Feeds:
Posts
Comments

Archive for the ‘บททดสอบ’ Category

🔑🔑🔓ทางออกของทุกปัญหา🔓🔑🔑

จากคลิป A solution to all your problems by iLovUAllah แปลเรียบเรียงโดย Bint Al Islam  

นบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัมกล่าวไว้ในหะดีษของท่าน ซึ่ง รายงานโดยท่านอนัส (เราะฎิยัลลลอฮุ อันฮุ) เป็นหะดีษที่มีความงดงามยิ่ง หากเพียงแค่พวกเราเข้าใจความหมายที่แท้จริงของมัน 

สิ่งที่นบีกล่าวไว้ในหะดีษบทนี้จะช่วยแก้ปัญหาทุกๆ ปัญหาของเราได้ 

ท่านนบีกล่าวไว้ว่า ■■ผู้ใดก็ตามที่กังวลเกี่ยวกับอาคิเราะฮฺของเขา อัลลอฮฺจะทรงทำให้เขามีความร่ำรวยในหัวใจ และจะทรงรวบรวมสิ่งต่างๆ ที่กระจัดกระจายให้แก่เขา และดุนยาก็จะวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างพรั่งพรู■■

🔑“ผู้ใดก็ตามที่กังวัลเกี่ยวกับอาคิเราะฮฺของเขา”🔑 ความกังวลใจนี้ถือเป็นความกังวลใจที่ดี เพราะการเป็นห่วงกังวลต่ออาคิเราะฮฺนั้น หมายถึงการเป็นกังวลต่อช่วงเวลาที่คุณจะต้องยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของอัลลอฮฺ อัซซะวะญัล

🔑“อัลลอฮฺจะทรงทำให้เขามีความร่ำรวยในจิตใจของเขา”

🔑ความร่ำรวยในจิตใจคืออะไร? 

🔓ความร่ำรวยของกระเป๋าคือ “เงิน” 

🔓ส่วนความร่ำรวยของจิตใจคือ “ความสุขและความพึงพอใจ” 

🔓เพราะเงินทองในดุนยานี้จะไม่มีทางทำให้หัวใจของคุณร่ำรวยได้ 

🔑และผู้ใดก็ตามที่กังวลเกี่ยวกับอาคิเราะหฺ🔑 ซึ่งหมายถึงผู้ศรัทธาที่เป็นห่วงกังวลเกี่ยวกับความพึงพอพระทัยของอัลลอฮฺ  อัลลอฮฺจะทรงทำให้เขามีความร่ำรวยในจิตใจ และไม่ใช่เพียงแค่นั้น เพราะอัลลอฮฺจะทรงรวบรวมการงานทั้งหมดของเขาไว้ให้อยู่ภายใต้การดูแลของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน ชีวิตคู่ ชีวิตครอบครัว ชีวิตทางสังคม  ทุกๆ กิจการงานของคุณจะอยู่ภายใต้การควบคุมของคุณเอง คุณจะมีความสามารถในการควบคุม จัดการเรื่องราวทั้งหมดนั้นได้ โดยที่การงานเหล่านั้น ปัญหาเหล่านั้นจะไม่สามารถควบคุมชีวิตคุณได้ 

👋👋👋👋อัลลอฮฺจะทรงรวบรวมทุกๆ การงานในโลกดุนยานี้ของคุณ และอัลลอฮฺจะวางมันไว้ที่มือของคุณ คุณจะเป็นผู้ควบคุมมัน คุณจะอยู่เหนือสิ่งเหล่านั้น👋👋👋👋

และไม่ใช่เพียงแค่นั้น นบียังกล่าวด้วยว่า 🔑และดุนยาและทุกสิ่งอย่างที่อยู่ในดุนยานี้จะวิ่งเข้ามาหาเขา🔑 ดังนั้น หากความกังวลใจของคุณ คืออาคิเราะฮฺ  ดุนยาจะวิ่งเข้าหาคุณเอง

หากคุณอยู่ในดุนยานี้เพื่อให้ดุนยารับใช้คุณ อัลลอฮฺก็จะทรงทำให้คุณเป็นเจ้านายแห่งดุนยา และอัลลอฮฺจะทรงทำให้คุณเป็นบ่าวแห่งอาคิเราะ

ผู้ใดก็ตามที่มีความกังวลต่ออาคิเราะฮฺ และความพึงพอพระทัยของอัลลอฮฺ อัลลอฮจะทรงประทานความร่ำรวยให้แก่หัวใจของเขา และอัลลอฮฺจะทรงรวบรวมทุกๆ เรื่องราว ทุกๆ ปัญหาของเขาให้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเขาและอัลลอฮฺจะทรงทำให้ดุนยาวิ่งเข้าหาเขา

แต่ในทางกลับกัน  🔑ผู้ใดก็ตามที่กังวลต่อดุนยาของเขา🔑

🔓ความกังวลใจของเขาคือเรื่องราวแห่งดุนยา

🔓ความเครียดของเขาก็คือเรื่องราวแห่งดุนยา 

นบีมุหัมมัดกล่าวว่า ■■ผู้ใดก็ตามที่กังวลเกี่ยวกับดุนยาของเขา อัลลอฮฺจะทรงทำให้เกิดความยากจนปรากฎขึ้นระหว่างดวงตาทั้งสองข้างของเขา และในหัวใจของเขา และจะทรงทำให้กิจการต่างๆ ของเขากระจัดกระจาย■■ หมายความว่า หากว่าเขามีแต่ความกังวลแต่เรื่องของดุนยา พระองค์จะทรงทำให้เขามีแต่ความแร้นแค้น ยากจน แม้ว่าเขาจะมีเงินมากมายในดุนยานี้

คุณเคยเห็นไหม คนบางคนที่ร่ำรวยมากๆ แต่พวกเขากลับเป็นเยี่ยงทาสรับใช้ ตลอด 24 ชั่วโมง ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้นับเงินของตัวเอง พวกเขาร่ำรวยมาก แต่ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะเห็นหน้าลูกๆ ของตัวเอง พวกเขาร่ำรวยมาก แต่ไม่มีโอกาสที่จะได้กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ พวกเขาร่ำรวยมาก แต่ไม่มีโอกาสที่จะนั่งลงและพักผ่อน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาเหล่านั้นคือผู้ที่ยากจน และพวกเขาไม่เคยมีความสุขเลย ไม่เคยมีความสุขเลยจริงๆ พวกเขาไม่เคยที่จะมีโอกาสได้ลิ้มรสชาติในแบบที่คนยากจนได้ลิ้มลอง ซึ่งนั่นคือ การได้พักผ่อน และความสบายใจ 

พวกคุณคิดว่าพวกเขารวย มีทรัพย์สินมากมาย มีชีวิตที่สะดวกสบาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย

แน่นอนภายนอกเขาดูร่ำรวย มีทรัพย์สินมากมาย พวกเขามีเงินทองมหาศาล แต่ทว่าพวกเขากลับไม่พบกับความสบายใจ พวกเขาไม่รู้สึกผ่อนคลาย พวกเขาไม่มีความสุข เพราะอะไร? 

เพราะดุนยาคือความเครียด ความกังวลใจของเขา

อัลลอฮฺจะทรงทำให้เขายากจนในดวงตาของเขา อัลลอฮฺประทานความยากจนให้ในระหว่างดวงตาทั้งสองข้างของเขา ถืงแม้ว่าเขาจะมีเงินมากมายแห่งดุนยา แต่พวกเขาก็จะยังคงเป็นผู้ที่ยากจนอยู่ดี แม้ว่าพวกเขาจะมีเงินมากมาย แต่พวกเขายังคงมีแต่ความเครียดอยู่ดี

■■ผู้ใดก็ตามที่ให้อาคิเราะฮฺเป็นสิ่งที่สำคัญ (เป็นความห่วงกังวล) สำหรับเขา อัลลอฮฺจะทรงรวบรวมการงานทั้งหมดของเขาไว้ให้ และจะทรงทำให้เขามีความร่ำรวยในหัวใจ และดุนยาจะวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างพรั่งพรูแม้ว่ามันจะไม่เต็มใจก็ตาม และผู้ใดก็ตามที่ให้ดุนยาเป็นสิ่งสำคัญ (เป็นความห่วงกังวล) สำหรับเขา อัลลอฮฺจะทรงทำให้เกิดความยากจนปรากฎขึ้นระหว่างดวงตาทั้งสองข้างของเขา และในหัวใจของเขา อัลลอฮฺจะทรงทำให้กิจการต่างๆ ของเขากระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ และจะไม่มีสิ่งใดในดุนยาเข้ามาหาเขายกเว้นเท่าที่ถูกกำหนดไว้ให้แก่เขาเท่านั้น■■ (อัตติรฺมิซียฺ จัดระดับความน่าเชื่อถือของหะดีษโดยอัลอัลบานียฺ)

Advertisements

Read Full Post »

​บททดสอบของคุณ ไม่ใช่ตอนที่คุณต้องสวมใส่ฮิญาบ หรือไว้เครา แต่บททดสอบของคุณ เกิดขึ้นภายหลังเมื่อคุณได้พบกับพี่น้องมุสลิมของคุณที่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง .. และมีอะไรเกิดขึ้นกับหัวใจของคุณต่างหาก 

มันคือ “ความหลงตัวเอง ความยโสทะนงตน ต่อความบริสุทธิ์ผุดผ่องของคุณ” หรือ “ความอ่อนน้อมถ่อมตน ต่อทางนำของอัลลอฮฺประทานแก่คุณ พร้อมกับความพยายามและการดุอาอฺที่จริงใจของคุณต่อพวกเขาเหล่านั้น ให้เปลี่ยนแปลงตัวเองได้เช่นคุณในวันหนึ่ง” 

ตรวจสอบหัวใจของคุณ เพราะว่าความทะนงตนเพียงเศษเสี้ยวเดียวจะไม่นำพาคุณไปสู่สวนสวรรค์ (นักวิชาการเตาฟีก เชาษุรียฺ)

Read Full Post »

คุณกำลังเศร้าใจอยู่หรือไม่ (หัวข้อ Feeling sad?)
ถอดความและเรียบเรียง
จากบรรยายของมุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ โดย บินติ อัลอิสลาม
คัดลอกคำแปลอัลกุรอานจาก http://daasee.com/

เพราะเราเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาทั่วไป ดังนั้นจึงเปีนเรื่องปกติที่บางครั้งเราอาจจะมีความสุขอย่างล้นเหลือ และบางครั้งเราก็อาจมีความทุกข์อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อไรที่เรารู้สึกมีความสุข เราควรตั้งคำถามกับตัวเองว่า “อะไร หรือสิ่งใด ที่เป็นสาเหตุที่นำมาซึ่งความสุขแก่เรา”

หากว่ามันเป็นเพราะ “ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับอัลลอฮฺ” ที่ทำให้เรามีความสุข นั่นหมายความว่า ความสุขนั้นจะคงอยู่ไปชั่วนิรันดร์ แต่หากว่ามันเป็นเพราะ “วัตถุ ปัจจัยแห่งโลกดุนยา” ที่ทำให้เรามีความสุข ขอให้เราตระหนักว่า “ความสุขนั้นเป็นความสุขเพียงชั่วคราว” และไม่วันใดวันหนึ่ง อัลลอฮฺย่อมทรงทดสอบเราด้วยการถอดถอนมันออกไป

อัลลอฮฺตรัสชัดแจ้งว่า “หากว่าคุณได้รับบางสิ่งบางอย่างในชีวิต ไม่มีสิ่งใดรับประกันได้เลยว่า สิ่งที่คุณได้รับนั้นจะคงอยู่กับคุณตลอดไป”  ในซุเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ อัลลอฮฺตรัสว่าพระองค์จะทรงทดสอบเราด้วยความกลัว ความสูญเสียบางสิ่งบางอย่างในชีวิต ความหิวโหย

“และแน่นอน เราจะทดลองพวกเจ้าด้วยสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากความกลัวและความหิวและด้วยความสูญเสีย (อย่างใดอย่างหนึ่ง) จากทรัพย์ ชีวิต และพืชผล และเจ้าจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้อดทนเถิด” อัลบะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่ ๑๕๕

—-ดังนั้นเวลาที่เราเกิดความรู้สึกโศกเศร้า เสียใจ เราควรทำเช่นไร—

ประการแรก ให้ถามตัวเองว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับอัลลอฮฺ ผู้เป็นเจ้าของความสุขนั้นดีหรือไม่ แน่นแฟ้นหรือไม่ เป็นไปอย่างราบรื่นหรือไม่?”

ยกตัวอย่างเช่น  หากเราเป็นคนที่ไม่รักษาการละหมาด ไม่มีความสัมพันธ์กับอัลกุรอาน ไม่มีการสร้างความสัมพันธ์ใดๆ กับอัลลอฮฺเลย เช่นนั้น เราจะสามารถต่อสู้ เอาชนะกับความรู้สึกโศกเศร้าได้อย่างไร แน่นอนว่า เราย่อมต้องจมปลักอยู่กับความโศกเศร้าอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ด้วยเพราะว่าเราขาดสติ หลุดจากความจริง จากเป้าหมาย จากสิ่งที่เป็นอยู่ แท้จริงแล้ว ชีวิตดุนยานั้นเป็นสิ่งชั่วคราว มันไม่คงอยู่ถาวร และเราอยู่บนโลกดุนยานี้เพื่อการต้องถูกทดสอบ

โลกดุนยานี้ คือดินแดนแห่งบททดสอบ เพราะไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะได้รับในสิ่งที่พวกเขาต้องการในทุกๆ อย่าง หากทว่าพวกเขาจะได้รับแต่ในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงเลือกไว้ให้พวกเขาแล้วเท่านั้น  บางคนอาจถูกทดสอบด้วยปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาด้านการเงิน ปัญหาครอบครัว และปัญหาอื่นๆ ที่แตกต่างกันไป รวมไปถึงการสูญเสียประเภทต่างๆ อีกด้วย

สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเรามันอาจไม่เป็นไปเช่นที่เราปรารถนา นั่นเป็นเพราะว่า “มันคือบททดสอบ” ที่อัลลอฮฺทรงต้องการดูว่าเราจะรับมือกับมันอย่างไร พระองค์ทรงต้องการดูว่าบททดสอบนั้นจะทำให้เราเข้าหาพระองค์มากขึ้นหรือไม่ และตระหนักได้หรือไม่ว่า โลกดุนยานี้เป็นโลกแห่งความชั่วคราว

ดังนั้น เวลาที่เราเกิดความโศกเศร้า เสียใจ ทุกข์ใจ เราต้องถามตัวเองก่อนเลยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับอัลลอฮฺนั้นเป็นเช่นไร? ซึ่งความสัมพันธ์ที่ว่านี้หมายถึงการละหมาด การรักษาการละหมาดทั้งห้าเวลาของเรา เราต้องตรวจสอบว่า เรามีความกระตือรือร้นในการที่จะละหมาดหรือไม่ เรามีความปรารถนาที่จะเข้าเฝ้าพระองค์หรือไม่ เราตระหนักรู้หรือไม่ว่าเรากำลังพูด กำลังทำอะไรอยู่ขณะละหมาด รับรู้ว่าเรากำลังก้มศีรษะลงพื้นสูญูดให้ใคร .. ให้ผู้ทรงสร้างเรา ผู้ประทานความสุข ผู้ทรงควบคุมชีวิต ผู้ที่เราต้องกลับไปหาพระองค์ใช่หรือไม่  เพราะการใคร่ครวญ จะช่วยขจัดความโศกเศร้าของเราออกไปได้

การตระหนักรู้ได้เช่นนั้น จะทำให้เราคลายความกังวล เพราะเรารู้ว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นไปตามแผนการของอัลลอฮฺ ไม่ใช่แผนการของใครอื่นใด ดังนั้น เมื่อเรารู้ว่าเป็นแผนการของพระองค์ เราก็ควรวิงวอนขอความช่วยเหลือจากพระองค์ ให้พระองค์ทรงทำให้เราสามารถผ่านพ้นบททดสอบไปได้ด้วยความง่ายดาย

ในบททดสอบทั้งหลายที่เกิดขึ้นนั้น แท้จริงอัลลอฮฺทรงต้องการให้เรานำความสามารถ พลัง ศักยภาพที่พระองค์ประทานให้แก่เราออกมาใช้เพื่อช่วยเหลือตัวเราเอง พร้อมด้วยการขอความช่วยเหลือจากพระองค์

เราอย่าปล่อยให้คำพูดของใครทำให้เราต้องเสียใจ เพราะแท้จริงไม่มีใครหรอก ที่จะเป็นที่รัก ที่ชื่นชอบของทุกคน แม้แต่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เอง ก็โดนตำหนิ ต่อว่า ด่าทอมากมาย ดังนั้นสิ่งที่คุณควรทำคือ การเข้าหาอัลลอฮฺ ใกล้ชิดพระองค์ให้มากขึ้น อย่าปล่อยให้คนที่ละเมิดขอบเขตของอัลลอฮฺ คนที่มีความยโสทะนงตน คนที่ชอบปล่อยข่าวชั่วร้าย คนที่มีอุปนิสัยที่ไม่ดีทำให้คุณต้องเศร้าเสียใจ เป็นทุกข์

“บรรดาผู้ศรัทธา และจิตใของพวกเขาสงบด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺ พึงทราบเถิด ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺเท่านั้นทำให้จิตใจสงบ” (อัรร็อด อายะฮฺที่ ๒๘)

เราจะรำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างไร

  • ปรับปรุงคุณภาพการละหมาดของเรา
  • ใช้เวลาไปกับการอาบน้ำละหมาดอย่างดีที่สุด
  • ใช้เวลาไปกับการเข้าเฝ้าพระองค์อย่างดีที่สุด
  • ใคร่ครวญ ทำความเข้าใจถึงความหมายของสิ่งที่กำลังกล่าวขณะละหมาด
  • มุ่งความสนใจไปกับการทำอิบาดะฮฺต่อพระองค์
  • บอกตัวเองว่า คุณกำลังสนทนากับผู้ทรงสร้างอยู่

“โอ้ มนุษย์เอ๋ย แท้จริง ข้อตักเตือน (อัลกุรอาน) จากพระเจ้าของพวกท่าน ได้มายังพวกท่านแล้ว และมันเป็นการบำบัดสิ่งที่มีอยู่ในทรวงอก และเป็นการชี้แนะทาง และเป็นความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา” (ยูนูส อายะฮฺที่ ๑)

หากคุณปรารถนาที่จะขจัดความทุกข์ออกไป ให้ตระหนักเสมอว่า อัลกุรอาน คือสิ่งที่ช่วยบำบัดเยียวยาความทุกข์ของคุณ

ใช้เวลา 5 นาทีในการอ่านอัลกุรอานทุกๆ เช้า พยายามอ่านออกเสียงให้ด้วยท่วงทำนอง และอัลกุรอานจะช่วยขจัดความทุกข์เศร้าของคุณ โดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

ไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะไม่มีปัญหาในชีวิต แต่มันขึ้นอยู่กับการรับมือ การจัดการกับปัญหาของแต่ละคนมากกว่า บางทีคุณอาจคิดว่าคุณมีปัญหาแสนสาหัส แต่ความเป็นจริง อาจเป็นไปได้ว่า คนที่นั่งอยู่ข้างๆ คุณ มีปัญหาหนักมากยิ่งกว่าคุณหลายร้อยเท่า แต่คุณมองไม่เห็นมัน เพราะเขาเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอัลลอฮฺ เพราะพวกเขาตระหนักรู้ว่าโลกดุนยาคือสถานที่พักพิงชั่วคราว

ดังนั้น เมื่อคุณพัฒนาความสัมพันธ์กับอัลกุรอาน และพยายามอ่าน ทำความเข้าใจ พยายามนำมาปฏิบัติ และคุณก็พัฒนาความสัมพันธ์ของคุณกับอัลลอฮฺ และซิเกรฺ (รำลึกถึงพระองค์) ทำการละหมาดอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว คุณย่อมสามารถที่จะตระหนักรู้ ซาบซึ้งในบุญคุณ และขอบคุณในสิ่งต่างๆ มากมายที่อัลลอฮฺทรงประทานแก่คุณโดยที่พระองค์ไม่ได้ประทานสิ่งเหล่านั้นแก่ใคร

เช่นในหะดีษบทหนึ่งที่ท่านนบีบอกไว้ว่า “จงมองดูคนที่มีสถานะที่ต่ำกว่าท่าน (ย่ำแย่กว่าท่าน) และจงอย่ามองดูคนที่มีสถานะที่สูงกว่าท่าน นั่นคือสิ่งที่จะช่วยปกป้องท่านจากการดูแคลนการอำนวยพรที่อัลลอฮฺทรงประทานแก่ท่าน”

เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้” มีผลกระทบต่อดุนยา หรือศาสนาของคุณหรือไม่

หากปัญหาที่ทำให้คุณโศกเศร้าเสียใจ มีผลกระทบต่อศาสนาของคุณ แน่นอนว่านั่นคือสิ่งที่คุณควรโศกเศร้าเสียใจ แต่หากว่าปัญหาของคุณ มีผลกระทบต่อดุนยา คุณควรเตือนตัวเองว่า “ชีวิตของเรานั้นเป็นความชั่วคราว ไม่มีอะไรคงทนถาวร วันเวลาจะผลัดเปลี่ยนไป”

ยกตัวอย่าง มีชายคนหนึ่ง พร่ำบ่นมากมายว่าน้ำที่บ้านของเขาไม่ร้อน ในขณะที่ยังมีอีกหลายๆ คนที่ไม่มีแม้แต่น้ำจะดื่ม หรือจะใช้ พวกเราหลายคนโศกเศร้ากับสิ่งที่เป็นความชั่วคราว

ในการทดสอบของอัลลอฮฺนั้น อัลลอฮจะทรงทดสอบเราตามสถานะของเรา นบีมุหัมมัดแจ้งไว้แล้วว่า อัลลอฮฺจะทรงทดสอบบ่าวของพระองค์ตามปริมาณความรักที่พระองค์มีต่อเรา เมื่อพระองค์ทรงรักเรามากเท่าไร พระองค์ก็จะทรงทดสอบเรามากขึ้นเท่านั้น

เวลาที่คุณประสบปัญหา คุณก็จะเริ่มหาทางออก หาทางแก้ไข และผู้ศรัทธานั้นย่อมหาทางออกด้วยการเข้าหาอัลลอฮฺ และเมื่ออัลลอฮฺทรงต้องการให้คุณใกล้ชิดพระองค์ พระองค์จะทรงมอบปัญหาที่หนักแก่คุณ เพราะพระองค์ทรงรู้ว่า หากว่าคุณไม่ได้เผชิญกับปัญหาหนักนี้ในชีวิตของคุณ อาจเป็นไปได้ว่าคุณจะไม่ให้ความใส่ใจต่อการละหมาด คุณอาจจะไม่เคยรำลึก นึกถึงหรือวิงวอนขอจากอัลลอฮฺก็เป็นได้

ดังนั้น ขอให้คุณนึกถึงบรรดาผู้คนที่มีน้อยกว่าคุณ เพื่อที่คุณจะได้ขอบคุณในสิ่งที่คุณมี และพึงตระหนักว่าปัญหาที่คุณเผชิญนั้นยังไม่หนักหนาเท่ากับพี่น้องที่กำลังโดนลูกระเบิดถล่มอยู่แทบทุกคืนวัน และเมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้นก็ให้กล่าว อัลฮัมดุลิลลาฮฺ

อีกหนึ่งวิธีในการต่อสู้กับความโศกเศร้า คือการมองดูสิ่งต่างๆ ที่อัลลอฮฺทรงสร้าง ไม่ว่าจะเป็น ต้นไม้ ใบหญ้า ธรรมชาติสีเขียว สัตว์มากมาย อากาศอันบริสุทธิ์ แสงอาทิตย์ที่สาดส่อง

“แท้จริงในการสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน และการที่กลางวันและกลางคืนตามหลังกันนั้น แน่นอนมีหลายสัญญาณสำหรับผู้มีปัญญา” (อาลิ อิมรอน อายะฮฺที่ ๑๙๐)

สัญญาณเหล่านี้นอกจากจะแสดงให้เห็นถึง ความเป็นหนึ่งเดียวของอัลลอฮฺ ความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ความใกล้ชิดที่คุณมีต่อพระองค์ สัญญาณดังกล่าวยังช่วยเยียวยาความทุกข์โศกของคุณ ธรรมชาติสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างช่วยบรรเทาความเครียด ความกังวลของคุณ

อย่าเศร้าใจไปเลย วันเวลาที่เรามีอยู่นั้นไม่คงอยู่กับเราถาวร มันเป็นเพียงแค่ความชั่วคราว

ช่วงเวลาที่คุณควรเสียใจมากที่สุด คือช่วงเวลาที่คุณห่างไกลจากพระองค์ และนี่คือสิ่งที่ทำให้ใครต่อใครหลายคนมีความทุกข์ใจ ความโศกเศร้า เพราะพวกเขาใช้ชีวิตไปกับการปาร์ตี้ การพนัน การทำซินา การยุ่งเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ ยาเสพติด แน่นอนว่าหากคุณกำลังใช้ชีวิตแบบนั้น คุณย่อมต้องพบกับความโศกเศร้า เพราะคุณห่างไกลจากพระองค์ ดังนั้นหากคุณปรารถนาที่จะเอาชนะความเศร้า ความทุกข์ใจ คุณก็ควรเข้าหาพระองค์ พระองค์ทรงรอคอยการกลับไปของคุณอยู่ และพระองค์ก็ทรงปลื้มปิติเมื่อคุณกลับไปหาพระองค์

พึงรู้เถิดว่า หากว่าคุณทำให้อัลลอฮฺทรงพึงพอใจ พระองค์ก็จะทรงทำให้คุณพึงพอใจ และมีความสุขเช่นกัน 

และพึงรู้เถิดว่า “ความทุกข์ ความเศร้า ความเสียใจ” เป็นสิ่งที่คุณสามารถจัดการรับมือกับมันได้

อัลลอฮฺทรงปลอบประโลมนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัมว่า “จงอย่าเสียใจ” และนบีเองก็เคยปลอบใจท่านอบูบักร ในยามที่ท่านอบูบักรโศกเศร้าด้วยอายะฮฺนี้

“ท่านอย่าเสียใจ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอยู่กับเรา” (อัตเตาบะฮฺ อายะฮฺที่ ๔๐)

ดังนั้นคุณจะเศร้าเสียใจไปทำไม ในเมื่อคุณรู้ว่าอัลลอฮฺทรงอยู่กับคุณ และไม่ว่าพวกเขาจะพยายามทำให้คุณเจ็บช้ำเพียงใด มันก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เว้นแต่ด้วยการอนุมัติของพระองค์ และท้ายที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้น มันย่อมดีกับคุณแน่นอน

ในหะดีษบทหนึ่ง ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “การงานทั้งหลายของผู้ศรัทธาช่างสวยงามยิ่ง เพราะทุกๆ การงานของเขาต่างเป็นสิ่งดีงามทั้งสิ้น และมันจะไม่เกิดขึ้นกับผู้ใด เว้นแต่ผู้ที่มีความศรัทธา หากมีสิ่งที่ดีงามเกิดขึ้นกับเขา เขาก็ขอบคุณและนั่นคือสิ่งที่ดีสำหรับเขา และหากว่ามีสิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับเขา เขาก็ยอมรับมันด้วยความอดทน และนั่นก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขาด้วยเช่นกัน” (อะหมัด และมุสลิม)

เวลาที่คุณมีช่วงวันเวลาที่ดี คุณควรใกล้ชิดอัลลอฮฺ อย่ารอให้เกิดช่วงวันเวลาที่ไม่ดี คุณถึงจะเข้าหาพระองค์

“จงใกล้ชิดอัลลอฮฺในยามสุขสบาย และคุณจะพบว่าในยามที่คุณประสบกับความยากลำบาก พระองค์จะทรงอยู่กับคุณ และคุณจะผ่านพ้นความยากลำบากไปได้ด้วยดี”

เมื่อสิ่งที่ไม่ดีใดๆ ก็ตามประสบกับผู้ศรัทธา เขาก็อดทน เพราะเขารู้ว่าเขาจะได้รับรางวัลการตอบแทนจากอัลลอฮฺ และมันเป็นสิ่งที่ดียิ่งกว่าสำหรับเขา นี่คือเหตุผลว่าทำไมการงานทั้งหลายของเขาจึงสวยงาม

ความดีใดๆ เกิดขึ้นกับเขา เขาก็ขอบคุณ ความเลวร้ายใดๆ เกิดขึ้นกับเขา เขาก็ขอบคุณ อดทน ไม่โกรธเคืองอัลลอฮฺ เขายังคงยิ้มและระลึกถึงอัลลอฮฺเสมอ การกระทำเช่นนี้ย่อมช่วยบรรเทาความทุกข์ ความเสียใจของเขาได้ “ผู้ศรัทธา” ย่อมเรียนรู้ที่จะหาทางใกล้ชิดกับพระองค์ให้มากขึ้น

พึงรู้เถอะว่า.. ความทุกข์โศกที่ชั่วนิรันดร์ คือ การที่คนคนหนึ่งตกลงไปในไฟนรก

พึงรู้เถอะว่า.. ความสุขชั่วนิรันดร์ คือ การที่เขาได้รับสมุดบันทึก (บัญชี) ของเขาด้วยมือขวาในวันแห่งการตัดสิน และสวนสวรรค์คือที่พักพิงของเขา ถึงเวลานั้น มันหมายความว่า “เขาผู้นั้น” คือผู้ที่มีความสุขที่สุดในโลกแล้ว

790bd3d18eb757063db17f3c00931301

รูปจาก การค้นหาทางอินเตอร์เนต 

Read Full Post »

ในสมัยราชวงศ์อับบาสสิยะฮ์
มีสตรีท่านหนึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามว่า สุบัยดะฮฺ หรือ อุมมุ ญะฟัรฺ ซึ่งผู้คนต่างรู้กันดีว่าเธอเป็นคนจิตใจกว้างขวางและมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้เองจึงมีชายตาบอดสองคนไปหาเธอ ที่บริเวณถนนที่เธออาศัยอยู่

หนึ่งในชายสองคนนั้นกล่าวขึ้นมาว่า “ฉันวิงวอนขอจากท่านด้วยความบริสุทธิ์ของอัลลอฮฺ”
ส่วนชายอีกคนกล่าวขึ้นมาว่า “ฉันวิงวอนขอจากท่านด้วยความบริสุทธิ์ของอุมมุ ญะฟัรฺ”

หลังจากนั้นเธอจึงได้ให้เงินจำนวน 2 ดิรฮัมกับคนที่ขอจากเธอด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ส่วนคนที่ขอเธอด้วยนามของเธอ เธอให้ไก่ย่างแก่เขาพร้อมกับสอดเงิน 10 ดิรนารเข้าไปในตัวไก่ด้วย

ดังนั้นคนที่ขอด้วยพระนามของอัลลอฮฺจึงได้น้อยกว่า
และคนที่ขอด้วยนามของอุมมุ ญะฟัรฺได้มากกว่า

ซึ่งอุมมุ ญะฟัรฺได้ทำการบริจาคให้กับชายทั้งสองคนนี้เป็นเวลา 10 วัน

วันหนึ่งอุมมุ ญะฟัรฺได้เข้าไปถามชายที่ได้ทั้งไก่และเงิน 10 ดิรนารว่า “นี่ท่านไม่ได้มีทรัพย์สินมากขึ้นหรอกหรือ”

เขาตอบเธอว่า “ไม่ครับ พอผมได้ไก่จากท่านมา ผมก็เอาไก่ตัวนั้นไปขายให้กับเพื่อนอีกคนของผมตัวละ 2 ดิรฮัม ทุกวันเลย”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น อุมมุ ญะฟัรฺก็พูดขึ้นมาว่า “ซุบฮานั้ลลอฮฺ คนที่ขอจากอัลลอฮฺ อัลลอฮฺทรงประทานให้แก่เขา ส่วนคนที่ขอจากผู้อื่น อัลลอฮฺทรงปิดหนทางแห่งการได้รับจากเขา”

คุณรู้แล้วใช่ไหมว่า ริสกีอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์

ดังนั้นขอให้คุณวิงวอนขอจากอัลลอฮฺต่อไป
ขอให้คุณวิงวอนขอดุอาอฺจากอัลลอฮฺต่อไป
ไม่มีปัญหาใดที่จะยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะแก้ไขได้สำหรับพระองค์

และหากว่าอัลลอฮฺยังคงทำให้คุณต้องเผชิญอยู่กับปัญหาต่างๆมากมาย นั่นเป็นเพราะว่าพระองค์ทรงประสงค์เช่นนั้น

ขอให้คุณจำไว้ว่า หากอัลลอฮฺทรงทำให้คุณอยู่ในสถานการณ์ที่คุณเรียกมันว่า “ความวุ่นวาย” แต่ ณ ที่อัลลอฮฺ มันไม่ใช่ “ความวุ่นวาย” พระองค์ทรงต้องการให้คุณเผชิญกับมันอย่างมีเหตุผล

พระองค์ทรงต้องการให้คุณร้องขอจากพระองค์ ขอดูอาอฺจากพระองค์ ตื่นขึ้นมาตอนเช้าเพื่อทำการละหมาดต่อพระองค์ นั่นคือความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่สุดที่คุณจะเคยมีกับอัลลอฮฺ ในยามที่คุณมีปัญหา

อย่างไรก็ตาม ด้วยความเมตตาของอัลลอฮฺ พระองค์ยังทรงเปิดประตูไปสู่ทางออกให้แก่คุณ

เรียบเรียงจากบรรยายของมุฟตี เมงก์ หัวข้อ Jumping the gun/โดยบินติ อัลอิสลาม

รูปจากอินเตอร์เนต

image

Read Full Post »

image

“และในทำนองนั้นแหละ เราได้ให้มีขึ้นในแต่ละเมืองซึ่งบรรดาบุคคลสำคัญเป็นผู้กระทำความผิดแห่งเมืองนั้นๆ เพื่อที่พวกเขาจะได้วางอุบายหลอกลวงในเมืองนั้น (หากทว่า) การวางแผนของพวกเขามีแต่จะทำร้ายตัวของพวกเขาเองเท่านั้น แต่พวกเขาหาได้รู้ไม่”  (ซูเราะฮฺอัล อันอาม 06:123)

ผู้ก่อความวุ่นวาย (ซูเราะฮฺอัลอันอาม 06:123)
~~~~~~~~~~~~
เขียนโดย อบู มุอาวิยะฮฺ อิสมาอีล กัมดัรฺ
แปล บินติ อัลอิสลาม

“และในทำนองนั้นแหละ เราได้ให้มีขึ้นในแต่ละเมืองซึ่งบรรดาบุคคลสำคัญเป็นผู้กระทำความผิดแห่งเมืองนั้นๆ เพื่อที่พวกเขาจะได้วางอุบายหลอกลวงในเมืองนั้น (หากทว่า) การวางแผนของพวกเขามีแต่จะทำร้ายตัวของพวกเขาเองเท่านั้น แต่พวกเขาหาได้รู้ไม่”  (ซูเราะฮฺอัล อันอาม 06:123)

อายะฮฺนี้ถูกประทานลงมาอันเนื่องมาจากผู้นำนอกรีตแห่งมักกะฮฺ เช่นอบู ญะฮัล และอบู ลาฮับ อัลลอฮฺประทานอำนาจให้แก่บุคคลเหล่านี้ และพวกเขากลับกลายเป็นผู้ที่กระทำความผิดที่เลวร้ายที่สุดในเมือง ในอายะฮฺนี้อัลลอฮฺทรงยืนยันว่าสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หรือเป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะพระองค์ทรงเคยประทานอำนาจให้กับนิมร็อด ฟิรอาวน์ อ็าด เษามูด และอีกหลายๆ คนก่อนหน้าคนเหล่านี้ และนี่คือส่วนหนึ่งของบททดสอบในชีวิต

จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา อัลลอฮฺทรงทดสอบเรื่องของการกระทำความผิด (ของผู้คน) ด้วยการให้อำนาจและสิทธิพิเศษแก่พวกเขา แม้แต่ในโลกยุคปัจจุบันนี้ ก็ยังคงมีการกระทำความผิดมากมายของผู้ที่อยู่ในฐานะหรือตำแหน่งที่สูงๆ ที่มีหน้าที่คุมอำนาจ   ซึ่งนี่ถือเป็นบททดสอบทั้งของผู้ถืออำนาจและประชาชนพลเมืองของพวกเขา สำหรับบรรดาผู้คุมอำนาจแล้ว บททดสอบก็คือการพิสูจน์ว่าพวกเขาจะละเมิดอำนาจที่มีอยู่นั้นหรือไม่ และสำหรับบรรดาประชาชนพลเมืองคือ การพิสูจน์ว่าพวกเขาจะยังคงยืนหยัดหนักแน่นต่อสัจธรรมหรือทำตามผู้นำ มีหลายคนที่เลือกที่จะทำและเชื่อในสิ่งใดก็ตามที่สะดวกง่ายดายต่อความปลอดภัยของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงเปลี่ยนแปลงวิถึการใช้ชีวิตและความเชื่อของพวกเขาเพื่อให้สอดคล้องกับผู้นำ หากว่าผู้นำประกาศหรือกำหนดให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ผิดศีลธรรมเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ พวกเขาก็จะน้อมรับมัน และหากว่าผู้นำประกาศหรือกำหนดให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งที่ดีงาม พวกเขาก็จะน้อมรับมันด้วยเช่นกัน และยอมละทิ้งสิ่งที่อัลลอฮฺทรงประทานลงมายังพวกเขา เพื่อที่พวกเขาจะสามารถอยู่ได้ในสังคม

เราจะผ่านบททดสอบนี้ไปได้ด้วยการยืนหยัดต่อความศรัทธาที่มีต่ออัลลอฮฺ รำลึกถึงคำสั่งใช้ของพระองค์และตระหนักว่าผู้นำที่เลวเหล่านั้นคือบททดสอบจากอัลลอฮฺ เราเองก็ต้องผ่านบททดสอบนี้ด้วยวิธีการเดียวกันกับที่มุสลิมในมักกะฮฺ (สมัยนั้น) ได้ผ่านมาแล้ว ด้วยการต่อต้านสังคมส่วนหนึ่งเมื่อพวกเขากระทำความผิด และยืนหยัดอย่างหนักแน่นต่อความจริง แม้ว่าในทางการเมืองแล้วมันจะสมควรหรือไม่อย่างไรก็ตาม

บททดสอบในเรื่องของอำนาจ สิทธิพิเศษ คือหนึ่งในบรรดาบททดสอบที่มุสลิมหลายคนต่างสอบตก เมื่ออัลลอฮฺทรงให้เรามีอำนาจเหนือผู้อื่น จะมีพวกเราสักกี่คนกันที่ใช้อำนาจนั้นเพื่อสร้างความยุติธรรมและเพื่อการช่วยเหลือผู้อื่น? บ่อยครั้งที่เราพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องสำคัญมากมายที่เราจะทำให้บรรลุผลสำเร็จและเรากลับล้มเหลวในการที่จะใช้มันไปในหนทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์ แม้แต่การใช้อำนาจเล็กๆ ที่เรามีเพื่อช่วยเหลือหรือทำประโยชน์ต่อผู้อื่นก็ตาม หากเราปรารถนาที่จะเห็นโลกที่ดีกว่านี้ ดังนั้นเราก็สามารถเริ่มได้ด้วยการใช้ทรัพยากรทั้งหลายที่มีและทุกๆ อำนาจที่อัลลอฮฺทรงประทานแก่เราไปในหนทางที่จะทำให้โลกใบนี้กลายเป็นสถานที่ที่ดียิ่งกว่าเดิม

Read Full Post »

image

และจงให้แก่บรรดาเด็กกำพร้าซึ่งทรัพย์สมบัติของพวกเขา และจงอย่าเปลี่ยนเอาของเลวด้วยของดี และจงอย่ากินทรัพย์ของพวกเขาร่วมกับทรัพย์ของพวกเจ้า แท้จริงมันเป็นบาปอันยิ่งใหญ่ (ซูเราะฮฺอันนิซาอฺ 04:02) คัดลอกจากโปรแกรมอัลกุรอาน

ทรัพย์สินที่ต้องถูกสอบสวน (ซูเราะฮฺอันนิซาอฺ 04:02)
~~~~~~~~~~~~
เขียนโดย อบู มุอาวิยะฮฺ อิสมาอีล กัมดัรฺ
แปล บินติ อัลอิสลาม

“และจงให้แก่บรรดาเด็กกำพร้าซึ่งทรัพย์สมบัติของพวกเขา และจงอย่าเปลี่ยนเอาของเลวด้วยของดี และจงอย่ากินทรัพย์ของพวกเขาร่วมกับทรัพย์ของพวกเจ้า แท้จริงมันเป็นบาปอันยิ่งใหญ่ ” (ซูเราะฮฺอันนิซาอฺ 04:02)

อายะฮฺนี้ถูกประทานลงมาอันเนื่องมาจากการปฏิบัติตัวต่อบรรดาเด็กกำพร้าของคนนอกรีต (มุชริก) ชาวอาหรับ

คำว่า “เด็กกำพร้า” ในความหมายตามหลักอิสลาม คือ เด็กที่ “บิดาของเขาได้เสียชีวิต” ซึ่งเด็กเหล่านี้จะถูกจัดประเภทว่าเป็น “เด็กกำพร้า” ในชารีอะฮฺจนกระทั่งพวกเขาเข้าสู่วัยบรรลุนิติภาวะ และมันเป็นธรรมเนียมของชาวอาหรับที่สมาชิกอาวุโสของครอบครัวจะทำหน้าที่ดูแลเด็กกำพร้าและมรดก (ทรัพย์สิน) ของพวกเขา จนกระทั่งเด็กกำพร้าเหล่านั้นมีอายุมากพอที่จะเรียกร้องขอสิทธิในมรดกนั้น อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองเด็กกำพร้าหลายคนมักจะละเมิดทรัพย์สินของพวกเขาและใช้จ่ายมรดกของพวกเขาเสมือนว่าเป็นทรัพย์สินของตัวเอง  และปฏิเสธที่จะมอบมรดกให้แก่พวกเขาเมื่อพวกเขาบรรลุวัยผู้ใหญ่ ด้วยเหตุนี้อายะฮฺนี้จึงถูกประทานลงมาเพื่อตำหนิและสั่งห้ามการกระทำดังกล่าว

ในความหมายที่กว้างกว่านั้นสำหรับอายะฮฺนี้นั้นยังใช้ได้ในสถานการณ์ที่เมื่อมีใครคนหนึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลทรัพย์สินของผู้อื่น ทรัพย์สินเหล่านั้นจำต้องได้รับการให้เกียรติ (ไม่ถูกละเมิด) อีกทั้งนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้จัดประเภทของการละเมิดทรัพย์สินเช่นนี้ว่าเป็นคุณสมบัติของ “คนกลับกลอก” ซึ่งสิ่งนี้ได้สอนเราในหลักการศาสนาอิสลามว่า เราจะต้องถูกสอบสวน ณ ที่อัลลอฮฺว่าเราได้ใช้จ่ายทรัพย์สินอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินของเราเอง หรือทรัพย์สินที่เราได้รับการมอบหมายให้ดูแล

ส่วนหนึ่งของความดีงามในอิสลาม คือ การมีความเข้าใจว่าเราต่างต้องถูกสอบสวนว่าเราได้รับรายได้มาอย่างไร และเราได้ใช้จ่ายทรัพย์สินของเราออกไปอย่างไร มันไม่มีการกำหนดขอบเขตในอิสลามว่าเราได้รับรายได้มาจำนวนเท่าไร หากทว่ามันเป็นเรื่องของ “การหามา” และ “การใช้จ่ายออกไป” ที่เราจะต้องถูกสอบสวน การตระหนักรู้ถึงหน้าที่ความรับผิดชอบนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากในความสัมพันธ์ของเราที่มีต่ออัลลอฮฺ เพราะผู้ที่สามารถละเมิดทรัพย์สินได้นั้นก็มีแนวโน้มว่าพวกเขาจะทำการละเมิดอำนาจและทรัพยากรอื่นๆ ได้เช่นกัน  ในขณะที่คนคนหนึ่งที่รู้ว่า “ทรัพย์สิน” คือของขวัญ และบททดสอบจากอัลลอฮฺ ย่อมจะทำให้การได้มาซึ่งรายได้ของเขานั้นมีความสุจริต เที่ยงตรง และการใช้จ่ายของเขานั้นมีความสะอาดบริสุทธิ์

ตัวอย่างของของบรรดาผู้ปกครองของเด็กกำพร้าที่กล่าวมาข้างต้นได้สอนพวกเราไม่ให้ทำการละเมิดอำนาจที่มีอยู่ และโดยปกติแล้ว บรรดาเด็กกำพร้าเองก็ไม่มีความสามารถหรือหนทางใดๆ ที่จะต่อกรกับผู้ปกครองที่อธรรมได้ และมีหลายคนที่ฉวยโอกาส หาผลประโยชน์จากสถานการณ์เช่นนี้ด้วยการละเมิดเด็กกำพร้าด้วยหนทางใด หนทางหนึ่ง อายะฮฺนี้จึงเป็นการตักเตือนที่รุนแรงต่อคนประเภทนั้น

หากว่าอัลลอฮฺทรงมอบหมายอำนาจในการดูแลใครก็ตามให้แก่คุณ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกในครอบครัว ลูกจ้าง หรือเด็กกำพร้า นั่นหมายความว่าคุณต้องรับผิดชอบกับอัลลอฮฺว่าคุณปฏิบัติต่อผู้คนเหล่านั้นอย่างไร โปรดใคร่ครวญถึงอายะฮฺนี้ หากว่าคุณเคยสัมผัสถึงการถูกล่อลวงให้ทำการละเมิดอำนาจของตำแหน่งหน้าที่การงานกับผู้อื่น

Read Full Post »

พวกท่านจงกลับไปยังพ่อของพวกท่าน (นบียากูบ) แล้วกล่าวว่า โอ้คุณพ่อของเรา! แท้จริงลูก
ของท่าน (บินยามิน) ขโมยและเราไม่เป็นพยานเว้นแต่ในสิ่งที่เรารู้และเรามิใช่ผู้เก็บความลับ [Quran 12 : 81 ]

และจงถามชาวเมืองซึ่งเราพำนักอยู่ในนั้นและกองคาราวานซึ่งเราเดินทางร่วมมากับมัน และแท้จริงเรานั้นเป็นผู้สัตย์จริงอย่างแน่นอน [Quran 12 : 82 ]

เขา (นบียากูบ) กล่าวว่า “แต่ว่าจิตใจของพวกเจ้าได้ตกแต่งเรื่องขึ้นเพื่อพวกเจ้า ดังนั้นการอดทนเป็นสิ่งที่ดี หวังว่าอัลลอฮฺจะทรงนำพวกเขาทั้งหมด (ยุซุฟและบินยามิน) มาหาฉัน แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ” [Quran 12 : 83 ]
——————————————
ตอนนี้นบียากูบได้สูญเสียบุตรชายคนที่สองของท่าน ดูสิว่า ท่านได้รับมือกับความสูญเสียนี้เช่นไร .. ท่านรับมือกับมันด้วยความอดทนอดกลั้นและมอบหมายต่ออัลลอฮฺ โดยเชื่อว่าพระองค์จะทรงทำให้ทุกอย่างกลับมาดีอีกครั้ง ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดความอธรรมใดๆ ขึ้นกับคุณในชีวิตนี้ คุณก็คงรู้แล้วว่าคุณควรรับมือกับมันอย่างไรเพื่อที่จะทำให้จิตใจสงบ
——————————————
และเขา (นบียากูบ) ผินหลังให้พวกเขา (ลูกๆ คนโต) และกล่าวว่า “โอ้อนิจจา ยูซุฟเอ๋ย!” และตาทั้งสองข้างของเขามัวเนื่องจากความเศร้าโศก และเขาเป็นผู้อดกลั้น [Quran 12 : 84 ]

พวกเขากล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ท่านยังคงรำลึกถึงยูซุฟอยู่ จนกระทั่งท่านเจ็บจวนจะตายหรือท่านจะพินาศไป” [Quran 12 : 85 ]

เขากล่าวว่า “แท้จริงฉันร้องเรียนความเศร้าสลดของฉันและความทุกข์ระทมของฉันต่ออัลลอฮฺ และฉันรู้ (เรื่องความเมตตา) จากอัลลอฮฺซึ่งพวกเจ้าไม่รู้” [Quran 12 : 86 ]
——————————————
ในอายะฮฺที่ 84 เราได้บทเรียนอย่างหนึ่งว่านบียากูบได้ข่มความโศกเศร้าจากการสูญเสียบุตรชายของท่านด้วยการเก็บกลั้นความโกรธของท่านไว้ภายใน และผลของมันก็คือ “ท่านกลายเป็นคนตาบอด”

ดังนั้น โปรดอย่าได้เก็บกดความโกรธ ความผิดหวัง ไม่พอใจไว้ภายใน

แล้วเราจะสามารถทำอะไรได้บ้างหละ? พาลใส่ภรรยาและลูกๆ หรือ?

ไม่ใช่แน่นอน แต่สิ่งที่นบียากูบทำคือ “แท้จริงฉันร้องเรียนความเศร้าสลดของฉันและความทุกข์ระทมของฉันต่ออัลลอฮฺ”

ใช่แล้วหละ ร้องเรียนความทุกข์กับอัลลอฮฺ พระองค์จะทรงรับฟัง และพระองค์จะประทานรางวัลการตอบแทนให้ และระหว่างนั้นขอให้คุณจงอดทน
————————-
จากหนังสือ Real life lessons from The Holy Quran
โดย Muhammad Bilal Lakhani
คัดลอกคำแปลอัลกุรอานจาก quran App
แปล บินติ อัลอิสลาม

*หากต้องการคัดลอกบทความ โปรดระบุแหล่งที่มา*
รูป::อินเตอร์เนต

image

Read Full Post »

Older Posts »

%d bloggers like this: