Feeds:
Posts
Comments

Archive for the ‘จรรยามรรยาทแห่งอิสลาม’ Category

🍃🍃🍃🍃คำอธิบาย ซูเราะฮฺ อัลมาอูน🍃🍃🍃🍃

🌱เจ้าเห็นสภาพของผู้ที่ปฏิเสธการฟื้นคืนชีพและการตอบแทนหรือไม่

🌱นั่นคือ ผู้ที่ผลักไส กดขี่ ข่มเหงเด็กกำพร้า ปฏิเสธที่จะให้สิทธิที่พวกเขาพึงได้รับ ไม่ให้อาหาร หรือความช่วยเหลือใดๆ เลย

🌱เขาไม่เชิญชวน ส่งเสริมให้ผู้อื่นให้อาหารแก่คนยากจน และนอกจากตัวเขาจะไม่ช่วยเหลือเองแล้ว เขายังไม่ให้ผู้อื่นกระทำด้วย (นั่นคือเมื่อมีคนที่กำลังทุกข์ร้อน ขัดสน ขาดแคลน ต้องการความช่วยเหลือ คนที่เห็นแก่ตัวก็จะไม่สนับสนุนช่วยเหลือคนทุกข์ยากเหล่านั้น)

🌱ความหายนะจงประสบแด่บรรดาผู้ละหมาด (ที่ละเลยการละหมาดของเขา หมายถึงผู้ที่ละหมาดในที่สาธารณะ แต่ไม่ละหมาดในที่ส่วนตัว หรือผู้ที่รักษาการละหมาดอย่างดีในตอนเริ่มต้น และหลังจากนั้นเขาก็ละเลยการละหมาด หรือผู้ที่ละเลยการละหมาดในเวลาของมัน จนกระทั่งทำให้พวกเขาต้องละหมาดนอกเวลาที่กำหนด — จากการรายงานของท่านอิบนุ อับบาส) 

🌱บรรดาผู้ที่โอ้อวด แสดงตนด้วยการทำดีให้ผู้อื่นได้เห็นได้ชื่นชม 

อีหม่ามอะหฺมัดรายงานว่า นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามกระทำการใดการหนึ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งชื่อเสียงที่ดี อัลลอฮฺจะทรงลดเกียรติของเขาและทำให้เขาต่ำต้อย” 

🌱ผู้ที่หวงแหนของใช้เล็กๆ น้อยๆ แก่เพื่อนบ้าน คนในชุมชน หรือปฏิเสธที่จะแสดงความเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลก พวกเขาไม่ยอมแม้แต่จะให้การหยิบยืม แก่ผู้ที่ลำบากขัดสน แม้ว่ามันจะเป็นการยืมที่จะได้รับคืนภายหลัง

สรุปเรียบเรียงจาก 

✏คัมภีร์อัลกุรอานแปลไทย

✏อรรถาธิบายอัลกุรอาน 3 ญุซอ์สุดท้าย จากอัตตัฟสีรฺ อัลมุยัสสัรฺ

✏Tafseer Ibn Katheer – part 30 juz amma

Read Full Post »

​บททดสอบของคุณ ไม่ใช่ตอนที่คุณต้องสวมใส่ฮิญาบ หรือไว้เครา แต่บททดสอบของคุณ เกิดขึ้นภายหลังเมื่อคุณได้พบกับพี่น้องมุสลิมของคุณที่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง .. และมีอะไรเกิดขึ้นกับหัวใจของคุณต่างหาก 

มันคือ “ความหลงตัวเอง ความยโสทะนงตน ต่อความบริสุทธิ์ผุดผ่องของคุณ” หรือ “ความอ่อนน้อมถ่อมตน ต่อทางนำของอัลลอฮฺประทานแก่คุณ พร้อมกับความพยายามและการดุอาอฺที่จริงใจของคุณต่อพวกเขาเหล่านั้น ให้เปลี่ยนแปลงตัวเองได้เช่นคุณในวันหนึ่ง” 

ตรวจสอบหัวใจของคุณ เพราะว่าความทะนงตนเพียงเศษเสี้ยวเดียวจะไม่นำพาคุณไปสู่สวนสวรรค์ (นักวิชาการเตาฟีก เชาษุรียฺ)

Read Full Post »

เพิ่มพูนริสกี ด้วยการบริจาค
@@@@@@@@@@@@
ในซูเราะอัลบะเกาะเราะฮฺ อายะที่ 261 อัลลอฮฺตรัสว่า “อุปมาบรรดาผู้ที่บริจาคทรัพย์ของพวกเขาในหนทางของอัลลอฮฺนั้น ดังอุปมัยเมล็ดพืชเมล็ดหนึ่งที่งอกขึ้นเป็นเจ็ดรวง ซึ่งในแต่ละรวงนั้นมีร้อยเมล็ด และอัลลอฮฺนั้นจะทรงเพิ่มพูนแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงกว้างขวาง ผู้ทรงรอบรู้” (คัดลอกจากโปรแกรมอัลกุรอานแปลไทย)

ทรัพย์สินของคุณจะไม่ลดน้อยลง เมื่อคุณทำการบริจาคไปในหนทางของอัลลอฮฺ ไม่มีใครต้องยากจน อันเนื่องมาจากการบริจาค พวกเขาต่างได้รับการตอบแทนคืนกลับมา พวกเขาต่างประสบความสำเร็จ โดยที่ทรัพย์สิน และริสกีของพวกเขาเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ “พวกเขาได้รับการอำนวยพรจากอัลลอฮฺมากมาย ทรัพย์สินของพวกเขามีบะเราะกัต” หมายความว่า “ทรัพย์สิน หรือปัจจัยยังชีพที่เขามี แม้ว่ามันจะมีจำนวนไม่มาก แต่มันจะคงอยู่กับเขาได้นาน ด้วยเพราะว่ามันมีบะเราะกัต อันเนื่องมาจากการบริจาคของเขา ในขณะที่ทรัพย์สินของบางคนอาจจะมีมากมายแต่มันอยู่กับเขาได้ไม่นาน เพราะมันไม่มีบะเรากัต”

เมื่อเราทำให้ทรัพย์สินของเราสะอาดบริสุทธ์ ด้วยการบริจาค หัวใจของเราก็จะบริสุทธ์ไปด้วย โดยที่มันจะไม่ยึดติดกับวัตถุทางโลก ปัญหามากมายที่เราต่างเผชิญบนโลกใบนี้ส่วนใหญ่ก็เกิดจากการยึดติดกับวัตถุ ดังนั้นเมื่อเราใช้จ่ายทรัพย์สินที่มีไปในหนทางที่ถูกต้อง หัวใจเราก็จะดีไปด้วย

แน่นอนว่าพวกเราส่วนมากต่างก็รักการมีเงิน การมีทรัพย์สิน แต่ผู้ที่ใช้จ่ายทรัพย์สินของเขาไปในหนทางที่ถูกต้องดีงาม บุคคลนั้นคือคนร่ำรวยที่แท้จริง

ปัจจุบันนี้มีหลายคนเต็มใจที่จะฝากเงินของเขาไว้กับธนาคาร เพื่อที่พวกเขาจะได้รับดอกเบี้ยเป็นการตอบแทน ซึ่งเป็นหนทางที่หะรอม หนทางที่อัลลอฮฺทรงสังห้าม แน่นอนว่าเขาอาจจะได้รับดอกเบี้ย 6% 10% 20%  และมันอาจดูเหมือนว่าทรัพย์สินของเขาเพิ่มพูนขึ้นมามากมาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว หาเป็นเช่นนั้นไม่ ดังนั้นขอให้เราปกป้องตัวเราให้พ้นจากสิ่งที่หะรอม เพราะอัลลอฮฺจะมิทรงปล่อยให้คุณประสบความสำเร็จด้วยสิ่งที่พระองค์ทรงสั่งห้าม คุณจำต้องขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ และใช้จ่ายทรัพย์สินที่คุณมีไปในหนทางของพระองค์ เพราะอัลลอฮฺทรงแจ้งว่า หากเราลงทุนกับพระองค์ เราจะได้เห็นผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่กลับมา พระองค์ทรงแจ้งไว้แล้วว่า เราจะได้รับการตอบแทนเป็น 700 เท่าจากการบริจาค ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมีมาก หรือน้อย ก็ขอให้คุณทำการบริจาคตามความสามารถ บางที “บะเราะกัตที่คุณจะได้รับจากการบริจาค” นั้น จะส่งผลให้คุณได้รับการตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ไม่ด้วยหนทางใดก็หนทางหนึ่ง ซึ่งหมายรวมถึงทรัพย์สินของคุณ สุขภาพของคุณ ลูกๆ ของคุณหรือชีวิตการแต่งงานของคุณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลมาจากการใช้จ่ายทรัพย์สินของคุณทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม อัลลอฮฺได้ทรงเตือนเราด้วยว่า “ให้เราปกป้องตัวเราจากการทำลายรางวัลการตอบแทนจากการบริจาค ด้วยการล้ำเลิกบุญคุณ” เราไม่ควรล้ำเลิกบุญคุณ หรือพูดย้ำบ่อยๆ ถึงสิ่งที่เราได้ให้ใครคนหนึ่่่งไปกับเขา หรือบอกให้คนทั่วไปรับรู้ว่าเราให้อะไรใครไปบ้าง

อัลลอฮฺจะทรงตอบแทนให้คุณอย่างครบถ้วน หากว่าคุณบริจาคในหนทางของพระองค์ และคุณมีความถ่อมตนภายหลังการบริจาค โดยที่คุณไม่ล้ำเลิกบุญคุณ หรือป่าวประกาศให้ผู้อื่นรับรู้ และไม่ทำร้ายคนอื่น

อัลลอฮฺจะทรงคอยให้ความช่วยเหลือผู้ศรัทธา ตราบเท่าที่เขาให้ความช่วยเหลือผู้ศรัทธาคนอื่น หากคุณให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ อัลลอฮฺก็จะทรงช่วยเหลือคุณ หรือหากคุณให้ความช่วยเหลือสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง อัลลอฮฺก็จะทรงช่วยเหลือคุณเช่นกัน เช่นสตรีนางหนึ่งให้ความช่วยเหลือสัตว์ จนทำให้นางพ้นจากไฟนรก

อีกทั้งอัลลอฮฺยังทรงแจ้งไว้ด้วยว่า สำหรับผู้ที่ทำการบริจาค และไม่ล้ำเลิกบุญคุณ พวกเขาจะไม่มีความหวาดกลัว และไม่มีซึ่งความโศกเศร้า อัลลอฮฺจะทรงปกป้องเขาจากความโศกเศร้า อันเนื่องมาจากการบริจาค

“บรรดาผู้บริจาคทรัพย์ของพวกเขาในทางของอัลลอฮฺ แล้วพวกเขามิให้ติดตามสิ่งที่พวกเขาบริจาคไป ซึ่งการล้ำเลิกและการก่อความเดือดร้อนใดๆ นั้น พวกเขาจะได้รับรางวัลของพวกเขา ณ พระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา และไม่มีความกลัวใดๆ แก่พวกเขา และทั้งพวกเขาก็จะไม่เสียใจ” {อัลบะเกาะเราะฮฺ 262}

มีหลายคนต้องประสบกับความทุกข์ทรมาน อยู่ในภาวะซึมเศร้า ความเครียด ความกดดัน นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่รักการบริจาค

คุณรู้ไหมว่า “การบริจาคของคุณ” จะเป็นสิ่งที่ช่วยคุณไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ จิตใจ ทรัพย์สิน สถานะของคุณ ลูกๆ ของคุณ ในทุกๆ ด้านของการใช้ชีวิตของคุณ และแม้แต่โลกอาคิเราะห์ของคุณ

ดังนั้น คุณควรฝึกให้ตัวคุณเป็นผู้ที่รักการบริจาค และช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อยู่เสมอ

แปลเรียบเรียงบางส่วนจาก บรรยายมุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ หัวข้อ Save yourself series-4/ โดย bint Al Islam

Read Full Post »

ปัจจุบันนี้ พวกเราต่างโชว์ โอ้อวดทุกสิ่งทุกอย่างทาง whats app, tweeter, IG, facebook โชว์แม้แต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้ผู้คนเข้ามาดู สำหรับคนที่ไม่มีในสิ่งที่คุณโชว์ ก็ได้แต่นั่งมองดูด้วยหัวใจที่เจ็บปวด จากนั้นพวกเขาก็เกิดความรู้สึกอิจฉา

เราไม่จำเป็นต้องโชว์ทุกอย่างก็ได้ แน่นอนว่าบางครั้งเราอาจจะอยากโชว์สิ่งที่ดีงามสัก 2-3 อย่าง ด้วยเหตุผลที่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้พบเห็น

แต่คำเตือน ก็คือ “หากคุณปรารถนาที่จะได้รับเราะฮฺมัต ความเมตตาจากอัลลอฮฺ คุณก็ควรนึกถึง และเห็นใจคนที่ไม่มีเช่นคุณ ที่คุณกำลังโชว์พวกเขาผ่านทาง social media ด้วย”

อีกทั้งยังมีคนบางประเภทที่โชว์สิ่งของที่ไม่ใช่ของตน แต่แสร้งทำเสมือนว่าเป็นของตัวเอง บางคนไปตามร้านค้า ลองสินค้า ถ่ายรูป โดยไม่ซื้อ แสร้งว่าเขาครอบครองมัน และมันก็กลายเป็นการสร้างชีวิตใหม่เพื่อการหลอกลวง

คุณโชว์ โอ้อวดผู้คนในสิ่งที่คุณไม่มี ที่คุณไม่ได้เป็น ความเมตตาประเภทใดที่คุณมี ในเมื่อจริงๆ แล้วคุณไร้ความเมตตาต่อผู้อื่น ทำไมต้องอวด ทำไมต้องสร้างความเจ็บปวดต่อจิตใจของผู้อื่น

ใช้ชีวิตด้วยวิถีของอิสลาม ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณมี ให้ความช่วยเหลือผู้คน หากคุณอยากได้รับความเมตตาจากอัลลอฮฺ ขอให้คุณมีความเมตตาต่อผู้คนที่อัลลอฮฺทรงสร้างพวกเขา

มีความกรุณา มีความเมตตา ไม่มีความตระหนี่ ไม่คิดถึงแต่ตัวเอง

หะดีษบทหนึ่ง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “จงแสดงความเมตตาต่อผู้คนบนผืนแผ่นดิน และผู้ที่ทรงอยู่บนฟากฟ้าจะแสดงความเมตตาต่อท่าน”
———-
สรุปบางส่วนจากบรรยายของมุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ หัวข้อ Mercy to the worlds/โดย บินติ อัลอิสลาม

อัสตัฒฟิรุลลอฮฺ ขออภัยเพื่อนๆ หากการโพสต์บางอย่าง ทำร้ายจิตใจเพื่อนๆ ค่ะ

Read Full Post »

ให้อภัยผู้อื่น ให้อภัยคนที่เคยทำผิดต่อคุณหรือทำให้คุณเจ็บปวด
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
เมื่อนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม พิชิตมักกะฮฺและเอาชนะศัตรูของท่านได้ ท่านได้รวบรวมตัวของพวกเขามา และถามพวกเขาว่า “พวกท่านคิดว่าฉันจะทำการตัดสินกับพวกท่านเช่นไร” พวกเขาตอบว่า “ด้วยความเมตตา เพราะท่านคือผู้ที่มีคุณธรรมและเป็นบุตรของพี่ชายผู้ซึ่งมีคุณธรรมของเรา” จากนั้นท่านได้ตอบพวกเขาว่า “พวกท่านได้รับอิสระแล้ว พวกท่านได้รับการให้อภัย”

ข้อแนะนำที่จะช่วยให้คุณสามารถให้อภัยต่อผู้อื่นมีสามขั้นตอนต่อไปนี้

๑. คิดถึงคนที่สร้างความเจ็บปวดให้แก่คุณ และตั้งใจว่าจะให้อภัยพวกเขา จากนั้นก็วิงวอนขอต่ออัลลอฮด้วยความจริงใจว่า “โอ้ อัลลอฮฺ ข้าพระองค์รู้ว่าพระองค์ทรงพึงพอพระทัยต่อผู้ที่ปฏิบัติ เช่นศาสนทูตที่รักของพระองค์ได้เคยปฏิบัติ โอ้ อัลลอฮ ข้าพระองค์จะให้อภัยพวกเขาเช่นที่ศาสนทูตเคยให้อภัย ขอพระองค์ได้โปรดพึงพอพระทัยในข้าพระองค์ด้วยเถิด โอ้ อัลลอฮฺ โปรดทรงอภัยโทษแก่ความผิดบาปของข้าพระองค์ เช่นนี้ข้าพระองค์ได้ให้อภัยสิ่งที่คนเหล่านั้นได้กระทำต่อข้าพระองค์ด้วยเถิด”

๒. กล่าวทักทายด้วยถ้อยคำแห่งสันติ “อัสลามุอะลัยกุม” แก่ผู้ที่คุณไม่ปรารถนาที่จะกล่าวทักทายพวกเขาในอดีต ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ในหะดีษบทหนึ่งบอกเล่าว่า มีคนคนหนึ่งถามท่านนบีมุหัมมัดว่า “การงานใดที่เป็นการงานที่ดียิ่ง” ท่านตอบว่า “การให้อาหาร และทักทายคนที่ท่านรู้จัก และคนที่ท่านไม่รู้จัก”

แน่นอนว่าเราคงไม่จำเป็นต้อง “ชอบ” คนทุกคนที่เรากล่าวทักทายพวกเขา ไม่ว่าเราจะรู้จัก หรือไม่รู้จักพวกเขาก็ตาม

อีกทั้งในหะดีษบทหนึ่ง ท่านนบีมุหัมมัด กล่าวว่า “ฉันควรจะบอกแก่พวกท่านให้ทราบถึงสิ่งหนึ่งหรือไม่ เพราะหากว่าท่านกระทำมัน ท่านจะมีความรักต่อกัน นั่นคือการกล่าวทักทายด้วยถ้อยคำแห่งสันติระหว่างกันในหมู่พวกท่าน” ซึ่งนี่หมายถึงการกล่าวทักทายเพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีที่เป็นด้านบวก มากกว่าเพื่อให้เกิดความรู้สึกชื่นชอบต่อคนที่คุณกล่าวทักทายพวกเขา

๓. ฟังหรืออ่านเรื่องราวที่เกี่ยวกับการให้อภัยผู้อื่น

แปลจากบทความของ ดร. ฮิชาม อัลอะวาดียฺ
-Bint Al Islam-

Read Full Post »

อบู อุมามะฮฺรายงานว่า นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ฉันขอรับรองซึ่งสถานที่พำนักในสวรรค์ญันนะฮฺต่อบรรดาผู้ที่ละทิ้งการโต้เถียง (ทะเลาะ) แม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายที่ถูกต้องก็ตาม และฉันขอรับรองซึ่งสถานที่พำนักกลางสวรรค์ญันนะฮฺ ต่อผู้ที่ละทิ้งการกล่าวเท็จแม้ว่าจะเป็นไปเพื่อความสนุกสนานก็ตาม และฉันขอรับรองซึ่งส่วนที่สูงสุดในสวรรค์ญันนะฮฺต่อผู้ที่มีพฤติกรรมมรรยาทที่ดีงาม” (สุนันอบีดาวูด 4800 หะซัน)

ท่านหญิงอาอิชะฮฺรายงานว่า “นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “แท้จริงนั้น ผู้เป็นที่เกลียดชังยิ่งต่ออัลลอฮฺ คือผู้ที่ก้าวร้าว หยาบคายในการโต้แย้ง” (เศาะหีฮฺมุสลิม เล่มที่สามสิบสี่ เลขที่หกพันสี่ร้อยสี่สิบเจ็ด)

ท่านอบู อุมามะฮฺรายงานว่า “นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “จะไม่มีผู้ใดที่หลงทาง หลังจากที่ได้รับทางนำแล้ว เว้นแต่ว่าพวกเขาหมกมุ่นอยู่กับการโต้เถียง (ทะเลาะเบาะแว้ง)” จากนั้นท่านก็อ่านอายะฮฺ “พวกเขายกตัวอย่างแก่เจ้าเพียงเพื่อการโต้แย้ง พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่ชอบการโต้เถียง” (อัลกุรอาน 43:58) (สุนัน อัตติรฺมิซียฺ Book of Exegesis, 3253, เศาะหีฮฺ)

และมีการรายงานว่า มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มาจากกลุ่มชนแห่งความรู้ เขามักจะเสนอตัวเองก่อนใครอยู่เสมอ อีกทั้งยังพูดและประพฤติตัวด้วยความยโสทะนงตนในความรู้ของเขาต่อหน้าบรรดาผู้ที่อาวุโสกว่าเขา ซึ่งการกระทำนี้สร้างความขุ่นเคืองต่อท่านสุฟยาน อัษเษารียฺ ด้วยเหตุนี้ท่านจึงกล่าวว่า “บรรดาสลัฟนั้นไม่เคย (ประพฤติตัว) เช่นนี้ พวกท่านไม่เคยกล่าวอ้างถึงความเป็นผู้นำ หรือนั่งอยู่ตรงส่วนหัวของการชุมนุมจนกว่าพวกเขาจะได้แสวงหาความรู้แล้วเป็นระยะเวลาสามสิบปี และท่านกลับแสดงความยโสต่อหน้าบรรดาผู้ที่อาวุโสมากกว่าท่าน จงลุกขึ้นเถอะ ฉันไม่แม้แต่ต้องการที่จะเห็นท่านอยู่ใกล้ๆ กับวงสนทนาของฉัน” (อัลบัยฮากียฺ Al Madhkal Ila Al-Sunan al-Kubra 2:74)

แหล่งที่มา App: Shortcuts to Jannah
แปล บินติ อัลอิสลาม

Read Full Post »

ทำอย่างไรเราจึงจะเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ดีที่สุด
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
เขียนโดย อบู มุฮาวิยะฮฺ กัมดัร/ แปล บินติ อัลอิสลาม

หากพูดถึงเรื่องของการพัฒนาตนเองนั้น โดยส่วนใหญ่มักจะมีการให้ความสำคัญว่า “เราควรจะทำอย่างไรเพื่อให้เราดีที่สุด เก่งที่สุดในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่” อีกทั้งยังมีเคล็ดลับมากมายที่เราสามารถเรียนรู้ได้เกี่ยวกับการที่จะเป็นคนที่เก่งที่สุดในเรื่องทางโลกทั้งหลาย อย่างไรก็ตาม บทความต่อไปนี้ เราจะมาค้นหาว่า “ทำอย่างไรเราถึงจะเป็นคนที่ดีเลิศที่สุดในพระเนตรของอัลลอฮฺ”

ซึ่งเราจะหาคำตอบกันจากหลายๆ หะดีษที่เน้นย้ำถึงคุณสมบัติของผู้ที่ดีที่สุดในบรรดามุสลิม

ในฐานะของผู้ศรัทธา เราจำต้องพยายามที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอยู่เสมอ ดังนั้นเรามาดูกันว่าในหะดีษกล่าวไว้เช่นไรบ้าง และเรามาพยายามที่จะเป็นคนที่ดีเลิศที่สุดในพระเนตรของอัลลอฮฺกัน เพราะในท้ายที่สุดแล้ว การเป็นคนที่ดีเลิศที่สุดในดุนยานั้นย่อมไม่มีคุณค่าใด หากว่าการใช้ชีวิตของเราไม่ได้ทำให้อัลลอฮฺพึงพอพระทัย

๑. “ผู้ที่ดีที่สุดในบรรดามุสลิมนั้น คือผู้ที่บรรดาพี่น้องมุสลิม (ท่านอื่นๆ) ของเขาปลอดภัยจากมือและลิ้นของเขา” (มุสลิม)

ในการที่จะเป็นผู้ศรัทธาที่ดีที่สุดนั้น เราจำต้องเป็นคนที่มีความสงบและความอ่อนโยนเป็นอย่างมาก ผู้คนที่อยู่รอบตัวเราควรรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ชิดเรา ไม่ใช่เพียงแค่ปลอดภัยจากการถูกกระทำทางกาย แต่ยังรวมถึงความปลอดภัยจากคำพูด วาจาของเราด้วยเช่นกัน ลองพิจารณาดูตัวเราเองและวิเคราะห์การดำเนินชีวิตของเราออกมาด้วยความจริงใจ และถามตัวเองว่า
“ฉันมักจะพูดไม่ดีกับคนอื่นๆ หรือพูดไม่ดีเกี่ยวกับคนอื่นๆ เป็นประจำหรือเปล่า”
“คนรอบตัวฉันเกรงกลัวอารมณ์ที่รุนแรงของฉันหรือเปล่า”
“คนส่วนใหญ่รู้สึกไม่ไว้ใจฉันหรือเปล่า”

คำถามเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากในการที่จะช่วยเราเพื่อปรับปรุงตัวเองให้กลายเป็นคนที่ผู้อื่นรู้สึกปลอดภัยที่จะอยู่ใกล้ชิดด้วย กฎทั่วไปก็คือ “อย่าทำร้าย” และ นี่คือหนึ่งในหลักการขั้นพื้นฐานของอิสลาม

๒. “ผู้ที่ดีที่สุดในหมู่พวกท่านคือผู้ที่มีมารยาทและอุปนิสัยที่ดีที่สุด” (บุคอรียฺ)

ศาสนาของเราคือศาสนาที่เน้นย้ำในเรื่องของการมีมารยาทที่ดีและการมีอุปนิสัยที่ดี “การปฏิบัติตัวของเราต่อผู้คนเป็นเช่นไร” คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าเราเข้าใจศาสนาของเราดีเพียงใด

แต่เป็นที่น่าเศร้าที่บางคนกลับกลายเป็นคนที่แข็งกระด้าง ไม่สุภาพ และหยิ่งยโสเมื่อพวกเขาเพิ่งจะเริ่มปฏิบัติตัวตามหลักการศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่อิสลามสอน การที่จะเป็นผู้ศรัทธาที่ดีที่สุดนั้น เราจำต้องแสดงออกซึ่งมารยาทที่ดีที่สุดอยู่เสมอ รวมถึงการรับมือ การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนประเภทต่างๆ  “มารยาทคือสิ่งที่มึความสำคัญเป็นอย่างมากในการที่จะทำให้ความศรัทธาของเรานั้นสมบูรณ์”

๓. “ผู้ที่ดีที่สุดในหมู่ผู้คน คือผู้ที่สร้างประโยชน์อย่างมากที่สุดต่อมวลมนุษย์”(ดาเราะกุฎนียฺ, หะซัน)

อิสลาม ไม่ใช่ศาสนาที่เห็นแก่ตัว และไม่ใช่ศาสนาที่เน้นเพียงแค่การทำอิบาดะฮฺส่วนตัวของบุคคล หากทว่า มุสลิมที่ดีที่สุด คือผู้ที่อุทิศชีวิตของพวกเขาในการรับใช้อุมมะฮฺเพื่ออัลลอฮฺ

พวกเราแต่ละคนต่างมีทักษะและความรู้ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งสามารถนำมาใช้เพื่อสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่นได้ มันคือหน้าที่ของเราในฐานะของมุสลิมในการที่จะใช้ทักษะเหล่านั้นเพื่อสร้างประโยชน์ต่ออุมมะฮฺ ไม่ใช่เพียงแค่การให้ความสำคัญต่อตัวเราเพียงอย่างเดียว ทำให้การรับใช้ชุมชนเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตของคุณ เพราะนี่คือสิ่งที่มุสลิมทำกัน

๔. “ผู้ที่ดีที่สุดในหมู่พวกท่านคือผู้ที่เรียนอัลกุรอานและสอนมัน (แก่ผู้คน)” (ดาริมียฺ เศาะเหียฮฺ)

อัลกุรอาน คือรากฐานของศาสนาของเรา มันคือหน้าที่ของเราในการที่จะศึกษาเรียนรู้มัน ทำความเข้าใจมัน และปฏิบัติตามมัน ใช้ชีวิตโดยให้มันเป็นแนวทาง และแผ่สารของมันไปยังผู้อื่น สิ่งที่ดีงามที่สุดที่มุสลิมสามารถอุทิศชีวิตของเขาได้ คือการเรียนอัลกุรอานและสอนอัลกุรอาน

ซึ่งรวมไปถึงการสอนการอ่านอัลกุรอานแก่ผู้คน การสอนตัจวีด ตัฟซีรฺ อาหรับ ฮิฟซ์ และแม้แต่การสอนศาสนา เพราะวิชาศาสนาทั้งหมดจำต้องอาศัยการเรียนรู้ความหมายอายะฮฺที่แตกต่างกันออกไปในอัลกุรอาน ขอให้เราทั้งหลายแสวงหาหนทางที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานที่ดีงามนี้ เพื่อที่ว่าเราจะได้กลายเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ดีที่สุดในอุมมะฮฺนี้

๕. “ผู้ที่ดีที่สุดในหมู่พวกท่าน คือผู้ที่ดีที่สุด (ในการปฏิบัติ) ต่อครอบครัวของเขา และฉัน (นบีมุหัมมัด) คือผู้ที่ดีที่สุดในหมู่พวกท่าน (ในการปฏิบัติ) ต่อครอบครัวของฉัน” (ติรมิซียฺ, เศาะเหียะฮฺ)ุ

เราปฏิบัติตัวเช่นไรกับครอบครัวของเราภายในบ้าน (ในที่ส่วนตัว) คือบททดสอบที่แท้จริงแห่งความศรัทธาและอุปนิสัยที่แท้จริงของเรา มันเป็นการง่ายมากที่จะเสแสร้งทำตัวเป็นผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นผู้ศรัทธา และมีมารยาทที่ดีงามในที่สาธารณะต่อหน้าผู้คน แต่การทำตัวให้เป็นผู้ที่มีคุณธรรมความดีงาม มีความอ่อนน้อม น่ารักอ่อนโยน และมีมารยาทที่ดีงามภายในบ้านนั้น คือสัญญาณแห่งความศรัทธาที่แท้จริงของเรา

การที่จะเป็นบุคคลที่ดีเลิศที่สุดได้นั้น เราจำต้องปฏิบัติตามแบบอย่างของท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และปฏิบัติต่อคนในครอบครัวของเราเป็นอย่างดี ผู้ศรัทธาที่แท้จริง คือมุสลิมที่ดีทั้งในที่สาธารณะและในที่ส่วนตัว

ข้อสรุปจากหะดีษทั้งห้าบทนี้ เราได้เรียนรู้ว่า ผู้ที่ดีที่สุดในบรรดามุสลิม คือผู้ที่
ไม่ทำร้ายผู้อื่น
-มีมารยาทและอุปนิสัยที่ดีงาม
-สร้างประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์
-เรียนและสอนอัลกุรอาน
-ปฏิบัติต่อคนในครอบครัวของเขาเป็นอย่างดี

ขอให้เราพยายามอย่างหนักที่จะปฏิบัติตามหะดีษทั้งห้าบทนี้

รูป จากอินเตอร์เนต

image

Read Full Post »

Older Posts »

%d bloggers like this: