Feeds:
Posts
Comments

Archive for the ‘ชัยฎอน ญิน ความชั่วร้าย’ Category

image

ทำอย่างไรเมื่อบุคคลหนึ่งเกิดความอิจฉาต่อพี่น้องของเขา แหล่งที่มา islamqa ฟัตวา How can he rid himself of jealousy towards his brothers?

คำถาม
*******
การที่จะเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริงนั้น ควรมีคุณสมบัติหนึ่ง
นั่นคือ การที่ปรารถนาสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อพี่น้องของเขาดังเช่นที่เขาปรารถนาต่อตัวของเขาเอง

อัลฮัมดุลิลลาฮฺ
นี่ถือว่าเป็นเรื่องง่ายที่จะคิดเช่นนี้กับพี่น้องทางสายเลือด หากแต่ว่ามันค่อนข้างจะยากพอสมควรที่จะคิดเช่นนี้กับพี่น้องมุสลิม ยกเว้นบางคนเท่านั้น เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ เป็นเพราะว่าเมื่อใดก็ตามที่ฉันพบเจอพี่น้องมุสลิมคนใดคนหนึ่งที่ดีกว่าฉันในด้านใดด้านหนึ่ง ฉันก็จะเริ่มมีความรู้สึกอิจฉาเขาขึ้นมาทันที
ฉันเชื่อว่าที่เกิดจากความทะนงตนของฉัน (อย่างไรก็ตาม เมื่อฉันมีความรู้สึกเช่นนั้น ฉันมักจะขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺให้พระองค์อภัยต่อฉัน แต่เมื่อใดก็ตามที่ฉันได้พบพี่น้องมุสลิมคนเดิม ความรู้สึกอิจฉานี้ก็จะกลับมาอีกครั้ง)

ฉันอยากจะมีความรู้สึกที่เป็นสุข เมื่อพี่น้องมุสลิมเป็นสุข และฉันก็อยากจะรู้สึกถึงความทุกข์ เมื่อพี่น้องมุสลิมมีทุกข์ แต่เมื่อใดก็ตามที่ฉันพบเจอ พี่น้องมุสลิมได้รับการยกย่อง ชื่นชม ฉันก็จะรู้สึกอิจฉาขึ้นมาเสมอ

ในขณะเดียวกันฉันก็ต้องการที่จะให้พี่น้องมุสลิมได้เข้าสู่สวรรค์ญันนะฮฺ

แต่เมื่อไรก็ตามที่พี่น้องกล่าวตักเตือนให้คำแนะนำฉันในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อศาสนา แม้ว่าฉันจะอยากปฏิบัติตามคำแนะนำ ชัยฏอนก็จะเริ่มล่อลวงให้ฉันมีความรู้สึกว่า  “หากฉันปฏิบัติตามสิ่งที่เขาสอน เขาก็จะได้ผลบุญเช่นเดียวกับฉัน อีกทั้งเขาก็จะอยู่ในสถานที่ที่ดีกว่าในญันนะฮฺ” บางครั้งความรู้สึกใฝ่ต่ำนี้ทำให้ฉันต้องตกอยู่ในหลุมพราง

ฉันจึงอยากทราบว่าฉันจะสามารถรักษาเยียวยาจากอาการนี้ออกไปให้หมดอย่างไร

คำตอบ
*******
การสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺตะอาลา สิ่งที่คุณกล่าวไว้ข้างต้นนั้น คือ
สิ่งที่มุสลิมทุกคนจำเป็นจะต้องกระทำ “การปรารถนาสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อพี่น้องของเขาดังเช่นที่เขาปรารถนาสิ่งที่ดีนั้นต่อตัวของเขาเอง
และการที่เขาเกลียดชังสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อพี่น้องของเขาดังเช่นที่เขาเกลียดความชั่วนั้นๆ ต่อตัวของเขาเอง” แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า เขาไม่สามารถที่จะปรารถนาในสิ่งที่เขาปรารถนาต่อผู้อื่นเพื่อตัวของเขาเองได้

หากว่าเขาพบว่าพี่น้องของเขามีสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่ตัวเขาเองไม่มี และเขาปรารถนาที่จะมีสิ่งนั้น นี่ถือว่าเป็น “ฆิบเฏาะฮฺ” (ความอิจฉาที่ปราศจากความริษยา พยาบาท) และหากว่าเขาปรารถนาที่จะให้พี่น้องไม่ได้รับผลบุญจากการอำนวยพรทั้งหลาย นี่ถือว่าเป็น “ฮะซัด” (ความอิจฉาริษยา)

มุสลิมจำเป็นต้องพยายามที่จะต่อต้านความรู้สึกใฝ่ต่ำนี้ด้วยตัวของเขาเอง (ญิฮาด อันนัฟซู) เพื่อที่ว่าหัวใจจะบริสุทธิ์ปราศจากความรู้สึกอิจฉาริษยาต่อพี่น้องของเขา หากเขารักพี่น้องด้วยความบริสุทธิ์ใจแล้ว ปัญหาต่างๆ ที่ทำให้เขาทุกข์ทรมานใจนั้นก็จะหมดไป

มุสลิมจะตระหนักถึงคุณค่าและสถานะอันยิ่งใหญ่นี้ก็ต่อเมื่อเขามีความรักต่อพี่น้องและปรารถนาให้เกิดสิ่งที่ดีกับพี่น้องของเขา
และเมื่อเขาทราบถึงรางวัลอันยิ่งใหญ่ที่เขาจะได้รับเมื่อเขาปฏิบัติดีต่อพี่น้องของเขา
และสิ่งนี้จะเป็นตัวที่ช่วยผลักดันให้เขาปฏิบัติดีต่อพวกเขาในทุกๆ ด้าน และเขาควรที่จะพยายามทำให้พี่น้องของเขาได้รับผลบุญความดี แทนที่จะมีความคิดอิจฉาว่า ‘พวกเขาจะได้รับอะไร ไม่ได้รับอะไร’ เข้ามาครอบงำจิตใจ

ชัยคฺมุหัมมัด อัล ดูวัยชฺ กล่าวว่า

ท่านจำต้องคิดให้ยาวและคิดให้หนักเกี่ยวกับสิ่งที่อัลลอฮฺตรัสไว้ว่า “นั่นคือความโปรดปรานของอัลลอฮฺซึ่ง
พระองค์จะประทานมันแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์” (อัล-มาอิดะฮ์ 5.54)

“เราต่างหากที่เป็นผู้จัดสรรการทำมาหากินของพวกเขาระหว่างพวกเขาในการมีชีวิตอยู่ในบนโลกนี้ และเราได้เชิดชูบางคนในหมู่พวกเขาเหนือกว่าอีกบางคนหลายชั้น เพื่อบางคนในหมู่พวกเขาจะเอาอีกบางคนมาใช้งาน” (อัซซุครุฟ 43.32)

ฮะซัด (ความอิจฉาริษยา) เป็นสาเหตุของความหายนะที่เลวร้ายอย่างยิ่งทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

ติรฺมิซีย์รายงานจาก อัซ-ซุบัยรฺ อิบนุ อัล เอาวาม ว่าศาสนทูต ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า

“มันได้มายังเจ้าแล้วซึ่ง…โรคร้ายแห่งประชาชาติก่อนหน้าท่าน (นั่นคือ) “ความอิจฉาริษยาและความเกลียดชัง”  มันคือ “มีดโกน” (ตัวทำลายล้าง) ฉันไม่ได้กล่าวว่า มันคือสิ่งที่โกนขน หากแต่มันคือสิ่งที่โกน (ทำลาย) ความศรัทธาออกไป ขอสาบานผู้ที่ชีวิตมุหัมมัดอยู่ในมือของเขา ท่านจะไม่ได้เข้าสวรรค์จนกว่าท่านจะเชื่อ และท่านจะไม่มีความเชื่อจนกว่าท่านนั้นมีความรักต่อกันและกัน ฉันควรจะบอกท่านหรือไม่ถึงสิ่งที่จะเป็นตัวช่วยสร้างความรักที่มั่นคงเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในหมู่พวกท่าน? จงกล่าว (ทักทาย) “สลาม” ในหมู่พวกท่าน”
(หะดีษหะซัน ญามิอุล ติรฺมิซีย์ 2434)

ความหมายของสำนวนที่ว่า “มันจะโกน (ทำลาย) ความศรัทธา”
อัฏฏ็อยยิบียฺกล่าวว่า “ตัวอย่างเช่น ความเกลียดชังนั้นเป็นตัวที่ทำลายความศรัทธาดังเช่นที่ใบมีดโกนขจัดขน
(ของร่างกาย) ออกไป” (ตุฮฺฟะตุล อะฮฺวะษี บิ ชัรฮฺ ญามิอุล ติรฺมิซิยฺ)

พี่น้องแห่งอิสลามของฉัน ดูเหมือนว่า
ท่านนั้นทราบดีถึงตัวบทกฎเกณฑ์และผลที่ตามมา (จากความอิจฉาริษยา) และท่านเองก็ต้องการที่จะกำจัดคุณลักษณะอันน่าตำหนินี้ออกไปจากตัวท่าน

ฉันขอแนะนำวิธีแก้ปัญหาดังต่อไปนี้

1. ขอดุอาอฺ (วิงวอนขอ)
ต่ออัลลอฮฺให้พระองค์เมตตาขจัดปัญหานี้ออกไปจากตัวท่าน
ท่านศาสนทูต ศ็อลลัลลอฮุ
อะลัยฮิ วะสัลลัม เคยกล่าวในดุอาอฺของท่านว่า “วาหฺดิ ก็อลบิ วัสลุล สะฆีมะตา ซัดริ” (Wa’hdi qalbi wa’slul sakheemata sadri) แปลว่า ขอโปรดทรงนำทางให้หัวใจของฉันและทรงนำความปรารถนาอันชั่วร้ายนี้ออกไปจากอกของฉัน –

สำนวนที่ว่า “นำทางให้หัวใจฉัน” หมายความว่า นำไปสู่ทางอันเที่ยงตรง และ “นำความปรารถนาอันชั่วร้ายนี้ออกจากอกฉัน”หมายความว่า นำสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ ความพยาบาท ความเกลียดชัดทั้งหลายออกไป

2. ใคร่ครวญและตระหนักถึงความหมายของอัลกุรอาน
พร้อมทั้งอ่านอัลกุรอานอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในอายะหฺที่กล่าวถึง “ฮะซัด” (ความอิจฉาริษยา) เนื่องจากว่า การอ่านอัลกุรอานนั้นจะนำมาซึ่งฮะซะนาต (รางวัลแห่งความดี) อันยิ่งใหญ่ อัลลอฮฺตรัสว่า

“แท้จริงความดีทั้งหลายย่อมลบล้างความชั่วทั้งหลาย” (ฮูด 11.114)

3. การอ่านซีเราะฮฺ (ชีวประวัติ) ของท่านศาสนทูต มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และศีกษาวิธีการที่ท่่านปกป้องตัวท่านออกจากฮะซัด (ความอิจฉาริษยา) อย่างไร และท่านปรารถนาสิ่งดีดีต่อผู้อื่น หรือแม้แต่ผู้ที่เป็นศัตรูท่านอย่างไร –
หนึ่งในบรรดาหนังสือเกี่ยวกับซีเราะฮฺที่ดีคือ “นูรฺฺ
อัล-ยากีน ฟิ ซีเราะตฺ ซัยยิด อัล-มูรฺซะลีน” (์Noor
Al Yaqeen fi Seerat Sayyid al-Mursaleen)

(เป็นหนังสือซีเราะฮฺ (ชีวประวัติ) ที่มีชื่อเสียง
ซึ่งมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษโดยใช้ชื่อหนังสือว่า “the Sealed Nectar – Biography of the Noble Prophet (peace and blessings of Allaah be upon him)”, เขียนโดย Safi-ur-Rahmaan al Mubarakpuri

4. การอ่านชีวประวัติและเรื่องราวของบรรดาเศาะฮาบะฮฺจากหนังสือต่างๆ เช่น “Suwar min Hayaat al-Sahaabah เขียนโดย “Abd al-Rahmaan Ra’fat
al-Basha

5. หากเกิดความรู้สึกเลวร้าย (ที่เกิดจากฮะซัดหรือความรู้สึกไม่ดีอื่น) เข้ามาในจิตใจ
ให้ขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺให้ปกป้องท่านจากชัยฏอนที่ถูกสาปแช่ง และพยายามทำตัวให้ยุ่งอยู่กับงานอื่นๆ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ท่านลืมการกระซิบกระซาบ (ของชัยฏอน) และความคิดชั่วร้ายต่างๆ

6. หากว่าชัยฏอนพยายามที่จะสร้าง “ฮะซัด” (ความอิจฉาริษยา) ให้อยู่ในจิตใจของท่าน เช่นนั้นท่านควรระมัดระวังการพูด การกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่จะแสดงถึงความอิจฉาริษยานั้นๆ

มนุษย์ทุกคนย่อมมี “ฮะซัด” อยู่ในตัวเองไม่มากก็น้อยอยู่แล้ว ดังที่ชัยคุล อิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺได้กล่าวว่า “ไม่มีผู้ใดที่จะบริสุทธิ์จาก “ฮะซัด” หากแต่ว่าบุคคลที่มีคุณธรรม (ผู้ศรัทธา) ย่อมจะปิดบังมันไว้ ในขณะที่คนชั่วจะแสดงมันออกมา” (อัมราต อัล กุลูบ Amraad al-Quloob)

“เขาจะไม่ถูกคิดบัญชีในสิ่งที่เขาคิด หากแต่เขาจะถูกคิดบัญชีในสิ่งที่เขาพูดและกระทำออกมา”

ท่านนบีได้กล่าวว่า “อัลลอฮฺจะทรงอภัยให้กับประชาชาติของฉันต่อความผิดพลาดของเขา ต่อสิ่งที่เขาลืม ต่อสิ่งที่เขาถูกบังคับให้กระทำ” (รายงานโดย อัล บุคคอรียฺ 2033)

7. หากท่านรู้สึกว่าท่านกำลังรู้สึกอิจฉาใครคนใดคนหนึ่งเป็นการส่วนตัว เช่นนั้นแล้วท่านควรจะซื้อของขวัญให้แก่เขาและจับมือเขา ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “จงจับมือกัน เพราะมันจะขจัดความอาฆาตแค้น และจงแลกเปลี่ยนกันซึ่งของขวัญ อีกทั้งจงมีความรักต่อกัน เพราะมันจะขจัดความเกลียดชัง” (รายงานโดย มาลิก ใน อัล มุวัฏฏอ 1413)

“ฮะซัด” เป็นผลแห่งความเกลียดชัง คุณสมบัติที่ตรงข้ามกับมัน คือ “ความรัก” วิธีการที่จะแก้ไขคือการให้ของขวัญและการกล่าวทักทายด้วย “สลาม” เพราะท่านนบีกล่าวว่า “ท่านจะไม่ได้เข้าสวรรค์จนกว่าท่านจะเชื่อ
และท่านจะไม่มีความเชื่อจนกว่าท่านนั้นมีความรักต่อกันและกัน ฉันควรจะบอกท่านหรือไม่ถึงสิ่งที่จะเป็นตัวช่วยสร้างความรักที่เข้มแข็งให้เกิดขึ้นระหว่างหมู่พวกท่าน? จงกล่าว (ทักทาย) “สลาม” ในหมู่พวกท่าน” (รายงานโดย มุสลิม 81)

ชัยคุล อิสลาม อิบนุ ตัยมิยยะฮฺ กล่าวในหนังสือ Amraad Al-Quloob (หนังสือภาษาอังกฤษ Diseases of the heart)

“ผู้ใดก็ตามที่พบว่าตัวเขานั้นมี “ฮะซัด” ต่อผู้อื่น
เขาจำเป็นต้องลบล้างความรู้สึกชั่วร้ายนี้ด้วยความตักวา (ความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ) และซอบัรฺ (ความอดทน) เขาควรเกลียดชังความรู้สึกนั้น (ฮะซัด หรือความอิจฉาริษยา) ที่มีอยู่ในตัวเขา แต่สำหรับผู้ที่กระทำความผิดต่อพี่น้องของเขาด้วยคำพูดหรือการกระทำนั้นจะต้องได้รับการลงโทษจากการกระทำของเขา ส่วนผู้ที่มีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺและมีความอดทน
(ซึ่งไม่รวมถึงหมู่คนที่กระทำผิดศีลธรรม) อัลลอฮฺจะทรงให้รางวัลแก่เขาสำหรับความตักวาของเขา (ความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ)”

แท้จริงแล้ว อัลลอฮฺทรงรู้ยิ่ง

แปล: bint Al Islam

Read Full Post »

ชัยคุลอิสลาม อิบนุ ตัยมิยยะฮฺ กล่าวว่า “ท่านไม่ควรมองดู “สิ่งที่บุคคลคนหนึ่ง” เคยกระทำ แต่ท่านควรมองดูว่า “เขาเป็นคนเช่นไร ณ วันนี้” ผู้ที่ยึดติดอยู่กับอดีตของผู้คน เปรียบเสมือนกับ “อิบลิส” ที่กล่าวต่ออัลลอฮฺว่า “พระองค์ทรงสร้างฉันจากไฟ และพระองค์ทรงสร้างเขาจากดิน” 

(อัลมินฮาจญ์ หมวดที่ 2 หน้าที่ 430)
**************************

“เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตเพื่อเขียน “ตอนเริ่มต้น” ให้ดีกว่าเดิมได้ใหม่ แต่เราสามารถที่จะทำอนาคตของเราและใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้ได้มาซึ่ง “ตอนจบ” ที่ดีกว่า” – ชัยคฺ ยาซีร กอซีรฺ

Read Full Post »

ชัยฏอนได้สร้างความหวาดระแวงและความสงสัยให้เกิดขึ้นในจิตใจของมุสลิม นั่นคือการทำให้พวกเขาคิดไม่ดีหรือคิดร้ายเกี่ยวกับคนอีกคน ศาสนทูตมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เคยกล่าวว่า “ชัยฏอนได้สิ้นหวังในการที่จะทำให้บรรดาผู้ศรัทธาเคารพสักการะมัน ดังนั้นมันจึงหาหนทางยั่วยุให้พวกเขาเกิดอารมณ์ความรู้สึกไม่พอใจต่อกันและกัน” 

“ความหวาดระแวงและความเคลือบแคลงสงสัย” มักนำพาไปสู่ “ความคิดที่ชั่วร้าย” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคนคนหนึ่งถูกชัยฏอนกระซิบกระซาบเข้าไปในหัวใจของเขา 

อุมมุลมุมินีน (มารดาแห่งผู้ศรัทธา) ท่านหญิงเซาะฟียะฮฺ บินติ ฮะยียฺ (เราะฏิยัลลอฮุ อันฮา) เคยเล่าว่า “คืนหนึ่งขณะที่ศาสนทูตมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ออกไปที่มัสญิดเพื่อทำการอิบาดะฮฺ ฉันได้เดินทางไปหาท่าน เราทั้งสองได้พูดคุยกัน จากนั้นฉันต้องการที่จะกลับบ้านท่านจึงลุกขึ้นเพื่อเดินไปส่งฉัน เราเดินอยู่เคียงข้างกันในความมืด ขณะเดียวกันนั้นได้มีชายสองคนพบเห็นเราและจำศาสนทูตได้ 

พวกเขาจึงเดินเลี่ยงออกไปโดยเร็ว หากแต่ศาสนทูตมุหัมมัดได้หยุดพวกเขา และกล่าวว่า “รอก่อน ท่านทั้งสอง นี่คือเซาะฟียะฮฺ บิน ฮะยียฺ” ชายทั้งสองคนจึงกล่าวว่า “ซุบฮานั้ลลอฮฺ โอ้ เราะสูลุลลอฮฺ” ศาสนทูตมุหัมมัดจึงกล่าวต่อว่า “แท้จริงนั้น ชัยฏอนได้วิ่งอยู่ในร่างกายของมนุษย์เสมือนกับกระแสเลือด และอาจเป็นไปได้ว่ามันจะใส่ความคิดที่ชั่วร้ายเข้าไปในจิตใจของท่าน” 

การที่ผู้ชายเดินเคียงข้างกับผู้หญิงคนหนึ่งในยามค่ำคืน ในสถานการณ์เช่นนี้อาจทำให้ผู้คนตัดสินกันอย่างรวดเร็ว แต่ศาสนทูตมุหัมมัดนั้นต้องการที่จะชี้แจงสถานการณ์ดังกล่าวและขจัดความสงสัยที่ชั่วร้ายที่อาจเกิดในความคิดของชายทั้งสองออกไป ดังนั้นท่านจึงหยุดเขาทั้งสองเพื่อที่จะอธิบายให้พวกเขาทราบว่าท่านเพียงแค่เดินไปส่งภรรยาของท่านที่บ้านเท่านั้น 

นี่คือบทเรียนที่พวกเราทั้งหลายจำต้องเรียนรู้ เราไม่ควรปล่อยให้มี “เรื่องราวที่น่าสงสัยเคลือบแคลงใจ” เกิดขึ้นโดยไม่ได้อธิบายข้อเท็จจริงให้คนได้รับทราบ เพื่อที่ว่ามันจะได้ไม่มีช่องว่างในการที่ใครก็ตามจะบิดเบือนข้อเท็จจริงและทำไปเผยแพร่เป็นข่าวลือ 
——————————-
แปลและเรียบเรียงจากส่วนหนึ่งในอีบุค Satan and his ways of approaching the believers
โดย Abdullah Al-Khater 
แปลโดย บินติ อัลอิสลาม
รูป กูเกิ้ล

image

Read Full Post »

เวลาที่คุณดำเนินชีวิตตามความต้องการของชัยฏอน มากกว่าอัลลอฮฺ .. คุณคิดจริงๆ หรือว่า มันรู้จักคุณมากกว่าอัลลอฮฺ คุณคิดหรือว่ามันรักคุณ และอัลลอฮฺมิได้ทรงรักคุณ คุณคิดหรือว่ามันสามารถปกป้องคุณจากไฟนรกได้ แต่อัลลอฮฺทรงทำไม่ได้ .. หรือคุณคิดหรือว่ามันจะปล่อยให้คุณมีความสุข แต่อัลลอฮฺจะไม่ทรงทำให้คุณมีความสุข?

หากเช่นนั้น ขอให้คุณรู้เถอะว่า … ชัยฏอน ผู้ถูกสาปแช่ง มันจะพูดในวันสุดท้ายนั้นว่า “แท้จริงอัลลอฮได้ทรงสัญญาพวกท่านซึ่งเป็นสัญญาแห่งความจริง และฉันได้สัญญาพวกท่านแล้วฉันได้บิดพลิ้วพวกท่าน ฉันไม่มีอำนาจใดๆ เหนือพวกท่าน นอกจากฉันได้เรียกร้องพวกท่าน แล้วพวกท่านก็ตอบสนองฉัน ดังนั้นพวกท่านอย่าได้ประณามฉัน แต่ทว่าจงประณามตัวพวกท่านเอง ฉันไม่อาจร้องทุกข์แทนพวกท่านได้ และพวกท่านก็ไม่อาจ ร้องทุกข์แทนฉัน (จากการลงโทษของอัลลอฮ) ได้ แท้จริงฉันได้ปฏิเสธต่อสิ่งที่พวกท่านตั้งฉันให้เป็นภาคี (กับอัลลอฮ) แต่ก่อนนี้ แท้จริงบรรดาผู้อธรรมนั้น สำหรับพวกเขาคือการลงโทษอย่างเจ็บปวด” (อิบรอฮีม 14:22 คัดลอกจากเวป quran. com)

Ref: Tawfique Chowdhury

Read Full Post »

พึงระวังเพราะเราคงไม่อยากเป็นหนึ่งในเหตุผลที่สร้างความเสียหายต่อใคร

การปัดเป่า ‘อัยน์'(สายตาแห่งความอิจฉา) ก่อนที่มันจะประสบกับคุณ
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
(จากหนังสือ the jinn and human sickness)

การป้องกันสามารถทำได้ด้วยการขอการอำนวยพรจากอัลลอฮฺ ด้วยพระปรีชาญาณของอัลลอฮฺ หากว่าบุคคลคนหนึ่งได้ส่งสายตาแห่งความอิจฉาไปยังคนอีกคนหนึ่ง แล้วเขาวิงวอนขอให้เกิดความดีงามต่อสิ่งที่เขาอิจฉา เช่นนั้น ‘ความชั่วร้ายที่เกิดจากสายตาแห่งความอิจฉา’ ก็จะถูกขจัดออกไปและจะไม่ก่อให้เกิดผลประทบใดๆ อัลลอฮฺทรงยับยั้งการกำหนดของพระองค์ด้วยหนทางแห่งการกำหนดของพระองค์ ดังนั้นกิจการทั้งหมดจึงอยู่ภายใต้การควบคุมของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

ด้วยเหตุนี้ศาสนทูตมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมจึงสั่งใช้ให้เราวิงวอนขอการอำนวยพร (ความดีงาม) สำหรับทุกๆ สิ่งที่เราชื่นชอบ ท่านกล่าวว่า “หากผู้ใดก็ตามในหมู่พวกท่านเห็นบางสิ่งบางอย่างที่พี่น้องของเขามีหรือครอบครอง ขอให้เขาจงวิงวอนขอความดีงามต่อเขา”

และท่านได้กล่าวต่ออามีรฺ อิบนุ เราะบิอะฮฺว่า “เหตุใดท่านจึงไม่วิงวอนขอซึ่งการอำนวยพรเล่า?”

อีกทั้งยังมีการรายงานว่าท่านสะฮฺล อิบนุ ฮานีฟ กล่าวว่า ‘ศาสนทูตมุหัมมัดกล่าวว่า “หากผู้ใดก็ตามในหมู่พวกท่านพบเห็นบางสิ่งที่เขาชื่นชอบให้เกิดขึ้นแก่ตัวของเขาหรือทรัพย์สินของเขา เช่นนั้นเขาจงวิงวอนขอการอำนวยพรต่อสิ่งนั้น เพราะ ‘สายตาแห่งความอิจฉาที่ชั่วร้าย’ นั้นมีอยู่จริง” รายงานโดยอิบนุ อัซซุนนียฺ และอีหม่ามอะหมัดและอัลฮากีม

หะดีษข้างต้นได้บ่งบอกให้ทราบว่า ‘สายตาแห่งความอิจฉา’ ไม่สามารถทำร้ายหรือทำความเสียหายใดๆ ได้ หากว่าผู้ที่อิจฉาวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺซึ่งความดีงาม หากทว่ามันจะสามารถสร้างความเสียหายได้ในกรณีที่เขาไม่ได้ขอซึ่งความดีงาม มุสลิมทุกๆ คนที่ชื่นชอบหรือพอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจำต้องวิงวอนขอการอำนวยพร เพราะหากว่าเขากระทำเช่นนั้น มันจะป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้โดยปราศจากข้อสงสัย (ตัฟซีรฺ อัลกุรตุบียฺ9/227)

การวิงวอนขอการอำนวยพรนั้นสามารถทำได้ด้วยการกล่าวว่า ‘บาริก อัลลอฮุ ฟิฮฺ (ขออัลลอฮฺประทานความดีงามแก่สิ่งนั้น)’ หรือ ‘อัลลอฮุมมา บาริก อะลัยฮิ (โอ้ อัลลอฮฺ โปรดประทานการอำนวยพรต่อสิ่งนั้น)’

และอาจกล่าวด้วยคำว่า ‘มาชาอัลลอฮฺ (ในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ (ซึ่งมันจะเกิดขึ้น))’ ดังที่ในอายะฮฺอัลกะฮฺฟฺ

“มันเป็นสิ่งที่ดียิ่งกว่าในการที่ท่านจะกล่าว เมื่อท่านเข้าไปในสวนของท่าน ว่า สิ่งที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ (ย่อมเกิดขึ้น) (มาชาอัลลอฮฺ) ไม่มีพลังใดๆ (ที่จะช่วยเราได้) นอกจากที่อัลลอฮฺ” (คัดลอกจากอัลกุรอานแปลไทย. ปรับถ้อยคำเล็กน้อย)

[ซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟฺ 18:39]

แปล เรียบเรียง : บินติ อัลอิสลาม

20140108-133406.jpg

Read Full Post »

การกล่าวโทษว่าทุกๆ สิ่งที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรานั้นเกิดจากเวทมนตร์ ไสยศาสตร์ หรืออัยน์ นั่นคือสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกถึงความอ่อนแอของอีหม่าน (ความศรัทธา)

การมีความเชื่อเช่นนี้ทำให้การทำงานของมารร้ายชัยฏอนในการที่จะสร้างความเสียหายต่อชีวิตของเรานั้นง่ายดายมากขึ้น ด้วยการที่มันทำให้เราเข้าใจผิดว่าใครคนหนึ่งกำลังใช้วิธีการสกปรกเหล่านี้กับเราอยู่

และคนที่ถูกกล่าวโทษว่าทำในสิ่งเหล่านั้น โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นผู้ที่บริสุทธิ์เสมอ

ขอให้เราแสวงหาความคุ้มครองจากอัลลอฮฺเป็นประจำทุกวันด้วยการละหมาด ดุอาอฺ และการชำระล้างจิตใจกายให้สะอาด ด้วยการทำเช่นนี้มันย่อมไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถทำร้ายหรือสร้างความเสียหายต่อเราได้

แปลเรียบเรียงจาก มุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ
-บินติ อัลอิสลาม-

Read Full Post »

อย่าเสี่ยงกับความโกรธกริ้วของอัลลอฮฺเพื่อความพึงพอใจชั่วคราวแห่งโลกดุนยา
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ส่วนหนึ่งจากบรรยายของมุฟตีอิสมาอีล เมงกฺ temporary pleasure
สรุป เรียบเรียงถ้อยคำ: บินติ อัลอิสลาม

มีเด็กหนุ่มมุสลิมีนที่เคร่งครัดศาสนาคนหนึ่งมาพบกับมุฟตี และเล่าให้ท่านฟังว่า เมื่อปีที่แล้ว เขาไปเที่ยวคลับกับเพื่อนๆ เขาได้ใช้เวลาอยู่ในนั้นประมาณ 3 ชั่วโมง มุฟตีจึงถามเขาว่า เขาได้ทำการเตาบัตต่ออัลลอฮฺหรือยัง เขาบอกว่าเขาทำการเตาบัตต่อพระองค์ทุกวัน ร้องไห้ทุกคืน หากแต่ว่าเขามีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่ง คือ ตอนนี้สถานะของเขาได้กลายเป็นพ่อคนแล้ว…

…เพราะว่าเขาได้ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งท้อง ในค่ำคืนเดียวกันนั้น…

เขาเริ่มร้องไห้หนักขึ้น ขณะที่่เล่าให้มุฟตีฟัง มุฟตีพยายามปลอบโยนเขา ให้เขามีความหวัง แต่ดูเหมือนว่า เขาไม่สามารถสงบลงได้

จากนั้นเขาจึงเล่าต่อว่า ‘แต่ผมเป็นพ่อลูกสาม ครับ’
มุฟตีถามเขาว่า ‘มันเป็นไปได้อย่างไร?’
เขาตอบว่า ‘เธอมีลูกแฝดสามครับ’

เขาบอกต่อว่า ‘ผมไม่เคยไปคลับมาก่อนคืนนั้น หรือหลังจากคืนนั้นเลย’

ดูสิว่า..ผลที่เกิดจากช่วงเวลาแห่งความพึงพอใจสั้นๆ ที่เกิดจากนัฟซูนั้นเป็นเช่นไร?

อีกทั้งผู้หญิงที่ให้กำเนิดลูกของเขาก็ไม่ใช่มุสลิมด้วย อัลลอฮุ อักบัรฺ

เหตุการณ์เช่นนี้ สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน หากเพียงแค่คุณหลงลืมอัลลอฮฺ ทำให้อัลลอฮฺทรงโกรธกริ้ว

ดังนั้นพี่น้องมุสลิมะฮฺ โปรดรักษาความบริสุทธิ์ของท่าน ปกป้องมันไว้ เพราะมันเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดที่คุณครอบครอง

พี่น้องมุสลิมีน อย่าคิดว่าคุณจะรอดพ้นมันไปได้ โปรดควบคุมความใคร่ปรารถนาของท่าน อย่าปล่อยให้ตัวเองตกลงไปในความชั่วนั้น

และนี่คือเหตุผลที่ว่าเหตุใดอัลลอฮฺจึงทรงสั่งใช้เราให้ลดสายตาลงต่ำ เพื่อที่ว่าเราจะไม่ถูกชี้นำไปหนทางนั้น

อีกทั้งการแต่งกายของท่าน พี่น้องมุสลิมะฮฺ แท้จริงมันสามารถสร้างความเสียหายต่อท่านได้

ความสัมพันธ์ที่หะรอมของท่าน จงละทิ้งมันเสีย เพราะหากท่านไม่ละทิ้งมัน มันอาจกลับมาไล่ล่าท่านไปตลอดชีวิต
**************************
อัลลอฮฺตรัสว่า…

“จงกล่าวเถิด (มุหัมมัด) แก่บรรดามุอ์มิน (ผู้ศรัทธาชาย) ให้พวกเขาลดสายตาของพวกเขาลงต่ำ และให้พวกเขารักษาทวารของพวกเขา นั่นเป็นการบริสุทธิ์ยิ่งแก่พวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเขากระทำ

และจงกล่าวเถิด (มุหัมมัด)ทแก่บรรดามุอ์มินะฮ์ (ผู้ศรัทธาหญิง) ให้พวกเธอลดสายตาของพวกเธอลงต่ำ และให้พวกเธอรักษาทวารของพวกเธอ และอย่าเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอ เว้นแต่สิ่งที่พึงเปิดเผยได้

และให้เธอปิดด้วยผ้าคลุมศรีษะของเธอลงมาถึงหน้าอกของเธอ และอย่าให้เธอเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอ เว้นแต่แก่สามีของพวกเธอ หรือบิดาของสามีของพวกเธอ หรือลูกชายของพวกเธอ หรือลูกชายสามีของพวกเธอ หรือพี่ชายน้องชายของพวกเธอ หรือลูกชายของพี่ชายน้องชายของพวกเธอหรือลูกชายของพี่สาวน้องสาวของพวกเธอ หรือพวกผู้หญิงของพวกเธอ หรือที่มือขวาของพวกเธอครอบครอง (ทาสและทาสี) หรือคนใช้ผู้ชายที่ไม่มีความรู้สึกทางเพศ หรือเด็กที่ยังไม่รู้เรื่องเพศสงวนของผู้หญิง และอย่าให้เธอกระทืบเท้าของพวกเธอ เพื่อให้ผู้อื่นรู้สิ่งที่พวกเธอควรปกปิดในเครื่องประดับของพวกเธอ และพวกกเจ้าทั้งหลายจงขอลุแก่โทษต่ออัลลอฮฺเถิด โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับชัยชนะ”

[อันนูรฺ 24: 30-31] **คัดลอกจากโปรแกรมอัลกุรอาน

20130609-043614.jpg

Read Full Post »

« Newer Posts - Older Posts »