนบีรับมืออย่างไรเล่า?—

– ท่านทำตัวของท่านให้เป็นบุคคลที่เข้าถึงง่ายต่อผู้คน

– ท่านไม่เคยตะคอก ท่านไม่เคยสาปแช่ง และท่านไม่เคยตัดสิน 

– ท่านไม่เคยต้องการทราบเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของผู้ที่ทำบาป หรือซักถามสอบสวนผู้ที่ทำบาปนั้น 

– ท่านมุ่งความสนใจไปที่การแก้ไข ว่าคนทำบาปนั้นควรทำอย่างไรหลังจากนั้น มากกว่าการให้ความสนใจว่าเขาได้ทำอะไรไปบ้าง หรือเหตุใดเขาจึงทำมัน 

ชายคนหนึ่งเข้ามาพบท่านนบีมุหัมมัด และบอกท่านว่าเขาได้ล่วงละเมิดสตรีนางหนึ่ง หากทว่าเขาไม่ได้หลับนอนกับนาง 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เริ่มต้นนบีได้แต่นิ่งเงียบ จากนั้นท่านก็กล่าวขึ้นมาว่า “และเจ้าจงดำรงไว้ซึ่งการละหมาด ตามปลายช่วงทั้งสองของกลางวัน และยามต้นจากกลางคืน แท้จริงความดีทั้งหลายย่อมลบล้างความชั่วทั้งหลายนั่นคือข้อเตือนสำหรับบรรดาผู้ที่รำลึก” {ฮูด 11 : 114} คัดลอกจาก app Quran 

แทนที่ท่านจะเน้นย้ำเกี่ยวกับบาปที่เขาได้กระทำ แต่ท่านได้ให้ทางออกแก่เขาด้วยการสั่งใช้ให้ทำความดี ซึ่งในกรณีนี้ คือการละหมาด 

“การทำความดี” ยังหมายรวมถึง การถือศีลอด การบริจาค การดูแลรับใช้ครอบครัว เพื่อน สังคม  

นบีมุหัมมัดอาจทำให้คนทำบาปรู้สึกผิดกับสิ่งที่เขาทำลงไป แต่ท่านไม่เคยทำให้เขารู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับตัวเอง 

การรักษา “การเคารพตัวเอง” ของผู้ทำบาป (ของท่าน) คือกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ทำผิด 

มีชายคนหนึ่งซึ่งเป็นคนตลก เขาเคยทำให้ท่านนบีมุหัมมัดหัวเราะ แต่ชายคนดังกล่าวมีปัญหาเกี่ยวกับการดื่มเหล้า และถูกลงโทษอยู่บ่อยครั้งอันเนื่องมาจากการดื่มเหล้าของเขา

วันหนึ่งเขาถูกนำตัวมายังท่านนบีด้วยความผิดเดิม และมีมุสลิมคนหนึ่งกล่าวสาปแช่งเขา

ท่านนบีจึงกล่าวแก่มุสลิมคนนั้นว่า “จงอย่าสาปแช่งเขา เพราะฉันรู้ว่าเขารักอัลลอฮฺและศาสนทูตของเขา”

แน่นอนว่า การติดเหล้าของเขานั้นถูกต่อต้านและต้องได้รับการลงโทษ แต่ความรักที่เขามีต่ออัลลอฮฺและนบีมุหัมมัด ก็ยังเป็นที่รับรู้และได้รับการชื่นชม

ดังนั้น หากว่าคุณต้องการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของคนทำบาป มันจำเป็นอย่างที่มากที่คุณจะมุ่งเน้นไปที่การให้ทางออกแก่ผู้ทำบาปด้วยการแนะนำให้เขาทำความดี และคุณควรแนะนำเขาด้วยวิธีการที่ยังคงรักษา “ความเชื่อมั่นในตัวเองของผู้ทำบาปในการที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีกว่าเดิม” ด้วย

ขออัลลอฮฺทรงให้อภัยต่อบาปทั้งหลายของเรา และให้แรงกำลังแก่เราในการที่จะรับใช้พระองค์ในช่วงเวลาแห่งความท้าทายที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ด้วยเถิด อามีน

รูปจาก Google search

Advertisements

Read Full Post »

​บททดสอบของคุณ ไม่ใช่ตอนที่คุณต้องสวมใส่ฮิญาบ หรือไว้เครา แต่บททดสอบของคุณ เกิดขึ้นภายหลังเมื่อคุณได้พบกับพี่น้องมุสลิมของคุณที่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง .. และมีอะไรเกิดขึ้นกับหัวใจของคุณต่างหาก 

มันคือ “ความหลงตัวเอง ความยโสทะนงตน ต่อความบริสุทธิ์ผุดผ่องของคุณ” หรือ “ความอ่อนน้อมถ่อมตน ต่อทางนำของอัลลอฮฺประทานแก่คุณ พร้อมกับความพยายามและการดุอาอฺที่จริงใจของคุณต่อพวกเขาเหล่านั้น ให้เปลี่ยนแปลงตัวเองได้เช่นคุณในวันหนึ่ง” 

ตรวจสอบหัวใจของคุณ เพราะว่าความทะนงตนเพียงเศษเสี้ยวเดียวจะไม่นำพาคุณไปสู่สวนสวรรค์ (นักวิชาการเตาฟีก เชาษุรียฺ)

Read Full Post »

​หากมีใครสักคนทำดีกับคุณ อิสลามสอนให้คุณต้องทำดีต่อพวกเขาเป็นการตอบแทน อย่างไรก็ตาม หากว่าคุณทำดีกับใครสักคน อิสลามสอนให้คุณไม่ต้องรอคอยการตอบแทนใดๆ หรือคาดหวังจะได้รับสิ่งใดๆ ตอบกลับมาในรูปแบบที่คุณต้องการจากพวกเขา

ในกรณีที่มีคนทำดีต่อคุณ คุณสามารถตอบแทนพวกเขาด้วยการทำดี แสดงความเมตตา ขอบคุณ หรือดุอาอฺให้พวกเขา ส่วนในกรณีที่คุณทำดีต่อผู้อื่น คุณควรคาดหวังการตอบแทนจากอัลลอฮฺเท่านั้น

และหากว่ามีถ้อยคำดีๆ ใดๆ ถูกกล่าวมาถึงคุณอันเนื่องมาจากความดีที่คุณทำ ก็ให้กล่าว อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ขอบคุณอัลลอฮฺ

แต่สิ่งที่ยากก็คือ เมื่อเราทำความดีโดยหวังการตอบแทนจากมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นถ้อยคำดีๆ จากพวกเขาก็ตาม หากว่าสิ่งที่เราคาดหวังไม่เกิดขึ้น เราก็จะเกิดความไม่พอใจ โดยลืมไปว่า สิ่งดีๆ ที่เราทำนั้นควรเป็นไปเพื่อความพึงพอพระทัยขออัลลอฮฺ ดังนั้นเราอย่าได้ขุ่นเคืองใจไป

ปัจจุบันนี้ สิ่งที่เรามักจะประสบพบเจอคือ หากเราทำดีกับใคร เมื่อเวลาผ่านพ้นไปสักระยะหนึ่ง เราสามารถคาดเดาได้เลยว่า สิ่งที่ไม่ดีในหลายรูปแบบจากคนเหล่านั้นจะเกิดขึ้นกับเรา เว้นแต่คนที่อัลลอฮฺทรงประทานความเมตตา ไม่ให้สิ่งไม่ดีนั้นเกิดกับเขา

คุณอาจจะทำแต่สิ่งดีดี ให้แต่สิ่งดีดี ช่วยเหลือพวกเขาอย่างสุดความสามารถ อย่างไรก็ตามด้วยแผนการของอัลลอฮฺ บางครั้ง ในวันข้างหน้า พวกเขาเหล่านั้นที่คุณทำดีด้วยจะพูดไม่ดีเกี่ยวกับคุณ นินทาใส่ร้ายคุณ หรือหากมีใครพูดไม่ดีเกี่ยวกับคุณ พวกเขาก็จะไม่แสดงการปกป้องคุณ พวกเขาอาจจะทำร้ายคุณด้วยรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่า อัลลอฮฺทรงต้องการให้คุณตระหนักว่า “สิ่งดีดีที่คุณทำให้พวกเขานั้น เพราะคุณต้องการการตอบแทนและความพอใจจากพวกเขา หรือจากพระองค์? หากคุณทำเพื่อพวกเขา อัลลอฮฺนั้นทรงเพียงต้องการให้คุณรู้ว่า แท้จริงแล้ว มนุษย์คือผู้ที่ไม่รู้จักการขอบคุณ แต่หากว่าคุณทำเพื่ออัลลอฮฺ ไม่ว่าพวกเขาจะทำไม่ดีกับคุณอย่างไรก็ตาม การงานที่ดีของคุณย่อมได้รับการตอบรับจากพระองค์แน่นอน พร้อมด้วยการตอบแทนที่ครบถ้วน”

เรียบเรียงบางส่วนจากบรรยายของมุฟตี อิสมาอีล เมงก์  หัวข้อ Lesson on Surah Insaan/โดย บินติ อัล อิสลาม


Read Full Post »

ให้อภัยผู้อื่น ให้อภัยคนที่เคยทำผิดต่อคุณหรือทำให้คุณเจ็บปวด
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
เมื่อนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม พิชิตมักกะฮฺและเอาชนะศัตรูของท่านได้ ท่านได้รวบรวมตัวของพวกเขามา และถามพวกเขาว่า “พวกท่านคิดว่าฉันจะทำการตัดสินกับพวกท่านเช่นไร” พวกเขาตอบว่า “ด้วยความเมตตา เพราะท่านคือผู้ที่มีคุณธรรมและเป็นบุตรของพี่ชายผู้ซึ่งมีคุณธรรมของเรา” จากนั้นท่านได้ตอบพวกเขาว่า “พวกท่านได้รับอิสระแล้ว พวกท่านได้รับการให้อภัย”

ข้อแนะนำที่จะช่วยให้คุณสามารถให้อภัยต่อผู้อื่นมีสามขั้นตอนต่อไปนี้

๑. คิดถึงคนที่สร้างความเจ็บปวดให้แก่คุณ และตั้งใจว่าจะให้อภัยพวกเขา จากนั้นก็วิงวอนขอต่ออัลลอฮด้วยความจริงใจว่า “โอ้ อัลลอฮฺ ข้าพระองค์รู้ว่าพระองค์ทรงพึงพอพระทัยต่อผู้ที่ปฏิบัติ เช่นศาสนทูตที่รักของพระองค์ได้เคยปฏิบัติ โอ้ อัลลอฮ ข้าพระองค์จะให้อภัยพวกเขาเช่นที่ศาสนทูตเคยให้อภัย ขอพระองค์ได้โปรดพึงพอพระทัยในข้าพระองค์ด้วยเถิด โอ้ อัลลอฮฺ โปรดทรงอภัยโทษแก่ความผิดบาปของข้าพระองค์ เช่นนี้ข้าพระองค์ได้ให้อภัยสิ่งที่คนเหล่านั้นได้กระทำต่อข้าพระองค์ด้วยเถิด”

๒. กล่าวทักทายด้วยถ้อยคำแห่งสันติ “อัสลามุอะลัยกุม” แก่ผู้ที่คุณไม่ปรารถนาที่จะกล่าวทักทายพวกเขาในอดีต ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ในหะดีษบทหนึ่งบอกเล่าว่า มีคนคนหนึ่งถามท่านนบีมุหัมมัดว่า “การงานใดที่เป็นการงานที่ดียิ่ง” ท่านตอบว่า “การให้อาหาร และทักทายคนที่ท่านรู้จัก และคนที่ท่านไม่รู้จัก”

แน่นอนว่าเราคงไม่จำเป็นต้อง “ชอบ” คนทุกคนที่เรากล่าวทักทายพวกเขา ไม่ว่าเราจะรู้จัก หรือไม่รู้จักพวกเขาก็ตาม

อีกทั้งในหะดีษบทหนึ่ง ท่านนบีมุหัมมัด กล่าวว่า “ฉันควรจะบอกแก่พวกท่านให้ทราบถึงสิ่งหนึ่งหรือไม่ เพราะหากว่าท่านกระทำมัน ท่านจะมีความรักต่อกัน นั่นคือการกล่าวทักทายด้วยถ้อยคำแห่งสันติระหว่างกันในหมู่พวกท่าน” ซึ่งนี่หมายถึงการกล่าวทักทายเพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีที่เป็นด้านบวก มากกว่าเพื่อให้เกิดความรู้สึกชื่นชอบต่อคนที่คุณกล่าวทักทายพวกเขา

๓. ฟังหรืออ่านเรื่องราวที่เกี่ยวกับการให้อภัยผู้อื่น

แปลจากบทความของ ดร. ฮิชาม อัลอะวาดียฺ
-Bint Al Islam-

Read Full Post »

อบู อุมามะฮฺรายงานว่า นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ฉันขอรับรองซึ่งสถานที่พำนักในสวรรค์ญันนะฮฺต่อบรรดาผู้ที่ละทิ้งการโต้เถียง (ทะเลาะ) แม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายที่ถูกต้องก็ตาม และฉันขอรับรองซึ่งสถานที่พำนักกลางสวรรค์ญันนะฮฺ ต่อผู้ที่ละทิ้งการกล่าวเท็จแม้ว่าจะเป็นไปเพื่อความสนุกสนานก็ตาม และฉันขอรับรองซึ่งส่วนที่สูงสุดในสวรรค์ญันนะฮฺต่อผู้ที่มีพฤติกรรมมรรยาทที่ดีงาม” (สุนันอบีดาวูด 4800 หะซัน)

ท่านหญิงอาอิชะฮฺรายงานว่า “นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “แท้จริงนั้น ผู้เป็นที่เกลียดชังยิ่งต่ออัลลอฮฺ คือผู้ที่ก้าวร้าว หยาบคายในการโต้แย้ง” (เศาะหีฮฺมุสลิม เล่มที่สามสิบสี่ เลขที่หกพันสี่ร้อยสี่สิบเจ็ด)

ท่านอบู อุมามะฮฺรายงานว่า “นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “จะไม่มีผู้ใดที่หลงทาง หลังจากที่ได้รับทางนำแล้ว เว้นแต่ว่าพวกเขาหมกมุ่นอยู่กับการโต้เถียง (ทะเลาะเบาะแว้ง)” จากนั้นท่านก็อ่านอายะฮฺ “พวกเขายกตัวอย่างแก่เจ้าเพียงเพื่อการโต้แย้ง พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่ชอบการโต้เถียง” (อัลกุรอาน 43:58) (สุนัน อัตติรฺมิซียฺ Book of Exegesis, 3253, เศาะหีฮฺ)

และมีการรายงานว่า มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มาจากกลุ่มชนแห่งความรู้ เขามักจะเสนอตัวเองก่อนใครอยู่เสมอ อีกทั้งยังพูดและประพฤติตัวด้วยความยโสทะนงตนในความรู้ของเขาต่อหน้าบรรดาผู้ที่อาวุโสกว่าเขา ซึ่งการกระทำนี้สร้างความขุ่นเคืองต่อท่านสุฟยาน อัษเษารียฺ ด้วยเหตุนี้ท่านจึงกล่าวว่า “บรรดาสลัฟนั้นไม่เคย (ประพฤติตัว) เช่นนี้ พวกท่านไม่เคยกล่าวอ้างถึงความเป็นผู้นำ หรือนั่งอยู่ตรงส่วนหัวของการชุมนุมจนกว่าพวกเขาจะได้แสวงหาความรู้แล้วเป็นระยะเวลาสามสิบปี และท่านกลับแสดงความยโสต่อหน้าบรรดาผู้ที่อาวุโสมากกว่าท่าน จงลุกขึ้นเถอะ ฉันไม่แม้แต่ต้องการที่จะเห็นท่านอยู่ใกล้ๆ กับวงสนทนาของฉัน” (อัลบัยฮากียฺ Al Madhkal Ila Al-Sunan al-Kubra 2:74)

แหล่งที่มา App: Shortcuts to Jannah
แปล บินติ อัลอิสลาม

Read Full Post »

อดทน ขอให้คุณมีความอดทน อัลลอฮ์ทรงรู้ดีว่าเหตุใดพระองค์จึงทรงทำให้คุณยังคงต้องเผชิญอยู่กับสถานการณ์บางอย่างอยู่ พระองค์ไม่ได้กำหนดสิ่งใดผิดพลาดหรือลืมเราแต่อย่างใด

บางคนพอเจ็บป่วยก็พร่ำบ่นว่า “ตอนนี้ฉันป่วยมากเลย ฉันคิดว่าอัลลอฮ์ทรงลืมฉันแล้ว”

ความตะวักกุลของคุณอยู่ที่ไหน ความไว้วางใจของคุณที่มีต่ออัลลอฮฺอยู่ที่ไหน ชีวิตของเรามันแสนสั้นนัก

อัลลอฮฺมิได้ทรงลืมคุณ อัลลอฮ์ทรงรู้ว่าพระองค์ทรงประสงค์สิ่งใด ขอให้คุณอดทนฝ่าฟันต่อไป มันอาจใช้ระยะเวลา 1 ปี 5 ปี ขออย่ากังวล อีกไม่นานประตูที่ปิดตายจะถูกเปิดเพื่อให้ทางออกแก่เรา

เรียบเรียงบางส่วนจากบรรยายของมุฟตี เมงก์
Jumping the gun

Read Full Post »

พวกท่านจงกลับไปยังพ่อของพวกท่าน (นบียากูบ) แล้วกล่าวว่า โอ้คุณพ่อของเรา! แท้จริงลูก
ของท่าน (บินยามิน) ขโมยและเราไม่เป็นพยานเว้นแต่ในสิ่งที่เรารู้และเรามิใช่ผู้เก็บความลับ [Quran 12 : 81 ]

และจงถามชาวเมืองซึ่งเราพำนักอยู่ในนั้นและกองคาราวานซึ่งเราเดินทางร่วมมากับมัน และแท้จริงเรานั้นเป็นผู้สัตย์จริงอย่างแน่นอน [Quran 12 : 82 ]

เขา (นบียากูบ) กล่าวว่า “แต่ว่าจิตใจของพวกเจ้าได้ตกแต่งเรื่องขึ้นเพื่อพวกเจ้า ดังนั้นการอดทนเป็นสิ่งที่ดี หวังว่าอัลลอฮฺจะทรงนำพวกเขาทั้งหมด (ยุซุฟและบินยามิน) มาหาฉัน แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ” [Quran 12 : 83 ]
——————————————
ตอนนี้นบียากูบได้สูญเสียบุตรชายคนที่สองของท่าน ดูสิว่า ท่านได้รับมือกับความสูญเสียนี้เช่นไร .. ท่านรับมือกับมันด้วยความอดทนอดกลั้นและมอบหมายต่ออัลลอฮฺ โดยเชื่อว่าพระองค์จะทรงทำให้ทุกอย่างกลับมาดีอีกครั้ง ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดความอธรรมใดๆ ขึ้นกับคุณในชีวิตนี้ คุณก็คงรู้แล้วว่าคุณควรรับมือกับมันอย่างไรเพื่อที่จะทำให้จิตใจสงบ
——————————————
และเขา (นบียากูบ) ผินหลังให้พวกเขา (ลูกๆ คนโต) และกล่าวว่า “โอ้อนิจจา ยูซุฟเอ๋ย!” และตาทั้งสองข้างของเขามัวเนื่องจากความเศร้าโศก และเขาเป็นผู้อดกลั้น [Quran 12 : 84 ]

พวกเขากล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ท่านยังคงรำลึกถึงยูซุฟอยู่ จนกระทั่งท่านเจ็บจวนจะตายหรือท่านจะพินาศไป” [Quran 12 : 85 ]

เขากล่าวว่า “แท้จริงฉันร้องเรียนความเศร้าสลดของฉันและความทุกข์ระทมของฉันต่ออัลลอฮฺ และฉันรู้ (เรื่องความเมตตา) จากอัลลอฮฺซึ่งพวกเจ้าไม่รู้” [Quran 12 : 86 ]
——————————————
ในอายะฮฺที่ 84 เราได้บทเรียนอย่างหนึ่งว่านบียากูบได้ข่มความโศกเศร้าจากการสูญเสียบุตรชายของท่านด้วยการเก็บกลั้นความโกรธของท่านไว้ภายใน และผลของมันก็คือ “ท่านกลายเป็นคนตาบอด”

ดังนั้น โปรดอย่าได้เก็บกดความโกรธ ความผิดหวัง ไม่พอใจไว้ภายใน

แล้วเราจะสามารถทำอะไรได้บ้างหละ? พาลใส่ภรรยาและลูกๆ หรือ?

ไม่ใช่แน่นอน แต่สิ่งที่นบียากูบทำคือ “แท้จริงฉันร้องเรียนความเศร้าสลดของฉันและความทุกข์ระทมของฉันต่ออัลลอฮฺ”

ใช่แล้วหละ ร้องเรียนความทุกข์กับอัลลอฮฺ พระองค์จะทรงรับฟัง และพระองค์จะประทานรางวัลการตอบแทนให้ และระหว่างนั้นขอให้คุณจงอดทน
————————-
จากหนังสือ Real life lessons from The Holy Quran
โดย Muhammad Bilal Lakhani
คัดลอกคำแปลอัลกุรอานจาก quran App
แปล บินติ อัลอิสลาม

*หากต้องการคัดลอกบทความ โปรดระบุแหล่งที่มา*
รูป::อินเตอร์เนต

image

Read Full Post »

Older Posts »

%d bloggers like this: