Feeds:
Posts
Comments

Archive for the ‘อีหม่าน .. ความศรัทธา’ Category

ในสมัยราชวงศ์อับบาสสิยะฮ์
มีสตรีท่านหนึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามว่า สุบัยดะฮฺ หรือ อุมมุ ญะฟัรฺ ซึ่งผู้คนต่างรู้กันดีว่าเธอเป็นคนจิตใจกว้างขวางและมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้เองจึงมีชายตาบอดสองคนไปหาเธอ ที่บริเวณถนนที่เธออาศัยอยู่

หนึ่งในชายสองคนนั้นกล่าวขึ้นมาว่า “ฉันวิงวอนขอจากท่านด้วยความบริสุทธิ์ของอัลลอฮฺ”
ส่วนชายอีกคนกล่าวขึ้นมาว่า “ฉันวิงวอนขอจากท่านด้วยความบริสุทธิ์ของอุมมุ ญะฟัรฺ”

หลังจากนั้นเธอจึงได้ให้เงินจำนวน 2 ดิรฮัมกับคนที่ขอจากเธอด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ส่วนคนที่ขอเธอด้วยนามของเธอ เธอให้ไก่ย่างแก่เขาพร้อมกับสอดเงิน 10 ดิรนารเข้าไปในตัวไก่ด้วย

ดังนั้นคนที่ขอด้วยพระนามของอัลลอฮฺจึงได้น้อยกว่า
และคนที่ขอด้วยนามของอุมมุ ญะฟัรฺได้มากกว่า

ซึ่งอุมมุ ญะฟัรฺได้ทำการบริจาคให้กับชายทั้งสองคนนี้เป็นเวลา 10 วัน

วันหนึ่งอุมมุ ญะฟัรฺได้เข้าไปถามชายที่ได้ทั้งไก่และเงิน 10 ดิรนารว่า “นี่ท่านไม่ได้มีทรัพย์สินมากขึ้นหรอกหรือ”

เขาตอบเธอว่า “ไม่ครับ พอผมได้ไก่จากท่านมา ผมก็เอาไก่ตัวนั้นไปขายให้กับเพื่อนอีกคนของผมตัวละ 2 ดิรฮัม ทุกวันเลย”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น อุมมุ ญะฟัรฺก็พูดขึ้นมาว่า “ซุบฮานั้ลลอฮฺ คนที่ขอจากอัลลอฮฺ อัลลอฮฺทรงประทานให้แก่เขา ส่วนคนที่ขอจากผู้อื่น อัลลอฮฺทรงปิดหนทางแห่งการได้รับจากเขา”

คุณรู้แล้วใช่ไหมว่า ริสกีอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์

ดังนั้นขอให้คุณวิงวอนขอจากอัลลอฮฺต่อไป
ขอให้คุณวิงวอนขอดุอาอฺจากอัลลอฮฺต่อไป
ไม่มีปัญหาใดที่จะยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะแก้ไขได้สำหรับพระองค์

และหากว่าอัลลอฮฺยังคงทำให้คุณต้องเผชิญอยู่กับปัญหาต่างๆมากมาย นั่นเป็นเพราะว่าพระองค์ทรงประสงค์เช่นนั้น

ขอให้คุณจำไว้ว่า หากอัลลอฮฺทรงทำให้คุณอยู่ในสถานการณ์ที่คุณเรียกมันว่า “ความวุ่นวาย” แต่ ณ ที่อัลลอฮฺ มันไม่ใช่ “ความวุ่นวาย” พระองค์ทรงต้องการให้คุณเผชิญกับมันอย่างมีเหตุผล

พระองค์ทรงต้องการให้คุณร้องขอจากพระองค์ ขอดูอาอฺจากพระองค์ ตื่นขึ้นมาตอนเช้าเพื่อทำการละหมาดต่อพระองค์ นั่นคือความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่สุดที่คุณจะเคยมีกับอัลลอฮฺ ในยามที่คุณมีปัญหา

อย่างไรก็ตาม ด้วยความเมตตาของอัลลอฮฺ พระองค์ยังทรงเปิดประตูไปสู่ทางออกให้แก่คุณ

เรียบเรียงจากบรรยายของมุฟตี เมงก์ หัวข้อ Jumping the gun/โดยบินติ อัลอิสลาม

รูปจากอินเตอร์เนต

image

Read Full Post »

ริสกี มาจากอัลลอฮฺ
***************************

image

สรุปเรียบเรียงจากข้อความในเพจของ อบู มุอาวิยะฮฺ อิสมาอีล กัมดัรฺ
โดย บินติ อัลอิสลาม

“คราใดที่ซะกะรียาเข้าไปหานางที่อัลมิห์รอบ เขาก็พบปัจจัยยังชีพ อยู่ที่นาง เขากล่าวว่า มัรยัมเอ๋ย! เธอได้สิ่งนี้มาอย่างไร?นางกล่าวว่า มันมาจากที่อัลลอฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นจะทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์โดยปราศจากการคิดคำนวณ” (อะลิอิมรอน 3:37) **คัดลอกจากอัลกุรอานแปลไทย’

เรื่องราวของท่านหญิงฮันนะฮฺ บุตรสาวของนางหรือท่านหญิงมัรยัม และบุตรชายของท่านหญิงมัรยัม หรือนบีอีซา (จีซัส) คือแก่นสำคัญของซูเราะฮฺอะลิอิมรอน เพราะพวกท่านเหล่านี้เป็นครอบครัวของอิมรอน เรื่องราวเหล่านี้เต็มไปด้วยบทเรียนต่างๆ มากมาย

จากอายะฮฺข้างต้นนี้ ท่านหญิงมัรยัมได้ใช้ชีวิตของท่านไปกับการทำอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺภายใต้การดูแลของนบีซะกะรียา และนบีซะการียาก็เกิดความประหลาดใจ เพราะเมื่อใดก็ตามที่ท่านเข้าไปในห้องของนาง ท่านก็จะพบว่ามีผลไม้ตามฤดูกาลอยู่ในห้องของนางเสมอ นี่คือปาฎิหาริย์ที่อัลลอฮฺประทานให้แก่ท่านหญิงมัรยัม

ในเรื่องราวนี้ ท่านหญิงมัรยัมให้เตือนใจนบีซะการียาและยังสอนบทเรียนที่สำคัญแก่พวกเราด้วยว่า “ริสกี (ปัจจัยยังชีพ)” นั้นมาจากอัลลอฮฺ และพระองค์ทรงสามารถประทานให้แก่เราอย่างน่าอัศจรรย์โดยไม่มีสิ้นสุด และในยุคแห่งวัตถุนิยมนี้ เราก็มันจะลืมข้อเท็จจริงนี้

นบีซะการียาเองก็เคยวิงวอนขอบุตรชายจากอัลลอฮฺ ทั้งๆ ที่ท่านอยู่ในวัยชรา และอัลลอฮฺก็ประทานบุตรให้แก่ท่าน ดังนั้นเราก็เช่นเดียวกัน ขอให้เอาเรื่องราวนี้เป็นบทเรียนเตือนใจ และวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺให้ทรงช่วยเหลือเราให้บรรลุในสิ่งใดก็ตามที่เราแสวงหา และอย่าได้สิ้นหวังในความเมตตาของพระองค์

หากว่าเราเพียรพยายามอย่างหนัก และมอบหมายต่อัลลอฮฺ และขอความช่วยเหลือจากพระองค์ เช่นนั้นเราเองก็สามารถที่จะได้รับริสกีที่พระองค์จะประทานมาให้แก่เราด้วยหนทางที่น่าอัศจรรย์ในชีวิตของเราได้ด้วยเช่นกัน

Read Full Post »

ท่านสุฟยาน อัษเษารียฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺกล่าวว่า ‘ความประเสริฐของการมีความรู้’ นั้นขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ว่า ความรู้นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้คนคนหนึ่งเกิดความยำเกรงและเชื่อฟังในอัลลอฮฺ หากมิเช่นนั้น ‘ความรู้’ ก็ไม่ต่างอะไรกับสิ่งอื่นๆ (รายงานโดยอิบนุ รอญับ)

จาก Islamic online university

image

Read Full Post »

เมื่ออีม่ามอะหมัด บิน ฮันบาล ถูกถามเกี่ยวกับ “ตะวักกุล” ท่านตอบว่า “มันคือการละทิ้งการพึ่งพิงต่อสิ่งถูกสร้างของอัลลอฮฺ” 

ท่านถูกถามอีกว่า “และอะไรคือสิ่งจำเป็นที่จะนำไปสู่การกระทำเช่นนั้นได้” 
ท่านตอบว่า “มันมีความนัยในถ้อยคำของนบีอิบรอฮีม (อะลัยฮิสลาม) ขณะที่ท่านถูกนำไปที่เครื่องยิง (อาวุธสมัยโบราณ) และถูกโยนเข้าไปในกองไฟ ญิบริล (อะลัยฮิสลาม) ได้เข้าไปหาท่านและถามท่านว่า “ท่านมีความต้องการใดๆ หรือไม่” ท่านตอบว่า “ไม่ใช่จากท่าน” (ท่านไม่ได้ต้องการสิ่งใดจากญิบริล) 

ญิบริล (อะลัยฮิสลาม) จึงกล่าวว่า “จงวอนขอจากผู้ที่ท่านปรารถนาเถิด” 
ท่านตอบว่า “สิ่งใดก็ตามในสองสิ่ง อันเป็นที่รักยิ่งกว่า ณ ที่พระองค์ ย่อมเป็นที่รักยิ่งสำหรับฉัน” {1}

{1} “อัล บิดายะฮฺ วัล นิฮายะฮฺ”

Read Full Post »

สรุปและเรียบเรียงจากบางส่วนของบรรยายของมุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ
หัวข้อ ซูเราะฮฺอัลอังกะบูต

“มนุษย์คิดหรือว่า พวกเขาจะถูกทอดทิ้ง เพียงแต่พวกเขากล่าวว่าเราศรัทธา และพวกเขาจะไม่ถูกทดสอบ กระนั้นหรือ?” (อัลอังกะบูต อายะฮฺ 1)

คุณคิดว่าเพียงแค่คุณกล่าวว่าคุณเป็นมุอฺมิน และเชื่อในอัลลอฮฺ แล้วคุณจะไม่ถูกทดสอบเช่นนั้นหรือ คุณคิดว่าชีวิตของคุณจะไม่ประสบกับบททดสอบ ไม่ว่าจะความทุกข์ยาก ภัยพิบัติ และอื่นๆ เช่นนั้นหรือ

การที่คุณศรัทธาในอัลลอฮฺ แท้จริงแล้ว มันคือการเปิดทางให้คุณเข้าไปสู่ “บททดสอบของพระองค์” เช่นเดียวกับการที่คนคนหนึ่งเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง นั่นหมายความว่าเขามีคุณสมบัติพอที่จะต้องได้รับการทดสอบ (ความรู้) ดังนั้นเมื่อคนคนหนึ่งยอมรับในศรัทธา และเชื่อในอัลลอฮฺ มันก็ถือเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะให้อัลลอฮฺทรงทดสอบเขา นี่คือความหมายของอายะฮฺนี้ 

บางคนอาจจะพูดว่า เราเป็นมุอมินีน (ผู้ศรัทธา) ทำไมอัลลอฮฺจึงทรงทำให้เรามีชีวิตที่ยากลำบาก ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ใช่ชีวิตที่ยากลำบาก หรือชีวิตที่เป็นทุกข์แต่อย่างใด แต่นี่คือ “บททดสอบจากอัลลอฮฺ” เพราะตอนนี้คุณคือผู้น้อมรับว่าเป็นผู้ศรัทธา และหากว่าคุณไม่ใช่ผู้ศรัทธา มันก็ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะต้องทดสอบ (ความศรัทธา) คุณ 

คนที่เข้าไปเรียนในโรงเรียน ย่อมต้องได้รับการทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบประจำสัปดาห์ ประจำเดือน ประจำเทอม ประจำปี ตามระดับความรู้ของเขาก็ตามแต่ ดังนั้นบททดสอบย่อมเกิดขึ้นกับเรา (“ผู้ศรัทธา”) ดังนั้นเมื่อคุณน้อมรับกับ “การศรัทธา” คุณย่อมต้องได้รับบททดสอบประจำสัปดาห์ ประจำเดือน ประจำเทอม ประจำปี เช่นกัน และเมื่อคุณผ่านระดับหนึ่งไป คุณก็ต้องเจอกับบททดสอบอีกระดับที่สูงขึ้น ยากขึ้น และนั่นเป็นเพราะว่า คุณต้องผ่านบททดสอบเหล่านั้นไปให้ได้ เพื่อรอรับรางวัลการตอบแทนจากพระองค์สำหรับความอดทน มุมานะของคุณ และก็เป็นไปได้ว่าอัลลอฮฺอาจทรงทำการลงโทษผู้ที่ไม่ผ่านบททดสอบของพระองค์ 

และ “รางวัลการตอบแทน” นั้นอยู่ ณ ที่อัลลอฮฺ .. พระองค์จะประทานรางวัลการตอบแทนให้แก่ “ผู้ที่อดทน” เมื่ออัลลอฮฺทรงรักใครสักคนหนึ่ง พระองค์จะทรงทดสอบเขา พระองค์จะทรงทดสอบเขามากขึ้น เพื่อที่ว่าเขาจะได้วิงวอนร้องขอความช่วยเหลือจากพระองค์ 

ดังนั้น หากว่าชีวิตของเราปราศจากซึ่ง “บททดสอบ” เราก็อาจจะหลงลืมพระองค์ไปแล้วก็เป็นได้
สรุปเรียบเรียงโดย Bint Al Islam

Read Full Post »

เราทุกคนต่างมีความปรารถนา มีประเด็นต่างๆ ในชีวิต มีปัญหาสุขภาพที่เรากำลังเผชิญอยู่ ไม่มีใครที่มีชีวิตที่โรยไปด้วยกลีบกุหล่าบ แต่อัลลอฮฺทรงรู้ดีว่า เรากำลังพบเจอกับอะไรอยู่ บางทีอาจเป็นได้ว่าเราคิดว่าเรากำลังประสบกับปัญหาที่หนักหนากว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เรา แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาอาจจะประสบกับปัญหาที่หนักหนามากยิ่งกว่าเราเสียอีก เพียงแต่ว่าเขาสามารถจัดการกับมันได้ดี นั่นเป็นเพราะว่าเขามีอีหม่าน (ความศรัทธา) และความเชื่อมั่น ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างมากในการที่เราจะพัฒนา “ความศรัทธา” และ “ความเชื่อมั่น” ของเราให้สูงขึ้น 

(บรรยาย มุฟตี เมงกฺ หัวข้อเรื่อง Gratitude of limbs)
แปลเรียบเรียง Bint Al Islam

Read Full Post »

ร่างกายที่ขอบคุณต่ออัลลอฮฺ (อยากให้อ่านมากๆ เพราะพวกเราก็มองข้ามและละเลยสิ่งเหล่านี้จริงๆ) 
—————————
(สรุปจากบางส่วนในบรรยายของมุฟตี อิสมาอีล เมงกฺ หัวข้อ Gratitude of Limbs)

เวลาคุณได้รับมากจากอัลลอฮฺ คุณยิ่งต้องเข้าหาอัลลอฮฺ และขอบคุณพระองค์ในหนทางที่พระองค์ทรงต้องการได้รับจากคุณ เพราะการขอบคุณพระองค์นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การใช้ปาก (ในการกล่าวขอบคุุณ) เท่านั้น แต่ที่มากกว่านั้นคือ การใช้ถ้อยคำ และการกระทำ 

ถ้อยคำ และการกระทำที่ว่านั้นเป็นอย่างไร .. มันคือถ้อยคำและการกระทำที่จะสร้างความพึงพอพระทัยต่อพระองค์ คนที่กล่าว “อัลฮัมดุลิลลาฮฺ” เป็นพันๆ ครั้ง แต่เขาไม่เคยลุกขึ้นมาละหมาดฟัจญรฺ แท้จริงแล้ว เขาไม่ได้เป็นผู้ที่ขอบคุณต่ออัลลอฮฺ 

คนที่กล่าว “มาชาอัลลอฮฺ ฉันขอบคุณพระองค์ในสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้แก่ฉัน ฉันซาบซึ้งสิ่งที่พระองค์ประทานแก่ฉัน” แต่เขาหรือเธอไม่ได้แต่งกายตามที่อัลลอฮฺทรงสั่งใช้ เช่นนั้น เขาหรือเธอไม่ได้เป็นผู้ที่ขอบคุณต่ออัลลอฮฺ 

การขอบคุณนั้น คือการแสดงออกให้เห็นถึงการรู้สึกซาบซึ้ง และขอบคุณอย่างแท้จริง ด้วยวิธีการที่พระองค์ประสงค์ที่จะได้เห็นจากเรา ไม่ว่าจะเป็นแขนของคุณ เท้าของคุณ ตาของคุณ จมูกของคุณ ร่างกายของคุณ ควรแสดงออกถึงการขอบคุณต่อพระองค์

การเฝ้าระวังไม่ให้ตัวเรามองดูในสิ่งที่หะรอม นั่นคือการขอบคุณพระองค์สำหรับดวงตาที่พระองค์ประทานให้คุณ ในชั่วนาทีที่คุณมองดูสิ่งที่หะรอม และไม่ลดสายตาลงต่ำจากมองในสิ่งที่จะสร้างความโกรธกริ้วต่อพระองค์ ในกรณีนี้ คุณไม่ได้แสดงออกถึงการขอบคุณต่อพระองค์สำหรับดวงตาที่คุณมีเลย 

เช่นเดียวกันกับ “หูของเรา” หากเรามัวยุ่งอยู่กับการฟังเพลงฟังคำหยาบคาย ปล่อยให้ตัวเองฟังในสิ่งที่ไม่ดีงาม เช่นนี้ เราไม่ได้แสดงออกถึงการขอบคุณต่ออัลลอฮฺสำหรับหูที่เรามีด้วยเช่นกัน ลองถามคนที่ไม่ได้ยินดูสิ .. ลองถามคนที่ต้องการเครื่องมือในการได้ยินดูสิ .. ว่าเขารู้สึกเช่นไร ดังนั้นเราควรแสดงออกถึงการขอบคุณด้วยการเชื่อฟังพระองค์ ซึ่งในการแสดงออกถึงการขอบคุณสำหรับหูของเรา สามารถทำได้ด้วยการฟังอัลกุรอาน การฟังบรรยายศาสนาดีดี ฟังหะดีษ ฟังสิ่งที่จะทำให้เราใกล้ชิดพระองค์มากยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพื่อฟังในสิ่งที่จะนำไปสู่สิ่งที่เป็นบาป เพราะในวันแห่งการตัดสิน มันจะเป็นพยานต่อการกระทำของเรา

เช่นเดียวกับ “ปากของเรา” .. ปากของเราเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา จนเราแทบจะไม่สังเกตด้วยซ้ำ แต่ผู้ศรัทธาย่อมระมัดระวังการใช้ปากของ่พวกเขา 

และการใช้ลิ้นของเรา เราควรใช้เพื่อกล่าวถ้อยคำที่จะสร้างความพึงพอพระทัยต่ออัลลอฮฺ สรรเสริญพระองค์ กล่าวออกมาด้วยหัวใจที่รู้สึกถึงสิ่งที่กล่าวจริงๆ 

ดังนั้นเราควรใช้ทุกๆ อย่างที่เรามี ไปเพื่อสร้างความพึงพอพระทัยต่อพระองค์

แปลเรียบเรียง  Bint Al Islam

Read Full Post »

Older Posts »

%d bloggers like this: