Feeds:
Posts
Comments

Archive for the ‘พ่อแม่’ Category

มันเป็นเรื่องน่าประหลาดใจสำหรับฉัน ที่คนส่วนมากไม่พูดถึง “ปัญหาเรื่องอีหม่าน” ที่บรรดาคุณแม่ทั้งหลายต่างประสบเมื่อพวกเธอต้องรับบทบาทของการเป็นแม่

จริงๆ แล้ว มันก็พอจะมีเหตุผลอยู่ว่าเหตุใดบรรดาคุณแม่ถึงประสบกับปัญหาของเรื่องอีหม่าน เพราะสิ่งแรกเลยที่เกิดขึ้นหลังจากที่คุณให้กำเนิดบุตร คือ คุณไม่สามารถละหมาดได้อยู่หลายสัปดาห์ และแน่นอนว่าอีหม่านของคุณย่อมได้รับผลกระทบ และเมื่อคุณกลับมาละหมาดอีกครั้ง การละหมาดของคุณมันก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะทุกๆ การทำอิบาดะฮฺของคุณต่อจากนี้ โดยส่วนมากแล้ว มักจะมีผู้ชมตัวน้อยๆ ที่คอยรบกวนคุณอยู่ ไม่ว่าจะด้วยการเคลื่อนไหว หรือด้วยเสียง และแม้ว่าอาจจะมีบางครั้งที่พวกเขาไม่แสดงตัวให้คุณเห็น แต่พวกเขาก็ทำให้คุณเสียสมาธิได้ภายในความคิดของคุณเอง มันจะไม่มีความสงบสุขเช่นที่คุณเคยมีก่อนที่คุณจะมีลูกอีกต่อไป สิ่งต่างๆ จะไม่เหมือนเดิม พวกเราหลายคนต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยาวนานของการไม่ได้ละหมาด ไม่ได้ถือศีลอด หรือบางคนก็ไม่ได้ถือศีลอดเป็นระยะเวลาหลายปีติดต่อกัน หรือไม่ได้เข้าร่วมการทำอิบาดะฮฺอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถูกสะสมไว้มากจนกระทั่งมีผลกระทบกับอีหม่านของเรา

อย่างไรก็ตาม ฉันต้องการที่จะเสนอความคิดเห็นส่วนตัวของฉัน ซึ่งอาจจะมีหลายคนที่ไม่เห็นด้วย แต่ฉันเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ควรจะเป็น นั่นคือ “ให้ความสำคัญต่อความต้องการที่จำเป็นของคุณก่อน ความต้องการของลูกๆ” เหตุผลก็คือในวันแห่งการตัดสินที่คุณจะต้องยืนขึ้นเพื่อเผชิญหน้ากับอัลลอฮฺ  ในวันนั้นอัลลอฮฺจะทรงถามคุณถึงการละหมาดของคุณ การถือศีลอดของคุณ การงานทั้งหลายของคุณก่อน ดังนั้นคนที่สำคัญที่สุดและสิ่งที่สำคัญที่สุดในดุนยานี้ ก็คือ ตัวคุณและอีหม่านของคุณ และนั่นมีความสำคัญต่อคุณมากกว่าลูกของคุณ

ฉันรู้ว่าหลายคนคงจะไม่ชอบสิ่งที่ฉันนำเสนอนี้ แต่ฉันอยากจะยกตัวอย่างในกรณีเมื่อคุณอยู่บนเครื่องบิน ที่เจ้าหน้าที่บนเครื่องบินมักจะบอกว่า หากว่าคุณมีลูกๆ ร่วมเดินทางมาด้วย เมื่อเกิดเหตุร้ายใดๆ ขึ้นบนเครื่องบิน คุณต้องสวมหน้ากากออกซิเจนให้กับตัวคุณเองก่อน ก่อนที่คุณจะให้ความช่วยเหลือคนที่อยู่รอบข้างคุณ เหตุผลก็คือหากว่าคุณขาดออกซิเจน คุณย่อมไม่สามารถที่จะให้ความช่วยเหลือคนอื่นได้ ดังนั้นเช่นเดียวกัน หากว่าคุณละเลยเพิกเฉยต่อตัวของคุณเองหากว่าคุณละเลยเพิกเฉยต่ออีหม่านของคุณ หากว่าคุณละเลยเพิกเฉยต่อความสัมพันธ์ของคุณกับอัลลอฮฺ ผลที่ได้ก็เป็นเช่นเดียวกันกับกรณีที่คุณไม่สวมหน้ากากออกซิเจนก่อน ถึงเวลานั้นคุณย่อมไม่สามารถให้ความช่วยเหลือลูกๆ ของคุณได้

สิ่งหนึ่งที่ฉันต้องการจะเน้นย้ำก็คือ การที่คุณละเลยต่อตัวคุณเอง นั่นหมายความว่าคุณไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆ ต่อลูกๆ ของคุณเลย ในความเป็นจริงแล้วคุณกำลังนำพาความอันตรายมายังพวกเขา ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณก็คือตัวของคุณเอง ให้ความสำคัญกับอีหม่านของคุณ และความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับอัลลอฮฺก่อน แล้วคุณจึงให้ความสำคัญกับลูกของคุณ หากว่าลูกของคุณร้องไห้ในช่วงเวลาของการละหมาด คุณก็ต้องละหมาด คุณต้องให้ความสำคัญต่อตัวคุณเองก่อนความต้องการของลูกของคุณ เพราะว่าคุณจะต้องถูกคิดบัญชีสำหรับการงานของคุณเป็นอันดับแรกก่อนสิ่งอื่นใด
—————
แปลเรียบเรียงส่วนหนึ่งจากบทความ Ramadan tips for mothers
เขียนโดย Saira Siddiqui/แปล บินติ อัลอิสลาม

*แต่หากลูกกำลังจะประสบกับอันตราย เราก็ควรช่วยเหลือลูกก่อนนะ

รูปจากอินเตอร์เนต

image

Advertisements

Read Full Post »

วิธีรับมือกับความกลัวของเด็กๆ

child_s_fear-1178338

รูปจาก อินเตอร์เน็ต
แหล่งที่มา http://islamqa.info/en/21390

แปล เรียบเรียง บินติ อัลอิสลาม

คำถาม ฉันมีลูกคนหนึ่งที่กลัวทุกสิ่งทุกอย่าง เขากลัวแม้แต่เงาของตัวเอง และฉันไม่รู้ว่านั่นเป็นเพราะวิธีการเลี้ยงดูลูกของฉันมันผิด หรือฉันควรจะสอนเขาอย่างไรให้มีความกล้า
คำตอบ อัลฮัมดุลิลลาฮฺ การสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ

ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็กให้ความเห็นว่า ในช่วงขวบปีแรกของเด็กนั้น เขาอาจจะแสดงอาการกลัวออกมาเมื่อได้ยินเสียงอะไรที่ดังขึ้นกระทันหัน หรือหากว่ามีอะไรตกหล่น และอื่นๆ เด็กอาจจะกลัวคนแปลกหน้าเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยประมาณ 6 เดือน และในปีที่สองของเขา เด็กก็อาจจะเกิดความกลัวต่อหลายสิ่งหลายอย่างเช่น สัตว์ รถ ที่ลาดเอียง หรือน้ำ เป็นต้น

โดยปกติแล้ว เพศหญิงมากจะแสดงออกซึ่งความกลัวมากกว่าเพศชาย และความรุนแรงของความกลัวนั้นอาจจะไม่แน่นอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจินตนาการของเด็ก ยิ่งเด็กช่างจินตนาการมากเท่าไร ความกลัวของเขาก็จะมากขึ้นเท่านั้น

ปัจจัยและสาเหตุที่อาจเพิ่มพูนความหวาดกลัวให้แก่เด็กนั้น มีดังต่อไปนี้

หนึ่ง ผู้เป็นแม่สร้างความหวาดกลัวให้แก่เด็กด้วยการปลูกฝังในเรื่องของผีสาง ทหาร แสงเงา หรือเรื่องของอสูรอิฟรีท (ญินน) หรือสิ่งถูกสร้างที่มีลักษณะแปลกประหลาดทัั้งหลาย เป็นต้น

สอง พ่อแม่ประคบประหงม หรือเอาอกเอาใจเด็กๆ จนเกินไป หรือมีความกลัวกังวล คิดมากเกี่ยวกับลูกจนเกินไป

สาม เลี้ยงดูลูกด้วยการแยกเขาออกมาจากสังคม อยู่อย่างโดดเดี่ยว กักเขาไว้ให้อยู่แต่ภายในห้องสี่เหลี่ยมภายในบ้าน

สี่ เล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับญินนฺ หรืออสูรร้ายทั้งหลาย

และอีกหลายสาเหตุที่สร้างความหวาดกลัวกับเด็ก

เด็กอาจจะถูกทำให้มีความอ่อนแอทางจิตใจจนเกิดความกลัว ด้วยเพราะความกลัวของพ่อแม่ที่เขาได้เห็นจากตัวของพ่อแม่เอง ความกลัวเช่นนี้นั้นจะก่อตัวจนกลายเป็นอุปนิสัยได้โดยอาศัยระยะเวลา ดังนั้น แบบอย่างที่ดีนั้นจึงมีบทบาทอย่างมากในการอบรมเด็กไม่ให้เกิดความหวาดกลัว ปัจจัยสำคัญคือ การเป็นแบบอย่างแห่งความกล้าหาญในหลากหลายสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป และไม่กลัวสัตว์ที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย หรือไม่กลัวผู้คนที่อยู่ในสถานะที่สูงกว่าเมื่อต้องการเรียกร้องสิทธิของตน และไม่กลัวในสิ่งใดอย่างไม่มีเหตุผล
ในการที่จะรับมือกับความกลัวของเด็ก ผู้เป็นพ่อแม่จำต้องให้ความใส่ใจในหลายๆ เรื่อง รวมไปถึง

– การอบรมเลี้ยงดูเขาตั้งแต่วัยเด็กให้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและสักการะพระองค์ และเข้าหาพระองค์ในทุกๆ สถานการณ์ที่เกิดความกลัว ความกังวล

– ให้อิสรภาพและมอบหมายความรับผิดชอบให้ทำบ้าง และปล่อยให้เขาทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง โดยให้สอดคล้องกับระดับของพัฒนาการของเขา

– ไม่สร้างความหวาดกลัวต่อเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาเขาร้องไห้ ด้วยการพูดถึงเรื่องของผีสาง หมา ขโมย ญินน หรืออสูรกายทั้งหลาย ดังที่ในหะดีษหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ผู้ศรัทธาที่เข้มแข็งนั้นดียิ่งกว่าและเป็นที่รักมากยิ่งกว่า ณ ที่อัลลอฮฺ (เมื่อเปรียบกับ) ผู้ศรัทธาที่อ่อนแอ” (รายงานโดยมุสลิม 2664)

– ส่งเสริมสนับสนุนเขาตั้งแต่วัยเด็กให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นและให้โอกาสเขาในการพบปะกับผู้อื่นและทำความรู้จักกับพวกเขา เพื่อที่ว่าเขาจะได้เกิดความรู้สึกจากส่วนลึกในหัวใจว่าเขาเป็นที่รักและได้รับการให้เกียรติจากใครๆ ก็ตามที่เขาได้พบหรือรู้จัก

– สิ่งที่นักจิตวิทยา และผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาได้แนะนำ คือ การให้โอกาสเด็กๆ ได้รู้จักสิ่งที่สร้างความหวาดกลัวต่อเขา เช่นว่า หากว่าเขากลัวความมืด มันก็ไม่ผิดอะไรในการที่จะปล่อยให้เขาได้เล่นสวิตช์ไฟ ให้ลองกดเปิด ปิดดู หรือหากว่าเขากลัวน้ำ มันก็ไม่ผิดอะไรในการที่จะปล่อยให้เขาได้เล่นน้ำปริมาณน้อยในถ้วยเล็ก เป็นต้น

– อีกทั้งพ่อแม่ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวของวีรบุรุษชาวสลัฟ (กลุ่มคนที่อยู่ในช่วงยุคต้นๆ ของอิสลาม) และอบรมเขาให้นำคุณสมบัติของบรรดาเศาะหาบะฮฺมาปรับใช้กับตัวเอง เพื่อที่เขาจะได้พัฒนาคุณสมบัติของความกล้าหาญและความเป็นวีรบุรุษต่อตัวเอง

แต่หากว่าความกลัวของเด็กนั้น เป็นรูปแบบของความวิตกกังวล เช่นนั้นสาเหตุของมันก็อาจจะเกิดจากปัจจัยบางประการที่สอดคล้องตามรายงานสุนนะฮฺของนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ซึ่งเราควรรับมือกับความกลัวเช่นนี้ด้วยวิธีการที่ชาญฉลาดและระมัดระวัง

ปัจจัยดังกล่าวนั้นรวมไปถึง:

– การให้เด็กทำมากเกินกว่าความสามารถของเขา เช่นที่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมได้กล่าวว่า “ผู้ที่ไม่แสดงความเมตตาต่อเด็กๆ ของเรา และไม่ใส่ใจต่อสิทธิของผู้อาวุโส ไม่ใช่หนึ่งในกลุ่มชนของเรา” (รายงานโดยอบู ดาวูด เลขที่ 4943; อัตติรมิซียฺ, 1921; และมีการรายงานไว้ในเศาะฮีหฺอัลญามิอฺ โดยอัลอัลบานียฺ, 5444).

– ไม่พอใจกับความปรารถนาต่อความสำเร็จของเขา มีการรายงานว่า ท่านอลี เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ ได้กล่าวว่า “ฉันไม่เคยได้ยินท่านเราะสูลกล่าวว่า”ขอให้บิดามารดาของฉันถูกสังเวยชีวิตเพื่อท่าน กับใคร เว้นแต่กับสะอฺด ผู้ที่ฉันได้ยินท่านกล่าว (ต่อเขา) ว่า “ยิงสิ ขอให้บิดามารดาของฉันถูกสังเวยชีวิตเพื่อท่าน” และฉันคิดว่าวันนั้นเป็นวันแห่งสมรภูมิรบอุฮุด” (รายงานโดยอัลบุคอรียฺ 6184; มุสลิม. 2411) จากหะดีษบทนี้แสดงให้เห็นว่าพ่อแม่ควรให้การส่งเสริมและสนับสนุนลูกๆ ของพวกเขา ไม่ว่าระดับความสามารถของพวกเขาจะอยู่ในระดับขั้นใดก็ตาม เพื่อที่ว่าพวกเขาจะได้รับการกระตุ้นให้ทำดีกว่าเดิมมากขึ้น

– ลงโทษโดยการทำร้ายร่างกายพวกเขามากเกินไป และจัดการกับพวกเขาด้วยที่วิธีการที่แข็งกร้าว นบีมุหัมมัด กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามที่ถูกถอดถอนออกไปซึ่งความอ่อนโยน เขาผู้นั้นก็ได้ถูกถอดถอนออกไปแล้วซึ่งความดีงามทั้งมวล” (รายงานโดยมุสลิม 2292)

– สภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบากอันเป็นเหตุให้ผู้เป็นพ่อแม่ระบายความโกรธ ความเครียดลงลูกๆ เช่นการขาดซึ่งความรักความอบอุุ่นระหว่างสามีภรรยา หรืองานของผู้เป็นแม่ หรือการไม่มีความสุขกับที่ทำงาน นบีมุหัมมัด กล่าวว่า “ผู้ที่เข้มแข็งนั้น ไม่ใช่ผู้ที่สามารถคว่ำผู้อื่นให้ล้มได้ในการต่อสู้ หากทว่าผู้ที่เข้มแข็งนั้นคือผู้ที่สามารถควบคุมตัวของเขาในช่วงเวลาแห่งความโกรธ” (รายงานโดย อัลบุคอรียฺ 6116)

สุดท้ายนี้เราจำต้องเน้นย้ำว่า มันไม่ได้หมายความว่าเด็กไม่ควรมีความกลัวต่อสิ่งใดเลย เพราะ “ความกลัว” มีความจำเป็นอย่างมากในบางกรณี เพราะมันมีความสำคัญต่อความอยู่รอด ต่อการใช้ชีวิตของเด็ก เขาจำต้องกลัวอัลลอฮฺ กลัวอันตราย ความเลวร้ายที่ผู้คนอาจะสร้างมันขึ้นมา และกลัวต่อการทำบาป ทำชั่ว เป็นต้น ซึ่งนั่นควรเป็นความกลัวตามธรรมชาติ ไม่มากไป ไม่น้อยไป

จาก Tanshiy’at al-Fataat al-Muslimah, p. 159, by Hanaan ‘Atiyah al-Toori al-Juhani.

Read Full Post »

%d bloggers like this: