Feeds:
Posts
Comments

Archive for the ‘มุฟตีอิสมาอีล เมงกฺ’ Category

เวลาที่เห็นใครสักคนกำลังทำอะไรบางอย่าง เราอย่าเพิ่งรีบตัดสินการกระทำของเขา ให้พยายามคิดถึงความเป็นได้ของเหตุผลที่ซ่อนอยู่ 

มุฟตี เมงก์ยกตัวอย่างว่า

▪เมื่อครั้งที่ท่านมีโอกาสไปเล่นเจ็ทสกี กับลูกศิษย์ และได้ลงรูปในอินสตาแกรม มีคนมาคอมเม้นต์ตำหนิเชิงประชดประชันว่า “เฮ้ออ ขอให้สนุกนะ” หรือบางคนก็พูดว่า คุณเป็นชัยคฺ คุณจะมาทำตัวสนุกสนานแบบนี้ไม่ได้

>>ทั้งที่จริงๆ ท่านใช้เวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเพื่อการพักผ่อน ในขณะที่ตารางงานของท่านนั้นเต็ม และยุ่งมาก 

▪เมื่อมีการโพสต์รูปที่ท่านกำลังละหมาดที่ชายทะเล ก็มีคนมาตำหนิท่านว่า “ทำไมต้องโอ้อวดการทำอิบาดะฮฺให้ทั่วโลกรับรู้ แล้วคนที่ถ่ายรูป ทำไมไม่มาละหมาด” 

>>ทั้งที่จริงๆ คนที่ถ่าย คือเด็กน้อยคนหนึ่ง ไม่มีให้สั่งให้เขาถ่าย และเมื่อท่านเห็นรูป ท่านก็เกิดความคิดว่า ท่านต้องการส่งเสริมให้ผู้คนที่อาจจะออกไปเที่ยวไปผ่อนคลายนอกบ้าน หรือไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ให้รักษาการละหมาด เมื่อถึงเวลาละหมาด ท่านจึงโพสต์มันขึ้นมา 

ในความเป็นจริงนั้น คนเราสามารถแสวงหาความบันเทิงและความสนุกสนาน (ที่หะลาล) ได้ ตราบใดที่มันไม่ทำให้เขาหลงลืมอัลลอฮฺ หรือทำให้เขาออกห่างจากพระองค์

มันไม่ได้หมายความว่า ในการที่ท่านเป็นฮาฟิซ ท่านจะพักผ่อนและหาความสนุกสนาน (ที่หะลาล) ไม่ได้

อีกทั้ง การที่พี่น้องในอีกมุมโลกหนึ่งกำลังทนทุกข์ทรมาน ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่สามารถมีความสุขได้ ในขณะเดียวกัน เราไม่ลืมพวกเขา และช่วยเหลือพวกเขาในหนทางที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น และอาจจะมากกว่าคนที่ตำหนิเสียอีก 

ท่านยกตัวอย่างอีกว่า 

▪ครั้งหนึ่งท่านโพสต์รูปพี่ชายคนหนึ่งที่อยู่ดูไบและเป็นอัมพาต และท่านก็ถูกตำหนิว่าสิ่งที่ท่านทำนั้นไม่ถูกต้อง “ทำไมถึงเอารูปเขามาโชว์ เขาจะรู้สึกเช่นไรถ้าเห็นคุณโพสต์รูปเขา”

>>ทั้งที่จริงๆ พี่ชายท่านนั้นเป็นคนขอให้ท่านโพสต์เองเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้มุสลิมท่านอื่น ให้เป็นบทเรียนแก่พวกเขา ให้พวกเขาซาบซึ้งในสิ่งที่มีและให้ช่วยดุอาอให้เขา

————

ดังนั้น เราอย่าเป็นคนที่คอยจับผิดในสิ่งที่ผู้คนกำลังทำ และมองสิ่งต่างๆ ในแง่ลบ เพราะแท้จริงมันอาจมีเหตุผลบางอย่างที่ซ่อนอยู่

เรียบเรียงบางส่วนจากการบรรยายหัวข้อ IMPROVING YOURSELF /โดย Bint Al Islam

รูปจาก อินเตอร์เนต

Advertisements

Read Full Post »

คุณกำลังเศร้าใจอยู่หรือไม่ (หัวข้อ Feeling sad?)
ถอดความและเรียบเรียง
จากบรรยายของมุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ โดย บินติ อัลอิสลาม
คัดลอกคำแปลอัลกุรอานจาก http://daasee.com/

เพราะเราเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาทั่วไป ดังนั้นจึงเปีนเรื่องปกติที่บางครั้งเราอาจจะมีความสุขอย่างล้นเหลือ และบางครั้งเราก็อาจมีความทุกข์อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อไรที่เรารู้สึกมีความสุข เราควรตั้งคำถามกับตัวเองว่า “อะไร หรือสิ่งใด ที่เป็นสาเหตุที่นำมาซึ่งความสุขแก่เรา”

หากว่ามันเป็นเพราะ “ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับอัลลอฮฺ” ที่ทำให้เรามีความสุข นั่นหมายความว่า ความสุขนั้นจะคงอยู่ไปชั่วนิรันดร์ แต่หากว่ามันเป็นเพราะ “วัตถุ ปัจจัยแห่งโลกดุนยา” ที่ทำให้เรามีความสุข ขอให้เราตระหนักว่า “ความสุขนั้นเป็นความสุขเพียงชั่วคราว” และไม่วันใดวันหนึ่ง อัลลอฮฺย่อมทรงทดสอบเราด้วยการถอดถอนมันออกไป

อัลลอฮฺตรัสชัดแจ้งว่า “หากว่าคุณได้รับบางสิ่งบางอย่างในชีวิต ไม่มีสิ่งใดรับประกันได้เลยว่า สิ่งที่คุณได้รับนั้นจะคงอยู่กับคุณตลอดไป”  ในซุเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ อัลลอฮฺตรัสว่าพระองค์จะทรงทดสอบเราด้วยความกลัว ความสูญเสียบางสิ่งบางอย่างในชีวิต ความหิวโหย

“และแน่นอน เราจะทดลองพวกเจ้าด้วยสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากความกลัวและความหิวและด้วยความสูญเสีย (อย่างใดอย่างหนึ่ง) จากทรัพย์ ชีวิต และพืชผล และเจ้าจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้อดทนเถิด” อัลบะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่ ๑๕๕

—-ดังนั้นเวลาที่เราเกิดความรู้สึกโศกเศร้า เสียใจ เราควรทำเช่นไร—

ประการแรก ให้ถามตัวเองว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับอัลลอฮฺ ผู้เป็นเจ้าของความสุขนั้นดีหรือไม่ แน่นแฟ้นหรือไม่ เป็นไปอย่างราบรื่นหรือไม่?”

ยกตัวอย่างเช่น  หากเราเป็นคนที่ไม่รักษาการละหมาด ไม่มีความสัมพันธ์กับอัลกุรอาน ไม่มีการสร้างความสัมพันธ์ใดๆ กับอัลลอฮฺเลย เช่นนั้น เราจะสามารถต่อสู้ เอาชนะกับความรู้สึกโศกเศร้าได้อย่างไร แน่นอนว่า เราย่อมต้องจมปลักอยู่กับความโศกเศร้าอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ด้วยเพราะว่าเราขาดสติ หลุดจากความจริง จากเป้าหมาย จากสิ่งที่เป็นอยู่ แท้จริงแล้ว ชีวิตดุนยานั้นเป็นสิ่งชั่วคราว มันไม่คงอยู่ถาวร และเราอยู่บนโลกดุนยานี้เพื่อการต้องถูกทดสอบ

โลกดุนยานี้ คือดินแดนแห่งบททดสอบ เพราะไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะได้รับในสิ่งที่พวกเขาต้องการในทุกๆ อย่าง หากทว่าพวกเขาจะได้รับแต่ในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงเลือกไว้ให้พวกเขาแล้วเท่านั้น  บางคนอาจถูกทดสอบด้วยปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาด้านการเงิน ปัญหาครอบครัว และปัญหาอื่นๆ ที่แตกต่างกันไป รวมไปถึงการสูญเสียประเภทต่างๆ อีกด้วย

สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเรามันอาจไม่เป็นไปเช่นที่เราปรารถนา นั่นเป็นเพราะว่า “มันคือบททดสอบ” ที่อัลลอฮฺทรงต้องการดูว่าเราจะรับมือกับมันอย่างไร พระองค์ทรงต้องการดูว่าบททดสอบนั้นจะทำให้เราเข้าหาพระองค์มากขึ้นหรือไม่ และตระหนักได้หรือไม่ว่า โลกดุนยานี้เป็นโลกแห่งความชั่วคราว

ดังนั้น เวลาที่เราเกิดความโศกเศร้า เสียใจ ทุกข์ใจ เราต้องถามตัวเองก่อนเลยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับอัลลอฮฺนั้นเป็นเช่นไร? ซึ่งความสัมพันธ์ที่ว่านี้หมายถึงการละหมาด การรักษาการละหมาดทั้งห้าเวลาของเรา เราต้องตรวจสอบว่า เรามีความกระตือรือร้นในการที่จะละหมาดหรือไม่ เรามีความปรารถนาที่จะเข้าเฝ้าพระองค์หรือไม่ เราตระหนักรู้หรือไม่ว่าเรากำลังพูด กำลังทำอะไรอยู่ขณะละหมาด รับรู้ว่าเรากำลังก้มศีรษะลงพื้นสูญูดให้ใคร .. ให้ผู้ทรงสร้างเรา ผู้ประทานความสุข ผู้ทรงควบคุมชีวิต ผู้ที่เราต้องกลับไปหาพระองค์ใช่หรือไม่  เพราะการใคร่ครวญ จะช่วยขจัดความโศกเศร้าของเราออกไปได้

การตระหนักรู้ได้เช่นนั้น จะทำให้เราคลายความกังวล เพราะเรารู้ว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นไปตามแผนการของอัลลอฮฺ ไม่ใช่แผนการของใครอื่นใด ดังนั้น เมื่อเรารู้ว่าเป็นแผนการของพระองค์ เราก็ควรวิงวอนขอความช่วยเหลือจากพระองค์ ให้พระองค์ทรงทำให้เราสามารถผ่านพ้นบททดสอบไปได้ด้วยความง่ายดาย

ในบททดสอบทั้งหลายที่เกิดขึ้นนั้น แท้จริงอัลลอฮฺทรงต้องการให้เรานำความสามารถ พลัง ศักยภาพที่พระองค์ประทานให้แก่เราออกมาใช้เพื่อช่วยเหลือตัวเราเอง พร้อมด้วยการขอความช่วยเหลือจากพระองค์

เราอย่าปล่อยให้คำพูดของใครทำให้เราต้องเสียใจ เพราะแท้จริงไม่มีใครหรอก ที่จะเป็นที่รัก ที่ชื่นชอบของทุกคน แม้แต่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม เอง ก็โดนตำหนิ ต่อว่า ด่าทอมากมาย ดังนั้นสิ่งที่คุณควรทำคือ การเข้าหาอัลลอฮฺ ใกล้ชิดพระองค์ให้มากขึ้น อย่าปล่อยให้คนที่ละเมิดขอบเขตของอัลลอฮฺ คนที่มีความยโสทะนงตน คนที่ชอบปล่อยข่าวชั่วร้าย คนที่มีอุปนิสัยที่ไม่ดีทำให้คุณต้องเศร้าเสียใจ เป็นทุกข์

“บรรดาผู้ศรัทธา และจิตใของพวกเขาสงบด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺ พึงทราบเถิด ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺเท่านั้นทำให้จิตใจสงบ” (อัรร็อด อายะฮฺที่ ๒๘)

เราจะรำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างไร

  • ปรับปรุงคุณภาพการละหมาดของเรา
  • ใช้เวลาไปกับการอาบน้ำละหมาดอย่างดีที่สุด
  • ใช้เวลาไปกับการเข้าเฝ้าพระองค์อย่างดีที่สุด
  • ใคร่ครวญ ทำความเข้าใจถึงความหมายของสิ่งที่กำลังกล่าวขณะละหมาด
  • มุ่งความสนใจไปกับการทำอิบาดะฮฺต่อพระองค์
  • บอกตัวเองว่า คุณกำลังสนทนากับผู้ทรงสร้างอยู่

“โอ้ มนุษย์เอ๋ย แท้จริง ข้อตักเตือน (อัลกุรอาน) จากพระเจ้าของพวกท่าน ได้มายังพวกท่านแล้ว และมันเป็นการบำบัดสิ่งที่มีอยู่ในทรวงอก และเป็นการชี้แนะทาง และเป็นความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา” (ยูนูส อายะฮฺที่ ๑)

หากคุณปรารถนาที่จะขจัดความทุกข์ออกไป ให้ตระหนักเสมอว่า อัลกุรอาน คือสิ่งที่ช่วยบำบัดเยียวยาความทุกข์ของคุณ

ใช้เวลา 5 นาทีในการอ่านอัลกุรอานทุกๆ เช้า พยายามอ่านออกเสียงให้ด้วยท่วงทำนอง และอัลกุรอานจะช่วยขจัดความทุกข์เศร้าของคุณ โดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

ไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่จะไม่มีปัญหาในชีวิต แต่มันขึ้นอยู่กับการรับมือ การจัดการกับปัญหาของแต่ละคนมากกว่า บางทีคุณอาจคิดว่าคุณมีปัญหาแสนสาหัส แต่ความเป็นจริง อาจเป็นไปได้ว่า คนที่นั่งอยู่ข้างๆ คุณ มีปัญหาหนักมากยิ่งกว่าคุณหลายร้อยเท่า แต่คุณมองไม่เห็นมัน เพราะเขาเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอัลลอฮฺ เพราะพวกเขาตระหนักรู้ว่าโลกดุนยาคือสถานที่พักพิงชั่วคราว

ดังนั้น เมื่อคุณพัฒนาความสัมพันธ์กับอัลกุรอาน และพยายามอ่าน ทำความเข้าใจ พยายามนำมาปฏิบัติ และคุณก็พัฒนาความสัมพันธ์ของคุณกับอัลลอฮฺ และซิเกรฺ (รำลึกถึงพระองค์) ทำการละหมาดอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว คุณย่อมสามารถที่จะตระหนักรู้ ซาบซึ้งในบุญคุณ และขอบคุณในสิ่งต่างๆ มากมายที่อัลลอฮฺทรงประทานแก่คุณโดยที่พระองค์ไม่ได้ประทานสิ่งเหล่านั้นแก่ใคร

เช่นในหะดีษบทหนึ่งที่ท่านนบีบอกไว้ว่า “จงมองดูคนที่มีสถานะที่ต่ำกว่าท่าน (ย่ำแย่กว่าท่าน) และจงอย่ามองดูคนที่มีสถานะที่สูงกว่าท่าน นั่นคือสิ่งที่จะช่วยปกป้องท่านจากการดูแคลนการอำนวยพรที่อัลลอฮฺทรงประทานแก่ท่าน”

เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้” มีผลกระทบต่อดุนยา หรือศาสนาของคุณหรือไม่

หากปัญหาที่ทำให้คุณโศกเศร้าเสียใจ มีผลกระทบต่อศาสนาของคุณ แน่นอนว่านั่นคือสิ่งที่คุณควรโศกเศร้าเสียใจ แต่หากว่าปัญหาของคุณ มีผลกระทบต่อดุนยา คุณควรเตือนตัวเองว่า “ชีวิตของเรานั้นเป็นความชั่วคราว ไม่มีอะไรคงทนถาวร วันเวลาจะผลัดเปลี่ยนไป”

ยกตัวอย่าง มีชายคนหนึ่ง พร่ำบ่นมากมายว่าน้ำที่บ้านของเขาไม่ร้อน ในขณะที่ยังมีอีกหลายๆ คนที่ไม่มีแม้แต่น้ำจะดื่ม หรือจะใช้ พวกเราหลายคนโศกเศร้ากับสิ่งที่เป็นความชั่วคราว

ในการทดสอบของอัลลอฮฺนั้น อัลลอฮจะทรงทดสอบเราตามสถานะของเรา นบีมุหัมมัดแจ้งไว้แล้วว่า อัลลอฮฺจะทรงทดสอบบ่าวของพระองค์ตามปริมาณความรักที่พระองค์มีต่อเรา เมื่อพระองค์ทรงรักเรามากเท่าไร พระองค์ก็จะทรงทดสอบเรามากขึ้นเท่านั้น

เวลาที่คุณประสบปัญหา คุณก็จะเริ่มหาทางออก หาทางแก้ไข และผู้ศรัทธานั้นย่อมหาทางออกด้วยการเข้าหาอัลลอฮฺ และเมื่ออัลลอฮฺทรงต้องการให้คุณใกล้ชิดพระองค์ พระองค์จะทรงมอบปัญหาที่หนักแก่คุณ เพราะพระองค์ทรงรู้ว่า หากว่าคุณไม่ได้เผชิญกับปัญหาหนักนี้ในชีวิตของคุณ อาจเป็นไปได้ว่าคุณจะไม่ให้ความใส่ใจต่อการละหมาด คุณอาจจะไม่เคยรำลึก นึกถึงหรือวิงวอนขอจากอัลลอฮฺก็เป็นได้

ดังนั้น ขอให้คุณนึกถึงบรรดาผู้คนที่มีน้อยกว่าคุณ เพื่อที่คุณจะได้ขอบคุณในสิ่งที่คุณมี และพึงตระหนักว่าปัญหาที่คุณเผชิญนั้นยังไม่หนักหนาเท่ากับพี่น้องที่กำลังโดนลูกระเบิดถล่มอยู่แทบทุกคืนวัน และเมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้นก็ให้กล่าว อัลฮัมดุลิลลาฮฺ

อีกหนึ่งวิธีในการต่อสู้กับความโศกเศร้า คือการมองดูสิ่งต่างๆ ที่อัลลอฮฺทรงสร้าง ไม่ว่าจะเป็น ต้นไม้ ใบหญ้า ธรรมชาติสีเขียว สัตว์มากมาย อากาศอันบริสุทธิ์ แสงอาทิตย์ที่สาดส่อง

“แท้จริงในการสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน และการที่กลางวันและกลางคืนตามหลังกันนั้น แน่นอนมีหลายสัญญาณสำหรับผู้มีปัญญา” (อาลิ อิมรอน อายะฮฺที่ ๑๙๐)

สัญญาณเหล่านี้นอกจากจะแสดงให้เห็นถึง ความเป็นหนึ่งเดียวของอัลลอฮฺ ความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ความใกล้ชิดที่คุณมีต่อพระองค์ สัญญาณดังกล่าวยังช่วยเยียวยาความทุกข์โศกของคุณ ธรรมชาติสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างช่วยบรรเทาความเครียด ความกังวลของคุณ

อย่าเศร้าใจไปเลย วันเวลาที่เรามีอยู่นั้นไม่คงอยู่กับเราถาวร มันเป็นเพียงแค่ความชั่วคราว

ช่วงเวลาที่คุณควรเสียใจมากที่สุด คือช่วงเวลาที่คุณห่างไกลจากพระองค์ และนี่คือสิ่งที่ทำให้ใครต่อใครหลายคนมีความทุกข์ใจ ความโศกเศร้า เพราะพวกเขาใช้ชีวิตไปกับการปาร์ตี้ การพนัน การทำซินา การยุ่งเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ ยาเสพติด แน่นอนว่าหากคุณกำลังใช้ชีวิตแบบนั้น คุณย่อมต้องพบกับความโศกเศร้า เพราะคุณห่างไกลจากพระองค์ ดังนั้นหากคุณปรารถนาที่จะเอาชนะความเศร้า ความทุกข์ใจ คุณก็ควรเข้าหาพระองค์ พระองค์ทรงรอคอยการกลับไปของคุณอยู่ และพระองค์ก็ทรงปลื้มปิติเมื่อคุณกลับไปหาพระองค์

พึงรู้เถิดว่า หากว่าคุณทำให้อัลลอฮฺทรงพึงพอใจ พระองค์ก็จะทรงทำให้คุณพึงพอใจ และมีความสุขเช่นกัน 

และพึงรู้เถิดว่า “ความทุกข์ ความเศร้า ความเสียใจ” เป็นสิ่งที่คุณสามารถจัดการรับมือกับมันได้

อัลลอฮฺทรงปลอบประโลมนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัมว่า “จงอย่าเสียใจ” และนบีเองก็เคยปลอบใจท่านอบูบักร ในยามที่ท่านอบูบักรโศกเศร้าด้วยอายะฮฺนี้

“ท่านอย่าเสียใจ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอยู่กับเรา” (อัตเตาบะฮฺ อายะฮฺที่ ๔๐)

ดังนั้นคุณจะเศร้าเสียใจไปทำไม ในเมื่อคุณรู้ว่าอัลลอฮฺทรงอยู่กับคุณ และไม่ว่าพวกเขาจะพยายามทำให้คุณเจ็บช้ำเพียงใด มันก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เว้นแต่ด้วยการอนุมัติของพระองค์ และท้ายที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้น มันย่อมดีกับคุณแน่นอน

ในหะดีษบทหนึ่ง ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “การงานทั้งหลายของผู้ศรัทธาช่างสวยงามยิ่ง เพราะทุกๆ การงานของเขาต่างเป็นสิ่งดีงามทั้งสิ้น และมันจะไม่เกิดขึ้นกับผู้ใด เว้นแต่ผู้ที่มีความศรัทธา หากมีสิ่งที่ดีงามเกิดขึ้นกับเขา เขาก็ขอบคุณและนั่นคือสิ่งที่ดีสำหรับเขา และหากว่ามีสิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับเขา เขาก็ยอมรับมันด้วยความอดทน และนั่นก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขาด้วยเช่นกัน” (อะหมัด และมุสลิม)

เวลาที่คุณมีช่วงวันเวลาที่ดี คุณควรใกล้ชิดอัลลอฮฺ อย่ารอให้เกิดช่วงวันเวลาที่ไม่ดี คุณถึงจะเข้าหาพระองค์

“จงใกล้ชิดอัลลอฮฺในยามสุขสบาย และคุณจะพบว่าในยามที่คุณประสบกับความยากลำบาก พระองค์จะทรงอยู่กับคุณ และคุณจะผ่านพ้นความยากลำบากไปได้ด้วยดี”

เมื่อสิ่งที่ไม่ดีใดๆ ก็ตามประสบกับผู้ศรัทธา เขาก็อดทน เพราะเขารู้ว่าเขาจะได้รับรางวัลการตอบแทนจากอัลลอฮฺ และมันเป็นสิ่งที่ดียิ่งกว่าสำหรับเขา นี่คือเหตุผลว่าทำไมการงานทั้งหลายของเขาจึงสวยงาม

ความดีใดๆ เกิดขึ้นกับเขา เขาก็ขอบคุณ ความเลวร้ายใดๆ เกิดขึ้นกับเขา เขาก็ขอบคุณ อดทน ไม่โกรธเคืองอัลลอฮฺ เขายังคงยิ้มและระลึกถึงอัลลอฮฺเสมอ การกระทำเช่นนี้ย่อมช่วยบรรเทาความทุกข์ ความเสียใจของเขาได้ “ผู้ศรัทธา” ย่อมเรียนรู้ที่จะหาทางใกล้ชิดกับพระองค์ให้มากขึ้น

พึงรู้เถอะว่า.. ความทุกข์โศกที่ชั่วนิรันดร์ คือ การที่คนคนหนึ่งตกลงไปในไฟนรก

พึงรู้เถอะว่า.. ความสุขชั่วนิรันดร์ คือ การที่เขาได้รับสมุดบันทึก (บัญชี) ของเขาด้วยมือขวาในวันแห่งการตัดสิน และสวนสวรรค์คือที่พักพิงของเขา ถึงเวลานั้น มันหมายความว่า “เขาผู้นั้น” คือผู้ที่มีความสุขที่สุดในโลกแล้ว

790bd3d18eb757063db17f3c00931301

รูปจาก การค้นหาทางอินเตอร์เนต 

Read Full Post »

​หากมีใครสักคนทำดีกับคุณ อิสลามสอนให้คุณต้องทำดีต่อพวกเขาเป็นการตอบแทน อย่างไรก็ตาม หากว่าคุณทำดีกับใครสักคน อิสลามสอนให้คุณไม่ต้องรอคอยการตอบแทนใดๆ หรือคาดหวังจะได้รับสิ่งใดๆ ตอบกลับมาในรูปแบบที่คุณต้องการจากพวกเขา

ในกรณีที่มีคนทำดีต่อคุณ คุณสามารถตอบแทนพวกเขาด้วยการทำดี แสดงความเมตตา ขอบคุณ หรือดุอาอฺให้พวกเขา ส่วนในกรณีที่คุณทำดีต่อผู้อื่น คุณควรคาดหวังการตอบแทนจากอัลลอฮฺเท่านั้น

และหากว่ามีถ้อยคำดีๆ ใดๆ ถูกกล่าวมาถึงคุณอันเนื่องมาจากความดีที่คุณทำ ก็ให้กล่าว อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ขอบคุณอัลลอฮฺ

แต่สิ่งที่ยากก็คือ เมื่อเราทำความดีโดยหวังการตอบแทนจากมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นถ้อยคำดีๆ จากพวกเขาก็ตาม หากว่าสิ่งที่เราคาดหวังไม่เกิดขึ้น เราก็จะเกิดความไม่พอใจ โดยลืมไปว่า สิ่งดีๆ ที่เราทำนั้นควรเป็นไปเพื่อความพึงพอพระทัยขออัลลอฮฺ ดังนั้นเราอย่าได้ขุ่นเคืองใจไป

ปัจจุบันนี้ สิ่งที่เรามักจะประสบพบเจอคือ หากเราทำดีกับใคร เมื่อเวลาผ่านพ้นไปสักระยะหนึ่ง เราสามารถคาดเดาได้เลยว่า สิ่งที่ไม่ดีในหลายรูปแบบจากคนเหล่านั้นจะเกิดขึ้นกับเรา เว้นแต่คนที่อัลลอฮฺทรงประทานความเมตตา ไม่ให้สิ่งไม่ดีนั้นเกิดกับเขา

คุณอาจจะทำแต่สิ่งดีดี ให้แต่สิ่งดีดี ช่วยเหลือพวกเขาอย่างสุดความสามารถ อย่างไรก็ตามด้วยแผนการของอัลลอฮฺ บางครั้ง ในวันข้างหน้า พวกเขาเหล่านั้นที่คุณทำดีด้วยจะพูดไม่ดีเกี่ยวกับคุณ นินทาใส่ร้ายคุณ หรือหากมีใครพูดไม่ดีเกี่ยวกับคุณ พวกเขาก็จะไม่แสดงการปกป้องคุณ พวกเขาอาจจะทำร้ายคุณด้วยรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งนั่นเป็นเพราะว่า อัลลอฮฺทรงต้องการให้คุณตระหนักว่า “สิ่งดีดีที่คุณทำให้พวกเขานั้น เพราะคุณต้องการการตอบแทนและความพอใจจากพวกเขา หรือจากพระองค์? หากคุณทำเพื่อพวกเขา อัลลอฮฺนั้นทรงเพียงต้องการให้คุณรู้ว่า แท้จริงแล้ว มนุษย์คือผู้ที่ไม่รู้จักการขอบคุณ แต่หากว่าคุณทำเพื่ออัลลอฮฺ ไม่ว่าพวกเขาจะทำไม่ดีกับคุณอย่างไรก็ตาม การงานที่ดีของคุณย่อมได้รับการตอบรับจากพระองค์แน่นอน พร้อมด้วยการตอบแทนที่ครบถ้วน”

เรียบเรียงบางส่วนจากบรรยายของมุฟตี อิสมาอีล เมงก์  หัวข้อ Lesson on Surah Insaan/โดย บินติ อัล อิสลาม


Read Full Post »

​ลูกของคุณ คือ บททดสอบที่ยิ่งใหญ่ของคุณ

เพราะพวกเขา คือ กรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ

คุณทราบหรือไม่ว่า อัลลอฮฺทรงประทานลูกแก่คุณ

ให้เป็น “บททดสอบของคุณ”

เพื่อที่พระองค์จะทรงดูว่าคุณจะเลี้ยงดูพวกเขา

ด้วยหนทางที่พระองค์ทรงชี้แนะแก่คุณหรือไม่

ซึ่งไม่ใช่ด้วยหนทางที่คุณปรารถนาหรือวาดฝัน


ในตอนเริ่มต้น อัลลอฮฺทรงประทานอำนาจ

การปกครอง การควบคุมลูกของคุณอย่างเต็มที่

ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหารการกิน เสื้อผ้า 

และสิ่งอื่นๆ ให้พวกเขา และเมื่อพวกเขาโตขึ้น

อำนาจการควบคุมของคุณก็ย่อมลดลง


ลูกของคุณคือบททดสอบของคุณ ซึ่งคุณไม่ได้

รับอนุญาตให้ทำหรือปฏิบัติต่อพวกเขาเช่นไรก็ได้

ในแบบแผนที่คุณต้องการ หากแต่คุณต้องปฏิบัติ

ต่อพวกเขาด้วยแบบแผนที่พระองค์ทรงสั่งใช้


ผู้เป็นพ่อแม่จำต้องเรียนรู้ที่จะนำเอาคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ

มาปฏิบัติ แม้ว่ามันจะไม่ตรงใจของคุณก็ตาม 

แน่นอนว่าเราต่างมีความฝันมากมายให้ลูกของเรา

เราต่างวางแผนสิ่งนี้ สิ่งนั้นให้พวกเขา แต่อย่าลืมว่า

แท้จริงแล้ว “อัลลอฮฺ คือ ผู้ทรงวางแผน”

ซึ่งบ่อยครั้งที่เราจำต้องปรับเปลี่ยนความฝันของเรา

ให้สอดคล้องกับแผนการของพระองค์ 

เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขานั้น 

ไม่ได้เกิดขึ้นตามแผนของคุณ แต่มันเกิดขึ้น

ตามแผนที่พระองค์ทรงวางไว้


เรียบเรียงบางส่วนจากบรรยาย ของมุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ

-บินติ อัลอิสลาม-

รูป จาก colourbox

Read Full Post »

เพิ่มพูนริสกี ด้วยการบริจาค
@@@@@@@@@@@@
ในซูเราะอัลบะเกาะเราะฮฺ อายะที่ 261 อัลลอฮฺตรัสว่า “อุปมาบรรดาผู้ที่บริจาคทรัพย์ของพวกเขาในหนทางของอัลลอฮฺนั้น ดังอุปมัยเมล็ดพืชเมล็ดหนึ่งที่งอกขึ้นเป็นเจ็ดรวง ซึ่งในแต่ละรวงนั้นมีร้อยเมล็ด และอัลลอฮฺนั้นจะทรงเพิ่มพูนแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงกว้างขวาง ผู้ทรงรอบรู้” (คัดลอกจากโปรแกรมอัลกุรอานแปลไทย)

ทรัพย์สินของคุณจะไม่ลดน้อยลง เมื่อคุณทำการบริจาคไปในหนทางของอัลลอฮฺ ไม่มีใครต้องยากจน อันเนื่องมาจากการบริจาค พวกเขาต่างได้รับการตอบแทนคืนกลับมา พวกเขาต่างประสบความสำเร็จ โดยที่ทรัพย์สิน และริสกีของพวกเขาเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ “พวกเขาได้รับการอำนวยพรจากอัลลอฮฺมากมาย ทรัพย์สินของพวกเขามีบะเราะกัต” หมายความว่า “ทรัพย์สิน หรือปัจจัยยังชีพที่เขามี แม้ว่ามันจะมีจำนวนไม่มาก แต่มันจะคงอยู่กับเขาได้นาน ด้วยเพราะว่ามันมีบะเราะกัต อันเนื่องมาจากการบริจาคของเขา ในขณะที่ทรัพย์สินของบางคนอาจจะมีมากมายแต่มันอยู่กับเขาได้ไม่นาน เพราะมันไม่มีบะเรากัต”

เมื่อเราทำให้ทรัพย์สินของเราสะอาดบริสุทธ์ ด้วยการบริจาค หัวใจของเราก็จะบริสุทธ์ไปด้วย โดยที่มันจะไม่ยึดติดกับวัตถุทางโลก ปัญหามากมายที่เราต่างเผชิญบนโลกใบนี้ส่วนใหญ่ก็เกิดจากการยึดติดกับวัตถุ ดังนั้นเมื่อเราใช้จ่ายทรัพย์สินที่มีไปในหนทางที่ถูกต้อง หัวใจเราก็จะดีไปด้วย

แน่นอนว่าพวกเราส่วนมากต่างก็รักการมีเงิน การมีทรัพย์สิน แต่ผู้ที่ใช้จ่ายทรัพย์สินของเขาไปในหนทางที่ถูกต้องดีงาม บุคคลนั้นคือคนร่ำรวยที่แท้จริง

ปัจจุบันนี้มีหลายคนเต็มใจที่จะฝากเงินของเขาไว้กับธนาคาร เพื่อที่พวกเขาจะได้รับดอกเบี้ยเป็นการตอบแทน ซึ่งเป็นหนทางที่หะรอม หนทางที่อัลลอฮฺทรงสังห้าม แน่นอนว่าเขาอาจจะได้รับดอกเบี้ย 6% 10% 20%  และมันอาจดูเหมือนว่าทรัพย์สินของเขาเพิ่มพูนขึ้นมามากมาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว หาเป็นเช่นนั้นไม่ ดังนั้นขอให้เราปกป้องตัวเราให้พ้นจากสิ่งที่หะรอม เพราะอัลลอฮฺจะมิทรงปล่อยให้คุณประสบความสำเร็จด้วยสิ่งที่พระองค์ทรงสั่งห้าม คุณจำต้องขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ และใช้จ่ายทรัพย์สินที่คุณมีไปในหนทางของพระองค์ เพราะอัลลอฮฺทรงแจ้งว่า หากเราลงทุนกับพระองค์ เราจะได้เห็นผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่กลับมา พระองค์ทรงแจ้งไว้แล้วว่า เราจะได้รับการตอบแทนเป็น 700 เท่าจากการบริจาค ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมีมาก หรือน้อย ก็ขอให้คุณทำการบริจาคตามความสามารถ บางที “บะเราะกัตที่คุณจะได้รับจากการบริจาค” นั้น จะส่งผลให้คุณได้รับการตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ไม่ด้วยหนทางใดก็หนทางหนึ่ง ซึ่งหมายรวมถึงทรัพย์สินของคุณ สุขภาพของคุณ ลูกๆ ของคุณหรือชีวิตการแต่งงานของคุณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลมาจากการใช้จ่ายทรัพย์สินของคุณทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม อัลลอฮฺได้ทรงเตือนเราด้วยว่า “ให้เราปกป้องตัวเราจากการทำลายรางวัลการตอบแทนจากการบริจาค ด้วยการล้ำเลิกบุญคุณ” เราไม่ควรล้ำเลิกบุญคุณ หรือพูดย้ำบ่อยๆ ถึงสิ่งที่เราได้ให้ใครคนหนึ่่่งไปกับเขา หรือบอกให้คนทั่วไปรับรู้ว่าเราให้อะไรใครไปบ้าง

อัลลอฮฺจะทรงตอบแทนให้คุณอย่างครบถ้วน หากว่าคุณบริจาคในหนทางของพระองค์ และคุณมีความถ่อมตนภายหลังการบริจาค โดยที่คุณไม่ล้ำเลิกบุญคุณ หรือป่าวประกาศให้ผู้อื่นรับรู้ และไม่ทำร้ายคนอื่น

อัลลอฮฺจะทรงคอยให้ความช่วยเหลือผู้ศรัทธา ตราบเท่าที่เขาให้ความช่วยเหลือผู้ศรัทธาคนอื่น หากคุณให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ อัลลอฮฺก็จะทรงช่วยเหลือคุณ หรือหากคุณให้ความช่วยเหลือสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง อัลลอฮฺก็จะทรงช่วยเหลือคุณเช่นกัน เช่นสตรีนางหนึ่งให้ความช่วยเหลือสัตว์ จนทำให้นางพ้นจากไฟนรก

อีกทั้งอัลลอฮฺยังทรงแจ้งไว้ด้วยว่า สำหรับผู้ที่ทำการบริจาค และไม่ล้ำเลิกบุญคุณ พวกเขาจะไม่มีความหวาดกลัว และไม่มีซึ่งความโศกเศร้า อัลลอฮฺจะทรงปกป้องเขาจากความโศกเศร้า อันเนื่องมาจากการบริจาค

“บรรดาผู้บริจาคทรัพย์ของพวกเขาในทางของอัลลอฮฺ แล้วพวกเขามิให้ติดตามสิ่งที่พวกเขาบริจาคไป ซึ่งการล้ำเลิกและการก่อความเดือดร้อนใดๆ นั้น พวกเขาจะได้รับรางวัลของพวกเขา ณ พระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา และไม่มีความกลัวใดๆ แก่พวกเขา และทั้งพวกเขาก็จะไม่เสียใจ” {อัลบะเกาะเราะฮฺ 262}

มีหลายคนต้องประสบกับความทุกข์ทรมาน อยู่ในภาวะซึมเศร้า ความเครียด ความกดดัน นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่รักการบริจาค

คุณรู้ไหมว่า “การบริจาคของคุณ” จะเป็นสิ่งที่ช่วยคุณไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ จิตใจ ทรัพย์สิน สถานะของคุณ ลูกๆ ของคุณ ในทุกๆ ด้านของการใช้ชีวิตของคุณ และแม้แต่โลกอาคิเราะห์ของคุณ

ดังนั้น คุณควรฝึกให้ตัวคุณเป็นผู้ที่รักการบริจาค และช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อยู่เสมอ

แปลเรียบเรียงบางส่วนจาก บรรยายมุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ หัวข้อ Save yourself series-4/ โดย bint Al Islam

Read Full Post »

หากผู้หญิง (ภรรยา) ปกปิดร่างกายของเธอ และผู้ชาย (สามี) ลดสายตาของเขาลงต่ำ (ตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ) พวกเขาย่อมเห็นคุณค่าของสิ่งที่เขาครอบครอง พวกเขาย่อมพึงพอใจในกันและกัน มันย่อมมีความเมตตาต่อกันภายในบ้าน อัลลอฮฺทรงสั่งใช้คุณให้ต่างปกปิดร่างกาย ลดสายตาลงต่ำ เพื่อทำให้คุณดำเนินชีวิตครอบครัวอย่างมีความสุข และพึงพอใจสิ่งที่มี ไม่มองไปยังสิ่งอื่นที่คุณไม่ได้ครอบครอง

ผู้ชายบางคนออกไปนอกบ้าน มองเห็นผมยาวสลวยของผู้หญิงอื่น จากนั้นพอกลับมาบ้าน ก็หาเรื่องตำหนิภรรยาตนว่า “ดูสภาพผมของเธอสิ วันนี้ฉันออกไปข้างนอก เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยาวสลวยมาก ทำไมผมเธอไม่สวยแบบนั้นบ้างล่ะ” ภรรยาก็ตอบว่า “ฟังนะ ผมฉันไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก ผมของฉันร่วงอยู่ตลอดก็เพราะว่าคุณคอยแต่กดดันฉัน บางทีถ้าคุณหยุดกดดันฉัน ผมฉันอาจจะสวยขึ้นมาบ้างก็ได้”

บางคนชอบวิพากษ์วิจารณ์แบบนั้น ความเมตตาภายในครอบครัวหายไปไหน คำพูดของคุณไร้ซึ่งความเมตตา

บางคนกลับบ้านมาก็วิจารณ์ภรรยา “เธอดูอ้วนมากๆ เลย” ภรรยาตอบกลับว่า “แล้วไงล่ะ แกทำให้ฉันท้องถึง 5 ครั้ง แล้วตอนนี้แกมาบอกฉันว่า ฉันอ้วนนี่นะ เชิญไปแต่งงานกับนางแบบของแกเลย เธอก็คงคาดหวังที่จะได้เงินจากแกมากเป็นสองเท่าเพื่อรักษาหุ่นให้ดีเหมือนเดิมอยู่ตลอดเวลา”

เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับหลายครอบครัว ดังนั้นขอให้คุณใช้ถ้อยคำที่มีความเมตตา พูดจาด้วยถ้อยคำที่แสดงออกถึงความรักกับคนที่ควรได้รับคำพูดนั้น

เรียบเรียงบางส่วนจากบรรยายมุฟตี อิสมาอีล เมงก หัวข้อ mercy to the world

Read Full Post »

ปัจจุบันนี้ พวกเราต่างโชว์ โอ้อวดทุกสิ่งทุกอย่างทาง whats app, tweeter, IG, facebook โชว์แม้แต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้ผู้คนเข้ามาดู สำหรับคนที่ไม่มีในสิ่งที่คุณโชว์ ก็ได้แต่นั่งมองดูด้วยหัวใจที่เจ็บปวด จากนั้นพวกเขาก็เกิดความรู้สึกอิจฉา

เราไม่จำเป็นต้องโชว์ทุกอย่างก็ได้ แน่นอนว่าบางครั้งเราอาจจะอยากโชว์สิ่งที่ดีงามสัก 2-3 อย่าง ด้วยเหตุผลที่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้พบเห็น

แต่คำเตือน ก็คือ “หากคุณปรารถนาที่จะได้รับเราะฮฺมัต ความเมตตาจากอัลลอฮฺ คุณก็ควรนึกถึง และเห็นใจคนที่ไม่มีเช่นคุณ ที่คุณกำลังโชว์พวกเขาผ่านทาง social media ด้วย”

อีกทั้งยังมีคนบางประเภทที่โชว์สิ่งของที่ไม่ใช่ของตน แต่แสร้งทำเสมือนว่าเป็นของตัวเอง บางคนไปตามร้านค้า ลองสินค้า ถ่ายรูป โดยไม่ซื้อ แสร้งว่าเขาครอบครองมัน และมันก็กลายเป็นการสร้างชีวิตใหม่เพื่อการหลอกลวง

คุณโชว์ โอ้อวดผู้คนในสิ่งที่คุณไม่มี ที่คุณไม่ได้เป็น ความเมตตาประเภทใดที่คุณมี ในเมื่อจริงๆ แล้วคุณไร้ความเมตตาต่อผู้อื่น ทำไมต้องอวด ทำไมต้องสร้างความเจ็บปวดต่อจิตใจของผู้อื่น

ใช้ชีวิตด้วยวิถีของอิสลาม ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณมี ให้ความช่วยเหลือผู้คน หากคุณอยากได้รับความเมตตาจากอัลลอฮฺ ขอให้คุณมีความเมตตาต่อผู้คนที่อัลลอฮฺทรงสร้างพวกเขา

มีความกรุณา มีความเมตตา ไม่มีความตระหนี่ ไม่คิดถึงแต่ตัวเอง

หะดีษบทหนึ่ง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า “จงแสดงความเมตตาต่อผู้คนบนผืนแผ่นดิน และผู้ที่ทรงอยู่บนฟากฟ้าจะแสดงความเมตตาต่อท่าน”
———-
สรุปบางส่วนจากบรรยายของมุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ หัวข้อ Mercy to the worlds/โดย บินติ อัลอิสลาม

อัสตัฒฟิรุลลอฮฺ ขออภัยเพื่อนๆ หากการโพสต์บางอย่าง ทำร้ายจิตใจเพื่อนๆ ค่ะ

Read Full Post »

Older Posts »

%d bloggers like this: