Feeds:
Posts
Comments

Archive for the ‘ชัยคฺอัซซิม อัลฮากีม’ Category

“อัลลอฮฺทรงปรารถนาที่จะผ่อนผันให้แก่พวกเจ้า (ในความยากลำบาก) และมนุษย์นั้นถูกบังเกิดขึ้นในสภาพที่อ่อนแอ” [Quran 4 : 28 ]

มนุษย์ต่างต้องเผชิญกับสภาวะที่อ่อนแอ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านสุขภาพ ทรัพย์สิน จิตใจ ร่างกาย และหน้าที่ความรับผิดชอบด้านศาสนา และอ่อนแอ เมื่อเกิดความกังวลสงสัย และเมื่อมีความใคร่ปรารถนา

และหากว่าคุณไม่พึ่งพาหรือมอบหมายต่ออัลลอฮฺในทุกๆ เรื่องในชีวิตของคุณ คุณจะพบว่า คุณกลายเป็นคนที่อ่อนแอและถูกทำร้ายได้ง่ายอยู่เสมอ พึงรู้เถอะว่า “ความเข้มแข็งที่แท้จริง” นั้นมาจากอัลลอฮฺเพียงผู้เดียว

เรียบเรียงจากข้อความชัยคฺอัซซิม อัลฮากีม

Advertisements

Read Full Post »

ชัยคฺ อัซซิม อัลฮากีม:

ความตาย จะไม่รอคอยให้คุณสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวหรอก คุณต้องสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวเสียตอนนี้ แล้วรอคอยให้ความตายมาหาคุณ

เมื่อผู้คนถูกสั่งสอนให้กลัวความน่าละอาย มากกว่าสิ่งที่หะรอม คุณจะพบว่าผู้คนไม่ละหมาด แต่สั่งใช้ให้ภรรยาของพวกเขาคลุมหิญาบ

คนโง่เขลา ไม่ใช่ผู้ที่ไม่สามารถอ่านหรือเขียนได้ แต่คนโง่เขลาที่แท้จริงคือ คนที่รู้ทิศของกิบลัต แต่เขาไม่ละหมาด

เราเชื่อในการมีอยู่ของสายตาแห่งความอิจฉา (อัยน์) มากกว่าที่เรามีความเชื่อว่าอัลลอฮฺคือผู้ทรงปกป้องและผู้ทรงคุ้มครองที่ดีที่สุด

มอบหมายต่ออัลลอฮฺ และพึ่งพาพระองค์เถิด (ถ้อยคำของ ชัยคฺ อัซซิม อัลฮากีม)

image

Read Full Post »

ความแตกต่างระหว่าง ‘ความอิจฉาริษยา’ และ ‘สายตาแห่งความอิจฉาที่ชั่วร้าย’
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

image

ถอดความบางส่วนจากบทความของชัยคฺ อัซซิม อัลฮากีม
โดย บินติ อัลอิสลาม

‘สายตาแห่งความอิจฉาที่ชั่วร้าย’ คือสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้แม้แต่กับคนที่ดีมีศาสนา มันสามารถเกิดขึ้นได้แม้ไม่มีเจตนาที่จะอิจฉา ซึ่งต่างจาก ‘ความอิจฉาริษยา’ โดยตรง

‘ความอิจฉาริษยา’ คือสิ่งที่ชั่วร้ายและคนที่อิจฉาโดยเจตนานั้น มีความคาดหวังและปรารถนาให้ความดีงามที่เกิดขึ้นกับคนใดคนหนึ่งนั้นมลายหายไป พวกเขาปรารถนาโดยเจตนาให้มีความเลวรัายเกิดขึ้นกับคนนั้นๆ หรือใครก็ตามที่พวกเขาตัองการแข่งขัน ชิงดีชิงเด่นด้วย

ส่วน ‘สายตาแห่งความอิจฉาที่ชั่วร้าย คืออะไร? อิบนุ ก็อยยิม กล่าวไว้ว่า ‘อัยน์’ หรือ ‘สายตาแห่งความอิจฉาที่ชั่วร้าย’ คือสิ่งที่มาจาก ‘จิตวิญญาณ ความรูัสึกภายในตัวคุณ’ ซึ่งไร้การควบคุม โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นเมื่อคุณเห็นบางสิ่งบางอย่างและคุณชื่นชอบในสิ่งนั้น หากทว่าคุณลืมที่จะกล่าวพระนามของอัลลอฮฺต่อสิ่งนั้น คุณไม่ได้กล่าว ‘มาชาอัลลอฮฺ ตะบาเราะกั้ลลอฮฺ’ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณอยากจะกล่าวเมื่อคุณเห็นบางสิ่งบางอย่างที่คุณพึงพอใจ 

‘อัยน์’ สามารถส่งผ่านออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของคุณโดยที่คุณเองก็ไม่รู้ตัว และนั่นเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณที่ชั่วร้ายที่มีอยู่ในตัวของแต่ละคนและในตัวของพวกเราทุกๆ คน ซึ่งออกมาจากตัวคุณเมื่อคุณมองดู หรือเห็นบางสิ่งที่คุณชื่นชอบ พึงพอใจ
——————

ดังนั้นเราต้องระวังให้มากนะคะ และกล่าว ‘มาชาอัลลอฮฺ ตะบาเราะกั้ลลอฮฺ’ ให้ติดปาก เพราะบางทีเราอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำร้ายเพื่อน พี่น้อง ลูกหลานของเรา โดยไม่รู้ตัวก็ได้

Read Full Post »

ชัยคฺอัซซิม อัลฮากีม::

ไม่ว่าคุณจะดีเลิศอย่างไร มันก็ย่อมมีใครสักคนที่เกลียดชังความดีของคุณ แม้แต่มลาอิกะฮฺยังถูกชัยฏอนเกลียด
ดังนั้นคุณจงเดินหน้าต่อไปและอย่าหันหลังกลับมามอง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคุณ คุณเคยได้ยินบ้างหรือเปล่าว่ามีนักวิ่งสามารถชนะการแข่งขันโดยการหันกลับไปมองข้างหลังเขาตลอดเวลา?

ดังนั้นคุณอย่าได้ใส่ใจสิ่งที่ผู้คนพูดตราบใดที่อัลลอฮฺทรงพึงพอใจต่อคุณ นี่ต่างหากคือสิ่งสำคัญ

แปล บินติ อัลอิสลาม

Read Full Post »

เรื่องบิดะอะฮฺ (อุตริกรรม) ในอิสลาม
~~~~~~~~~~~~
โดย ชัยคฺ อัซซิม อัลฮะกีม

พี่น้องมุสมีนท่านหนึ่งถามผมเกี่ยวกับ “หะดีษบทหนึ่ง” เนื่องจากมีผู้ที่ทำบิดะอะฮฺ (อุตริกรรม) ในอิสลามหลายคนได้ใช้หะดีษบทดังกล่าวเพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของการทำบิดะอะฮฺของเขา

(หะดีษที่ว่านั้นคือ) ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามที่เริ่มต้น “สิ่งที่ดีงาม” ในอิสลาม และผู้คนปฏิบัติตามเขา มันจะมีการบันทึกแก่เขาซึ่ง “รางวัลการตอบแทน” เช่นเดียวกับบรรดาผู้ที่ปฏิบัติตามเขา (ได้รับ) โดยปราศจากซึ่งการตัดทอน “รางวัลการตอบแทนใดๆ” ของพวกเขาเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย ผู้ใดก็ตามที่เริ่มต้น “สิ่งที่ชั่วร้าย” ในอิสลาม และผู้คนปฏิบัติตามเขา มันจะมีการบันทึกแก่เขาซึ่ง “ภาระแห่งบาป” เช่นเดียวกับบรรดาผู้ที่ปฏิบัติตามเขา (ได้รับ) โดยปราศจากซึ่งการตัดทอน “ภาระแห่งบาปใดๆ” ของพวกเขาเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย” (รายงานโดยมุสลิม เลขที่ 1017)

พวกเขาเหล่านั้นกล่าวว่า “พวกเขาได้เริ่มต้นกระทำสิ่งที่ดีในอิสลาม” 

ความเข้าใจเช่นนี้ของพวกเขาเป็น “สิ่งที่ผิด” ในการที่จะทำความเข้าใจกับหะดีษบทนี้นั้น เราจำต้องพิจารณาดูที่ “บริบทของมัน” หะดีษบทนี้ได้ถูกกล่าวขึ้นเมื่อ “ชาวเบดูอิน จากเผ่ามุฎ็อรฺ” ที่เข้ามาภายในมัสญิด ด้วยสภาพการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ขาดหลุดรุ่ย อันเนื่องมาจากความยากจนของพวกเขา” (เมื่อท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เห็นดังนั้น) ใบหน้าของท่านได้เปลี่ยนไป และท่านได้ทำการส่งเสริมให้ผู้คนทำการบริจาค หากแต่ไม่มีผู้ใดเคลื่อนไหว (หรือตอบสนองต่อคำกล่าวของท่าน) หลังจากนั้นไม่นานนัก (ประมาณหนึ่งหรือสองนาที) ได้มีชายคนหนึ่งเข้ามาพร้อมกับถุงใหญ่ใบหนึ่งที่ตัวของเขาเองแทบจะไม่สามารถแบกมันไว้ได้ จากนั้นก็วางมันลงข้างหน้าท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม 

หลังจากที่ผู้คนเห็นการกระทำดังกล่าว พวกเขาจึงรีบรุดกลับไปที่บ้านของพวกเขา และนำสิ่งใดก็ตามที่พวกเขาสามารถนำมาได้ (จากภายในบ้าน) จนกระทั่งมีถุงมากมายที่ถูกนำมากองไว้ข้างหน้าท่านเราะสูล ผู้ซึ่งรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก (ที่เห็นเช่นนั้น) จากนั้น ท่านจึงได้กล่าวถ้อยคำจากหะดีษข้างต้น 

ดังนั้นเช่นที่พวกท่านได้เห็น (จากหะดีษบทนี้) มันไม่มี “การบิดะอะฮฺ (หรือการอุตริกรรม)” เกิดขึ้นเลย สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนั้น คือ “ชายคนดังกล่าว” ได้ตอบสนอง “การเรียกร้องของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และทำการบริจาค อันเป็นเหตุให้ผู้คนต่างปฏิบัติตามเขา” 

บรรดานักวิชาการ (ศาสนา) ต่างกล่าวว่าหะดีษบทนี้ได้อ้างถึง “บรรดาผู้ที่ทำการสอนสุนนะฮฺแก่ผู้คนที่หลงลืม และพวกเขาได้ทำการฟื้นฟู (สุนนะฮฺ) กลับมาอีกครั้ง 

ผมหวังว่า “คำอธิบาย” จะทำให้ความสับสนคลุมเคลือที่มี(ถูกลบล้าง) นั้นชัดเจนขึ้น

แหล่งที่มา https://www.facebook.com/assim.alhakeem/posts/10150631012716678 
แปล بنت الإسلام

 

Read Full Post »

เราจะเฉลิมฉลอง (เมาลิด) วันเกิดของเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมได้หรือไม่ 
********************************************
ชัยคฺอัซซิม อัลฮะกีม กล่าวว่า “ในช่วงเวลาไม่กี่วัน มุสลิมต่างตระเตรียมที่จะทำการเฉลิมฉลอง “เมาลิด (วันเกิด)” ของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม

อย่างไรก็ตาม “การเฉลิมฉลองดังกล่าวเป็นที่อนุมัติให้กระทำได้ หรือเป็นสิ่งที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้กระทำ (ตามหลักการของศาสนาอิสลาม)?”

เพื่อที่จะได้รู้คำตอบของคำถามนี้ เราจำต้องถามคำถามอื่นๆ จากนี้และตอบคำถามเหล่านั้นเสียก่อน …

– ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ทำการเฉลิมฉลอง “วันเกิดของท่าน ซึ่งเป็นวันที่บางคนบอกว่าตรงกับวันที่ 12 รอบีอุล เอาวัล หรือไม่”?

– และบรรดาเศาะฮาบะฮฺที่รักท่านเราะสูลมากที่สุด ได้ทำการเฉลิมฉลองวันเกิดของท่านเราะสูลหรือไม่?

– และบรรดาผู้ที่มาหลังจากบรรดาเศาะฮาบะฮฺ ได้ทำการเฉลิมฉลองมันหรือไม่?

หากว่าหมู่ผู้คนที่ดีที่สุดทั้งสามยุคนี้ ไม่ได้ทำการเฉลิมฉลองวันเกิดของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม แล้วมันเป็นไปได้หรือว่า..”พวกเรา” รู้ดียิ่งกว่า “พวกท่านเหล่านั้น”?

สิ่งใดก็ตามที่ “ไม่เคยเป็น” ส่วนหนึ่งของศาสนาเรา เช่นนั้นมัน “ย่อมไม่มีทาง” ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาเรา ณ วันนี้ เพราะมันคือการอุตริกรรม (บิดะอะฮฺ)” 

Source: https://www.facebook.com/assim.alhakeem/posts/10150613561636678
แปล بنت الإسلام
————————-

ว่าด้วยเรื่องของการอุตริกรรม (เมาลิด) ชัยคฺอัซซิม อัลฮะกีม ได้โพสต์ที่สถานะของท่านอีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า… 

พี่น้องบางท่านได้ขอให้ชี้แจงคำอธิบาย เกี่ยวกับ “กฎเกณฑ์ของการเฉลิมฉลอง “เมาลิด” ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น 

บรรดาผู้ที่ทำการเฉลิมฉลอง (เมาลิดนี้) ได้ให้เหตุผลสนับสนุนมากมาย (เกี่ยวกับการกระทำดังกล่าว) ซึ่งหนึ่งในบรรดาเหตุผลเหล่านั้นคือ “มันเป็น “บิดะอะฮฺ (การอุตริกรรมที่ดี)” 

ในอิสลามนั้น ไม่มี (คำว่า) “บิดะอะฮฺที่ดี” เพราะท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า “ทุกๆ บิดะอะฮฺ คือการหลงผิด” 

ส่วนเรื่องการเปรียบเทียบ “การอุตริกรรมนี้ (เมาลิด)” กับ “การรวบรวมอัลกุรอาน” มันเป็นสิ่งที่เปรียบเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว 

การรวบรวมอัลกุรอานถูกกระทำด้วยความเห็นพ้องต้องกันของบรรดาเศาะฮาบะฮฺ (สหายของท่านเราะสูล) ผู้ซึ่งไม่มีทางที่จะยอมรับต่อสิ่งที่ไม่ดี 

ดังนั้น “การอุตริกรรมเพื่อการเฉลิมฉลองเมาลิดนั้น” จึงไม่สามารถที่จะนำมาเปรียบเทียบกับ “การปกป้องอัลกุรอาน และการรักษามันเอาไว้” ได้ 

เรารักท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ถึงขั้นที่เรานั้นดำเนินชีวิตตามทุกๆ กฎเกณฑ์แห่งสุนนะฮฺของท่าน โดยปราศจากการตั้งคำถามใดๆ และรวมไปถึงการที่เรายอมละทิ้งการอุตริกรรม (บิดะอะฮฺ) ใดๆ ก็ตาม 

ผู้คนส่วนใหญ่ที่ทำการเฉลิมฉลองเมาลิดได้ละทิ้งสุนนะฮฺหลายๆ อย่างของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เพราะมันขัดแย้งกับความปรารถนาและเหตุผลของพวกเขา

นี่คือเหตุผลว่า เหตุใดท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม จึงเตือนพวกเขาโดยกล่าวว่า “อัลลอฮฺทรงยับยั้ง (ปิดกั้นหนทาง) การสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวจากทุกๆ ผู้ที่กระทำบิดะอะฮฺ (อุตริกรรม)” นักวิชาการกล่าวว่า นั่นเป็นเพราะว่า “ผู้กระทำบิดะอะฮฺ เชื่อว่าเขากำลังกระทำในสิ่งที่ดีงามอยู่ และนั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่ทำการสำนึกผิด 

ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ยังบอกกับเราไว้ด้วยว่า “ท่านจะทำการคัดค้านต่อผู้คนในอุมมะฮฺ (ประชาชาติ) ของท่านที่พวกเขาถูกขับไล่ออกจากบ่อน้ำของท่านในวันแห่งการตัดสิน” และท่านได้บอกเราด้วยว่าเหตุผล (ที่พวกเขาถูกขับไล่) ที่ท่านได้รับคือ (มีการกล่าวแก่ท่านว่า) “ท่านไม่ทราบว่าพวกเขาได้อุตริกรรมอะไรขึ้นหลังจากท่าน” 

ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมได้บอกแก่เราด้วยว่า ท่านจะกล่าวตำหนิ (ต่อผู้คนเหล่านั้น) ว่า “หายนะจงประสบแก่ผู้ที่ทำการอุตริกรรมขึ้นหลังจากฉัน” ด้วยเหตุนี้ กระผมจึงขอร้องพวกท่านพี่น้องทั้งหลายให้ออกห่างจากการอุตริกรรมนี้

แหล่งที่มา https://www.facebook.com/assim.alhakeem/posts/10150614458781678
แปล بنت الإسلام

image

Read Full Post »

ชัยคฺอัซซิม อัลฮากีม:: บรรดานักวิชาการกล่าวว่า “หากคุณอยากทราบสถานะของคุณต่ออัลลอฮฺ ให้พิจารณาดูสถานะของพระองค์ในหัวใจของคุณ”

พวกเราบางคนก็ให้ความสำคัญต่อภรรยา/สามี เหนือสิ่งอื่นใด รวมไปถึงพ่อและแม่ของพวกเขา และต่างอ้างว่า ‘พวกเขารักคนเหล่านั้น’! บางคนให้ความสำคัญต่อเพื่อน รถยนต์ อาชีพการงาน ความใคร่ ความปรารถนาของพวกเขามากกว่าอัลลอฮฺ!! 

ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีสิ่งใดเลยจากทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะคงอยู่ยืนยาว และเป็นที่ทราบกันดีว่า “ผู้ใดก็ตามที่รักบางสิ่งบางอย่าง เขาจะได้รับความทุกข์ทรมานด้วยสิ่งนั้น” อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ใดก็ตามที่รักอัลลอฮฺมากกว่าสิ่งอื่นใด อัลลอฮฺจะทรงทำให้เขาเป็นผู้ที่มีความสุขที่สุดทั้งในโลกนี้และโลกหน้า” 

แปล: บินติ อัลอิสลาม

image

Sheikh Assim Al Hakeem:: The scholars say: if you want to know your position at the side of Allah on the Day of Judgment, look at Allah’s status in your heart. 

Some of us put their wives ahead of everything, including their parents and claim they love them! Some value their friends, their cars, their jobs and their own whims and desires above Allah! Nothing of these things would ever last. It is a well-known fact: whoever loves something, he will be tortured by it. Yet, whoever loves Allah more than anything else, Allah would make him the happiest person in this life and in the hereafter. 

Read Full Post »

Older Posts »

%d bloggers like this: