Feeds:
Posts
Comments

Archive for the ‘มารดาแห่งผู้ศรัทธา’ Category

​ท่านหญิงเซาดะฮฺยินยอมให้คืน (วัน) ของนางแก่ท่านหญิงอาอิชะฮฺ

ท่านหญิงเซาดะฮฺใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีความจำเริญภายในบ้านของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ผู้ซึ่งคอยมอบความเมตตา ความเอื้ออาธร และการปฏิบัติต่อนางเป็นอย่างดี

เมื่อท่านหญิงเซาดะฮฺรู้สึกว่านางกำลังแก่ตัวมากขึ้น และนางไม่สามารถทำหน้าที่ของภรรยาได้ดังที่ควรจะเป็น นางก็เกิดความรู้สึกเกรงกลัวว่า่ท่านเราะสูลจะหย่าร้างนาง และนางเองมีความปรารถนาที่จะอยู่ใกล้ชิดท่าน เห็นท่านทุกวัน ได้ยินถ้อยคำของท่าน และรับเอาความรู้จากท่าน และในขณะเดียวกัน นางก็ปรารถนาที่จะเสียชีวิตขณะที่อยู่ในสถานะสมรสกับท่านเราะสูล เพื่อที่ในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ นางจะได้ถูกนำไปอยู่แนวหน้าในฐานะภรรยาของท่าน ด้วยเหตุผลเหล่านี้ นางจึงร้องขอไม่ให้ท่านเราะสูลหย่าร้างกับนาง และนางได้มอบ (วัน) คืนทั้งหมดที่ท่านต้องอยู่กับนาง ให้กับท่านหญิงอาอิชะฮ

จากหะดีษที่บันทึกโดยอัตติรฺมิซียฺ ท่านอิบนุ อับบาสกล่าวว่า “ท่านหญิงเซาดะฮฺเกรงกลัวว่านางจะถูกหย่าขาดโดยท่านเราะสูล ดังนั้นนางจึงกล่าวว่า “ได้โปรดอย่าหย่าร้างฉัน โปรดให้ฉันได้อยู่กับท่านและฉันขอมอบวันของฉัน (ที่ท่านต้องมาอยู่กับฉัน) ให้กับท่านหญิงอาอิชะฮฺ” จากนั้นอัลลอฮฺก็ประทานอายะนี้ลงมา

“ไม่มีบาปใดๆ แก่ทั้งสองที่จะตกลงประนีประนอมกันอย่างใดอย่างหนึ่ง และการประนีประนอมนั้นเป็นสิ่งที่ดีกว่า” (คัดลอกจากอัลกุรอานแปลไทย ซูเราะฮฺอันนิซาอฺ 4:128)

ดังนั้นท่านหญิงเซาดะฮฺจึงใช้ชีวิตที่เหลือภายในบ้านของท่านเราะสูลจนกระทั่งท่านเราะสูลได้เสียชีวิตลง และนางเองก็ไม่ได้ให้กำเนิดบุตรแก่ท่านแต่อย่างใด 

การเสียชีวิตของท่านหญิงเซาดะฮฺ 

ภายหลังจากการเสียชีวิตของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ท่านหญิงเซาดะฮฺได้ใช้ชีวิตต่อไปในบ้านของนางและไม่ได้จากบ้านของนางไปไหนเลย นางไม่แม้แต่จะไปทำฮัจญ์ และนางมักจะกล่าวว่า “ฉันได้ทำฮัจญ์และอุมเราะฮฺในช่วงเวลาที่ท่านเราะสูลยังอยู่ ดังนั้นฉันจะอยู่ภายในบ้านของฉัน ดังที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ทรงสั่งใช้ฉันให้ทำ” 

ท่านหญิงเซาดะฮฺ ใช้ชีวิตของเธอในฐานะของผู้ศรัทธาที่มีความจริงใจ เธอเป็นสตรีที่มีความพอเพียงอยู่ตามอัตภาพ ผู้ซึ่งทำการอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺอย่างมากมาย ถือศีลอดอยู่เป็นประจำและยืนละหมาดในยามค่ำคืนอยู่เป็นนิจ จนกระทั่งอัลลอฮฺทรงนำนางกลับไปยังพระองค์ ในช่วงยุคสมัยของการปกครองของท่านอุมัรฺ

แปลและเรียบเรียงบางส่วนจาก หนังสือ The honourable wives of the prophet โดย บินติ อัลอิสลาม 

Advertisements

Read Full Post »

​ท่านหญิงเซาดะฮฺ มารดาแห่งผู้ศรัทธา เป็นสตรีที่มีความน่ารักใคร่ นางมักจะสร้างเสียงหัวเราะ และทำตลกไร้เดียงสา นางจะคอยพยายามทำให้ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมมีความสุขและขจัดความโศกเศร้าความกังวลที่ท่านกำลังเผชิญออกไปด้วยความขี้เล่นและความตลกขบขันของนาง 

วันหนึ่ง นางยืนละหมาดอยู่ข้างหลังท่านเราะสูล และด้วยความที่นางเป็นสตรีที่ร่างใหญ่ นางจึงเกิดความเมื่อยล้า ด้วยเพราะการยืน การก้ม และการหมอบสูญูดที่ยาวนาน ดังนั้นเมื่อท่านเราะสูลละหมาดเสร็จ นางจึงพูดเล่นกับท่านว่า “ฉันยืนละหมาดอยู่ข้างหลังท่านในคืนนี้ โอ้ เราะสูลุลลอฮฺ (ช่างนานเหลือเกิน) จนฉันต้องจับจมูกของฉันเอาไว้ ด้วยเกรงว่าเลือดจะไหลออกมา”

บุคลิกของท่านหญิงเซาดะฮฺ 

ท่านหญิงเซาดะฮฺเป็นสตรีที่มีคุณสมบัติอันน่ายกย่อง ด้วยเพราะหัวใจที่ดีงามและจิตใจที่บริสุทธิ์ของนาง ผู้ซึ่งรักในความดีงาม และผู้ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ยากไร้หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ นางจึงเป็นที่รักของผู้คน ที่บอกเล่าเรื่องราวแห่งคุณสมบัติอันดีงามของนางและพูดถึงแต่สิ่งที่ดีงามเกี่ยวกับนางต่อๆ กันมา 

ท่านหญิงอาอิชะฮฺเคยกล่าวว่า “ฉันไม่เคยพบเจอสตรีคนใดที่ฉันปรารถนาจะเป็นเช่นพวกนาง มากไปกว่าท่านหญิงเซาดะฮฺ บินติ ซัมอะฮฺ แม้ว่านางจะเป็นคนเจ้าอารมณ์ก็ตาม” (รายงานโดย มุสลิม) 

ท่านหญิงเซาดะฮฺ เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อย่างมากของนาง นางจะใช้จ่ายเงินทั้งหมดที่นางได้มาไปกับคนยากจนและคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ในวันแห่งสมรภูมิรบค็อยบัรฺ ส่วนแบ่งของทรัพย์สินที่ได้มาจากการสงครามของนางนั้นมีอินทผลัมจำนวนแปดสิบมุด (หนึ่งมุด เท่ากับ สองส่วนสามของหนึ่งกิโลกรัม) และข้าวสาลียี่สิบมุด และนางได้ทำการแจกจ่ายสิ่งที่ได้มาทั้งหมดให้กับคนยากจน จนกระทั่งนางไม่มีสิ่งใดเหลือติดตัวเลย

แปลและเรียบเรียงบางส่วนจากหนังสือ Wives of the Prophet/แปล บินติ อัลอิสลาม 



Read Full Post »

​การแต่งงานระหว่างท่านเราะสูลและท่านหญิงเซาดะฮฺ

หลังจากที่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมได้สูญเสียท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ ภรรยาผู้เป็นที่รักยิ่งไป ท่านก็ไม่ได้แต่งงานใหม่โดยทันที จนกระทั่งวันหนึ่ง นางเคาละฮฺ บินติ ฮะกีม ภรรยาของท่านอุษมาน บิน มัซอูน (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) ได้เข้าไปพูดคุยกับท่านเกี่ยวกับเรื่อง “การแต่งงาน” โดยนางกล่าวว่า “โอ้ เราะสูลุลลอฮฺ ท่านจะไม่แต่งงานหรือ” ท่านเราะสูลตอบว่า “กับใครกันเล่า” นางตอบว่า “หากท่านปรารถนา สตรีที่มีพรหมจรรย์ หรือหากท่านปรารถนา สตรีที่ผ่านการแต่งงานมาก่อน” ท่านเราะสูลถามว่า “ใครที่เป็นสตรีพรหมจรรย์หรือ” นางตอบว่า “บุตรสาวของผู้ที่เป็นที่รักยิ่งในหมู่ผู้ถูกสร้างแห่งอัลลอฮฺต่อท่านอย่างไรเล่า.. นางคือ อาอิชะฮฺ บินติ อบูบักรฺ” ท่านตอบว่า “และใครที่เป็นสตรีที่ผ่านการแต่งงานมาก่อนแล้ว” นางตอบว่า “นางคือ “เซาดะฮฺ บินติ ซัมอะฮฺ นางมีความศรัทธาและปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านกล่าวและนางเป็นสตรีมุสลิมะฮฺที่เต็มไปด้วยความดีงามคนหนึ่ง”

หลังจากใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นาน เราะสูลุลลอฮฺก็ได้ตัดสินใจสู่ขอท่านหญิงอาอิชะฮฺไว้ก่อน แล้วรอคอยจนกว่านางจะเข้าสู่วัยที่สามารถแต่งงานได้ จากนั้นนางเคาละฮฺจึงถามท่านว่า “แล้วท่านจะไม่แต่งงานกับนางเซาดะฮฺ บินตฺ ซัมอะฮฺตอนนี้ หรือ โอ้ เราะสูลุลลอฮฺ” 

ท่านเราะสูลได้คิดพิจารณาถึงสิ่งที่นางเคาละฮฺถาม ท่านจึงเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ดี เพราะนางเซาดะฮฺเป็นสตรีมุสลิมที่ยึดมั่นต่อศาสนาของนางอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในทางที่ดี และสามารถดูแลการงานต่างๆ ภายในบ้านได้ นี่คือสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะท่านเราะสูลเองก็มีบุตรหลายคนที่สูญเสียมารดาของพวกเขาไป (ท่านหญิงเคาะดิญะฮฺ) และพวกเขาต้องการได้รับการดูแล และท่านหญิงอาอิชะฮฺเอง ในขณะนั้น นางก็ยังเป็นเพียงแค่เด็กหญิง ที่ไม่สามารถดูแลกิจการงานต่างๆ ภายในบ้านได้ ท่านจึงบอกนางเคาละฮฺว่า “จงไปเถอะ และแจ้งเธอให้ทราบ (และครอบครัวของเธอให้ทราบว่าฉันมีความประสงค์ที่จะแต่งงานกับเธอ”

จากนั้นนางเคาละฮฺจึงเดินทางไปพบนางเซาดะฮฺ และแจ้งให้นางทราบ เมื่อนางเซาดะฮฺทราบถึงการสู่ขอครั้งนี้ นางก็ตอบตกลง และนางเองก็รู้สึกสุขใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะนางจะได้เป็นภรรยาของศาสนทูตของอัลลอฮฺ ภายหลังจากนั้นเมื่อท่านเราะสูลได้ไปที่บ้านของซัมอะฮฺ บิดาของนางเซาดะฮฺ นางเซาดะฮฺได้มาพบท่านเราะสูล และกล่าวต่อท่านเราะสูลว่า “กิจการงานทั้งหลายของฉันอยู่ในมือของท่านแล้ว โอ้ เราะสูลุลลอฮฺ”

การแต่งงานอันจำเริญนี้ได้ถูกจัดขึ้นในเดือนเราะมาฎอน ในปีที่สิบหลังจากการเริ่มปฏิบัติภารกิจแห่งการเป็นศาสนทูตของท่าน ด้วยเงินมะหัรฺจำนวนสี่ร้อยดิรหัมตามที่ได้ตกลงกันไว้

 บางส่วนจากหนังสือ The honorable wives of the Prophet/ แปล เรียบเรียง บินติ อัลอิสลาม 

Read Full Post »

​ท่านหญิงเซาดะฮฺ บินตฺ ซัมอะฮฺ 

เมื่ออัลลอฮฺทรงสั่งใช้ให้ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมทำการเผยแผ่ศาสนาอิสลามอย่างเปิดเผยและเรียกร้องผู้คนให้เคารพสักการะอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว ท่านเราะสูลก็ได้ทำตามที่พระองค์ทรงสั่งใช้ และขอให้ผู้คนละทิ้งการเคารพรูปปั้นต่าง และทำการสักการะอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น

เมื่อนางเซาดะฮฺได้ทราบถึงศาสนาใหม่นี้ หัวใจของนางนั้นได้เปิดรับศาสนานี้และนางก็เชื่อ และเชื่อในสารที่นบีมุหัมมัดได้นำมาให้แก่ผู้คน ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใดสำหรับสตรีเช่นนาง เพราะนางเป็นสตรีผู้มีจิตใจที่บริสุทธิ์ ผู้ซึ่งรักในความดีงาม และใครก็ตามที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ย่อมนำพวกเขาไปสู่ศาสนาแห่งอิสลาม เพราะศาสนานี้เป็นศาสนาแห่งความดีงามและความบริสุทธิ์

ความตายของสามีนาง 

ขณะที่นางเซาดะฮฺอยู่ในอะบิสซิเนีย สามีของนาง อัซซะกฺรอน บิน อัมรฺ เกิดล้มป่วยขึ้นมา และขณะที่เขาและครอบครัวของเขาได้เดินทางกลับไปยังมักกะฮฺ อาการเจ็บป่วยของเขาก็แย่ลงและหลังจากนั้นไม่นานนัก เขาก็เสียชีวิตลง นางเซาดะฮฺจึงต้องทนทุกข์ทรมานกับการตกอยู่ในสภาพของหญิงหม้าย หลังจากที่ต้องทุกข์ทรมานจากการต้องอยู่ต่างบ้านต่างเมือง และตอนนี้นางได้สูญเสียชายผู้ที่คอยให้การช่วยเหลือสนับสนุนนางและลูกๆ ของนางไป

และในช่วงเวลานี้นางไม่ได้อยู่เพียงลำพัง หากแต่นางยังมีลูกอีกสี่คนที่ต่างต้องการอาหารประทังชีวิต เสื้อผ้าเพื่อปกปิดร่างกาย แต่แม้ว่านางจะต้องประสบกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ นางเซาดะฮฺก็ยังคงยืนหยัดในศาสนา และเป็นสตรีผู้มีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ มีหัวใจที่สะอาด บริสุทธิ์ และยังคงรักษาเกียรติและชื่อเสียงของนางไว้โดยตลอด

บางส่วนจากหนังสือ The honorable wives of the Prophet/ แปล เรียบเรียง บินติ อัลอิสลาม 

Read Full Post »

ท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา

การแต่งงานระหว่างท่านเราะสูลและท่านหญิงอาอิชะฮฺเป็นไปด้วยพระบัญชาของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม มิได้แต่งงานกับสตรีพรหมจรรย์ (สตรีบริสุทธิ์) คนใด เว้นแต่ “ท่านหญิงอาอิชะฮฺ  (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา)” และการแต่งงานระหว่างท่านกับนางนั้นเป็นไปด้วยพระบัญชาของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮู วะตะอาลา  ภายหลังการสิ้นชีวิตของท่านหญิงเคาะดิญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา) ดังที่อัลบุคอรียฺและมุสลิมได้รายงานไว้ในการรวบรวมหะดีษเศาะเหียฮฺของพวกท่าน จากการบอกเล่าของท่านหญิงอาอิชะฮฺ ว่าท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าว (กับนาง) ว่า

“ฉันเห็นเธอในความฝันเป็นเวลาสามคืน มลาอิกะฮฺได้นำเธอมายังฉัน โดยที่เธอถูกห่อหุ้มไว้ด้วยผ้าไหม และเขา (มลาอิกะฮฺ) ได้กล่าวต่อฉันว่า “นี่คือภรรยาของท่าน” ดังนั้นฉันจึงเปิดผ้าที่คลุมหน้าของเธอออก และฉันก็ได้พบ “เธอ” ณ ที่นั่น ฉันกล่าวออกมาว่า “หาก (ความฝัน) นี้มาจากอัลลอฮฺ พระองค์ย่อมทรงทำให้มันเกิดขึ้นเป็นแน่”  (อัลบุคอรียฺ 3895 มุสลิม 2438) 

ท่านหญิงอาอิชะฮฺเป็นภรรยาที่ดียิ่ง นางให้การดูแลใส่ใจ ห่วงใย และมอบความรักอันบริสุทธิ์ต่อสามีของนาง (ท่านเราะสูลุลลอฮฺ) อยู่ตลอดเวลา นางอดทนต่อความยากจน ความหิวโหย ความยากลำบากในชีวิตร่วมกับสามีของนาง ถึงขั้นที่ว่าบางครั้งไม่มีอาหารหรือขนมปังอยู่ภายในบ้านของท่านเราะสูลุลลอฮฺเลยเป็นระยะเวลาหลายวัน พวกท่านต้องประทังชีวิตอยู่ด้วยอินทผลัมและน้ำเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม นางไม่เคยเสียใจ หรือแม้แต่พร่ำบ่นเลย แม้ว่าตัวของนางเองนั้นมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยและเต็มไปด้วยความสะดวกสบายก็ตาม  

เช่นเดียวกัน ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมเอง ก็มอบความรัก ความเมตตาแก่นางกลับไปเช่นกัน  ท่านปฏิบัติต่อนางอย่างดีที่สุดเท่าที่บุรุษที่ดีคนหนึ่งจะสามารถปฏิบัติต่อภรรยาของเขาได้ ท่านเห็นคุณค่าของความจงรักภักดีที่นางมีต่อท่าน และความอดทนของนางต่อภาระต่างๆ มากมายในช่วงเวลาของการเผยแพร่ศาสนาอิสลามร่วมกับท่าน 

ความรักที่ท่านเราะสูล มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม มีให้กับท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา

ท่านหญิงอาอิชะฮฺเป็นภรรยาที่ท่านเราะสูลรักมากที่สุด ซึ่งมีด้วยหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นความอดทนของนางที่มีต่อท่าน ความจริงใจของนางที่มีต่อท่าน ความมีเหตุมีผลที่เป็นเลิศของนาง ความเฉลียวฉลาดมีไหวพริบของนาง ความรักนับถือที่ท่านมีต่อบิดาของนาง และความจริงที่ว่าการแต่งงานของท่านกับนางนั้นเกิดขึ้นได้ด้วยเพราะคำบัญชาของอัลลอฮฺ อัซซะวะญัล และท่านเราะสูลเองก็รักในทุกๆ สิ่งที่อัลลอฮฺทรงรัก

ความรู้ของท่านหญิงอาอิชะฮฺ

ท่านหญิงอาอิชะฮฺเป็นผู้รู้ด้านกฎหมายอิสลาม พร้อมทั้งมีความรู้กว้างขวางด้านหะดีษ  นางได้รับสิ่งดีงามมากมายจากการได้อยู่ใกล้ชิดกับท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม รวมถึงความเฉลียวฉลาดอันล่ำเลิศของนาง ความกระตือรืนร้นในการแสวงหาความรู้ของนาง และความสามารถที่ได้มาจากกฎเกณฑ์ต่างๆ ของอิสลาม 

มีการบันทึกไว้ในฟัตหุลบารีย์ว่า ท่านหญิงอาอิชะฮฺเป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องของกฎหมายอิสลามอย่างมาก ถึงขั้นที่ว่ามีการกล่าวไว้ว่า หนึ่งส่วนสี่ของกฏต่างๆ นั้นถูกถ่ายทอดมาจากนาง

สรุปบางส่วนจากหนังสือ The Honorable Wives of the Prophet Peace be upon him /แปล بنت الإسلام

Read Full Post »

ท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา

การแต่งงานของท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม และท่านหญิงอาอิชะฮฺ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

บรรดามุสลิมต่างรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดและความโศกเศร้าที่สร้างความทุกข์ทรมานต่อท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม อันเนื่องมาจากการสูญเสียท่านหญิงเคาะดิญะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา) ผู้เป็นภรรยาของท่าน และพวกเขาต่างปรารถนาว่าท่านเราะสูลจะแต่งงานกับสตรีผู้ศรัทธาสักคนที่จะคอยให้ความช่วยเหลือสนับสนุนท่านในยามที่ท่านต้องประสบกับความยากลำบาก และช่วยบรรเทาความรู้สึกของท่านที่มีต่อการจากไปของท่านหญิงเคาะดิญะฮฺ หากแต่เมื่อพวกเขาเห็นความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้งของท่านที่มีต่อความสูญเสียนี้ จึงไม่มีผู้ใดกล้าที่จะเข้าไปพูดคุยกับท่านเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

จนกระทั่งวันหนึ่ง นางเคาละฮฺ บินติ ฮะกีม ภรรยาของท่านอุษมาน บิน มัซอูน (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) ได้เข้าไปพูดคุยกับท่านเกี่ยวกับเรื่อง “การแต่งงาน” โดยนางกล่าวว่า “โอ้ เราะสูลุลลอฮฺ ท่านจะไม่แต่งงานหรือ” ท่านเราะสูลตอบว่า “กับใครกันเล่า” นางตอบว่า “หากท่านปรารถนา สตรีที่มีพรหมจรรย์ หรือหากท่านปรารถนา สตรีที่ผ่านการแต่งงานมาก่อน” ท่านเราะสูลถามว่า “ใครที่เป็นสตรีพรหมจรรย์หรือ” นางตอบว่า “บุตรสาวของผู้ที่เป็นที่รักยิ่งในหมู่ผู้ถูกสร้างแห่งอัลลอฮฺต่อท่านอย่างไรเล่า.. นางคือ อาอิชะฮฺ บินติ อบูบักรฺ” ท่านตอบว่า “และใครที่เป็นสตรีที่ผ่านการแต่งงานมาก่อนแล้ว” นางตอบว่า “นางคือ “เซาดะฮฺ บินติ ซัมอะฮฺ นางมีความศรัทธาและปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านกล่าวและนางเป็นสตรีมุสลิมะฮฺที่เต็มไปด้วยความดีงามคนหนึ่ง” 

หลังจากที่ครุ่นคิดเป็นระยะเวลายาวนาน ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ได้กล่าวขึ้นมาว่า 

“หากแต่อาอิชะฮฺนั้นยังคงเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น” 

นางเคาละฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา) จงกล่าวว่า “ท่านสามารถที่จะสู่ขอนางไว้ก่อน จากนั้นก็ปล่อยให้นางอยู่ที่บ้านของบิดามารดาของนาง จนกระทั่งนางอยู่ในวัยที่สามารถแต่งงานได้” 

ท่านเราะสูลจึงกล่าวว่า “เช่นนั้นจงไปหาพวกนางและแจ้งแก่พวกนางถึงการสู่ขอของฉันเถิด” 

ด้วยเหตุนี้ นางเคาละฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา) จึงไปยังบ้านของท่านอบูบักรฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) และได้พบกับอุมมุ รุมาน (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮา) นางเคาละฮฺจึงกล่าวต่อนางว่า “ช่างเป็นความดีงามและการอำนวยพรอันยิ่งใหญ่ที่อัลลอฮฺประทานแก่ท่าน..เสียนี่กระไร” พวกเขาจึงถามนางว่า “มีอะไรอย่างนั้นหรือ” นางกล่าวว่า “เราะสูลุลลอฮฺได้ส่งฉันมาเพื่อทำการสู่ขออาอิชะฮฺเพื่อการแต่งงาน” อุมุ รุมานจึงกล่าวต่อนางว่า “หากท่านไม่ว่ากระไร โปรดจงรอจนกว่าท่านอบูบักรฺมาก่อนได้หรือไม่” หลังจากนั้นไม่นานนัก ท่านอบูบักรฺก็ได้เดินทางกลับมาถึงบ้านและนางได้แจ้งข่าวแก่ท่าน ท่านจึงถามว่า “มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วใช่หรือไม่สำหรับเราะสูลุลลอฮฺ เพราะนาง (อาอิชะฮฺ) คือบุตรสาวของพี่ชายของท่าน” นางเคาละฮฺ จึงเดินทางกลับไปและแจ้งแก่ท่านเราะสูล ถึงถ้อยคำของท่านอบูบักรฺ และท่านเราะสูลได้ตอบนางว่า “จงบอกแก่เขาเถิดว่า เขาคือพี่ชายแห่งอิสลามของฉัน และบุตรสาวของเขานั้นเป็นที่อนุมัติสำหรับฉัน” 

นางเคาละฮฺจึงกลับไปยังท่านอบูบักรฺอีกครั้งและแจ้งแก่ท่านถึงสิ่งที่ท่านเราะสูลได้กล่าว  ท่านอบูบักรฺจึงกล่าวว่า “จงบอกแก่เราะสูลุลลอฮฺให้มาที่นี่เถิด” ด้วยเหตุนี้ ท่านเราะสูลจึงเดินทางมาพบกับท่านอบูบักรฺและทำสัญญาการแต่งงานกับท่านหญิงอาอิชะฮฺ ท่านได้มอบสินสอด (มะหัรฺ) เป็นเงินจำนวน 400 ดิรฺฮัม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นสามปีก่อนฮิจเราะฮฺ ซึ่งขณะนั้นท่านหญิงอาอิชะฮฺมีอายุ 6 ขวบ และการแต่งงานระหว่างท่านทั้งสองได้เกิดขึ้นหลังจากสมรภูมิบัดรฺ เมื่อท่านหญิงอาอิชะฮฺมีอายุ 9 ขวบ 

สรุปบางส่วนจากหนังสือ The Honorable Wives of the Prophet Peace be upon him /แปล بنت الإسلام

Read Full Post »

​การเสียชีวิตของท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ

♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~~♥

หลังจากที่การบอยคอตของบรรดาผู้ปฏิเสธได้สิ้นสุดลง ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้เดินทางกลับบ้านไปพร้อมกับท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ เพื่อใช้เวลาไปกับการพักผ่อนอย่างมีความสุขที่นั่นบ้าง หลังจากที่ต้องประสบกับความยากลำบากมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน หากแต่มันก็มิได้เป็นเช่นนั้น เพราะหลังจากนั้นไม่นานนัก ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺก็มีอาการเจ็บป่วย และความเจ็บป่วยของนางนั้นแย่ลงเรื่อยๆ  
ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดของนาง และท่านก็อยู่เคียงข้างนางตลอดเวลา โดยที่ท่านคอยให้กำลังใจ ปลอบขวัญนาง และคอยเตือนนางให้รำลึกถึง “การอำนวยพร” ที่อัลลอฮฺได้ทรงสัญญาไว้แก่นางซึ่ง “สวนสวรรค์ และบ้านที่ทำจากไข่มุก อันปราศจากเสียงรบกวน และความเสื่อมโทรม”  

เมื่อความตายได้ประสบแก่นาง ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวต่อนางว่า 

“เธอไม่ปรารถนาสิ่งที่ฉันได้เห็นจากเธอ (คือความเจ็บป่วย) แต่อัลลอฮฺได้ประทานซึ่งความดีงามในสิ่ง (ที่เธอ) ไม่ปรารถนานี้ให้แก่เธอ” 

ท่านเราะสูลได้คอยให้การปลอบขวัญนาง และให้กำลังใจนางให้มีความอดทน จนกระทั่งวิญญาณอันบริสุทธิ์ของนางได้ออกจากร่าง 

เมื่อนางเสียชีวิตลง ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมได้เป็นผู้ที่เคลื่อนย้ายร่างของนางลงไปในหลุม และวางนางลงในนั้นด้วยมืออันบริสุทธ์ทั้งสองข้างของท่านเอง 
ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺ  ผู้เป็นบุคคลคนแรกที่เชื่อมั่นในท่านเราะสูลุลลอฮฺ ได้กลับไปอยู่ในหลุมฝังศพของนางแล้ว และทิ้งไว้ซึ่งความโศกเศร้า เสียใจอย่างใหญ่หลวงภายในหัวใจของท่านเราะสูล ด้วยเพราะนางคือมรรดาของบรรดาลูกๆ ของท่าน ภรรยาผู้เป็นที่รัก ผู้ซึ่งครอบครองหัวใจแห่งความเมตตา และมือแห่งการให้ ผู้ซึ่งคอยบรรเทาความทุกข์ ความเจ็บปวดที่ท่านเราะสูล ต้องทนทุกข์ทรมานจากน้ำมือของผู้ปฏิเสธศรัทธา และคนนอกรีต 

ท่านอาลี บิน อบู ฏอลิบรายงานว่า ท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เคยกล่าวว่า 

“บรรดาสตรีที่ดีที่สุดบนโลกใบนี้ คือมัรยัม และเคาะดีญะฮฺ” 

และท่านเราะสูลยังกล่าวด้วยว่า 

“บรรดาสตรีที่ดีที่สุดในหมู่มนุษยชาติ คือมัรยัม บุตรีของอิมรอน เคาะดีญะฮฺ บุตรีของคุวัยลิด ฟาติมะฮฺ บุตรีของมุหัมมัด และอาซิยะฮฺ ภรรยาของฟิรฺเอาน์” 

สรุปบางส่วนจากหนังสือ The Honorable Wives of the Prophet Peace be upon him /แปล بنت الإسلام

Read Full Post »

Older Posts »

%d bloggers like this: