Feeds:
Posts
Comments

Archive for the ‘บิดามารดา’ Category

ชัยคฺอัซซิม อัลฮากีม:: บรรดานักวิชาการกล่าวว่า “หากคุณอยากทราบสถานะของคุณต่ออัลลอฮฺ ให้พิจารณาดูสถานะของพระองค์ในหัวใจของคุณ”

พวกเราบางคนก็ให้ความสำคัญต่อภรรยา/สามี เหนือสิ่งอื่นใด รวมไปถึงพ่อและแม่ของพวกเขา และต่างอ้างว่า ‘พวกเขารักคนเหล่านั้น’! บางคนให้ความสำคัญต่อเพื่อน รถยนต์ อาชีพการงาน ความใคร่ ความปรารถนาของพวกเขามากกว่าอัลลอฮฺ!! 

ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีสิ่งใดเลยจากทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะคงอยู่ยืนยาว และเป็นที่ทราบกันดีว่า “ผู้ใดก็ตามที่รักบางสิ่งบางอย่าง เขาจะได้รับความทุกข์ทรมานด้วยสิ่งนั้น” อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ใดก็ตามที่รักอัลลอฮฺมากกว่าสิ่งอื่นใด อัลลอฮฺจะทรงทำให้เขาเป็นผู้ที่มีความสุขที่สุดทั้งในโลกนี้และโลกหน้า” 

แปล: บินติ อัลอิสลาม

image

Sheikh Assim Al Hakeem:: The scholars say: if you want to know your position at the side of Allah on the Day of Judgment, look at Allah’s status in your heart. 

Some of us put their wives ahead of everything, including their parents and claim they love them! Some value their friends, their cars, their jobs and their own whims and desires above Allah! Nothing of these things would ever last. It is a well-known fact: whoever loves something, he will be tortured by it. Yet, whoever loves Allah more than anything else, Allah would make him the happiest person in this life and in the hereafter. 

Read Full Post »

image

เย็นวันหนึ่ง เด็กชายเข้าไปหาคุณแม่ของเขาในห้องครัว ขณะที่คุณแม่กำลังเตรียมอาหารเย็น จากนั้นเขาก็ยื่น “กระดาษแผ่นหนึ่ง” ที่เขาเขียนไว้ให้กับคุณแม่ของเขา หลังจากที่เธอเช็ดมือเรียบร้อยแล้ว เธอจึงอ่านมัน และสิ่งที่เขียนอยู่ในกระดาษแผ่นนั้นคือ

ค่าตัดหญ้า 50 บาท
ค่าทำความสะอาดห้องของผม สัปดาห์นี้ 30 บาท
ค่าไปตลาดซื้อของให้แม่ 20 บาท
ค่าดูแลน้อง ตอนที่แม่ไปซื้อของ 40 บาท
ค่าเอาขยะไปทิ้ง 30 บาท
ค่าผลเรียนดี 100 บาท
ค่าทำความสะอาดและกวาดสนาม 50 บาท
ค้างชำระ รวม 320 บาท

จากนั้น คุณแม่ก็มองดูลูกที่กำลังยืนอยู่ เด็กชายสามารถเห็นได้ว่า แม่กำลังนึกคิดถึงบางสิ่งบางอย่างอยู่ จากนั้นคุณแม่ก็หยิบปากกาขึ้นมา แล้วก็พลิกกระดาษแผ่นเดียวกันที่ลูกชายเขียนไว้ จากนั้นแม่ก็เริ่มเขียนบางอย่างลงไป ซึ่งข้อความทั้งหมดมีดังนี้

สำหรับเก้าเดือนที่แม่อุ้มท้องลูก ขณะที่ลูกเติบโตภายในท้องของแม่ แม่ไม่คิดเงิน

สำหรับค่ำคืนที่แม่นั่งอยู่ข้างกายลูก คอยดูแลลูก และขอดุอาอฺให้ลูก แม่ไม่คิดเงิน

สำหรับช่วงเวลาแห่งความทุกข์ และทุกๆ หยดน้ำตาของแม่ ที่เกิดจากลูกตลอดระยะเวลาหลายปีนี้ แม่ไม่คิดเงิน

สำหรับค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และความกังวลที่มีต่อลูก แม่ไม่คิดเงิน

สำหรับของเล่น อาหาร เสื้อผ้า และแม้แต่การคอยเช็ดน้ำมูกให้ลูก แม่ไม่คิดเงิน

ลูกที่รักของแม่ เมื่อลูกคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่แม่เขียนมา ค่าของความรักของแม่นั้น แม่ไม่ขอคิดเงิน

เมื่อเด็กชายอ่านสิ่งที่แม่ของเขาเขียนจนจบ น้ำตาจากดวงตาทั้งสองของเขาก็พลั่งพลูออกมา และเขาก็มองไปยังแม่สุดที่รักของเขา และบอกกับเธอว่า
“แม่ครับ ผมรักแม่ที่สุดเลยครับ”

จากนั้นเขาก็หยิบปากกาขึ้นมา และเขียนลงไปในกระดาษด้วยตัวหนังสือตัวโตว่า “จ่ายแล้ว”

ข้อคิด
———
“อย่าคิดถึงแต่ตัวเองและสิ่งที่ตัวเองทำมาก จนทำให้ตัวเองนั้นมองข้าม “ความดีงาม” ที่คนอื่นทำให้กับคุณ และมองข้ามการอำนวยพรที่มิอาจคำนวณนับได้จากสิ่งที่อัลลอฮฺทรงประทานแก่คุณ”

แหล่งที่มา http://www.haqislam.org/paid-in-full/
แปล بنت الإسلام

 

Read Full Post »

เมื่อมารดาของท่านสะอีดฺ อิบนุ อบีวักก็อศคัดค้านการเข้ารับอิสลามของบุตรชาย นางกล่าวต่อเขาว่า “จงละทิ้งอิสลามเสีย มิเช่นนั้นแม่จะประท้วงอดอาหารจนตาย แล้วเจ้าย่อมรู้สึกละอายใจต่อชนอาหรับ เพราะพวกเขาจะกล่าวว่า “เขาฆ่ามารดาของเขา” เช่นนั้นท่านสะอีดฺจึงบอกกับมารดาของเขาว่า “ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ท่านควรรู้ว่า หากแม้ว่าท่านมีวิญญาณ 100 วิญญาณ และวิญญาณเหล่านั้นออกจากร่างของท่านทีละวิญญาณ ผมก็จะไม่มีวันละทิ้งอิสลาม” ด้วยเหตุนี้อัลลอฮฺจึงประทานอายะฮฺหนึ่งที่ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวต่อบรรดามุสลิม ที่ซึ่งท่านสะอีดฺถูกตำหนิในเรื่องของการตอบโต้มารดาของเขาด้วยความหยาบกระด้าง

“และถ้าเขาทั้งสองบังคับเจ้าให้ตั้งภาคีต่อข้า โดยที่เจ้าไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น เจ้าอย่าได้เชื่อฟังปฏิบัติตามเขาทั้งสอง และจงอดทนอยู่กับเขาทั้งสองในโลกนี้ด้วยความเมตตา” (อัลกุรอาน 31:15)

แหล่งที่มา จากหนังสือ Ideal Muslimah หน้าที่ 160
แปล بنت الإسلام

Read Full Post »

image

แหล่งที่มา https://www.facebook.com/note.php?note_id=191661177459
ถอดความ بنت الاٍسلام

คืนหนึ่ง ชารีฟะฮฺทะเลาะกับแม่ของเธอ และเธอหนีออกจากบ้านไปโดยไม่ได้เอาอะไรติดตัวออกไปด้วย ขณะที่เธอกำลังเดินอยู่ข้างถนน เธอก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าเธอไม่มีเงินติดตัวมาด้วยเลย แม้แต่เงินเหรียญที่พอจะใช้โทรศัพท์สาธารณะได้ และขณะเดียวกันนั้น เธอได้มองไปเห็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ ข้างทาง กลิ่นก๋วยเตี๋ยวจากร้านนั้นหอมโชยมาแตะจมูกของเธอ จนทำให้เธออยากจะทานมันสักชาม แต่ทว่า่เธอไม่มีเงินสักบาทเลย

เมื่อเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเห็นชารีฟะฮฺยืนอยู่หน้าร้านของเขาเป็นเวลานานพอสมควร เขาจึงถามเธอว่า “นี่หนู หนูอยากจะทานก๋วยเตี๋ยวสักชามไหม”
เธอตอบด้วยความอายว่า “แต่ แต่ หนูไม่ได้เอาเงินติดตัวมาเลยค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวลุงจะเลี้ยงเอง” คนขายก๋วยเตี๋ยวบอก “มานั่งตรงนี้สิ เดี๋ยวลุงจะทำก๋วยเตื๋ยวให้”

ไม่นานนัก เจ้าของร้านก็เอาก๋วยเตี๋ยว พร้อมกับผักอีกหนึ่งจานมาวางไว้บนโต๊ะให้เธอ ชารีฟะฮฺทานไปได้ไม่กี่คำ เธอก็เริ่มร้องไห้ออกมา

“เป็นอะไรไปหรือ หนูน้อย” เจ้าของร้านถาม

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูแค่รู้สึกซาบซึ้ง” ชารีฟะฮฺกล่าวขณะที่เธอเช็ดน้ำตา “แม้แต่คนแปลกหน้าที่เจอตรงข้างถนนยังมีเมตตาเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวหนู แต่แม่แท้ๆ ของหนูนะสิคะ พอเราทะเลาะกัน แม่ก็ไล่หนูออกจากบ้านและบอกไม่ให้หนูกลับไปบ้านอีก แต่คุณลุงเป็นคนแปลกหน้าแต่กลับแสดงความห่วงใยและใส่ใจหนู ขณะที่แม่แท้ๆ ของหนู ใจร้ายกับเหลือเกิน” เธอบอกกับเขา

เมื่อเจ้าของร้านได้ยินสิ่งที่ชารีฟะฮฺบอกเล่า เขาก็ตอบเธอว่า “หนูเอ้ย หนูคิดแบบนั้นได้ยังไงกัน ลองคิดให้ดีนะ ลุงเพิ่งจะทำก๋วยเตี๋ยวเพียงหนึ่งชามให้หนูเท่านั้น และหนูก็ซาบซึ้งในสิ่งนี้ แต่แม่ของหนูทำก๋วยเตี๋ยว ข้าว (อาหารอื่นๆ อีกมากมาย) ให้หนูทานตั้งแต่หนูยังเป็นเด็ก จนถึงตอนนี้ ทำไมหนูถึงไม่ซาบซึ้งในสิ่งที่แม่ทำให้หนูมาตลอด และหนูเองก็ยังไปทะเลาะกับแม่อีก”

คำพูดของเจ้าของร้าน ทำให้เธอหยุดนิ่งชั่วขณะ “ทำไมเราถึงไม่คิดแบบนั้น เราซาบซึ้งกับก๋วยเตี๋ยวเพียงชามเดียวจากคนแปลกหน้า แต่กับแม่แท้ๆ ที่ทำอาหารให้เราทานมาตลอดหลายปี เรากลับไม่ใส่ใจ และเพียงเพราะปัญหาเล็กน้อยๆ เรากลับหาเรื่องทะเลาะกับแม่” เธอรีบทานก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ในชามจนหมดและรีบรุดตรงไปที่บ้านของเธอ

ขณะที่เธอกำลังเดินกลับบ้าน เธอคิดอยู่ในใจถึงสิ่งที่เธออยากจะบอกกับแม่ของเธอเสียตอนนั้นว่า “แม่คะ หนูขอโทษ หนูรู้ว่าหนูผิด แม่ยกโทษให้หนูด้วยนะคะ”

เมื่อชารีฟะฮฺเดินไปหยุดที่ประตูทางเข้าบ้าน เธอเห็นแม่ของเธอ มีท่าทีเหน็ดเหนื่อย กังวลใจ กำลังตามหาเธอทุกๆ หนแห่งอย่างลนลาน และเมื่อผู้เป็นแม่เห็นชารีฟะฮฺ ประโยคแรกที่ออกมาจากปากของผู้เป็นแม่คือ “ชารีฟะฮฺ เข้ามาในบ้านเร็วๆ สิลูก แม่เตรียมอาหารไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด ถ้าลูกไม่กินตอนนี้” ชั่วขณะเดียวกันนั้น ชารีฟะฮฺไม่สามารถกลั้นน้ำตาของเธอไว้ได้อีกต่อไปและเธอก็เริ่มร้องไห้ออกมาต่อหน้าแม่ของเธอ

บางครั้ง เราอาจจะรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่คนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างทำให้กับเรา แต่กับคนที่ใกล้ชิดกับเรามากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อและแม่ของเรา สิ่งที่ท่านทำให้เรานั้นมันเป็น “บุญคุณทั้งชีวิต” ที่เราจำต้องจดจำไว้

เราไม่ควรที่จะลืมถึงสิ่งที่พ่อและแม่ทำให้กับเรา บ่อยครั้งเรามักจะทำตัวเหมือนกับว่า มันเป็นเรื่องปกติที่พวกท่านควรต้องเสียสละให้เรา

อย่างไรก็ตาม “ความรัก ความห่วงใยของพ่อและแม่นั้น เป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดที่เราได้รับ ตั้งแต่เราเกิดมา พวกเขาไม่ได้คาดหวังที่จะได้รับสิ่งใดตอบแทนจากเราสำหรับการที่ท่านเลี้ยงดูเรามา แต่เราลองคิดใคร่ครวญให้ดีเกี่ยวกับ “ความรักนี้” เราจะเห็นคุณค่าของความเสียสละที่ปราศจากเงื่อนไขจากพ่อแม่ของเราหรือไม่ และเราได้ตอบแทนบุญคุณของท่านอย่างครบถ้วนหรือไม่

Read Full Post »

มุสลิมควรมีความเมตตาและให้เกียรติต่อบิดามารดาของเขา แม้ว่าพวกเขาไม่ใช่มุสลิมก็ตาม 
——————————————-
ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้ให้การสั่งสอนต่อบรรดาผู้ทีดำเนินชีวิตตามหนทางของท่านให้พวกเขาปฏิบัติต่อบิดา มารดาของพวกเขา ด้วยความเมตตาและการให้เกียรติ ถึงแม้ว่าบิดามารดาของพวกเขาจะยึดมั่นอยู่ในศาสนาอื่นจากอิสลามก็ตาม ซึ่งมีหลักฐานกล่าวไว้อย่างชัดเจนจากหะดีษบทหนึ่ง ที่บอกเล่าโดยอัสมา บินติ อบี บักรฺ อัศศิดดิ๊ก นางเล่าว่า 

“มารดาของฉันมาพบฉัน และขณะนั้นนางเป็นมุชริก (คนนอกศาสนา, ผู้ปฏิเสธศรัทธา) ฉันจึงถามท่านเราะสูลว่า “มารดาของฉันได้มาพบฉัน และต้องการความช่วยเหลือ เช่นนั้นแล้วฉันควรให้ความช่วยเหลือแก่นางหรือไม่” ท่านเราะสูลตอบว่า “ใช่แล้ว จงติดต่อมารดาของท่าน (สม่ำเสมอ) และให้ความช่วยเหลือแก่นาง” (รายงานโดย บุคอรียฺ และมุสลิม) 

จากหนังสือ Ideal Muslimah หน้าที่ 162-163
แปล بنت الإسلام

Read Full Post »

เด็กชายและแม่ของเขากำลังข้ามฝั่งแม่น้ำ 

ผู้เป็นแม่บอกลูกชายของเธอว่า “จับมือแม่ สิลูก” 

ลูกชายตอบ “ไม่ครับ แม่ต้องจับมือผม” 

ผู้เป็นแม่ “มันต่างกันอย่างไรหรือลูก” 

ลูกชายตอบ “หากผมจับมือแม่และมีบางอย่างเกิดขึ้นกับผม อาจเป็นไปได้ว่าผมจะปล่อยมือแม่ออกไป แต่หากว่าแม่จับมือผม ผมมั่นใจว่าแม่ไม่มีทางที่จะปล่อยมือผมออกไปแน่นอน” 

ขออัลลอฮฺโปรดปกป้องคุ้มครองแม่ของเรา และประทานสวรรค์ญันนะแก่ท่าน และทรงทำให้ท่านเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติอันงดงาม อามีน 

เราไม่มีทางที่จะตอบแทนบุญคุณของแม่ได้หมด แต่อย่างน้อยที่สุด เราก็สามารถขอดุอาอฺให้ท่านได้รับความดีงามทั้งในดุนยาและอาคิเราะหฺ แท้จริงแล้ว “แม่ของเรา” คือของขวัญจากอัลลอฮฺ ขอพระองค์โปรดประทานรางวัลการตอบแทนต่อท่านสำหรับความอดทนและความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของท่านด้วยเถิด อามีน 

โดย Purification of the soul
แหล่งที่มา Reminders benefit the believers
แปล บินติ อัลอิสลาม

image

Read Full Post »

image

ฮากีมเติบโตมาในครอบครัวที่ใช้ความรุนแรง พ่อของเขามักจะตีแม่ของเขาเป็นประจำด้วยเหตุผลเล็กๆ น้อยๆ เช่นทำอาหารเค็มไป ฮากีมรู้สึกได้ถึงความโกรธของพ่อผ่านถ้อยคำของท่าน ฮากีมถูกเรียกว่า “ตัวฉิบหาย” “ตัวน่ารังเกียจ” “ไม่มีดีอะไรเลย” และ “ปัญญาอ่อน”

ขณะที่ฮากีมเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เขาไม่เคยมีความสุขในชีวิตเลย เขามองสถานการณ์ทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิตเขาในแง่ลบ ไม่เคยมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นกับเขา (แน่นอนว่ามันมี แต่เขาไม่เคยมองเห็นมัน)

ฮากีมทำงานเป็นนักวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อใดก็ตามที่เพื่อนร่วมงานขอความช่วยเหลือจากเขาด้วยเพราะทักษะความสามารถที่เขามี เขาก็มักจะพร่ำบ่นกับเพื่อนๆ เสมอว่า เพื่อนร่วมงานของเขาเรียกร้องมากเกินไป อีกทั้งยังจองหองด้วย โดยที่เขาไม่ได้มองว่าเพื่อนร่วมงารมาหาเขาเพราะเขาเป็นคนที่มีคุณค่าในบริษัท และหากว่าเขาทำความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ทำกาแฟหกใส่เสื้อตัวเอง เขาก็จะด่าตัวเองว่า “ไอ้ งั่ง”
เมื่อเขาตกงาน เขาก็กลายเป็นคนที่มีพฤติกรรมที่ชอบทำร้ายตัวเอง ด้วยการเอาแขนกระทุ้งกับกำแพงหลายๆ ครั้ง

ฮากีมไม่เคยเรียนรู้ที่จะเห็นคุณค่าของตัวเองตลอดช่วงเวลาวัยเด็กของเขา และเขาก็ยังนำเอาความเชื่อผิดๆ นี้ไปดำเนินชีวิตในวัยผู้ใหญ่ แท้จริงสิ่งที่เขาต้องการอย่างมากคือ การมีความเมตตาต่อตัวเอง และเห็นคุณค่าของตัวเอง เรื่องราวของเขาอาจจะดูสุดโต่ง แต่หลายคนก็มีลักษณะของฮากีมในตัวพวกเขา
—————–
จากหนังสือ:: the path to self fulfilment
แปล:: บินติ อัลอิสลาม

เรื่องราวแบบนี้คุ้นๆ มั้ย..  อ่านแล้วเราคงหาทางออกให้กับตัวเองได้นะ แม้จะใช้เวลาก็ตาม

บทเรียนอีกอย่างที่ได้จากเรื่องนี้ คือ คนเป็นพ่อแม่ และสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวควรระวังพฤติกรรมและคำพูดของตัวเองได้มาก อย่าคิดว่าเด็กไม่รับรู้ ไม่ซึมซับ ไม่ฝังใจ… และจะไม่นำไปใช้…

อัลฮัมดุลิลลา ได้รู้จักอิสลาม

Read Full Post »

« Newer Posts - Older Posts »

%d bloggers like this: